เสียงตีกลองของรุ่นพี่ดังขึ้นที่หน้าโรงเรียนเพื่อต้อนรับน้องม.1 กับ ม.4 บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้น ผู้ปกครองจำนวนมากต่างมาส่งลูกหลานเข้าสู่รั่วโรงเรียนแห่งนี้วันนี้พ่อส้มเป็คนมาส่งเราทั้งคู่อีกครั้ง น่าเสียดายที่โรงพยาบาลรัฐที่แม่เป็หมอยู่มีเคสผ่าตัดด่วนเข้ามาท่านเลยรีบไปโรงพยาบาลั้แ่เช้าแม้ว่าท่านอยากจะมาส่งฉันมากแค่ไหนก็ตาม
โรงเรียนนี้เป็โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคกลางเป็โรงเรียนขนาดใหญ่ บรรยากาศของโรงเรียนค่อนข้างดี ดูร่มรื่น ขณะที่ฉันกำลังมองรอบๆโรงเรียนและผู้คนอย่างเพลินๆ ส้มมันหันมาชวนฉันให้ไปรับป้ายชื่อ
“ดา ปะ ไปรับป้ายชื่อกัน”
“โอเค” ฉันพยักหน้าตอบรับคำชวน
เราสองคนเดินไปต่อแถวรับป้ายชื่อและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมหลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็เดินไปหอประชุมเพื่อไปนั่งรวมกับนักเรียนคนอื่นตามที่รุ่นพี่ได้บอกเอาไว้เราเดินไกลกันพอสมควรกว่าจะถึงหอประชุมหอประชุมของโรงเรียนนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะจุคนเป็พันๆ คนได้ด้านในของหอประชุมจะแบ่งเป็สองฝั่ง ฝั่งหนึ่งเป็น้อง ม. 1 ส่วนอีกฝั่งเป็ของม.4 รอบๆ มีรุ่นพี่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้ ที่ด้านหน้าเวทีตอนนี้มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งกำลังพารุ่นน้องทำกิจกรรมนันทนาการรอนักเรียนคนอื่นๆ
ฉันกับส้มเดินไปประจำห้องตนเองส้มมันไปแถว ม.4 ห้องพิเศษ ส่วนฉันไปห้อง ม.4/5 เราทั้งคู่เรียนสาย วิทย์-คณิตเหมือนกัน หลังสอบเสร็จกว่าจะรู้ผลสอบก็กินเวลาไปหนึ่งอาทิตย์แล้ว ฉันได้คะแนนสอบเข้าที่ค่อนข้างหน้าพอใจส่วนส้มมันติด 1 ในท็อป 10 ของนักเรียนชั้น ม.4 ที่มีคะแนนสอบเข้าสูงสุดในปีการศึกษานี้หลังจากที่ฉันนั่งได้ไม่นานก็มีคนมาสะกิดไหล่ฉัน คนที่สะกิดไหล่ฉันเป็เด็กผู้หญิงผมยาวที่ตอนนี้ถูกรวบมัดขึ้นเธอทักทายฉันด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร
“สวัสดี เธอชื่ออะไรเหรอ”
“ดา เธอล่ะ”
“ฉันชื่อยูนานะ ยินดีที่ได้รู้จักนะดาจากนี้เรามาสนิทกันไว้เถอะนะ”
“อือ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันนะยูนา” ฉันยิ้มกว้างให้เธอ
“เธอยิ้มแล้วดูน่ารักดีนะ ดูแก้มป่องๆ นี่สิคิกคิกนุ่มดีจัง” ยูนายื่นนิ้วชี้มาจิ้มแก้มฉันฉันไม่ได้ต่อว่าเธอที่ยื่นนิ้วมาจิ้มแก้มกัน แต่ค่อยๆ เอามือเธออกอย่างเนียนๆ
