พิภพเทพเจ้า

    ความหวังอันเลือนลาง ตอนที่25

    ยามสาม จ้าวหลงเดินหายออกไปจากบ้านพักมุ่งตรงสูทิศเหนือจ้าวหลงเดินออกมาจากป่าไผ่ เขาพบกับหูตงเหลยยืนรออยู่แล้ว
    " นายน้อยโปรดเดินตามข้ามา"
    หูตงเหลยเดินไปหยุดยืนอยู่ที่ลานกว้างในป่าไผ่จ้าวหลงขณะนี้ที่มีใบหน้าเรียบนิ่งเขาขมวดคิวมองออกไปโดยรอบซึ่งในตอนนี้จ้าวหลง ได้ฝึกตำราผู้ผนึกไปอยู่ในระดับสูงแล้วเขาสังเกตุเห็นคลื่นพลังงานจากวงเวทย์ได้แต่มองได้เพียงลางๆเห็นการคงอยู่วงเวทย์ แต่ถ้าผู้ที่ทำการส้รางที่แห่งนี้รู้ว่ามีผู้สามารถมองเห็นได้คงแตกตื่นไม่ใช้น้อย หูตงเหลยสังเกตุเห็นปฏิกิริยาของจ้าวหลง ก็แอบทึงอยู่ในใจเช่นกันเขารู้สึกภูมิใจกับนายน้อยผู้นี้เป็นอันมากเขาไม่เสียใจเลยกับการตัดสินใจที่จะฝากตระกูลของตนไว้กับนายน้อยผู้นี้ ที่ผ่านการเลี้ยงดูมาจากนายหญิงที่ช้วยเหลือตระกูลของตนจนต้องทำให้นางและตระกูลของนางต้องประสบกับภัยอันตรายครั้งใหญ่
    "สมกับเป็นนายน้อย ท่านคงจะรู้สึกถึงการคงอยู่ของวงเวทย์ใช้ใหม"
    "อืม"
    หูตงเหลยเดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งบริเวณนั้นเขายื่นมือเข้าไปในโพลงไม้ผ่านไปชั่วครู่กับปรากฏวงเวทย์ขึ้นชั่วขณะ หลังจากวงเวทย์หายไปกับปรากฏ ทางเข้าขึ้นมาแทนที่เขาเคยอธิบายถึงการคงอยู่ป่าไผ่แถบนี้แล้ว เดิมทีเคยเป็นที่อยู่ของ เผ่าสุสานอยู่มาวันหนึ่งเผ่านี้กลับหายสาปศูนย์ไป ท่านยายของจ้าวหลงเดินทีเคยเป็นสิทย์ ของหนึ่งในผู้อาวุโสเผ่าสุสาน เมื่อถึงตอนที่โดนไร่ล่าในครานั้นท่านยายของจ้าวหลงพาคนของตระกูลจูหลบนี้มาซ้อนตัวที่นี้
    "นายน้อยโปรดตามข้ามา"
    หูตงเหลยพาจ้าวหลง ลงมายังข้างล่าง ด้านล่างถูกสร้างให้เป็นได้ทั้งที่พักและที่ฝึกยุทธจะมีพื้นที่เป็นลานกว้าง และยังมีการแบ่งออกเป็นห้องฝึกและแยกออกเป็นห้องทำสมาธิภายในลานกว้างเขาพบกับคนอีกสิบคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ด้านหลังทั้งสิบมีถังน้ำเตรียมไว้ตามที่จ้าวหลงสั่งการ ทั้งสิบคนมีสีหน้าแสดงออกถึงความเคารพเป็นอย่างมากต่อจ้าวหลง
