ตอนที่10
ของดีจากเซียนเถา
จูเหลี่ยวหมินกึ่งวิ่งกึ่งเดินขากะเผลกกลับมาถึงเรือนรับรองในสภาพมอมแมมไปทั้งตัวสาวงามที่ใครๆ ต่างก็ชื่มชม บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากขอทานข้างถนนสักนิดหากถามว่าทำไมนางถึงเป็เช่นนี้
ก็เป็เพราะว่านางเพิ่งไปวิ่งสู้ฟัดกับหมามานะสิใครจะไปคิดว่าระหว่างทางกลับเรือนรับรอง นางจะพบกับสุนัขตัวโตเข้าโดยบังเอิญพอมันเห็นนางก็วิ่งไล่กัดไล่เห่าโดยไม่ถามกันสักคำว่าสภาพของนางพร้อมที่จะวิ่งหนีมันหรือไม่และภาพก็เป็ดังที่เห็นนี้แหละ กว่าจะวิ่งมาถึงเรือนรับรองได้ นางทั้งวิ่งทั้งกลิ้ง จนในที่สุดก็มายืนหอบอยู่หน้าเรือนรับรอง
"เข้าไม่ได้"
ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าเรือนรับรองกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้ม ดูเอาเถิดแม้แต่ทหารพวกนี้ก็ยังจดจำนางไม่ได้
"ทีอย่างนี้ล่ะไม่อยากให้ข้าเข้าไป"นางบ่นอุบอิบ จูเหลี่ยวหมินเชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อยเรียกความมั่นใจของตนเองกลับมา"อะแฮ่ม ข้าคือคุณหนูจูเหลี่ยวหมิน พวกเ้าหลีกทางไป ข้าจะเข้าไปด้านใน"
ทหารสองนายมองมายังหญิงสาวด้วยสีหน้าเรียบ"คุณหนูจูเหลี่ยวหมินถูกท่านอ๋องสั่งกักบริเวณเ้าก็แค่หญิงที่แอบอ้างชื่อของนาง รีบไปให้พ้น ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะจับเ้าส่งให้กับพ่อบ้าน"
พวกเขายืนเฝ้าอยู่ที่หน้าเรือนอยู่ตลอดเวลาแม้แต่มดสักตัวก็ไม่สามารถไต่เข้าไปได้ดังนั้นคุณหนูจูเหลี่ยวหมินย่อมไม่มีทางก้าวขาออกนอกเรือนรับรองไปได้เช่นกัน
จูเหลี่ยวหมินรู้ว่าถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางปล่อยให้นางเดินเข้าไปในเรือนรับรองได้แน่นางจึงเดินอ้อมไปด้านหลังเรือน มองหาบันไดที่อาจูเคยใช้ปืนต้นผิงกั่วใช้ช่องหน้าต่างที่เคยเปิดแง้มไว้เป็ประจำปีนเข้าไปด้านใน
"อา ทางสะดวก"จูเหลี่ยวหมินเกาะอยู่บนขอบหน้าต่าง สังเกตไปรอบๆ ห้องนอนของตนเองเมื่อเห็นว่าไม่มีใครนางจึงค่อยๆ ปีนลงมาจากหน้าต่างด้วยสีหน้าโล่งใจ
"ข้าสั่งกักบริเวณเ้าอยู่ไม่ใช่หรือ"
อยู่ๆ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังออกมาจากอีกมุมหนึ่งของห้องนอนนางจูเหลี่ยวหมินหันขวับไปตามเสียงนั้นทันที "ท่านอ๋อง"นางหน้าซีดไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็ยกยิ้มแห้งๆ เดินไปหาเขาราวกับนักโทษคดีอาญาแผ่นดิน
จูเหลี่ยวหมินยืนก้มหน้าสำนึกผิดมองไปยังสาวใช้ของตนเองที่ถูกให้คุกเข่าอยู่ข้างพ่อบ้าน"เื่นี้ไม่เกี่ยวกับอาจู เป็หม่อมฉันที่แอบนางออกมาเองเพคะ"
