บทที่ 184 ฐานะของพวกเจ้า
“พวกเจ้าทั้งสองคน ไม่ใช่ว่าถูกส่งให้มารับใช้ชิงหมินหรอกหรือ? ฝูเซ่าเป็นคนปกป้องชิงหมิน ดังนั้นหลังจากนี้...งานทุกอย่างก็ให้เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าก็แล้วกัน ตระกูลหวงของข้าไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้าไปนั่งเล่นนอนเล่นได้ อยากเข้าไปก็ต้องทำงานให้ดี หากทำงานบกพร่อง ข้าจะสั่งลงโทษด้วยกฎของตระกูล”
หวงซีเฉิงพูดโดยไม่มองหน้าพวกนางทั้งสองด้วยซ้ำ หลี่ฮุยลอบกลืนน้ำลาย นางไม่อยากจะเชื่อว่าบุรุษที่อ่อนโยนและรักใคร่ภรรยาเช่นเขาจะสามารถปล่อยออร่าความกดดันออกมาจนแทบจะหายใจไม่ออกเช่นนี้ ในขณะที่หลี่เจาเจาได้แต่ลอบมองคุณชายหลี่คนเล็ก เห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็แค่นหัวเราะออกมา
ไม่ใช่ว่าฮูหยินหลี่พูดชัดเจนแล้วหรอกหรือว่าหน้าที่ของพวกนางคืออะไร? คุณชายหลี่คนเล็กไม่เพียงแค่จิตใจคับแคบเท่านั้น เขายังเจ้าเล่ห์มากอีกด้วย
ต่อหน้าของฮูหยินหลี่ ทำเป็นเชื่อฟังและยอมรับ แต่พออยู่ต่อหน้าของสามี กลับใช้เล่ห์กลบางอย่าง ฟ้องให้ท่านแม่ทัพใหญ่เล่นงานพวกนางเสียอย่างนั้น
แต่ก็เอาเถอะ คิดว่าคนอย่างหลี่เจาเจาจะกลัวหรือ? เล่ห์กลในจวนหลังบ้านมีเพียงคุณชายหลี่คนเล็กเท่านั้นหรือที่เข้าใจน่ะ แม้ว่านางจะเป็นบุตรีของอนุภรรยา กระนั้นก็สั่งสมประสบการณ์เอาไว้มาก ตระกูลหลี่เห็นว่าเบื้องหน้าสงบเรียบร้อยเช่นนี้ เบื้องหลังแท้จริงแล้วก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน กว่าที่นางจะสามารถกลายมาเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของฮูหยินใหญ่ได้ ยังต้องลอบจัดการใส่ความพี่น้องสตรีคนอื่นๆมากมายเหมือนกัน
นางสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเองดูเหมือนคนที่ว่านอนสอนง่าย แม้แต่ฮูหยินหลี่ที่ว่าเก่งกาจก็ยังมองไม่ออก ตัดตัวเลือกคู่แข่งออกไปทีละคนสองคนอย่างง่ายดาย หากเรื่องนี้นางยังทำได้ การจะคว้าตำแหน่งฮูหยินของจวนแม่ทัพใหญ่ก็ไม่ได้ยากเย็นนักหรอก
เดิมทีคิดว่าคุณชายหลี่คนเล็กเป็นคนไม่ใส่ใจอะไร เมื่อบุตรชายของนางขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ เป็นผู้นำตระกูลหวง วันนั้นนางจะดูแลหาข้าวหาปลาให้เขากิน ไม่ปล่อยให้ต้องอดยาก แต่ตอนนี้ความคิดของนางไม่เหมือนเดิมแล้ว คุณชายหลี่คนเล็กมองนางเป็นศัตรู เช่นนั้นนางก็จะกระทำกับเขาเฉกเช่นศัตรูเหมือนกัน
ก็ต้องดูเอา ว่าผู้ใดกันแน่ที่จะพลาดท่าก่อน!