ระหว่างที่อยู่ในแถวเสียงยูนาถามฉันนั่นนู้นนี่ไม่หยุดพอคำถามไหนฉันตอบไม่ได้เธอเลยหันไปถามคนอื่นแทน ภาพลักษณ์ภายนอกของเธออาจดูเป็คนแรงๆแต่กลับกันเธอเข้ากับคนอื่นได้ง่ายมากเพียงแค่ว่าเวลาที่เธอทำหน้านิ่งมันจะทำให้เธอดูหยิ่งๆบางครั้งมันอาจจะทำให้คนที่ไม่ได้รู้จักเธอดีเข้าใจผิดได้
เสียงตื่นตระหนกของทุกคนดังขึ้นเมื่อแสงจากหลอดไฟได้ดับลงไม่นานก็กลับสว่าง และกิจกรรมรับน้องก็เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการในเวลา 10 นาฬิกา 30 นาที เสียงรุ่นพี่พูดใส่ไมโครโฟนไร้สายดังขึ้น
“น้องๆ มากันครบแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ/ใช่คะ” รุ่นน้องต่างตอบรับเสียงดังอย่างพร้อมเพียงกัน
“โอเค ถ้างั้นทุกคนอยากรู้จักรุ่นพี่ไหมคะ” รุ่นพี่คนเดิมเอ่ยถาม
“อยากครับ/อยากค่ะ” รุ่นน้องตอบรับด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิม สีหน้าของรุ่นพี่ดูพอใจกับเสียงที่ดังเพิ่มขึ้น
หลังจากนั้นรุ่นพี่ก็เริ่มแนะนำตัวให้พวกเรารู้จักต่อมาก็ได้เล่าประวัติความเป็มาของโรงเรียนและกฎของโรงเรียนคร่าวๆ ให้ฟัง รวมถึงการใช้ชีวิตในรั่วโรงเรียนแห่งนี้ด้วยกิจกรรมต่อมารุ่นพี่ได้ปล่อยให้รุ่นน้องไปเข้าฐานตามจุดต่างๆ โดยการแบ่งกลุ่มน้องม.1 กับ ม.4 ให้ไปด้วยกัน ห้องฉันได้ไปกับน้อง ม.1/3 ฐานที่ต้องไปทั้งหมดมีอยู่ 5ฐาน แต่ละฐานใช้เวลา 20 นาที เราทุกคนเริ่มเดินตามแผนที่ที่รุ่นพี่ได้แจกให้แต่ละกลุ่มไว้ก่อนก่อนหน้านั้นตรงไปยังฐานแรกเสร็จจากฐานแรกก็ไปฐานต่อไป วนกับกลุ่มอื่นไปเรื่อยๆ จนถึงฐานสุดท้ายพอกิจกรรมใน่เช้าได้เสร็จสิ้นลง รุนพี่ก็ปล่อยให้เราไปพักกันตามอัธยาศัย
พักเที่ยงฉันกับยูนาเดินไปต่อแถวเพื่อรับข้าว แถวค่อนข้างยาวคงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถึงคิวเราพอถึงคิวของตัวเองฉันก็รับข้าวมาจากนั้นก็ไปต่อแถวรับขนมในจังหวะที่ฉันยื่นมือไปรับขนมจากรุ่นพี่และเงยหน้าขึ้นมาฉันรู้สึกเหมือนตัวชาไปหมด เสียงหัวใจฉันมันเต้นแรงมากฉันเผลอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว
“กวินทร์” เราสองคนต่างสบตากันและดูเหมือนว่าเขาจะจำฉันได้เหมือนที่ฉันเองก็จำเขาได้เหมือนกันฉันไม่คิดเลยว่าจะเจอคนคนนี้ที่นี่ รู้ตัวอีกทีฉันก็ได้สติจากเสียงของยูนาที่เอ่ยเรียก
“ดา ไปกันเถอะ”
