ฉินลู่กับชายผมยาวที่กำลังจับมือกันอยู่
ในตอนแรก ชายผมยาวยิ้มเย้ยและออกแรงบีบก่อน เพราะอยากทำให้ฉินลู่ดูแย่
แต่ฉินลู่งอนิ้วเล็กน้อย และใช้ข้อนิ้วออกแรงกดที่จุดกดฝ่ามือทันใดนั้น ชายผมยาวก็ชาไปทั้งแขน
“อะไรกัน”
ไม่รอให้เขาได้ทันตั้งสติฉินลู่ที่โดนข่มเมื่อกี้ ตอนนี้ออกแรงบีบกลับไปบ้าง
“โอ๊ย!”
ชายผมยาวไร้ความมุมานะและความอดทนเหมือนที่ฉินลู่มีพอรู้สึกถึงความเ็ปเขาก็ร้องออกมาทันที เ็ปจนตัวงอ
ฉินลู่รีบคลายมือออกทันที ก่อนแกล้งถามด้วยสีหน้าเป็ห่วงเป็ใยว่า“นี่ นายเป็อะไรไป”
“นี่แก...” ชายผมยาวกำลังจะอ้าปากด่าฉินลู่แต่นึกได้ว่าตอนนี้อยู่ในบ้านเฉียนเชี่ยน จะบุ่มบ่ามไม่ได้ จึงอดกลั้นเอาไว้และพูดขู่ฉินลู่แทน “ดีมาก แรงเยอะดีนี่หวังว่ามือข้างนั้นของนายจะแข็งแรงตลอดไปนะ”
“มือของฉันจะต้องแข็งแรงตลอดแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มือของนายจะเป็ยังไงบ้าง” ฉินลู่พูดพลางหัวเราะ
ชายผมยาวทำหน้าเหมือนจะะเิอารมณ์จ้องฉินลู่อยู่นานกว่าจะสงบลงมาได้บ้าง
เื่ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสองคนทำให้พ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนที่อยู่ในครัวต้องออกมาดูและถามว่า “พวกนายทำอะไรกันนั่งก่อนสิ”
“คุณป้าครับ ผมว่าผมไม่นั่งแล้วดีกว่า”ชายผมยาวหันไปพูดกับแม่ของเฉียนเชี่ยน “ในเมื่อเฉียนเชี่ยนมีแฟนอยู่แล้วผมจะอยู่ที่นี่ต่อไปทำไม ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“นี่ๆ เทียนิ อย่าเพิ่งกลับสิ” แม่ของเฉียนเชี่ยนดึงแขนชายผมยาวไว้แล้วหันมาจ้องเฉียนเชี่ยนพร้อมพูดว่า “อย่าไปฟังที่เฉียนเชี่ยนพูดเลยพวกเขายังไม่ได้คบกันอย่างเป็ทางการหรอก อีกอย่าง ลูกสาวของฉันจะคบกับใครก็ต้องผ่านด่านของพ่อกับแม่ก่อนจริงไหม”
“แม่!”เฉียนเชี่ยนกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิด
“เงียบไปเลย!”แม่ของเฉียนเชี่ยนทำตาดุใส่เธอ จากนั้นก็หันไปพูดกับฉินลู่ว่า“นายกับเฉียนเชี่ยนก็คงเพิ่งคบกันได้ไม่นานสินะส่วนเื่ที่ว่านายจะมาเป็ลูกเขยฉันได้หรือไม่นั่นก็ต้องดูก่อนว่านายเป็คนยังไง และต้องดูอีกหลายๆ เื่ด้วยเพราะการแต่งงานไม่ใช่เื่ล้อเล่น นายเข้าใจใช่ไหม”
ฉินลู่ไม่มีอะไรจะพูด จึงทำได้แค่พยักหน้า
“ดูแล้วฉันก็น่าจะยังมีโอกาสสินะ”ชายผมยาวมองฉินลู่แล้วยิ้มอย่างดูถูก จากนั้นก็พูดแนะนำตัวว่า “ฉันชื่อจางเทียนินายชื่ออะไร”
“ฉินลู่”
แม่ของเฉียนเชี่ยนยิ้มและมองไปที่ฉินลู่กับเทียนิพร้อมกับพูดขึ้นว่า “งั้นก็คุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวป้าไปทำกับข้าวให้กิน”
แม่ของเฉียนเชี่ยนกลับเข้าไปในห้องครัว
ฉินลู่ เฉียนเชี่ยน และจางเทียนิต่างพากันนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น