    ทั้งสิบคนยังนึกถึงไปยังในครั้งอดีต ใบหน้าเด็กน้อยในห่อผ้าและแม่นางไป๋ เมื่อยามที่ต้องต่อสู้ไปพร้อมกับหนีการตามไร่ล่าของมือสั่งหาร และกองกำลังอ๋องหม่าตี้เสื้อผ้าที่เปื่อนไปด้วยเลือดของไป๋หลินยังตาตึงใจกลุมคนเหลานี้ไม่หาย เมื่อได้รับรู้ถึงการคงอยู่ จ้าวหลง ทำให้คนทั้งสิบยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับใช้นายน้อยผู้นี้ไม่ว่านายน้อยผู้นี้ต้องการให้พวกเขาทำสิ่งได้พวกเขาจะทำจนสุดความสามรถ ไม่ว่าสิ่งนั้นต้องแลกด้วยชีวิตของพวกเขาก็ตามที
    "กลุ่มคนทั้งสิบนี้คือหนึ่งในจำนวนที่ได้ต่อสู้ร่วมกับท่านไป๋ พวกเขาทั้งสิบคนยินดีที่จะติดตามท่านไปทุกที่ตามแต่ท่านจะมีคำสั่งไม่ว่าต้องแลกด้วยชีวิตของพวกเขาก็ตามที "
    หูตงเหลยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแสดงออกถึงความนับถือจ้าวหลงอย่างยิ่ง เขาแนะนำบุคคลทั้งสิบ
    " พวกเจ้ารู้หรือไม่ที่ข้าเรียกการพวกเจ้าทั้งสิบคนมาทำไม"
    จ้าวหลงหรี่ตาจ้องมองไปยังบุคคลทั้งสิบ
    " พวกข้าน้อยไม่ทราบ แต่ไม่ว่าสิ่งใดที่ท่านต้องการพวกเราพี่น้องยินดีจะปฏิบัติตามแม้แต่ชีวิตพวกเราหากท่านต้องการข้าก็จะมอบให้"
    เสียงที่หนักแน่นมาจากชายที่อยู่หัวแถวเขาคือจูห้าวหลินผู้มีใบหน้าองอาจกล้าหาญ
    " แม้แต่ตัวข้าน้อยเองหากนายน้อยต้องการข้าก็จะบริการท่านเต็มที่ได้เช่นกัน "
    เสียงที่มีเสน่ห์ ยั่วยวนดังมาจากท้ายแถว เป็นหญิงสาวที่แต่งตัวด้วยชุดม่วงอมชมพูมีกลิ่นหอมหวานชวนหลงไหล ไม่ว่าชายใดเห็นนางก็ไม่อาจหักห้ามใจเป็นแน่แท้ แม้แต่จ้าวหลงเมื่อได้ยิน ยังเกือบสติหลุดไปเช่นกันหัวใจเขาเต้นโครมครามเพียงชั่วครู่ก็กลับมาเป็นปกติ เนื่องด้วยหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขามีหุ่นที่ได้รูปเป็นอย่างยิ่งหน้าอกที่ใหญ่ผิดกว่าปกติ ใหญ่กว่าท่านยายเขาในตอนที่อยู่ในสภาพหญิงสาวเสียอีก
    " น้องเล็กอย่าเสียมารยาทต่อหน้านายน้อย "
    เสียงดังจากคนที่อยู่ถัดมาจากจูห้าวหลิน
    " แหม่พี่สอง ตอนนายน้อยยังเด็กข้ายังเคยอุ้มเขาด้วยสำไป ข้ากับนายน้อยอายุก็หางกันเพียงแค่สามปีเอง"
    จ้าวหลงเมื่อได้ยินที่ จูอี้หรู หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาหน้าแดงไม่น้อยเช่นกัน ยังงัยเขาก็ยังเป็นเพียงชายหนุ่มแต่ตัวเขาในตอนนี้ต้องคิดถึงแต่เรื่องบุญคุณความแค้นก่อนเป็นเรื่องแรกเรื่องอื่นไม่สำคัญกับเขาตอนนี้
