ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต
“หนูอายไม่ลืมอะไรใช่ไหมลูก” ป้าอ้อแม่ของพี่ฮอนมองสำรวจกระเป๋าฉันเสร็จก็เดินมาแตะ ๆ กด ๆ จนลูกชายต้องรีบดึงคนขี้กังวลอย่างแม่ตัวเองไว้แล้วส่ายหัวไปมาจนเธอเริ่มทำหน้าไม่พอใจใส่พี่ฮอน
“ไม่ลืมอะไรแล้วค่ะ พ่อคะไว้อายจะวิดีโอคอลหาบ่อย ๆ นะ” ฉันเดินไปนั่งยองลงด้านหน้าพ่อที่กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นซึ่งมีพี่ฮอนคอยเป็บุรุษพยาบาลให้ตามที่เคยสัญญากันไว้
“ก็เดี๋ยวให้พี่เขาสอน พ่อทำเป็ที่ไหนล่ะ” ท่านลูบหัวฉันพลางมองพี่ฮอนด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจ้องมองฉันด้วยความเป็ห่วงเมื่อเราสองคนพ่อลูกต้องแยกจากกันไกลเป็ครั้งแรก
หลังจากพี่ฮอนสนับสนุนให้ลองส่งใบสมัครไป ไม่กี่วันต่อมาก็มีอีเมลจากทางบริษัทตอบกลับมาและเรียกให้ฉันเข้ารับการสัมภาษณ์
ยอมรับว่าตอนอ่านคือดีใจมาก อย่างน้อยด่านแรกก็ผ่านมาได้แล้ว เพราะบริษัทนั้นเขาไม่ได้เรียกใครง่าย ๆ นะ ขนาดรุ่นพี่ที่บริษัทยังไม่ถูกเรียกกันเลย
“ขอให้ผ่านนะอาย” พี่ฮอนเดินมาตบบ่าฉันก่อนพาแม่สุดที่รักเดินไปโซนของกิน ปล่อยให้พ่อลูกได้มีโอกาสคุยกัน
“อายไปไม่นาน ถ้าไม่ผ่านเดี๋ยวอายก็กลับมาแล้ว” พอเห็นพ่อทำหน้าเศร้าก็อดไม่ได้ที่ต้องพูดอะไรสักอย่าง
“คนเก่งของพ่อ หนูทำอะไรก็ผ่านอยู่แล้ว อย่าเพิ่งคิดลบสิ” มือสากเอื้อมมากุมมือฉันแ่เบา น้ำตาที่อุตส่าห์กลั้นไว้มันก็ไหลลงมาเป็ทางจนพ่อหัวเราะแล้วดุว่าฉันเป็เด็กขี้แย
ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ
เมื่อเท้าแตะถึงพื้นฉันก็มองรอบสนามบินที่มีคนพลุกพล่านเต็มไปหมดสมกับเป็เมืองหลวงของประเทศไทย
ขนาดภูเก็ตที่ว่าชาวต่างชาติเยอะแล้วที่นี่ก็ไม่ได้น้อยหน้าเลย ถือว่าเป็จุดแลนด์มาร์กของนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้
“เอาอีกแล้วนะ” ฉันเม้มปากหลังเห็นชายหน้าตาดีที่จ้องมองฉันั้แ่อยู่บนเครื่องบินกำลังเดินมาหาด้วยใบหน้ามั่นใจ
ถ้าให้เดาเขาน่าจะกำลังมาขอเบอร์ฉัน แต่น่าเสียดายที่ชายคนดังกล่าวไม่ใช่สเปกฉันเลยสักนิดเดียว เขาดูเด็กเกินไป และท่าทางใจร้อนนั่นก็ด้วย บุ่มบ่ามเหลือเกิน
พูดตามตรงฉันไม่ได้หน้าตาแย่ เคยมีแมวมองมาทักหลายคน แต่เพราะไม่ใช่อาชีพที่ชอบฉันเลยไม่ทำ และเื่ผู้ชายหัวกระไดฉันไม่เคยแห้ง ไม่ว่าจะประถม มัธยม หรือมหา’ ลัยก็มักมีคนมาขายขนมจีบให้เสมอ
คนไหนถูกใจฉันก็คุย แต่ถ้าคนไหนไม่ถูกใจฉันก็จะทำอย่างเดิมที่เคยทำเป็ประจำ
นั่นคือ...
✆ : ถึงแล้วเหรอ
ฉันยืนมองชายที่กำลังเดินฝ่าฝูงคนพลางฟังเสียงปลายสายที่เอ่ยทักทาย
พี่เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง ยังคงเป็คนที่รับสายไวเสมอ
✆ : ช่วยหน่อยพี่ฮอน
พูดจบการแสดงละครบางอย่างก็เริ่มขึ้น
✆ : ป๋าขา~ หนูลงเครื่องแล้วน้ามารับหรือยังเอ่ย
เมื่อเห็นน้องคนนั้นเดินเร็วเข้ามาใกล้ฉันก็แสร้งทำเป็เดินไปตรงที่นั่งแล้วใช้น้ำเสียงออดอ้อนใส่ปลายสายทันที
แน่นอนว่าน้องคนนั้นถึงกับชะงักไปก่อนจะเริ่มขมวดคิ้วชนกันแน่นแต่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
ไม่ได้ผลงั้นเหรอ? หรือว่าเด็กคนนั้นไม่เชื่อ...