เฉียนเชี่ยนตั้งใจทำท่าทีสนิทสนมกับฉินลู่ และปล่อยให้จางเทียนินั่งหงอยอยู่คนเดียว
จางเทียนิไม่ได้พูดอะไรแต่ถ้าใครมาเห็นเข้าก็จะมองออกทันทีว่าเขากำลังจะร้องไห้ออกมาแล้ว
ผ่านไป 30 นาที
แม่ของเฉียนเชี่ยนทำอาหารเสร็จทุกอย่างก็ถูกวางไว้บนโต๊ะอาหารที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน
“มาๆๆ ทุกคน มากินข้าวกันได้แล้ว”
ทุกคนนั่งร่วมโต๊ะอาหาร แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรเลย
มีเพียงแม่ของเฉียนเชี่ยนที่อารมณ์ดีมาก เธอมองฉินลู่ที มองจางเทียนิทีและรู้สึกว่าใช้ได้ทั้งคู่เลย ต่างก็หล่อเหลาเอาเื่แต่ไม่รู้ว่าใครจะหาเงินได้เก่งกว่ากัน
“ที่รัก คุณว่าเด็กสองคนนี้ ใครดีกว่ากัน”แม่ของเฉียนเชี่ยนแอบกระซิบถามสามี
“ใช้ได้ทั้งคู่เลยนะ เราคงต้องรอดูว่าลูกสาวเราจะเลือกใคร”
“ให้ลูกเลือกเหรอ” แม่ของเฉียนเชี่ยนมองไปที่เฉียนเชี่ยน และพูดว่า“ให้ลูกเลือกเองมันจะดีเหรอคุณ ลูกอายุยังน้อย มีประสบการณ์ชีวิตที่ไหนกันล่ะถ้าให้ลูกเราเลือกเอง ยังไงก็คงเลือกตาฉินลู่คนนั้นแน่ แล้วถ้าฉินลู่มีดีสู้จางเทียนิไม่ได้ขึ้นมาล่ะงั้นก็แย่เลยสิ เพราะฉะนั้น เื่นี้เราสองคนมาช่วยลูกดูกันดีกว่า ยังไงซะคุณก็คงไม่อยากให้ลูกต้องมีชีวิตที่ลำบากในอนาคตหรอกใช่ไหม”
“เฮ้อ คุณนี่ชอบยุ่งเื่ลูกซะจริงถึงผมจะร้อนใจเื่การแต่งงานของเชี่ยนเชี่ยนเหมือนกัน แต่ว่าเราทำแบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอ”
“เกินไปอะไรกัน คุณก็อยู่เฉยๆ ของคุณไปเถอะรอดูว่าฉันจะเลือกลูกเขยให้คุณยังไง”
แม่ของเฉียนเชี่ยนพูดพลางยิ้มออกมา และหันไปพูดกับฉินลู่และจางเทียนิว่า“กินข้าวกันสิ จะนิ่งกันอยู่ทำไม รีบกินเถอะ กินเลย”
“ขอบคุณครับคุณป้า”อาหารที่น่ากินบนโต๊ะทำให้ฉินลู่น้ำลายไหลตั้งนานแล้วพอได้ฟังแม่ของเฉียนเชี่ยนพูดคำนี้ เขาก็รีบจับตะเกียบขึ้นมาทันที
“ผัวะ”
เฉียนเชี่ยนแอบเอาศอกกระแทกฉินลู่เบาๆ และทำท่าทีส่งซิกให้ฉินลู่
ฉินลู่เข้าใจทันที เขาลุกขึ้นมาและพูดกับพ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนว่า“คุณลุงคุณป้า ได้ยินเฉียนเชี่ยนบอกว่าพวกท่านชอบดื่มเหล้า อาหารรสเลิศจะขาดสุราไปได้ยังไงผมเลยตั้งใจเอาเหล้ายาดองที่ผมดองเองกับมือมาฝากครับ”
ฉินลู่พูด พลางเดินไปที่ห้องนั่งเล่นใกล้ประตูยกไหเหล้าเก่าไหหนึ่งออกมาจากกระเป๋าใบ เอามาวางบนโต๊ะ
“เอ่อ...”
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนต่างมองหน้ากัน และทำตัวไม่ถูก
เพราะไหเหล้าเก่าไหนี้ ดูจากภายนอกไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แถมยังไม่เหมือนภาชนะใส่เหล้าแต่กลับเหมือนไหที่เอาไว้ดองผักกาดมากกว่า...
เฉียนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ มองค้อนใส่ฉินลู่
เธอจำได้อย่างชัดเจนว่าเธอกับฉินลู่ซื้อเหล้าชั้นดียี่ห้อจงกั๋วหลานมานี่นาแล้วทำไมกลายเป็เหล้ายาดองไปได้
เมื่อฉินลู่กลับมานั่งที่เดิมของตัวเอง ก็ถูกเฉียนเชี่ยนเตะไปหนึ่งที
ฉินลู่หันมามองเธอด้วยความสงสัยจึงเห็นรูปปากของเฉียนเชี่ยนที่กำลังพูดว่า “ทำอะไรของนาย”
ฉินลู่เพียงส่งสายตามั่นใจให้เฉียนเชี่ยน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
จางเทียนิที่นั่งเงียบอยู่ตรงมุมโต๊ะเห็นว่าฉินลู่ยกไหเหล้ายาดองขึ้นมาก็กลั้นขำไม่อยู่ จากนั้นก็พูดกับฉินลู่ด้วยน้ำเสียงดูถูกและเยาะเย้ยว่า “โบร์ (bro) เหล้านี้นายเอามาจากหมู่บ้านตัวเองสินะ”
“ฉันดองเองน่ะ” ฉินลู่ยิ้มพลางพูดตอบ
“ดองเองเหรอ รสชาติจะดีเหรอนั่น” จางเทียนิพูดประชดอย่างไม่แคร์จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนเดินไปหยิบขวดเหล้าขาวที่ห่อด้วยถุงกระดาษอย่างมิดชิดจากห้องรับแขกมา
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนไม่ค่อยพอใจกับเหล้าที่ฉินลู่เอามาให้เท่าไหร่แต่พอเห็นขวดเหล้าที่จางเทียนิเอามาฝาก ก็ต่างมองไปที่เขาอย่างคาดหวังไม่น้อย
จางเทียนิหัวเราะได้ใจ เขาฉีกห่อกระดาษออก กลิ่นหอมจากเหล้าตลบอบอวลไปทั่วห้องเขายิ้มและพูดแนะนำกับพ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนว่า “คุณลุงคุณป้าครับนี่เป็เหล้าเหมาไถที่ผมฝากคนรู้จักช่วยซื้อมาให้ เป็เหล้าแท้บริสุทธิ์ลองชิมดูหน่อยนะครับ”
“เหมาไถเหรอ”
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนมองตากันด้วยความตกตะลึง
พ่อของเฉียนเชี่ยนรีบยื่นมือไปรับเอาเหล้าเหมาไถและลูบขวดเหล้าพลางพูดว่า “เทียนิ นี่มันเหล้าเหมาไถเลยนะลุงยังไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของเหล้าเหมาไถมาก่อนเลยมันคงจะแพงมากเลยใช่หรือเปล่า”
จางเทียนิหัวเราะพลางโบกไม้โบกมือและพูดว่า“ผมไม่รู้นะครับว่าราคาที่ผมได้มาถือว่าแพงหรือเปล่า แต่ที่มั่นใจก็คือมันไม่ค่อยมีขายในตลาดสักเท่าไร ผมเองก็ต้องไปวานคนอื่นถึงได้มาน่ะครับ”
“มีน้ำใจจังเลยนะ!”พ่อของเฉียนเชี่ยนลูบขวดเหล้าสีขาวที่มีเหล้าเหมาไถข้างในอย่างดีอกดีใจท่าทีแบบนั้นก็เหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะเปิดมันออกเลย
เฉียนเชี่ยนที่อยู่ข้างๆ เริ่มกังวลขึ้นมาบ้างแล้วเธอพูดกระซิบกับฉินลู่ว่า “นึกไม่ถึงว่าจางเทียนิจะยอมจ่ายหนักขนาดนี้เอาไงต่อดี ตอนนี้พ่อกับแม่ของฉันคงไปเป็ฝ่ายเขาแล้ว...”
“เหล้าเพียงขวดเดียวก็ซื้อใจพวกท่านได้แล้วเหรอลูกสาวอย่างเธอก็มีค่าแค่นี้เองสินะ” ฉินลู่พูดแซะจากนั้นก็ส่งสายตาที่จะสื่อกับเฉียนเชี่ยนว่าให้เธอทำใจสบายๆ และฉินลู่ก็พูดต่อว่า“วางใจเถอะ อย่ากังวลไปเลย พวกท่านจะต้องชอบเหล้าที่ฉันเตรียมมามากว่าแน่”
เฉียนเชี่ยนมองฉินลู่ด้วยสายตาที่เหมือนว่ากำลังมองคนโง่อยู่เห็นได้ชัดเลยว่าเธอไม่ได้เชื่อในสิ่งที่ฉินลู่พูด