"เ้านายทำผิด บ่าวย่อมรับผิดด้วยเช่นกัน"จวิ๋นอ๋องกล่าวน้ำเสียงขรึม
"หม่อมฉันก็บอกไปแล้วไง ว่าเื่นี้หม่อมฉันผิดคนเดียวเพคะ"นางยืนกรานรับผิดเพียงคนเดียว ไม่อยากดึงอาจูเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยสาวใช้ทำผิดกฎจวนอ๋องย่อมถูกโบยหลายสิบไม้
อาจูย่อมรู้สึกซาบซึ้งใจไม่เคยมีนายคนไหนที่ออกมาปกป้องสาวใช้ต่ำต้อยเช่นพวกนางมาก่อน
"เ้าไม่อยากให้นางรับโทษ เ้าจึงอยากจะรับโทษแทนนาง"จวิ๋นอ๋องตรัสถามนางอีกครั้ง
"อาจูไม่ผิด เป็หม่อมฉันที่ทำผิดดังนั้นอาจูย่อมไม่ถูกลงโทษเพคะ"
"พ่อบ้าน"
พ่อบ้านเดินออกมาด้านหน้าจวิ๋นอ๋อง ก้มหน้ารอรับคำสั่ง
"นำคุณหนูจูเหลี่ยวหมินไปโบยตามกฎของจวนอ๋อง"
สิ้นเสียงรับสั่งของท่านอ๋อง จูเหลี่ยวหมินเงยมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เขาจะโบยนางจริงๆ หรือนี่
จูเหลี่ยวหมินถูกสาวใช้หิ้วปีกมายังหน้าเรือนรับรองนางมองดูไม้ปันซีด้วยสีหน้าหวาดกลัว
ไม้ปันซีพร้อม แผ่นกระดานไม้พร้อม แต่ข้าไม่พร้อมมมมม
เหตุใดพวกเขาถึงได้เตรียมการได้รวดเร็วนัก ไม่ให้เวลานางทำใจบ้างเลยมาถึงก็จับกดให้นางนอนคว่ำกับกระดานไม้ เตรียมจะโบยทันที
"ท่านอ๋องผู้โหดร้ายจูเหลี่ยวหมินทำผิดด้วยเื่อันใด คืนแต่งงาน พวกท่านมีความสุขส่วนตัวข้าต้องถูกโบยโดยไร้ความผิด" จูเหลี่ยวหมินแอบหยิบโทรโข่งตัวจิ๋วออกมาจากในมิตินางะโใส่เครื่องโทรโข่งเสียงดังไปแปดปรอท ได้ยินไปทุกซอกทุกมุมของจวนอ๋องไม่เว้นแม้กระทั่งแขกที่มาร่วมงานในห้องโถงพิธี ยังได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำจากนั้นก็รีบเก็บเข้าในมิติอย่างรวดเร็ว ทำทีโวยวายต่อไปไม่หยุด
จวิ๋นอ๋องที่เพิ่งก้าวขาเข้ามาในห้องโถงพิธีถูกสายตาของแขกที่มาร่วมงานมองตรงมาที่เขาด้วยสายตาเป็คำถาม มีบางคนที่ใจกล้าถึงขนาดเดินเข้ามาสอบถามโดยตรง ส่งผลให้แขกคนอื่นๆ พลอยอยากรู้อยากเห็นไปด้วยล้อมวงรอฟังคำตอบตาปริบๆ
"ท่านอ๋อง ท่านสั่งลงโทษแม่นางจูเหลี่ยวหมินจริงๆหรือพ่ะย่ะค่ะ เมื่อครู่นี้กระหม่อมได้ยินเสียงของนางดังมาถึงในห้องโถงพิธี"
"นั่นนะสิพ่ะย่ะค่ะแม่นางจูเหลี่ยวหมินทำผิดด้วยเื่อันใดเหตุใดท่านอ๋องถึงได้ลงโทษนางรุนแรงถึงเพียงนี้พ่ะย่ะค่ะ"