“อือ ไปเดี๋ยวนี้แหละ” ฉันเดินไปหายูนาทันที แล้วชวนยูนาไปนั่งทานข้าวที่ใต้ซุ้มการเวก ขณะที่มองหาโต๊ะว่างอยู่มีเสียงกึ่งะโเรียกฉันดังขึ้น
“ดา! ทางนี้” ส้มมันโบกมือเรียกฉัน ข้างส้มมีเด็กผู้ชายใส่แว่นหนาเตอะนั่งอยู่ด้วย
หลังจากที่พวกเราได้ทำความรู้จักกัน ก็ได้รู้ว่าเด็กผู้ชายที่ใส่แว่นหนาเตอะนั้นชื่อเสือเขาดูเป็คนนิ่งๆ พูดน้อย อาจเป็เพราะว่าพวกเรายังไม่ได้สนิทกัน เขาน่าจะเรียนเก่งน่าดูเพราะเห็นส้มมันบอกว่าเขาอยู่ห้องเดียวกับมันส้มกับยูนาดูเข้ากันได้ดีมากอาจเป็เพราะทั้งคู่พูดเก่งเหมือนกันอาหารที่รุ่นพี่เตรียมไว้ให้พวกเราจะเป็ข้าวกล่องพร้อมทานมีข้าวกะเพราไข่ดาวกับข้าวไข่เจียวหมูสับ ส่วนขนมเป็คัพเค้กชิ้นเล็ก ข้าวกล่องที่ฉันเลือกมาคือไข่เจียวหมูสับ
“ส้ม เอาน้ำแกมาดื่มหน่อยฉันลืมหยิบมา” ฉันหันไปพูดกับส้มมันยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร เสือก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน
“เออคือว่า ถ้าไม่รังเกียจเอาของเราไปก็ได้นะ พอดีเราหยิบมาสองขวดน่ะ”
“ไม่ๆขอบใจมากนะ” ฉันยิ้มให้เสือเขาพยักหน้าตอบ
หลังทานข้าวเสร็จพวกเรานั่งคุยกันฆ่าเวลารอรุ่นพี่เรียกรวมเสือเป็ผู้ฟังที่ดีมาก เพราะส่วนมากมีแต่เด็กผู้หญิงอย่างเราคุยกัน นานๆเสือถึงจะตอบรับบ้าง ตกบ่ายเมื่อถึงเวลานัดรุ่นพี่เรียกให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่หอประชุมเหมือนเดิม กิจกรรมตอนบ่ายไม่มีอะไรมากส่วนมากจะเป็การแสดงโชว์ของรุ่นพี่ บาง่จะเป็การตอบคำถาม โดยการสุ่มใครสักคนให้ออกมาตอบคำถามส่วนมากเป็เื่เกี่ยวกับโรงเรียน ถ้าตอบไม่ได้จะมีบทลงโทษเล็กๆ น้อยๆ ให้รุ่นพี่บางคนใจดีคอยกระซิบบอกคำตอบให้รุ่นน้อง
กว่ากิจกรรมจะเสร็จและปล่อยให้เรากลับบ้านก็เป็เวลา 4โมงเย็นแล้ว สภาพเสื้อยืดและกางเกงวอร์มของแต่ละคนต่างเลอะไปด้วยแป้งและสีผสมอาหารฉันบอกลายูนาและเดินไปหาส้ม ข้างๆ มันมีเสือยืนอยู่ ฉันเลยทักทายเขา “ไงเสือ” เขาพยักหน้าให้ฉันกับส้มบอกลาเขาก่อนกลับบ้าน เราสองคนเดินไปที่รถยนต์ของพ่อส้มที่ตอนนี้จอดรถรออยู่ที่หน้าโรงเรียนขณะที่ฉันกำลังจะเดินพ้นประตูหน้าโรงเรียน เสียงทักทายของเด็กหนุ่มเอ่ยเรียกฉันไว้
“สวัสดีดาริณี ไม่เจอกันนานเลยนะ อยู่คุยกันก่อนสิ”คนที่ทักทายฉันคือกวินทร์ ตอนที่ทำกิจกรรม่บ่ายฉันไม่เห็นเขาเลยฉันนึกว่าเขากลับบ้านไปแล้วเสียอีก ไม่คิดเลยว่าเขาจะมาดักรอฉันที่หน้าโรงเรียน