    " ข้ารู้เรืองของพวกท่านมาจากท่านลุงตง ข้าต้องการจะสร้างกองกำลังขึ้นมาแค่ตัวข้าเพียงลำพังไม่อาจที่จะไปต่อกรกับจักรวรรดิได้ในตอนนีข้าต้องมีพลังมากกว่านี้ ข้าจะให้พวกท่านทำเรื่องต่างๆให้ข้า แต่ก่อนอื่นพวกท่านต้องมีพลังมากกว่านี้ และการฝึกนี้มันยากยิ่งมันทั้งทรมานตองใช้ความอดทน และอาจจะหมายถึงชีวิตพวกท่านด้วยเช่นกัน ข้าจะไม่บังขับหากพวกท่านไม่ยินยอม"
    ทั้งสิบคนตอบตกลงออกมาอย่างพร้อมเพียงหลังจ้าวหลงพูดจอบไม่มีอาการลังเลออกมาแม้แต่น้อย
    " ดี งั้นเรามาเริ่มกันเลย "
    จ้างหลงนำถ้วยออกมาสิบใบ เป็นถ้วยที่เขาได้เตรียมไว้ เขาเริ่มสร้างผนึกวงเวทย์ลงบนถัง ทั้งสิบใบทุกขั้นตอนทำให้เขาต้องใช้พลังวิญญาณในการผนึกไปถึงเจ็ดส่วน ทุกขั้นตอนที่เขาทำเป็นสิ่งที่เกินขอบเขตความเข้าใจ ของหูตงเหลย ไปไกลมากแล้ว หูตงเหลยได้แต่ทำหน้าอึงตลึง บางครั้งก็อ้าปากข้างตกใจกับสิ่งที่เห็น เขาก็ยังปักใจคงเดิมว่าจ้าวหลงจะต้องได้รับการสืบทอดขั้นสูงมาจากไป๋หลินเป็นแน้สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขายิ่งปักใจ เคารพนับถือต่อนายน้อยผู้นี้ยิ่งขึ้นไปอีกหลายระดับ
    ใบหน้าจ้าวหลงมีเม็ดเหงื่อไหลเต็มไบหน้า ชุดเขาเปียกไปด้วยหยาดเหงื่อท่วมตัวที่ไหลหลิน หากในยามนี้เป็นตอนกลางวันที่มีแสงเจิดจ้าจะมองเห็นไอระเหยของไอน้ำออกมาจากจ้าวหลงได้จางๆ
    จูอี้หรู เมื่อเห็นภาพชายหนุ่มตรงหน้าใบหน้าของนางกลับปรากฏสีแดงจางๆขึ้น เดิมทีนางเพียงแค่หยอกล้อกับหนุ่มน้อยผู้นี้เท่านั้นเอง แต่ภาพตรงหน้ากับทำให้หัวใจนางพองโตเกินปกติ นางผู้ที่มีแต่จะทำให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ลุ่มหลง แต่ตัวนางเองกับไม่คิดว่า หนุ่มน้อยตรงหน้ากับทำให้นางรู้สึกได้เช่นนี้
    ไม่เว้นแม้แต่อีกเก้าคนที่เหลือยิ่งทวีความนับถือในตัวนายน้อยผู้นี้ยิ่งขึ้น
    หลังจากเตรียมการทั้งหมดเสร็จสิ้นจ้าวหลงเดินไปหยิบวัสดุที่ให้หูตงเหลยนำมาจาก ถังกู๋เขาบรรจงใส่วัสดุทั้งหมดลงในถ้วยอย่างพิถีพิถัน โดยไม่ซำกัน ตามที่เขาได้แนวการฝึกของทั้งสิบมาจากหูตงเหลย หลังจากนั้นเขาหยิบขวดเลือดเทลงไปในถังอย่างละครึ่งขวด แม้ครึ่งขวดก็ทำให้จ้าวหลงน้ำตาตกในได้เช่นกัน เขาคลายผนึกเปิดการทำงานวงเวทย์ แสงสว่างจ้า