จวิ๋นอ๋องมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วแน่นไม่คิดว่าเสียงของนางจะดังมาไกลถึงห้องโถงพิธีจัดงานมงคลได้ทว่าจวิ๋นอ๋องไม่ทันได้อธิบาย ทุกคนก็ได้ยินเสียงนางดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงไม้ปันซีที่กระทบลงไปกับเนื้อคน คาดว่าคนตีคงออกแรงตีหนักน่าดูถึงขนาดได้ยินชัดเจนถึงเพียงนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่ถูกโบย น้ำหนักลงไม้เสียงดังะเืไปทั่วจวนเช่นนี้คนถูกโบยไปไม่เกินสามไม้มีหวังสิ้นใจตายไปก่อนอย่างแน่นอน
"จวิ๋นอ๋องโหดร้ายเกินไปแล้ว"
"ใช่ๆ นางเป็เพียงหญิงสาวร่างกายบอบบางแค่โบยไม้เดียวก็ไม่อาจทนได้แล้ว"
"ชีวิตของแม่นางจูเหลี่ยวหมินช่างน่าสงสารนัก ข้าคิดว่านางคงจะสุขสบายเมื่อได้เป็สตรีในจวนอ๋องไม่คิดว่าวันนี้จะมาได้ยินเื่ความโหดร้ายเช่นนี้ น่าผิดหวังจริงๆ"
และตามมาอีกหลายเสียงที่ตำหนิให้ได้ยินกันอย่างโจ่งแจ้ง
ทางฝั่งของจูเหลี่ยวหมิน คนที่รับไม้ปันซีให้กับนางก็คืออาจูอาจูไม่อาจทนเห็นผู้เป็นายถูกลงโทษเพราะตนได้จึงวิ่งไปกอดคุณหนูของตนจนแน่นไม้ปันซีทั้งใหญ่และหนักฟาดลงมากลางหลังของอาจูอย่างแรงเสียงเนื้อแตกั้แ่ไม้แรก ตามมาด้วยเืกระซิบเปื้อนชุดที่สวมใส่อย่างชัดเจน
"อาจู ทำไมเ้าถึงทำเช่นนี้ หลบไป"จูเหลี่ยวหมินร้องบอกกับสาวใช้ด้วยความใ
"ไม่เ้าค่ะ" อาจูส่ายหน้าปฏิเสธกอดด้านหลังคุณหนูแน่น หลับตาเตรียมรับไม้ปันซีครั้งที่สอง
"หยุด!!!"พ่อบ้านวิ่งกระวีกระวาดมายังเรือนรับรองเขาสั่งนายทหารคนนั้นให้หยุดด้วยสีหน้าตื่นตระหนกใช้มือทั้งสองข้างคว้าแย่งไม้ปันซีมาจากนายทหารคนนั้นได้สำเร็จ ก่อนที่ไม้จะถูกโบยลงหลังคุณหนูจูเหลี่ยวหมินอีกครั้ง
ทุกคนมองดูพ่อบ้านด้วยสีหน้าเป็คำถามแต่พ่อบ้านไม่ได้สนใจสีหน้าใครทั้งสิ้น"รีบพาคุณหนูจูเหลี่ยวหมินกลับเข้าไปในเรือน"
"ไม่โบยต่อแล้วหรือขอรับ"นายทหารคนที่โบยกล่าวถามด้วยสีหน้ากล้าๆ กลัวๆ
พ่อบ้านฟาดลงไปที่ใบหน้านายทหารคนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี"เ้าทำบ้าอะไรลงไป นางเป็สตรี เหตุใดถึงไม่ยั้งมือเวลาโบย"
นายทหารผู้รับหน้าที่โบยคุณหนูจูเหลี่ยวหมินแสดงสีหน้าใ"ท่านพ่อบ้าน ข้าไม่ได้โบยนางแรงเลยนะขอรับ" เอาเขาไปสาบานที่ไหนก็ได้ใครจะกล้าลงมือรุนแรงกับสตรี ยิ่งเป็สตรีที่งดงามล้มเมืองอย่างคุณหนูจูเหลี่ยวหมินแล้วเขายิ่งต้องยั้งมือเอาไว้
"ยังจะเถียงข้าอีก"พ่อบ้านฟาดไปที่ใบหน้านายทหารเป็ครั้งที่สอง ก่อนจะโยนไม้ปันซีใส่หน้านายทหารรีบวิ่งกลับไปรายงานท่านอ๋อง
จูเหลี่ยวหมินประคองอาจูเข้ามาด้านในเรือนรับรอง จัดการถอดชุดของอาจูออกเผยให้เห็นแผ่นหลังที่เพิ่งถูกโบยไปเมื่อครู่นี้
"เจ็บมากหรือไม่"จูเหลี่ยวหมินมองดูแผลบนหลังด้วยสีหน้าเ็ปแทนแผ่นหลังของอาจูทั้งเล็กและบอบบางเช่นนี้ อดทนมาได้ถึงตอนนี้นับว่าเก่งมากแล้ว"ข้าจะทำแผลให้นะ"