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ทัพใหญ่ ข้าจะรีบไปจัดเตรียมชามาให้ฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ” หลี่เจาเจาทำเป็นว่านอนสอนง่าย ซ่อนสายตาอำมหิตของตนเองกลับไป เหลือเอาไว้เพียงสายตาของข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์เท่านั้น
ชิงหมินมองตามหลังของสตรีทั้งสองพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย เขารู้ว่าหวงซีเฉิงรู้ทุกอย่าง และการกระทำที่อีกฝ่ายแสดงออกมานี้ก็เป็นการกระทำที่ต้องการแก้แค้นเอาคืนให้กับเขา แม้ว่าการกลั่นแกล้งสตรีจะไม่ใช่นิสัยของเจ้าตัว แต่เพื่อช่วยชิงหมิน เขาก็ยังลงมือด้วยตนเอง อีกทั้งยังไว้หน้ามารดาของฮูหยินด้วย ไม่สั่งสังหารคนในทันทีก็ถือว่าเขาใจเย็นมากแล้ว
ฝูเซ่าเองก็รู้สึกขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่เช่นกันที่แจ้งสถานะของเขาให้ทุกคนเข้าใจ หลังจากนี้ถ้ามีใครต้องการใช้งานเขาราวกับบ่าวรับใช้อีก เขาจะอ้างคำพูดของท่านแม่ทัพใหญ่ได้แน่นอน
“ไปนั่งรอที่เรือนกลางสวนเถอะ”
ชิงหมินแตะแขนของหวงซีเฉิง อีกฝ่ายพยักหน้ารับ บรรยากาศของที่นี่ยังเหมือนกับครั้งแรกที่เขามา เพียงแต่ครั้งแรกที่เขาถูกเชิญให้นั่ง ความเหินห่างระหว่างเขาและชิงหมินยังคงมาก ดังนั้นเมื่อพบสถานที่ที่คุ้นเคยอีกครั้ง หวงซีเฉิงจึงคว้าร่างเล็กขึ้นมา อุ้มเขาวางบนตักของตนเอง ใช้คางหน้าวางบนไหล่บาง สูดกลิ่นกายที่เคยปรารถนามากที่สุด และตอนนี้ก็ได้กลายเป็นของเขาแล้วเข้าเต็มปอด
“ข้ามีความสุขจริงๆที่ได้โอบกอดเจ้าเช่นนี้” หวงซีเฉิงหัวเราะออกมา ครั้งแรกเขาทำได้แค่แอบสูดดมความหอมกรุ่นนี้เท่านั้น วันนี้เขาสามารถจับแก้มนุ่มได้ จะหอมกี่ครั้งก็ยังได้ มันทำให้เขามีความสุขมากกว่าการออกไปรบแล้วได้รับชัยชนะเสียอีก
“หนวดของท่านกำลังทำให้ข้าเจ็บ” ชิงหมินบ่นพึมพำ หนวดของบุรุษผู้นี้ขึ้นเร็วมาก และมันก็มักที่จะทิ่มให้เขาเจ็บแก้มอยู่เสมอ
หวงซีเฉิงมองดูใบหน้าเนียนที่เริ่มขึ้นสีแดง บ่งบอกว่าแก้มบอบบางนี้กำลังเจ็บอยู่จริงๆ เขาผละออกแล้วยกมือขึ้นลูบไล้ ชิงหมินเป็นคนหน้าเนียนขาวมาก แต่อาจจะเป็นเพราะครอบครัวสกุลหลี่เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว บิดาของชิงหมินก็ไม่ได้มีหนวดเครามากมายนัก พี่ชายของเขาก็เหมือนกับบัณฑิต บางทีอาจจะเห็นบ้างเล็กๆน้อยๆ ทว่าเมื่อเป็นชิงหมิน...กลับยิ่งน้อยกว่าคนอื่นๆ
แต่ก็นั่นแหละ เขาเองก็รู้สึกว่าหนวดเคราเหล่านี้ไม่เหมาะกับชิงหมินเลยสักนิด
“เดี๋ยวคืนนี้ข้าจะจัดการให้ ขอโทษที่ทำเจ้าเจ็บ”
“ก็...ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก” ชิงหมินไม่ต้องการฟังคำขอโทษ หวงซีเฉิงเพียงแค่ต้องการจะหอมเขาเท่านั้น และชิงหมินก็ไม่ได้คิดว่าการสัมผัสของอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่น่ารำคาญอะไร กลับกัน...เขาเองก็ชอบที่ได้รับความเอาใจใส่เหล่านั้นด้วย
“จริงสิ ข้าคิดเกี่ยวกับใบหน้าของท่านมาตั้งนานแล้ว เพราะท่านมีบาดแผลค่อนข้างใหญ่อยู่บนใบหน้าก็เลยทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัว ข้าจึงอยากรู้ว่าท่านต้องการรักษาหรือไม่?”
“หืม? รักษาแผลงั้นหรือ?” หวงซีเฉิงไม่เคยมีความคิดนี้มาก่อน บาดแผลบนใบหน้าหรือร่างกายของเขาไม่ได้เป็นปัญหามาตั้งแต่เด็กๆแล้ว อาจจะเพราะเขาไม่ต้องการให้คนอื่นมองหน้าของเขาเช่นกันจึงไม่ได้ใส่ใจ อย่างไรก็ตาม...เมื่อได้ยินชิงหมินพูด เขาก็ได้กลับมาทบทวนอีกครั้ง
เขาไม่สนใจเรื่องบาดแผล แต่ชิงหมินเล่า...คนตัวเล็กผู้นี้รังเกียจบาดแผลของเขาหรือไม่?
