“สิบสามขอให้ข้าแนะนำตัวอีกครั้ง ข้าชื่อกงเสวียน เป็ศิษย์คนแรกของท่านอาจารย์และเป็ศิษย์พี่ใหญ่ของเ้า”กงเสวียนมองไปที่เยี่ยซางและแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการ
“เยี่ยซางคารวะศิษย์พี่ใหญ่”เยี่ยซางประสานหมัดทักทายกงเสวียน
หลังจากที่เยี่ยซางทักทายกงเสวียนแล้วหนานกงไต้และคนอื่นๆ ก็เข้ามาทักทายเขา และเรียกกงเสวียนว่าอาจารย์ลุงใหญ่
เมื่อกงเสวียนแนะนำตัวแล้วศิษย์คนอื่นๆ ของหลิ่วหยางอวี่ต่างก็เริ่มแนะนำตัวเองเช่นกัน
ศิษย์ของหลิ่วหยางอวี่เรียงตามลำดับได้แก่ ศิษย์คนแรก กงเสวียน, ศิษย์คนที่สอง อู๋ฉี่, ศิษย์คนที่สามหวาหนาน, ศิษย์คนที่สี่หวงอัน, ศิษย์คนที่ห้าหลิวเผิง, ศิษย์คนที่หกชิงจี, ศิษย์คนที่เจ็ดโจวเจิ้ง, ศิษย์คนที่แปดสือเทียนหลิน, ศิษย์คนที่เก้าหยางเหล่ย, ศิษย์คนที่สิบเถาหยวน, ศิษย์คนที่สิบเอ็ดโม่เฉิน, ศิษย์คนที่สิบสองเสียชีวิตไปแล้วและศิษย์คนที่สิบสามคือ เยี่ยซาง
ในหมู่พวกเขามีเพียงศิษย์คนที่หก ชิงจี และศิษย์คนที่เก้า หยางเหล่ยเท่านั้นที่เป็ผู้หญิง ทั้งสองถือเป็อาจารย์ป้าของศิษย์หลายคน
“เยี่ยซางผู้นี้คืออาจารย์อาของเ้า เป็พี่น้องร่วมสาบานกับอาจารย์ของเ้าเราเติบโตมาด้วยกัน ต่อมาก็เข้าสู่หุบเขาโอสถพร้อมกัน ยามนี้เขาเป็ผู้าุโคุมกฎของยอดเขาไท่เสวียน”หลิ่วหยางอวี่แนะนำเถี่ยชางซึ่งอยู่ข้างๆ ตนเองให้กับเยี่ยซาง
“ศิษย์เยี่ยซางคารวะอาจารย์อา”เยี่ยซางคำนับเถี่ยชาง
“ฮ่าฮ่า!อาจารย์ของเ้าไม่ได้ให้ของรับศิษย์ตามพิธีแก่เ้า แต่อาจารย์อาจะให้เ้าเองข้าเห็นว่าเ้ามีสัตว์อสูรบินอยู่ ดังนั้นอาจารย์อาจะให้พื้นที่ฝึกสัตว์แก่เ้า”หินสีฟ้าเป็ประกายแวววาวปรากฏขึ้นในมือของเถี่ยชาง
“เถี่ยชางนั่นมีค่ามากเกินไปเยี่ยซางยังเด็กอยู่ ดังนั้นเขาจึงมีความผิด1!”หลิ่วหยางอวี่กล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ไม่เป็อะไรหรอกถ้าใครกล้าขโมยของศิษย์หลานข้าแล้วก็ข้าจะทำลายมันทั้งบ้าน”เถี่ยชางกล่าวด้วยดวงตาเบิกกว้าง
“เอาละ!เยี่ยซาง สิ่งที่อาจารย์อาของเ้ามอบให้นั้นเป็ของดีมีผู้ฝึกจำนวนไม่น้อยที่มีสัตว์ขี่แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพื้นที่ฝึกสัตว์ ซึ่งหมายความว่าเ้าสามารถนำสัตว์ขี่ติดตัวไปได้ทุกที่”หลิ่วหยางอวี่กล่าว
“ขอขอบคุณอาจารย์อาเถี่ยชางขอรับ” เยี่ยซางรับหินฝึกสัตว์อย่างไม่เกรงใจ
“ตรงไปตรงมาดีข้าชอบ!” เถี่ยชางหัวเราะแล้วตบหลังเยี่ยซาง
“เยี่ยชางเ้าจะไปที่หน้าผาจิ้งซินกับอาจารย์เพื่อฝึกฝนหรือจะอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่ต่อกันเล่า?” หลิ่วหยางอวี่ถามเยี่ยซาง
