Series : คดีศพที่ถูกแช่แข็ง
ตอนที่ 2: ตรรกะในความเย็น และร่องรอยแห่ง 'ปลาสาป'
เคร้ง!!!
โครงเหล็กขนาดมหึมาที่เคยใช้แขวนปลาเหนือศีรษะกำลังร่วงลงมาด้วยเสียงที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องแช่แข็ง เวลาในวินาทีนั้นเหมือนถูกยืดออกไปช้า ๆ กิตติยังคงทรุดตัวลงกับพื้นด้วยอาการหมดแรงหลังถูกสูบพลังงาน
ริณ ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่นเยือกเย็นทันที เธอรู้ว่าการวิ่งหนีไม่ทัน
วิ่งไม่ได้—ต้องหลบให้ตรงจุด
ดวงตาของริณกวาดมองอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้มองโครงเหล็กที่กำลังร่วง แต่เธอมอง มุมตกกระทบ และ น้ำหนัก ของมัน
“พี่กิต!” ริณะโ “เบี่ยงซ้าย!”
เธอคว้าแขนกิตติไว้แน่น แล้วออกแรงดึงร่างเขาให้เบี่ยงไปด้านซ้ายของตู้ควบคุมอุณหภูมิที่ตั้งอยู่ติดผนัง โครงเหล็กนั้นมีลักษณะเป็ตาข่ายขนาดใหญ่ ทำให้มี ช่องว่าง ตรงกลาง
โครมมมมมม!!!
โครงเหล็กฟาดลงบนพื้นคอนกรีตด้วยแรงมหาศาล เสียงดังกึกก้องจนแก้วหูอื้อ ตู้ควบคุมอุณหภูมิที่พวกเขาใช้เป็เกราะกำบังถูกแรงกระแทกจนบุบยุบ แต่ร่างของทั้งสองคนลอดพ้นจากจุดศูนย์กลางของน้ำหนักมาได้อย่างหวุดหวิด โดยมีเศษเหล็กขนาดใหญ่กั้นอยู่ห่างจากใบหน้าไม่กี่นิ้ว
“พ...รอด...” กิตติหายใจติดขัด เขาเงยหน้ามองริณด้วยความประหลาดใจ
“ตรรกะค่ะพี่กิต” ริณตอบอย่างรวดเร็วขณะที่ตรวจสอบชีพจรของเขา “โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่จะมีน้ำหนักมากที่สุดที่ขอบและจุดเชื่อมต่อ ช่องว่าง ตรงกลางคือพื้นที่ปลอดภัยที่สุด”
ริณช่วยพยุงกิตติให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอมองไปยังเพดานที่ว่างเปล่า
“ผู้บงการเงา... ไม่ได้้าฆ่าเราด้วยธาตุน้ำ แต่้าฆ่าเราด้วย อุบัติเหตุ ที่ไร้ร่องรอยอาคม” ริณสรุปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบเกล็ดปลาแกะสลักที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอีกครั้ง “เราต้องสืบจาก เกล็ด นี่แหละค่ะ”
ร่องรอยของนักบวชริมน้ำ
ทั้งสองกลับมาที่สำนักงาน กิตติยังคงรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่เหลือจากการถูกสูบพลังงาน แต่สัญชาตญาณนักสืบของเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น
ริณใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูเกล็ดปลาแกะสลักอย่างละเอียด เธอถอดแว่นตาออก แล้วหันมาหากิตติ
“ริณวิเคราะห์แล้วค่ะพี่กิต” ริณเริ่มอธิบาย “เกล็ดนี้ไม่ใช่ของปลาที่โตในแม่น้ำทั่วไป แต่เป็เกล็ดของ ปลาในน้ำเค็ม หรือ น้ำกร่อย ที่มีความทนทานสูงต่ออุณหภูมิต่ำ”
“ลายแกะสลักล่ะ ริณ?” กิตติถาม
“นี่คือจุดสำคัญค่ะ” ริณขยายภาพลายแกะสลักบนจอคอมพิวเตอร์ “มันไม่ใช่ยันต์โบราณ แต่เป็ ลายมือชื่อย่อ ที่ถูกสลักอย่างประณีตมาก ช่างฝีมือต้องมีความรู้ด้านศิลปะ และมีสมาธิสูงมากในการสลักบนวัตถุที่เย็นจัดแบบนี้”
กิตติใช้ความคิด เขาหลับตาลง พยายามใช้ความเ็าที่เหลืออยู่ในตัวเขาเป็ตัวเชื่อมโยง