“ข้าไม่ได้คิดมากกับบาดแผลของท่าน จะมีหรือไม่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไร อย่างไรท่านก็คือท่านอยู่ดี ข้าเพียงถามเท่านั้น...อย่างไรข้าก็มีทักษะในการประเมิน คงจะพอช่วยท่านหายามารักษาได้ถ้าท่านต้องการ”
เห็นสายตาตั้งคำถามของหวงซีเฉิง ชิงหมินรีบอธิบายทันที ป้องกันไม่ให้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา
“อืม ถ้าเจ้าชอบที่ข้าเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่ต้องการรักษา”
“อ่า อย่างนั้นก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน” ชิงหมินยักไหล่ เขาแค่อาศัยเนื้อเรื่องเดิมเพื่อสอบถามคนก็เท่านั้น หากซีเฉิงไม่ต้องการจะรักษาใบหน้าของตนเองเหมือนในนิยาย เช่นนั้นชิงหมินก็ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยออกแรง
เขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมในนิยาย หวงซีเฉิงจึงรักษาใบหน้าของตนเอง ทั้งยังกล่าวขอบคุณซือซือที่ดูแลด้วย ตามที่บรรยายในเนื้อเรื่อง หวงซีเฉิงนั้นยินดีกับการได้รับยารักษา นักเขียนบรรยายความหล่อเหลาของเขาที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับจากการไม่มีแผลบนใบหน้าด้วยซ้ำ กล่าวว่าความหล่อเหลาและเย็นชาของเขาทำให้กลายเป็นหนุ่มรูปงามของอาณาจักรเซินได้สบายๆ สาวๆมากมายต่างก็ชมชอบเขา ต้องการจะแต่งเข้าจวนแม่ทัพปีศาจกันทั้งนั้น
ยังมีคำกล่าวเปรียบเปรยว่าสตรีเหล่านั้นก็เหมือนแมงเม่าที่เห็นกองไฟ รู้ทั้งรู้ว่าบินเข้ามาก็ตกตายกันแน่ พวกมันก็ยังอยากจะบินเข้ามาใกล้
เอาเถอะ ในเมื่อตอนนี้คนไม่ต้องการรักษา สถานการณ์วุ่นวายอย่างที่เนื้อเรื่องบรรยายก็คงจะไม่เกิดขึ้น เขาเองก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขต่อไปได้ด้วย
สายตาของหวงซีเฉิงเฝ้าสังเกตชิงหมินอยู่ตลอด เมื่อเห็นคนตัวเล็กพอใจกับคำตอบ เขาก็คลี่ยิ้มออกมา เดิมที...ใบหน้าของเขาถือเป็นปัญหาจริงๆ ทุกคนต่างหวาดกลัวใบหน้านี้แม้แต่พวกศัตรูเองก็ตาม แต่ตอนที่เขาเจอชิงหมิน เขาไม่ได้คิดเลยว่าใบหน้าของตนเองน่ากลัว นั่นเพราะชิงหมินแสดงออกเหมือนกับเคยชินและไม่ได้เห็นว่ามันเป็นเรื่องแปลก ตั้งแต่ตอนนั้น....เขาก็รู้สึกสนใจอีกฝ่ายมากขึ้น
และอาจจะตั้งแต่ตอนนั้นที่ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจกับใบหน้านี้ขึ้นมา อย่างน้อยๆ...มันก็เคยเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เขารู้ว่าชิงหมินของเขาแตกต่าง
“ใบหน้าของข้าเป็นเช่นนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่รังเกียจหรือ?” หวงซีเฉิงไม่รู้คิดอะไรอยู่ จู่ๆก็ถามสิ่งที่อยู่ในใจของตนเองขึ้นมาเสียอย่างนั้น เขารู้อยู่แล้วว่าชิงหมินไม่ได้รังเกียจหรือกลัวเขา แต่เขาแค่ไม่เข้าใจเหตุผลก็เท่านั้น
“เหตุใดต้องถามเรื่องน่ารำคาญเช่นนี้ด้วย”
“ข้าก็แค่...อยากได้ยินจากเจ้าก็เท่านั้น”
“ก็แล้วทำไมจะต้องรังเกียจ ไม่ใช่ว่าใบหน้านี้ผ่านประสบการณ์มาอย่างหนักหน่วงหรอกหรือ? ท่านผ่านมาได้ ทิ้งเอาไว้แค่รอยบาดแผล นั่นถือว่าเป็นเรื่องน่าชื่นชมแล้ว”
“โอ้...”
