ศัตรูหัวใจ
ความเดิมตอนที่แล้ว
“เดี๋ยวเราไปกินข้าวเที่ยงกัน”
เพราะเสียงอันนุ่มทุ้มและรอยยิ้มอันอ่อนโยนของชรัญทำเอาบรรยากาศรอบข้างดูฟุ้งกระจายเหมือนหลงเข้าไปอยู่ในซีรีส์เกาหลีอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เตชินทร์ที่เกือบจะถูกกลืนเข้าไปถึงกับรีบสะบัดหัวตัวเองให้ออกจากภาพมายาแทบไม่ทัน
เมื่อได้สติ เขาก็จ้องเขม็งไปยังพ่อหนุ่มโอป้าที่กำลังล่อลวงแม่ยอดยาหยีอย่างไม่เห็นหัวเตชินทร์ที่กำลังยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ อย่างไม่วางตา
คำปฏิญาณที่เพิ่งประกาศออกไป…ขอยกเลิกก่อนก็แล้วกัน!
---------------------------------------------------------------------
“ไปด้ว…”
“โอ๊ๆๆ!พี่ชิน ช่วยผมยกหน่อยสิ”
ไม่ทันจะได้ตามไปพิทักษ์เมนิลาจากเหลือบไรที่มาไต่มาตอม เตชินทร์ก็ถูกรุ่นน้องตัวดีเข้ามาขัดเสียก่อนและเมื่อมองไปยังคนร้องขอก็พบกับสภาพใบหน้าแดงก่ำเพราะกำลังแบกลังกระดาษอันหนักอึ้งซึ่งถูกวางซ้อนสูงกว่าสี่ชั้น
“ทำไรอยู่พี่ หนักนะเนี่ย” เขาเอ่ยปากเร่งเร้าอีกครั้ง
เมนิลาเองก็พยักพเยิดหน้าเชิงออกคำสั่งให้เตชินทร์เข้าไปช่วยกันต์ เขาจึงจำใจต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เสียดายจังเลยนะครับ ผมว่าจะชวนชินไปกินด้วยเหมือนกัน เอาไว้ครั้งหน้านะ”
ชรัญพูดยิ้มๆ ก่อนจะพยักหน้าชวนเมนิลาออกไปกินข้าว ปล่อยให้เตชินทร์ยืนแบกลังหน้าแห้งอยู่กับกันต์แค่สองคนท่ามกลางเสียงหัวเราะต่อกระซิกของคนทั้งคู่ที่เพิ่งเดินจากไป
แม้จะรู้ดีว่า เมนิลาเป็หญิงสาวที่ค่อนข้างอัธยาศัยดีในยามที่อยู่กับคนอื่น แต่กับสายตาของคนหึงที่พร้อมจะะเิความหวงออกมาได้ทุกเมื่ออย่างเตชินทร์ กลับมองว่าเธอกับชรัญดูจะสนิทสนมมากจนเกินควรไปหน่อย ทีกับเขากลับแปลงร่างเป็แม่ไก่ จิกเอาๆ จนแทบจะพรุนไปทั่วทั้งร่าง
คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจ!
แต่จะว่าไปแล้ว เตชินทร์ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของความสัมพันธ์คนทั้งสอง เขาถึงหันกลับมาถามกันต์
“ไอ้หมอนั่นมันเป็ใครวะ ทำไมดูสนิทกับเมย์จัง”
กันต์ถึงกับถอนหายใจเพราะคร้านจะตอบคำถามในสิ่งที่เตชินทร์ก็ควรจะรู้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังอุตส่าห์ใจดีให้ความอนุเคราะห์มอบข้อมูลให้คนที่ดูเหมือนจะถูกลบความทรงจำไปอย่างถาวรอยู่ดี
“ก็เขาคบกันอยู่น่ะสิ!”
สิ้นสุดคำตอบของกันต์ เตชินทร์ก็ชะงักค้างในบัดดล ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ พร้อมทั้งอ้าปากพะงาบเหมือนพูดไม่ออก ราวกับว่าสมองของเขาในตอนนี้ขาวโพลนไปหมด
“ใครๆ ก็พูดกัน…นี่อย่าบอกว่าลืมอีกแล้วนะ เฮ้อ!”