"เ้าค่ะคุณหนู"อาจูนอนคว่ำกัดฟันข่มความเ็ปเอาไว้ จนน้ำตาเล็ดออกมา
จูเหลี่ยวหมินหยิบกล่องใส่ยาออกมาจากลิ้นชักในห้องนอนพร้อมกับแอบหยิบขวดกระเบื้องสีขาวเนียนออกมาจากมิติของตนเองนางเริ่มทำแผลให้กับอาจู ใช้สำลีจุ่มน้ำพุิญญา์เช็ดเบาๆไปตามาแให้กับอีกฝ่าย
"ถ้าเจ็บก็ร้องออกมานะ อย่าฝืนไว้" นางเห็นว่าอาจูพยายามกัดฟันตนเองแน่นจึงคิดว่าตนเองอาจจะมือหนักไป
"บ่าวไม่เจ็บเลยเ้าค่ะ แต่คันเสียมากกว่า"
"หืม คันหรือ"จูเหลี่ยวหมินก้มมองดูแผลบนหลังของอาจูปรากฏว่ารอยแผลสดเมื่อครู่นี้กำลังสมานเชื่อมติดกันอย่างรวดเร็วนางใจนตาโตเท่าไข่ห่าน ลืมไปว่าน้ำพุิญญา์จะต้องผสมให้เจือจางกับน้ำธรรมดาเสียก่อนแล้วค่อยนำมาซับที่าแ าแบนร่างกายจึงจะได้ค่อยๆ หายไม่ใช่หายรวดเร็วทันตาอย่างกับไม่เคยมีาแมาก่อนเช่นนี้แล้วอย่างนี้นางจะทำอย่างไรดี นางจะตอบคำถามสาวใช้ของนางยังไงล่ะทีนี้
งานงอกแล้วล่ะสิจูเหลี่ยวหมิน ทำไมคิดช้านักเล่า
"ยาของคุณหนูดีจังเลยนะเ้าคะทาแล้วไม่เจ็บสักนิด"
อาจูทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มในขณะที่จูเหลี่ยวหมินทำสีหน้ากระวนกระวายใจไม่หยุด
"อาจู เ้าสัญญากับข้าสักเื่ได้หรือไม่"จูเหลี่ยวหมินกล่าวกับสาวใช้สีหน้าจริงจัง
"ได้สิเ้าค่ะไม่ว่าจะสักกี่เื่บ่าวขอรับรองว่าจะไม่แพร่งพรายให้คนอื่นรู้เป็อันเด็ดขาดเ้าค่ะ"
จูเหลี่ยวหมินก้มหน้าลงกระซิบข้างหูอาจูให้ได้ยินกันสองคน
"ตอนที่ข้าอยู่ที่หอบุปผางามบังเอิญได้รับยารักษาแผลมาจากคุณชายท่านหนึ่ง เขาฝากเอาไว้ให้ข้าเก็บรักษาไว้เป็อย่างดีแต่เพราะวันนี้ข้าเห็นเ้าที่รับไม้ปันซีแทนข้าข้าจึงไม่ตระหนี่ที่จะใช้ยาขวดนี้กับเ้าเลย"
"คุณหนู" อาจูน้ำตาคลอเบ้าจวนจะร้องไห้เต็มที"เพื่อบ่าวต่ำต้อยคนนี้แล้วคุณหนูถึงกับทำผิดคำสัญญาของคุณชายท่านนั้น ฮือฮือ บ่าวติดค้างบุญคุณกับคุณหนูแล้วเ้าค่ะบ่าวสัญญาว่าจะไม่บอกเื่นี้กับใคร"
จูเหลี่ยวหมินก้มหน้าเศร้าเล่าความเท็จต่อ"ข้าอาจทำผิดกับคุณชายท่านนั้น แต่เ้าเป็สาวใช้ที่ภักดีต่อข้าข้าย่อมไม่อาจทนเห็นเ้าทุกข์ทรมานได้ ฮือ ฮือ ข้าทำผิดคำสัญญาแล้ว ฮือ ฮือ"
หนึ่งนายหนึ่งบ่าวกอดกันร้องไห้อยู่ภายในเรือนโดยไม่รู้ว่าด้านเรือนรับรองสถานการณ์เป็อย่างไร
นายทหารผู้น่าสงสารถูกท่านอ๋องสั่งโบยข้อหาทำให้เขาเสียหน้าในห้องโถงพิธีหลังจากที่ส่งแขกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาส่งเ้าบ่าวเข้าห้องหอจวิ๋นอ๋องพยายามปรับเปลี่ยนสีหน้าให้ผ่อนคลาย เปิดประตูเข้าไปยังห้องหอของสองเรา