“แน่นอนว่านั่นเป็นคำพูดสวยหรูเพื่อเอาใจท่าน” ชิงหมินหัวเราะออกมาเมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของคนข้างหลัง ราวกับซีเฉิงรู้อยู่ก่อนแล้ว เขาหัวเราะออกมาเบาๆแล้วตั้งใจฟังต่อ
“ถ้าพูดให้ถูก ข้าไม่ได้สนใจใบหน้าท่านขนาดนั้นเสียหน่อย” เด็กตัวแสบอย่างไรก็ยังเป็นเด็กตัวแสบอยู่อย่างนั้น ซีเฉิงได้ยินคำพูดนี้ของคนตัวเล็กก็ชะงักไป ดวงตาของเขาวาววูบหนึ่งคราก่อนจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
นิ้วมือยาวของเขาจับใบหน้าชิงหมินให้หันมา ดวงตาของพวกเขาประสานกันก่อนที่เขาจะประกบจูบคนตัวเล็กอย่างเอาแต่ใจ ผ่านไปเกือบสองนาทีจึงยอมปล่อยให้ชิงหมินเป็นอิสระ เขายังคงพูดต่อไปอีกประโยค
“ฮูหยินของข้า เหตุใดจึงพูดจาทำร้ายจิตใจกันนัก เจ้าเป็นฮูหยินของข้า จะไม่สนใจใบหน้าของข้าได้อย่างไร หืม?” ได้ยินคนตัวโตข่มขู่เช่นนั้น ชิงหมินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ข้าเพียงแกล้งท่านเท่านั้น ใบหน้าของท่านต่อให้มีบาดแผลก็ยังหล่อเหลาเช่นนี้ ถ้ารักษาจนหายดีอาจจะมีสตรีเข้ามาวุ่นวายก็ได้ เห็นหรือไม่ว่าข้าหึงหวงท่านเช่นกันน่ะ”
“เจ้าโกหก”
“แต่ท่านชอบไม่ใช่หรือ?” ชิงหมินกล่าวอย่างรู้ทัน ในใจของหวงซีเฉิงคันยุบยิบ เขารู้สึกว่าแค่การจูบสั่งสอนอาจจะไม่เพียงพอเสียแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะวันนี้เพิ่งเดินทางมาถึงจวนสกุลหลี่ เขาจะอุ้มชิงหมินของเขาเข้าห้องนอนแล้วก็จัดการเสียเลย
เจ้าเด็กแสบคนนี้รู้ดีไปเสียทุกอย่าง กระทั่งกล้าคาดเดาความคิดของเขาเสียแล้ว แน่นอนว่ามันถูกต้องเสียด้วย เขาชอบให้ชิงหมินหึงหวง ชอบเวลาที่ชิงหมินเรียกเขาด้วยความรัก ชอบเวลาที่คนตัวเล็กใส่ใจเขา ต่อให้ทั้งหมดจะเป็นแค่การแสดงอย่างไม่จริงใจก็ตาม
“ฮูหยินเจ้าคะ ข้านำชามาให้แล้วเจ้าค่ะ” หลี่เจาเจามาทันได้เห็นทั้งสองคนเพิ่งผละออกจากกัน นางแค่นหัวเราะเล็กน้อย บุรุษที่ได้ชื่อว่าแม่ทัพปีศาจผู้นี้ แท้จริงแล้วก็เหมือนกับบุรุษทั่วไปผู้หนึ่งเหมือนกัน
นางไม่ได้หึงหวงที่เขารักใคร่หลี่ชิงหมินขนาดนี้ เพราะนั่นหมายความว่าเขาไม่ใช่คนที่ไร้หัวใจจริงๆ วันนี้เขาดูแลคุณชายหลี่คนเล็กได้ดีมากเท่าไร วันข้างหน้าเขาก็สามารถดูแลนางได้ดีกว่านี้ด้วยเช่นกัน
หลี่เจาเจาไม่เชื่อว่าตนเองจะมีเสน่ห์น้อยกว่าบุรุษผู้หนึ่ง เทียบกันแล้ว...ร่างกายสตรีย่อมต้องดีกว่าบุรุษ ขอเพียงเขาได้สัมผัสร่างกายของนางเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จะต้องลืมคุณชายหลี่คนเล็กไปได้อย่างแน่นอน
ชิงหมินยังคงนั่งอยู่บนตักของหวงซีเฉิง ดังนั้นตอนที่หลี่เจาเจานำชาเข้ามา ย่อมต้องส่งชาตรงหน้าของเขา 2 ถ้วยด้วย เดิมทีชิงหมินแค่ต้องการยื่นมือออกไปรับถ้วยชานั้น แต่หวงซีเฉิงกลับปัดมันตกกระจายออกไปเสียก่อน