กันต์ถอนหายใจเป็รอบที่ร้อยก่อนจะเล่าให้ฟังอีกว่าชรัญคือลูกชายของ ชัยวิชิต ประธานบริษัททัวร์แห่งนี้และแน่นอนว่าเขาเองก็ดำรงตำแหน่งรองประธานอยู่เช่นเดียวกัน และด้วยความที่นิรุตติ์กับพิสมัย พ่อแม่ของเมนิลาเป็เพื่อนกับชัยวิชิตมาั้แ่สมัยมหาวิทยาลัย จึงทำให้ชรัญได้มีโอกาสเจอเมนิลาอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น เมื่อเมนิลาเข้ามาทำงานที่บริษัททัวร์แห่งนี้ ชรัญจึงปฏิบัติกับเธออย่างสนิทสนมกว่าใครเป็พิเศษ
ซึ่งใครๆ ในที่นี้ต่างก็พูดกันเป็เสียงเดียวกันว่า อีกไม่นานเธอคงได้เปิดตัวในฐานะภรรยาสาวของ (ว่าที่) ประธานบริษัทอย่างชรัญเข้าสักวัน
คำบอกเล่าของกันต์ยิ่งตอกย้ำลงกลางอกของเตชินทร์ เขารับรู้ได้ถึงความเ็ปที่เริ่มแล่นเข้าสู่หัวใจอย่างหนักหน่วง อุณหภูมิที่ร้อนระอุก่อนหน้านี้กลับลดฮวบฮาบจนร่างกายของเขาแทบสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บและกลายเป็ชาในที่สุด
กันต์เห็นท่าทีเหม่อลอยผิดปกติของเตชินทร์ก็เดินเข้ามาเช็กดูใกล้ๆ
“เป็ไรวะพี่”
ไม่ว่าจะท่าทีที่เหม่อลอยหรือความหน่วงใจที่บังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้ ต่างอนุมานได้จากภาพที่ปรากฏต่อหน้านี้ได้ว่า..มันคืออาการของคนที่กำลัง…
อกหักดังเป๊าะ!
ทันใดนั้น เตชินทร์ที่ไม่มีสติก็เผลอปล่อยมือจากลังกระดาษจนหล่นทับเท้าของกันต์เข้าอย่างจัง
“โอ๊ยย!!!!”
แม้เสียงร้องของกันต์จะดังลั่นไปทั่วทั้งตึกเพียงใด…ก็มิอาจปลุกเตชินทร์ให้หลุดจากภวังค์ความชอกช้ำนี้ได้แม้แต่น้อย
“ฮืออออ!!!”
เตชินทร์ที่อยู่ในอาการอกหักถึงกับร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง ก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้วเพื่อหวังพึ่งฤทธิ์น้ำเมาให้ช่วยบรรเทาความเ็ปที่กำลังเกิดขึ้น ในขณะที่เอฟกับปั้นก็นั่งเฝ้ามองอาการของเพื่อนในร้านอาหารกึ่งบาร์โอเพ่นแอร์มาร่วมชั่วโมงและคอยรินเหล้าให้เพื่อนเป็ระยะอย่างเงียบๆ
ดีหน่อยที่ร้านมีจัดแสดงดนตรีสด เสียงเพลงเลยช่วยกลบเสียงร่ำไห้ไปได้บ้าง แต่ถึงเพื่อนจะไม่ได้ปริปากเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทว่า เอฟกับปั้นก็คาดเดาไปต่างๆ นานาว่าเตชินทร์อาจจะโดนสาวที่แอบซุ่มคบหักอกมา
เมื่อเห็นว่าอาการของเพื่อนเริ่มหนักขึ้น ปั้นก็บุ้ยปากโยนหน้าที่ให้เอฟเป็คนปลอบ
เอฟเกาหัวตัวเองแกรกๆ อย่างไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
“อะ..เอ่อ..ไม่เป็ไรนะเพื่อน คบเด็กมหาลัยก็อย่างงี้แหละ เราต้องปล่อยให้เขาออกไปเติบโตว่ะ”
ปั้นกอดอกพยักหน้าอย่างเห็นด้วยพร้อมทั้งพูดเสริม
“คิดจะเลี้ยงต้อย ก็ต้องเผื่อใจว่ะเพื่อน”