“ศิษย์คุ้นเคยกับการอยู่กับศิษย์พี่ใหญ่แล้วหากมีคำถามใดๆ เกี่ยวกับการฝึกฝนที่ศิษย์ไม่เข้าใจ ศิษย์จะไปหาท่านอาจารย์ขอรับ”เยี่ยซางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบ
“ตกลงถ้าเ้ามีคำถามใดๆ ถามศิษย์พี่ของเ้าได้”หลิ่วหยางอวี่พยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นและจากไป เขารู้ว่าถ้าตนเองยังรั้งอยู่ที่นี่ต่อลูกศิษย์และหลานศิษย์ของเขาคงไม่อาจเลิกเข้ามาพูดคุยกับเขาได้
เถี่ยชางตบไหล่เยี่ยซางและจากไปเช่นกัน
“น้องสิบสามเ้าโหดร้ายเกินไปแล้ว” หวาหนานมองไปที่เยี่ยซางและพูดด้วยรอยยิ้ม
“ใช่พวกเรานับสิบคน มีสักกี่คนที่ฝึกฝนบนยอดเขาไท่เสวียนเป็เวลาสองสามปีก่อนที่จะได้รับการยอมรับจากอาจารย์แต่เ้าเพิ่งมาที่นี่ได้เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น” หยางเหล่ยศิษย์พี่หญิงเก้าของเยี่ยซางพูดพลางยิ้ม
“คารวะศิษย์พี่หญิงเก้า”เยี่ยซางคำนับหยางเหล่ย
“สิบสามน้อยไม่จำเป็ต้องสุภาพเกินไป เราต่างก็เป็ศิษย์ของอาจารย์ จึงเป็เหมือนกับพี่สาวและน้องชายหากมีปัญหาใดที่แก้ไขไม่ได้ เ้าย่อมมาหาพี่หญิงเก้าได้”หยางเหล่ยพูดกับเยี่ยซางอย่างเป็กันเอง
“สิบสามพี่หญิงเก้าของเ้าเป็คนเดียวในหมู่พวกเราที่ฝึกฝนหัตถ์คลุม์ได้ มีบางสิ่งที่เ้าต้องขอคำแนะนำเสียแล้ว”หวาหนานพูดกับเยี่ยซาง
เมื่อได้ยินคำพูดของหวาหนานเยี่ยซางก็ตกตะลึงหยางเหล่ยเป็สตรี ในฐานะผู้หญิงจึงไม่ง่ายเลยที่จะฝึกฝนหัตถ์คลุม์
“อย่าไปฟังเื่ไร้สาระของศิษย์พี่สามข้าเพิ่งเริ่มฝึกตอนอยู่ระดับจวี้หยวนขั้นสูง จะเก่งกาจกว่าน้องสิบสามได้อย่างไรเล่าแค่เลี่ยนชี่ขั้นห้าก็สามารถฝึกฝนได้แล้ว” หยางเหล่ยกล่าวหลังจากมองหวาหนาน
พอพวกเขาพูดคุยกันในห้องโถงใหญ่สักพักหนึ่งทั้งกลุ่มก็ไปที่บ้านหลังเล็กที่ป่าไร้สำเนียงของชิงจีเพื่อรับประทานอาหารกันลานบ้านของนางอยู่ใกล้กับยอดเขาไท่เสวียนมากที่สุดจึงสะดวกสำหรับทุกคนที่จะไปที่นั่น
หลังจากรับประทานเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันไป
“โอ้ การเปลี่ยนแปลงนี้เร็วเกินไปแล้วสิบสามน้อยกลายเป็อาจารย์อาสิบสาม ช่างไม่มีเหตุผลเสียเลย” ระหว่างทางกลับไปที่ยอดเขาป่าไผ่ถังเทียนยังคงพึมพำเกี่ยวกับเื่นี้
“สิบสามน้อยยังเป็ชื่อที่เ้าสามารถเรียกได้อยู่หรือ? เ้า้าโดนตีใช่หรือไม่?” กงเสวียนหันศีรษะไปจ้องถังเทียน