✆ : ป๋าไรตังค์จะกินข้าวยังไม่มีเลย
ปลายสายรู้ว่าฉันกำลังทำอะไร พี่แกก็รีบแกล้งด้วยคำพูดที่ชอบ
พี่ฮอนมันชอบปั่นประสาทแบบนี้แหละ
✆ : คิดถึงสิค้า ไม่งั้นหนูจะกลับมาหาป๋าเหรอ ป๋าเลี้ยงหนูดีขนาดนี้หนูจะหนีป๋าทำไมล่ะค้า~
ฉันละความสนใจจากคำพูดของพี่ฮอนก่อนเปลี่ยนมาเป็บทละครที่เพิ่งคิดออกทำให้น้องคนนั้นได้สติเดินย้อนกลับไปจากที่ตัวเองเดินมาพร้อมสบถคำหยาบเป็ภาษาอังกฤษ
✆ : ขนลุกว่ะ
เสียงหัวเราะของพี่ฮอนทำให้ฉันเริ่มมีน้ำโห แต่ทว่ามันก็มลายหายไปเมื่อเผลอสบตาผู้ชายที่กำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองมาที่ฉันอย่างเปิดเผยคล้ายกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง ทว่าสิ่งที่สะดุดตามากสุดคงไม่พ้นใบหน้าอ่อนหวานเหมือนผู้หญิง และร่องลักยิ้มด้านขวาที่ต่อให้ไม่ยิ้มก็ยังเห็น
หล่อจัง...อยากรู้จัก อยากเข้าไปทักเลยตอนนี้ แต่จะเนียนเข้าไปยังไงดีล่ะ
ตอนนี้ใจฉันสั่นแรงมากเพราะมันเป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไม่ได้เจอใครตรงสเปกอย่างนี้ ยิ่งสีผิวที่ผ่านการโดนแดดก็ยิ่งทำให้เขาน่าสนใจ
ผู้ชายคนนี้หน้าอ่อนหวานก็จริงแต่อายุไม่เด็กแล้ว น่าจะมากกว่าฉันหลายปีเลยด้วยซ้ำเพราะการแต่งตัวที่ดูดีมีภูมิฐานนักธุรกิจ และออราบางอย่างที่มันบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายอายุเลขสองแต่น่าจะเป็เลขสามเสียมากกว่า
✆ : ไว้เดี๋ยวโทรไปใหม่นะ แค่นี้ก่อน
ไม่รอให้พี่ฮอนตอบกลับฉันก็รีบกดตัดสายพร้อมส่งสายตาให้อีกฝ่ายที่กำลังจ้องมองมา
“เอ๊ะ” ฉันอุทานเบา ๆ หลังเห็นเขาหลบสายตาด้วยการกลับไปก้มหน้าเล่นมือถือต่อ
เพราะไม่ได้อ่อยใครมานานสกิลด้านนี้ของฉันมันเลยอ่อนลงถึงขนาดทำให้อีกฝ่ายแสดงใบหน้าไม่พอใจได้เลยเหรอ...
ไม่สิเขาอาจไม่เห็นก็ได้ งั้นคงต้องไปใกล้กว่านี้
“หนูขอนั่งตรงนี้ได้ไหมคะ?” เมื่อเดินมาถึงเป้าหมายฉันก็รีบเอ่ยทักทายชายที่ว่า ส่วนเขาคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมขมวดคิ้วหนาติดกัน ทว่าสายตาของเขากลับไม่ได้มองมาที่หน้าฉันแต่ดันมองหน้าอกอยู่ต่างหาก
ต้องขอบคุณชุดที่ใส่มาเพราะมันคงไปดึงดูดสายตาเขาได้เป็อย่างดี แค่นี้ก็พอใจละ อย่างน้อยจุดขายติดตัวก็ยังพอใช้การได้
“ได้สิคะคนสวย” เมื่อน้ำเสียงนุ่มเอ่ยออกมาก็ทำเอาฉันคนนี้เงียบไปหลายวินาที ไม่คิดเลยว่านอกจากหน้าอ่อนหวานแล้วน้ำเสียงยังหวานตามอีก
ยิ่งฟังก็ยิ่งทำให้ฉันเคลิ้มได้ง่าย ดาเมจทำลายสติปัญญาสูงมาก อ๊ะอายเอ๊ยแกต้องตั้งสติให้มั่นกว่านี้!
“คนสวยอะไรกันปากหวานจังเลย” ไม่ปล่อยให้เสียเวลาเปล่า ฉันงัดสกิลขั้นต่อไปออกมาคือการหย่อนสะโพกงามนั่งลงข้างเขาอย่างแเี ก่อนมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเป็ประกายเหมือนลูกแมวได้กลิ่นกัญชาแมว
“เรียกหนูว่าอ๊ะ...อายดีกว่าค่ะ พอได้ยินคำว่าสวยทีไรก็รู้สึกจั๊กจี้หูยังไงไม่รู้” จากนั้นก็โน้มตัวเข้าหาเขาพลางป้องมือกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงสุดยั่วจนเสียงกลืนน้ำลายของเขาดังให้ได้ยินเบา ๆ
ผู้ชายก็ยังเป็ผู้ชายวันยังค่ำ แค่เสียงยังขนาดนี้ อยากรู้จังว่าถ้าอ่อยมากกว่านี้เขาจะมีปฏิกิริยายังไงต่อ...
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————