    " จูห้าวหลิน ท่านลงไปแช่ในถังใบที่หนึ่ง ถังนี้ข้าเตรียมไว้ให้ท่าน ฝึกกายาวารี ถังนี้ข้าใช้ผลน้ำค้างมังกรซึ่งมีธาตุน้ำเป็นแกนนำใช้หญ้าหลายกระดูก และ ผลเต่าอัคคี เป็นตัวเสริม ผลไม้วิญญาณทั้งสามนี้เป็นตัวนี้จะทำให้ท่านควบคุมพลังวิญญาณจากบ่อเลือดได้แต่ข้าขอเตือนไว้อย่าง มันไม่ง่ายอย่างที่พวกท่านคิด ท่านอาจจะร้องขอความตายซะดีกว่าก็ได้เมื่อลงไป แล้วอีกอย่างท่านไม่สามารถหยุดกลางขั้นได้ มันจะมีผลกับการฝึกของท่านในอนาคตได้หรือถึงขั้นทำให้ธาตุไฟเข้าแทรกได้รับบาดเจ็บไปถึงดวงจิตท่านได้และอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยเช่นกัน"
    จูห้าวหลินเมื่อได้ยินดังนั้นกับไม่แสดงอาการหวาดกลัวเขากระโดดลงไปในบ่อเลือดทันทีแต่เมื่อเขากระโดดลงไปได้เพียงครึ่งตัว ความมันใจความอาจหาญหายไปจนหมดสิ้น
    " อ๊ากๆๆ " เขาร้องไม่ตางจากจ้างหลงเลยอาจจะดังยิ่งกว่า
    " รีบเดินพลังกายาวารีที่ท่านฝึกมา "
    จ้าวหลงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังเขาเปิดพลังปราณฟ้าทำให้น้ำเสียงของเขามีพลังกดดันเป็นอันมาก พวกที่เหลือตกใจกับน้ำเสียงและพลังที่จ้าวหลงแสดงออกมา
    จูห้าวหลิน เมื่อได้ยินดังนั้นเขาฝืนดึงสติกลับมาอย่างยากลำบากเดินพลังกายวารี ความเจ็บปวด ความทรมานยิ่งกว่าตาย เบาบางลง จ้าวหลงหันไปมองดูอีกเก้าคนที่เหลือกับพบว่าอีกเก้าคนที่เหลือมีใบหน้าซีดขาวเม็ดเหงือไหลต่างน้ำกันไปหมดแล้ว
    " พวกท่านยังยืนยันคำเดิมอยู่ใหม " เขามองทั้งเก้าคนที่เหลือด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
    .ทั้งเก้าคนได้แต่พยักหน้าแต่ไม่พูดออกมา ถึงอย่างไรความแค้นที่อัดฝังแน้นอยู่ในจิตใจก็เกินกว่าความยากในการฝึกนี้ ขอให้ได้ล้างบัญชีแค้นที่อัดฝังแน่นอยู่ในจิตใจของพวกเขา ต่อให้ต้องเจ็บปวดมากกว่านี้หรือแม้แต่ต้องกลายเป็นอสูรพวกเขาก็จะทำ ทั้งเก้าคนกระโดดลงไปอย่างพร้อมเพียงหลังจากแช่ลงไป ภาพเหุการณ์ที่เกิดกับจูห้าวหลิน เกิดกับทั้งเก้าคนเช่นกันจ้าวหลงใช้พลังเปรงเสียงดึงสติคนทั้งเก้ากลับมา
    ตงเหลยเฝ้ามองดูการกระทำของจ้าวหลงตลอดเวลา บัดนี้ เขาเถิดทูลนายน้อยผู้นี้อยู่เหนือหัวเขาไปแล้ว
    จ้าวหลงหันไปมองตงเหลยพร้อกับรอยยิ้มที่เป็นมิตร
    "ท่านสนใจอยากลองใหม"
    หูตงเหลยเมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าเขาซีดเหมือนคนขาดเลือดขึ้นมาอย่างกระทันหัน เม็ดเหงือเกิดขึ้นอยางพร้อมเพียง เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิงแต่สันเครือหน่อยๆ
    " ไม่ละข้าขอเป็นผู้คอยทำงานให้นายน้อยอยู่เบื้องหน้าจะเป็นการดีกว่า "