ถังเทียนหดคอกลับไม่กล้าพูดต่อเขาไม่กล้าโต้แย้งในเื่นี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดผู้าุโและศิษย์พี่ศิษย์น้องล้วนมีค่ามากสำหรับผู้ฝึกตน
หลังจากพูดคุยกับกงเสวียนและคนอื่นๆแล้ว เยี่ยซางก็กลับไปยังบ้านพักของตนเอง
ศิษย์รับใช้ทั้งสองที่บ้านของเยี่ยซางมองไปยังเทียนอวี่อย่างอับจนหนทางเทียนอวี่จับวัวแพะ2ไว้ด้วยกรงเล็บอันแหลมคมโดยไม่ยอมให้ศิษย์รับใช้มาเอาไป
เมื่อเห็นเยี่ยซางกลับมาเทียนอวี่ก็ไม่สนใจเื่นี้อีกต่อไป อย่างไรมันก็ไว้ใจเยี่ยซาง จึงคิดว่าเป็ไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะขโมยอาหารของตนเองและหากไม่ใช่เพราะมันเคยเห็นศิษย์รับใช้สองคนนี้มาก่อน มันคงจะโจมตีไปแล้ว
“ท่านเยี่ยซางกลับมาแล้วสัตว์อสูรของท่านไม่ยอมปล่อยอาหาร เรา้าช่วยนำไปย่างให้ แต่เราทำไม่ได้”ศิษย์ช่วยงานทั่วไปพูดด้วยสีหน้าขมขื่น
พอเห็นเยี่ยซางเทียนอวี่ก็ปล่อยวัวแพะที่จับไว้แล้ววิ่งไปข้างๆ เยี่ยซาง ก่อนจะใช้หัวของมันชนเยี่ยซางเบาๆ
“ไม่ต้องกังวลพวกเ้าสองคนไปทำงานต่อเถิด!” เยี่ยซางพูดกับศิษย์ช่วยงานทั่วไป จากนั้นจึงทำความสะอาดขนของเทียนอวี่
วันรุ่งขึ้นเยี่ยซางยังคงเก็บตัวเงียบ หลิ่วหยางอวี่ก็ไม่ได้มาที่นี่ขณะที่กงเสวียนจะมาหาทุกสองสามวันเท่านั้นส่วนเถี่ยชางมักจะมานั่งดื่มชากับเยี่ยซางแล้วถามไถ่เกี่ยวกับการบ่มเพาะของเขานอกจากนี้อีกฝ่ายยังช่วยแนะนำเยี่ยซางเกี่ยวกับพื้นที่ฝึกสัตว์ด้วย
เถี่ยชางบอกเยี่ยซางว่าสัตว์อสูรที่มีจิติญญาสูงๆแบบเทียนอวี่นั้นแตกต่างจากสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรทั่วไปที่ถูกทำให้เชื่องหากไม่จำเป็อย่าใส่มันลงในพื้นที่ฝึกสัตว์เพราะการเติบโตในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาตินั้นย่อมดีกว่าและยังส่งผลดีต่อการพัฒนาต่างๆของเทียนอวี่มากกว่าด้วย
หลังจากฟังคำพูดของเถี่ยชางแล้วเยี่ยซางก็เข้าใจเกี่ยวกับการฝึกฝนสัตว์มากขึ้น สัตว์ร้ายและสัตว์อสูรที่นำมาฝึกจะสูญเสียจิติญญาและความดุร้ายของมันไปไม่มีพื้นที่สำหรับการพัฒนาต่อ แต่ศักยภาพของเทียนอวี่นั้นกลับสูงมากซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสัตว์ขี่ที่ถูกฝึกทำให้เชื่องตัวอื่นๆ
ด้วยคำเตือนของเถี่ยชางเยี่ยซางจึงยังคงปล่อยให้เทียนอวี่ออกไปล่าสัตว์เหมือนเดิม
ในชั่วพริบตานั้นหนึ่งเดือนก็ผ่านไปการบ่มเพาะของเยี่ยซางเลื่อนระดับเป็ขั้นหกของเลี่ยนชี่ได้สำเร็จ ขณะที่คัมภีร์หมื่นวิถีก็ได้รับการฝึกฝนจนถึงขั้นสี่ของเลี่ยนเซวี่ย