“เรารู้จักกันเหรอ” ฉันทำหน้ากวนๆใส่เขา
“จะให้บอกเพื่อนเธอไหมล่ะว่าเราเป็อะไรกัน” เขาส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้ ฉันเลยชักสีหน้าใส่เขาด้วยความไม่พอใจ
ฉันหันไปบอกส้มที่ยืนรออยู่ด้านหลังว่าจะกลับเอง มันดูเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างส้มมันมองหน้าฉันกับกวินทร์สลับไปมา ฉันเลยบอกมันว่าไม่ต้องเป็ห่วงให้กลับบ้านก่อนได้เลยมันเลยบอกลาฉันจากนั้นก็ขึ้นรถยนต์กลับบ้านไป เมื่อรถของมันพ้นจากสายตาฉันไป ฉันเลยหันมาทำหน้าบึ้งตึงใส่ตัวต้นเหตุ
“กวินทร์จะพูดอะไรก็รีบพูดมาสิ ถ้าไม่พูดดาจะได้กลับบ้าน”
“พูดให้ดีๆ หน่อย ฉันเป็พี่เธอนะ” เขาทำหน้านิ่งและเสียงดุใส่ฉัน
“พี่เหรอ อย่าพูดให้ขำหน่อยเลยกวินทร์”ฉันเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีเพราะความน้อยใจ เสียงกวินทร์ร้องห้ามฉันดังขึ้น
“นี่ดาริณี จะไปไหนน่ะ หยุดเดินเดี๋ยวนี้นะ”
“ถามโง่ๆ ดาก็จะกลับบ้านน่ะสิ” ฉันประชดเขา
“มันค่ำแล้ว เดี๋ยวพี่ไปส่ง” เขายื่นมือของตัวเองมาจับข้อมือฉันไว้
“ปล่อย! ดาโตแล้ว ดากลับเองได้”ฉันแงะมือเขาออกและรีบเดินออกมา
“เหอะ ให้ตายสิ ดื้อจริงๆ” เขาสบถด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิด แต่ไม่ได้เดินตามฉันมา
ระหว่างทางกลับบ้านฉันกำลังคิดว่าควรจะเล่าเื่ที่เจอกับกวินทร์วันนี้ที่โรงเรียนให้แม่ฟังดีไหม ถ้าแม่รู้ท่านคงจะดีใจมากที่รู้ว่ากวินทร์อยู่ที่นี่พอได้เจอเขาอีกครั้งทำเอาฉันนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนนั้น ถ้าตอนนั้นฉันขอร้องอ้อนวอนคนคนนั้นไม่ให้พรากกวินทร์ไปและถ้าฉันรั้งกวินทร์ไว้สักนิดสถานการณ์ตอนนี้มันจะเปลี่ยนไปไหมนะ
วันนี้เราสองคนพี่น้องเจอกันครั้งแรกหลังจากที่ไม่เจอกันนานหลายปีรู้ตัวอีกทีฉันก็เผลอทำตัวไม่น่ารักใส่เขาเพราะความน้อยใจของตนเองเสียแล้ว ได้แต่หวังว่าเขาจะไม่โกรธกันหรือต่อให้เขาโกรธฉันก็ไม่มีสิทธิไปต่อว่าเขาหรอก ฉันมักจะถามตัวเองเสมอว่า ถ้ากวินทร์กลับมาอยู่กับพวกเรามันจะดีแค่ไหนกันนะมันเป็คำถามที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ
แม้จะทำเป็ลืมเื่ที่ทำให้ตัวเองต้องเ็ปแต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นจริง เพียงแค่ว่ามันถูกสลักลึกไว้ในใจรอบางสิ่งมากระตุ้นให้ความเ็ปนั้นกลับมาอีกครั้งฉันได้แต่หวังว่าถ้าวันนั้นมาถึงพวกเราจะไม่เ็ปกับมันมากนัก