    จ้าวหลงพยักหน้าอย่างเข้าใจเป็นเขาถ้าเลือกได้ก็คงไม่ลงไปแช่ในบ่อเช่นกันเขาหันหลังกลับไปนังฟื้นฟูพลังวิญญาณ
    " ฮืมที่นี้พลังวิญญาณก็หนาแหน่นเช่นกัน" จ้าวหลงเปยออกมาเบ่าๆ
    หูตงเหลย สั่งเกตุเห็นใบหน้าที่แปลกใจของจ้าวหลง
    " นายน้อยไม่ต้องแปลกใจไป ที่นี้เดิมเคยเป็นที่ฝึกวิชาของคนจากเผ่าสุสาน ห้องนี้สร้างขึ้นจากศิลาวิญาณขั้นสูงจำนวนมาก จึงทำให้มีพลังวิญญาณที่หนาแน่น"
    " แล้วหลังจากนั้นพวกท่านไม่ได้ขาวของคนจากเผ่าสุสานอีกหรือ"
    หูตงเหลยมี สีหน้าเงียบครึม พร้อมกับสายหน้าของเขา เมื่อเห็นอาการของหูตงเหลยจ้วหลงไม่ได้สนใจอีกเขาหลับตาลงทำสมาธิร่วบรวมพลังวิญญาณ
    ผ่านไปหลายชั่วยาม ทั้งสิบจากเดิมทีพวกเขามีใบหน้าแสดงออกจากความทรมารของการกัดกล่อนของเลือดอสูร และพลังวิญญาณของผลไม้ที่ไหลทะลักเข้าสูร่างกายพวกเขา
    จูห้าวหลินถึงกับตกใจกับพลังงานที่ไหลเวียนผ่านการฝึกกายาวารี เมื่อพวกเขาเดินพลังกายาพลังงานไหลบาทะลักฝาแนวกันจุดตีบตัน จุดตีบตันพวกนั้นหายไปจนหมดสิ้น นี้ขนาดเขาเปิดผนึกวงเวทย์ของนายน้อยเพียงแค่ สีส่วนยังได้ขนาดนี้ถ้าเขาเปิดเตมสิบส่วนผลที่ออกมาคงจะขาดไม่ถึงเป็นแน่
    ทั้งสิบคนเปิดวเวทย์อยู่ในระดับสีส่วนเท่ากัน พวกเขามีความคิดเหมือนกันตรงที่จะฝ่าเข้าไปอีก ทั้งสิบคนเปิดผนึกระดับห้าส่วน แทบจะในเวลาเดียวกัน
    " อ๊ากก ร้อน ร้อน ช้วยข้า "
    " อ๊ากก ร่างกาย ร่างกายข้า ข้า "
    " อ๊าก "
    ทั้งสิบคนร้องออกมาไม่ต่างจากอาการเริ่มแรกหลังจากที่กระโดดลงในบ่อเลือด พวกเขาทั้งสิบหลังจากที่เปิดผนึกถึงขั้นสี่ พลังพวกเขายกขึ้นมาหลายระดับ ร่างกายก้าวข้ามไปไกลกว่าก่อนหน้านี้ แต่หลังจากที่พวกเขาเปิดผนึกที่ห้า ผลที่ได้กับตรงข้ามจากความคาดหวังต่างๆที่พวกเขาตั่งตารอ ความหวังหายไปจนหมดสิ้น ความสิ้นหวังเข้ามาแทนที่ พวกเขาเข้าใจในเวลานี้เอง ดังที่ว่าควรรู้ขอบเขตของตัวเองหากหวังพลังที่มากเกินไป จะนำความดับสูญมาสู่ตนเอง
    จ้าวหลงยืนขึ้นพร้อมกับใบหน้าซีดเผือด หูตงเหลยผู้เฝ้าสังเกตุการณ์ก็มีอาการไม่ต่างกันกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทั้งสิบ เขาหวังกับทั้งสิบคนนี้ไว้สูงมากและทั้งสิบ ยังเป็นญาติพี่น้องที่ฟันฝ่าการต่อสู้ต่างๆมาด้วยกันภาพเหตการณ์นองเลือด ต่างๆกลับปรากฏในความคิดของหูตงเหลยอีกครั้ง