หลังจากเข้าสู่ขั้นที่หกของเลี่ยนชี่แล้วหัตถ์ผลักภูผาของเยี่ยซางก็ใช้งานได้ง่ายขึ้นแม้ว่าจะโจมตีได้เพียงครั้งเดียวแต่พลังก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ปราณแท้จริงของเขาเองก็โคจรได้ราบรื่นมากขึ้นเช่นกัน
สิ่งที่พัฒนามากที่สุดของเยี่ยซางกล่าวได้ว่าคือทักษะหอกไล่ลมเขาเชี่ยวชาญในการควบคุมพลังสั่นะเืและคลื่นกระแทกจนถึงขั้นที่สามารถใช้ได้อย่างอิสระแล้วเื่นี้ทำให้เถี่ยชางที่เฝ้ามองการฝึกฝนของเยี่ยซางรู้สึกชื่นชมเขาเป็อย่างยิ่งเนื่องจากเยี่ยซางได้สร้างทักษะใหม่โดยต่อยอดจากทักษะการต่อสู้เดิมที่มีอยู่ ความสามารถเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถทำได้การบ่มเพาะและทักษะต่อสู้ล้วนเป็มรดกที่ผู้ฝึกตนให้ความสำคัญแม้สิ่งที่เยี่ยซางทำจะไม่ยากเท่ากับการสร้างทักษะต่อสู้ของตัวเอง แต่ก็ยังถือว่าเป็เื่ยากมากอยู่เช่นกัน
หลังจากฝึกซ้อมอีกครั้งแล้วเยี่ยซางก็เหลือบเห็นกงเสวียนกำลังเดินมาหาตนเอง
“สิบสามน้อยเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้พวกเราจะเปิดค่ายกลรวบรวมจิติญญาแล้ว” กงเสวียนกล่าว
“ข้าทราบแล้วขอรับทำให้ศิษย์พี่ใหญ่ต้องลำบากเดินทางมาหา ขออภัยด้วย”เยี่ยซางเทน้ำหนึ่งแก้วให้กงเสวียนแล้วพูด
“ไม่มีปัญหาเ้าก็เหลือเกิน ท่านอาจารย์บอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าให้ไปรับเข็มขัดมิติวันนี้ข้าไปจัดการบางเื่ที่ห้องโถงไท่เสวียน ถึงได้รู้ว่าเ้ายังไม่ได้ไปรับมันเสียทีเ้าถึงกับลืมเื่สำคัญเช่นนี้ นี่ ข้าเอามาให้เ้าแล้ว”กงเสวียนส่งเข็มขัดมิติให้กับเยี่ยซาง
ถึงจะเรียกว่าเข็มขัดมิติแต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เข็มขัดมันเป็เพียงเครื่องประดับที่ใช้ติดเข็มขัดยาวสี่ชุ่น3 กว้างหนึ่งชุ่นสิ่งที่กงเสวียนส่งมาให้เยี่ยซางคือลวดลายปี่เซียะสีเงินดูเหมือนจะทอขึ้นด้วยด้ายเงิน ถือเป็เข็มขัดมิติที่งดงาม
--------------------------------------------------------------------
1เขาจึงมีความผิด มาจาก คนธรรมดาเป็ผู้บริสุทธ์ แต่เขามีความผิด (匹夫无罪,怀璧其罪) เป็สำนวนจีนหมายถึง ความมั่งคั่งสามารถนำมาซึ่งภัยพิบัติได้ (คนไม่มีความผิดผิดที่หยก)
2วัวแพะ เป็สัตว์ชนิดหนึ่ง หมายถึง ทาคิน เป็สัตว์กินพืชสี่เท้ามีรูปร่างเหมือนวัว แต่มีขนและเขาคล้ายแพะูเา สูงประมาณ 97- 140 เิเหนักประมาณ 250-350 กิโลกรัม อาศัยอยู่ในป่าบนเทือกเขาสูงแทบหิมาลัยตะวันออกตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เนปาล ภูฏาน อินเดีย และเมียนมาร์
3 ชุ่นเป็หน่วยวัดของจีน 1 ชุ่นประมาณ 1 นิ้ว