เตชินทร์เหนื่อยเกินกว่าจะแก้ความเข้าใจผิดของเพื่อนทั้งสองที่กำลังคิดไปไกลถึงดาวพลูโต เขาจึงหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาซัดย้อมใจต่อโดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่าอีกมุมหนึ่งของร้าน มีคนรู้จักของเขากำลังนั่งพูดคุยอยู่กับใครบางคนอย่างออกรสออกชาติ
ในขณะเดียวกัน ชัยวิชิตก็ได้แนะนำ คุณหวัง เพื่อนนักธุรกิจชาวจีนให้กับทั้งคู่ ซึ่งเขาเอง้าเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย แต่เพราะเป็ชาวต่างชาติจึงทำให้ติดล็อกบางอย่างทางด้านกฎหมาย หวังจึงยื่นข้อเสนอด้วยเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกกับการขอให้ทั้งสองคนเป็นอมินีให้แก่เขา
หากสรุปอย่างเข้าใจง่ายก็คือ คุณหวัง้าจะว่าจ้างนิรุตติ์และพิสมัยให้แสร้งทำเป็เ้าของธุรกิจแทนเขาที่เป็เ้าของตัวจริงนั่นเอง
“เธอไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ให้คุณหวังเขายืมชื่อของพวกเธอก็พอ”
ชัยวิชิตกล่าวก่อนจะยื่นกระดาษที่หวังเพิ่งเขียนให้คุณนายพิสมัยดู
“เธอโอเคไหม”
“ตกลงตามนั้นเลยชัย”
เมื่อพิสมัยเห็นจำนวนเงินที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ เธอก็ตอบตกลงอย่างทันควัน ทว่า นิรุตติ์กลับมีสีหน้าหนักใจเพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ผิดกฎหมายนี้ แต่เพราะทนแรงโน้มน้าวที่ค่อนไปทางบังคับของภรรยาตัวเองไม่ได้ เขาจึงต้องยอมเธอในท้ายที่สุด แม้จะขัดใจมากเพียงใดก็ตามแต่
“พวกเธอมั่นใจได้เลยว่าจะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นแน่นอน”
หลังเสร็จจากการเจรจากันเื่ธุรกิจได้ไม่นาน ชัยวิชิตและคุณหวังก็ขอตัวไปทำธุระต่อ ทันใดนั้น พิสมัยก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงยกนาฬิกาขึ้นมองดูเวลา
“ว๊าย! ใกล้จะได้เวลาแล้วคุณ”
พิสมัยพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นในขณะที่สามีของเธอกลับไม่เข้าใจว่าเธอกำลังจะสื่ออะไร แต่พอสายตาเขาเหลือบไปเห็นเมนิลากับชรัญเดินเข้ามาในร้านอาหารด้วยกัน เขาก็เข้าใจได้ทันที ก่อนจะถอนหายใจออกมาเพราะเหนื่อยหน่ายกับคุณแม่จอมบงการคนนี้เสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่วายถูกเธอลากไปนั่งในมุมที่ค่อนข้างลับตาคนเพื่อเฝ้ามองแผนการที่เธอวางไว้
เมื่อบริกรเห็นว่าเมนิลาเดินเข้ามา เธอจึงเดินเข้าไปต้อนรับทันที
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง”
“เอ่อ พอดีคุณแม่จองโต๊ะไว้แล้วน่ะค่ะ”
เมนิลาบอกชื่อแม่ของเธอให้กับบริกรสาว เธอจึงพาทั้งคู่เดินไปยังโต๊ะที่จองไว้
เหตุที่เมนิลาต้องมาร้านอาหารด้วยกันกับชรัญนั้น ก็เพราะวันนี้เป็วันเกิดของแม่เธอนั่นเองและพิสมัยก็ได้กำชับเธอหลายรอบว่าต้องให้ชรัญมาด้วยโดยให้เหตุผลว่าลูกเพื่อนก็เหมือนกับลูกเธอ ดังนั้นเขาต้องมาร่วมอวยพรวันเกิดคุณแม่บังเกิดเกล้าด้วยเช่นเดียวกัน