“ความเย็นจัด... น้ำกร่อย... ลายสลักประณีต...” กิตติพึมพำ ก่อนจะนึกย้อนไปถึงคดีเก่า ๆ ที่เคยอ่านผ่านตา “ริณ! ลองค้นหาประวัติ นักบวชริมน้ำ ที่มีชื่อเสียงเื่การสร้างวัตถุมงคลจากเกล็ดปลาดูสิ! โดยเฉพาะคนที่มีความเชี่ยวชาญด้าน มนตราน้ำแข็ง”
ริณพิมพ์คำค้นหาอย่างรวดเร็ว ข้อมูลหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
> [ข้อมูล: พระอาจารย์บุญรอด แห่งสำนักสันติวารี]
> เชี่ยวชาญด้านการปลุกเสกวัตถุมงคลที่ทำจาก เกล็ดปลาปักเป้าในน้ำกร่อย (มีความเชื่อว่าทนต่อธาตุไฟและธาตุน้ำ) โดยเฉพาะเครื่องรางด้านความมั่งคั่งและ การพรางตัว มีลายมือชื่อย่อรูปคลื่นน้ำอันเป็เอกลักษณ์ และท่านได้หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อ 5 ปีก่อน พร้อมกับสมบัติสำคัญของสำนัก
>
“ลายมือชื่อรูปคลื่นน้ำ... ตรงกับรอยคลื่นน้ำบนพื้นโกดัง!” ริณอุทาน
“และเขามีความสามารถในการสร้างวัตถุมงคลด้าน ความมั่งคั่ง” กิตติสรุป “นายชัชวาล... เ้าของบริษัทส่งออกปลา... ความมั่งคั่งนี้อาจไม่ใช่พร แต่เป็คำสาป ที่ต้องแลกด้วยความเย็น”
“ถ้าเกล็ดนี้เป็ส่วนหนึ่งของเครื่องรางที่อาจารย์บุญรอดสร้าง” ริณคิดวิเคราะห์ต่อ “แปลว่า 'ผู้เฝ้าเงื่อนไข' ที่ฆ่านายชัชวาล คือสิ่งที่ถูกปลุกเสกจากเกล็ดนี้... อาจจะเป็ พรายน้ำ หรือ ภูตเฝ้าทรัพย์”
กิตติหยิบผงสีดำที่เคยเป็ร่างของผู้เฝ้าเงื่อนไขในคดีก่อนขึ้นมาดู เขาไม่ได้รู้สึกถึงความกลัว แต่กลับรู้สึกถึง ความผูกพัน ที่น่าขนลุก
“ไม่ใช่แค่ภูตเฝ้าทรัพย์ ริณ” กิตติพูดด้วยสีหน้าเ็า “ผู้เฝ้าเงื่อนไขคนก่อน... ถูกสร้างจาก ดินโคลน ที่ผูกกับตระกูลริมคลอง... แต่คนนี้ถูกสร้างจาก น้ำกร่อย ที่ผูกกับความมั่งคั่งของนายชัชวาล”
“พวกเขาคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากธาตุที่แตกต่างกัน... แต่มีเป้าหมายเดียวกัน—คือการทวงคืนสิ่งที่ถูกเอาไป”
กิตติเงยหน้าขึ้นมองริณ ดวงตาของเขากลับมามีประกายความมุ่งมั่นอีกครั้ง
“นายชัชวาลตายเพราะความโลภ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้เฝ้าเงื่อนไขทั้งสองตัว ถูกขับเคลื่อนโดยพลังงานที่อยู่ข้างในตัวพี่!”
“พี่หมายความว่า...” ริณเบิกตากว้าง “เงาที่พี่รับมา มันคือ แหล่งเชื้อเพลิง ให้กับผู้เฝ้าเงื่อนไขทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่นี้เหรอคะ?”
“ใช่” กิตติพยักหน้า “และมันเพิ่งถูกใช้ไป... นั่นแปลว่า ผู้เฝ้าเงื่อนไขคนใหม่ กำลังสร้างตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว... และมันจะตามมาหาพี่ เพื่อใช้พลังงานพี่อีกครั้ง!”
กิตติรีบเก็บของทั้งหมด เขารู้สึกถึงความเย็นะเืที่วิ่งพล่านในตัว เป็ความเย็นที่พยายามจะ หลุดออกไป
“ริณ! เราต้องไปที่สำนักสันติวารีที่อาจารย์บุญรอดหายตัวไปเดี๋ยวนี้!” กิตติสั่งเสียงเด็ดขาด
“แต่สำนักนั้นอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เกือบสองร้อยกิโลเมตรนะคะพี่กิต” ริณท้วง
“ไม่มีทางเลือกแล้ว ริณ” กิตติย้ำ น้ำเสียงหนักแน่น “ก่อนที่ผู้เฝ้าเงื่อนไขจะตามมาถึงตัวพี่... พี่ต้องไปถึงแหล่งกำเนิดพลังงานของมันก่อน!”
— จบตอน
(โปรดติดตามตอนต่อไป)