“กรี๊ด!!!” น้ำชากระเด็นมาลวกหลังมือของหลี่เจาเจาเล็กน้อย ในขณะที่ถ้วยชายังกระจายไปกระแทกแขนของหลี่ฮุยที่เดินตามหลี่เจาเจาเหมือนกับบ่าวรับใช้ด้วย สองสาวประสานเสียงร้องออกมาพร้อมกัน มองหน้าแม่ทัพหวงอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าจะมาเป็นบ่าวรับใช้ชิงหมิน แต่กลับกล้าส่งชาร้อนถึงมือของเจ้านายหรือ? ฝูเซ่า! เจ้าจงพาทหารของข้ามา บอกพวกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและลากสตรีทั้งสองไปลงโทษตามกฎของตระกูลหวง ไม่สิ! ในเมื่อพวกนางยังอยู่ตระกูลหลี่ อย่างนั้นก็ถามตระกูลหลี่ว่าการกระทำที่ไม่ระมัดระวังจนทำให้เจ้านายเกือบได้รับบาดเจ็บนี้ พวกเขามีบทลงโทษสำหรับบ่าวไพร่อย่างไร”
หวงซีเฉิงตวาดเสียงดัง เดิมทีเขาทำท่าจะสั่งให้โบยคนให้ตายตามกฎของตระกูลหวงด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ยังส่งเรื่องนี้ให้ตระกูลหลี่จัดการอยู่ดี
เขาอยากจะรู้ว่าถ้าฮูหยินหลี่ที่เป็นคนเจ้าคิดเจ้าวางแผนรู้เรื่องนี้จะแสดงออกอย่างไร การแสดงออกของบุตรเขยเช่นเขาชัดเจนมากแล้ว ถ้าอีกฝ่ายยังดื้อดึงที่จะส่งเหล่าบุตรีของอนุภรรยาเหล่านี้เข้าจวนหวง อย่างนั้น...ย่อมหมายความว่าชีวิตของทั้งสองก็ต้องมอบให้เขาด้วยแล้ว
เขาจะไม่เกรงใจอีก แม้ว่าจะเป็นคนของมารดาฮูหยินส่งมาก็ตาม
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ขอรับ” ฝูเซ่ารู้สึกยินดีอย่างมาก คุณหนูสกุลหลี่ทั้งสองคนไม่ได้เป็นข้ารับใช้จริงๆ ดูจากผิวพรรณของนางก็ย่อมรู้ว่าไม่เคยได้ทำงานอย่างเช่นบ่าวไพร่มาก่อน ดังนั้นถ้าพากลับไปจวนสกุลหวง มีแต่จะกลายเป็นภาระก็เท่านั้น เจตนานี้เด่นชัดเกินไป ต่อให้เขาไม่ได้ฉลาดเหมือนท่านแม่ทัพก็ยังมองออก
ครานี้ท่านแม่ทัพเพียงแค่ส่งคำเตือนเท่านั้น ถ้าทั้งสองคนยังยืนยันที่จะทำเช่นนี้ เขาก็ไม่รู้เลยว่าท่านแม่ทัพใหญ่จะลงมือเช่นไรอีกบ้าง
“ฮะ ฮูหยินช่วยด้วยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพใหญ่เมตตาด้วยเจ้าค่ะ พวกข้ากำลังฝึกฝนที่จะเป็นข้ารับใช้ที่ดี ขอท่านอย่าเพิ่งลงโทษเลยนะเจ้าคะ ให้โอกาสพวกข้าอีกครั้งเถอะเจ้าค่ะ” หลี่เจาเจาหน้าซีด รู้ว่าถ้าเรื่องนี้ถึงหูของฮูหยินใหญ่ พวกนางทั้งสองคนจะถูกพรากโอกาสไปทันที
นางไม่ต้องการทำเช่นนั้น แต่ไหนเลยจะรู้ว่าการชงชาให้เจ้านาย ไม่ควรส่งชาร้อนเกินไปให้ถึงมือ ไม่สิ! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายหลี่คนเล็กยื่นมือมารับ อย่างนั้นพวกนางก็ไม่ควรจะถูกตำหนิใช่หรือไม่?
แท้จริงแล้ว ทั้งหมดนี้ก็คือแผนของคุณชายต่างหาก! สารเลวยิ่งนัก!
…………………………………….