“พี่ว่าเราสั่งอะไรรองท้องก่อนดีไหมเมย์”
“ก็ดีค่ะพี่ชรัญ”
เพราะผ่านมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว เ้าของวันเกิดก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะปรากฏตัวสักที ชรัญกับเมนิลาจึงตัดสินใจสั่งอาหารมากินรองท้องก่อน พร้อมทั้งคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเพื่อฆ่าเวลารอ
เธอหรืออุตส่าห์รีบขับรถกลับไปเปลี่ยนชุดสวยที่คอนโดหลังจากเลิกงานทันทีเพราะถูกกำชับมาว่าจะมีเพื่อนผู้ใหญ่ของคุณแม่มาร่วมโต๊ะหลายท่าน แต่เหตุใดในตอนนี้กลับมีเพียงเมนิลาและชรัญนั่งอยู่ด้วยกันเพียงสองคนเท่านั้น หรือเธอจะดูพิกัดร้านผิดก็ไม่น่าจะใช่
“บรรยากาศดีเนอะว่าไหม”
ชรัญกวาดสายตาไปรอบๆร้าน ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้เมนิลาอย่างที่ทำเป็ประจำ
“เมย์ก็ว่างั้นค่ะ เพราะรอบๆร้านเป็สวนด้วยแหละมั้ง”
ชรัญส่ายหน้า
“เพราะคนตรงหน้าต่างหาก”
เมนิลาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงัก ทำทีหยิบน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อหลบสายตาที่มองมาอย่างหวานเยิ้มพร้อมทั้งแสร้งหันไปดูนักร้องที่กำลังร้องเพลงอยู่บนเวทีแทนโดยไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนวิ่งออกมาอาเจียนใส่ถังขยะที่วางอยู่ไม่ไกลจากตัวเธอนัก
“อ้วกกก!!!”
เตชินทร์ขย้อนสิ่งที่กินเข้าในค่ำคืนนี้ออกมาจนหมดไส้หมดพุงทำเอาแข้งขาหมดแรงไปชั่วขณะ เขารู้สึกว่าวันนี้ปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายจะมากเป็พิเศษ เผลอๆ มากกว่าวันที่เขาแอบไปร้านเหล้าหลังจากถูกเมนิลาไล่ออกจากบ้านเสียอีก
“เอ่อ ไหวไหมครับคุณผู้ชาย”
บริกรหนุ่มเดินผ่านมาเจอเตชินทร์ที่อยู่ในสภาพดูไม่ได้เข้าพอดี แม้สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าจะดูสวนทางกับคำพูด แต่เขาก็พยายามบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำให้ได้
“เอิ้ก…ไหว …ผมโอเค โอเค โอเค๊ แย๊!”
ในขณะที่กำลังจะก้าวเดิน เตชินทร์ก็เหลือบไปเห็นเมนิลาที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเขาเข้าพอดี แม้จะไม่เห็นใบหน้าของชายคนที่กำลังร่วมโต๊ะด้วยเพราะเขานั่งหันหลังให้ แต่เตชินทร์ก็สามารถคาดเดาได้จากการแต่งกายของชายคนนั้นอย่างไม่ต้องเสียเวลานึกมากนักว่าเขาคือชรัญ
แต่ทันใดนั้น สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อชรัญยื่นหน้าเข้าไปใกล้เมนิลาจนเหมือนกับว่า…
เขากำลังจูบเธอ!!
โปรดติดตามตอนต่อไป
-----------------------------------------------------------
เ้าต้นนุ่น:
นอกจากจะถูกเมียลืมแล้ว เมียยังไปคบกับคนอื่นอี๊ก!
บอกได้คำเดียวว่า สู้เขานะอิเฮีย