แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าตรู่ค่อยๆ สาดส่องลอดผ่านแนวรอยต่อของผ้าม่านทึบแสงสีเทาเข้มเข้ามาภายในห้องนอนอันเงียบสงบ กลิ่นอายอุ่นของความรักและความเร่าร้อนจากค่ำคืนที่ผ่านมายังคงอบอวลเจือจางอยู่ในอากาศ ทุกอณูของห้องนอนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยร่องรอยของความแนบชิด
คีทขยับเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ หัวใจของคีทพลันเต็มตื้นไปด้วยความอิ่มเอมใจอย่างลึกล้ำเมื่อได้สติสัมปชัญญะกลับคืนมา ความรู้สึกแรกที่ััได้คือความอุ่นซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย เขาขยับท่อนแขนแกร่งที่โอบประคองร่างบางของคนข้างกายไว้ตลอดทั้งคืนอย่างแสนรักและทะนุถนอม สายตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าหวานของเมลที่ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราอันแสนหวานด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการร่วมรักและการดูแลพยาบาลตัวในตอนที่ผ่านมา
เมลที่ขดตัวกลมอยู่ในผืนผ้าห่มนวมหนานุ่ม ใบหน้าขาวเนียนยามหลับใหลไร้เดียงสาและน่าเอ็นดูเสียจนคีทอดไม่ได้ที่จะระบายรอยยิ้มบางเบาออกมา เขาไล้สายตาคมกริบมองสำรวจผิวพรรณละเอียดลออของคนรัก ผิวแก้มใสขึ้นสีระเรื่อจางๆ ตามธรรมชาติ แผ่นหลังขาวเนียนละเอียดที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มปรากฏรอยประทับตราจองสีแดงเข้มสลับจางเด่นชัดประดับอยู่ทั่วเนื้อผิว
ทั้งรอยจูบ รอยขบเม้ม และรอยรักที่คีทตั้งใจฝากฝังไว้เพื่อสลักลายบนตัวของเมล ร่องรอยเ่าั้ทำหน้าที่เป็ดั่งหลักฐานชั้นดีที่ประกาศก้องว่าตอนนี้นายเอกตัวน้อยได้ตกเป็ของคีทอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งหัวใจ... และร่างกายพิเศษที่แอบซ่อนอยู่ใต้ผืนผ้าหนาผืนนี้
คีทแสยะยิ้มเบาๆ ด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุดในอก ยามที่มองดูแพขนตาหนาที่ปิดสนิทและริมฝีปากบางที่บวมเจ่อแดงช้ำเล็กน้อยจากการบดจูบที่หนักหน่วงและยาวนานเมื่อค่ำคืน ร่างกายพิเศษของเมลช่างน่ามหัศจรรย์และปลุกปั่นความคลั่งรักในใจของคีทได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ช่องทางรักใหม่ที่เพิ่มเข้ามาจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพนั้นช่างนุ่มแน่น ตอดรัดอุ่นร้อน และปรนเปรอความใคร่ของคีทได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าคราบรอยรักจะยังทิ้งร่องรอยความอ่อนเพลียไว้ แต่คีทก็ได้จัดการเช็ดทำความสะอาดพยาบาลเมลอย่างประณีตที่สุดจนไข้ราคะของเมลลดลงจนเกือบเป็ปกติแล้ว
ในห้วงความคิดของคีท ทุกอย่างบนกระดานนี้ไม่มีคำว่าบังเอิญ คีทเฝ้ามองร่างบางที่หลับใหลพลางทบทวนแผนการอันแยบยลที่คีทสร้างสรรค์ขึ้นมาทีละขั้นอย่างใจเย็นและอดทน ั้แ่การจัดฉากส่งบัตรจับมือระดับ VIP ของนางเอก AV คนโปรดไปให้เมลในฐานะผู้โชคดี การจัดหาและปล่อยเชื้อไวรัสสายพันธุ์พิเศษที่ทำให้โครงสร้างร่างกายภายในของเมลกลายพันธุ์จนมีสองเพศในร่างเดียว ไปจนถึงการรอคอยจังหวะที่เหมาะสมใน่เวลาปิดเทอมที่คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองแห่งนี้ คอนโดมิเนียมที่พ่อแม่ของสองครอบครัวผู้เป็เพื่อนสนิทกันร่วมกันซื้อให้ในฐานะของขวัญเข้าเรียนมหาวิทยาลัย คีทใช้เวลาและความอดทนอย่างสูงในการต้อนเมลให้จนมุม เพื่อให้เมลต้องหันมาพึ่งพิงและออดอ้อนคีทแต่เพียงผู้เดียวในยามที่ร่างกายเกิดความผิดปกติและร้อนรุ่มด้วยไข้ราคะ
ตอนนี้ เมลยอมรับหัวใจของคีทแล้ว ร่างกายของเมลเรียนรู้รสชาติความเสียวซ่านและปรับตัวเข้าหาคีทอย่างแยกไม่ออก แต่เท่านี้ยังไม่พอสำหรับความรักอันท่วมท้นที่คีทมีให้ คีท้าพันธะผูกมัดที่แ่ากว่านั้น พันธะที่ไม่มีใครสามารถทำลายหรือพรากเมลไปจากคีทได้ชั่วชีวิต... ทั้งในแง่ของกฎหมาย สังคม และสายตาของคนรอบข้าง
คีทขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนกว้างอย่างเงียบเชียบที่สุด ระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงหรือแรงสั่นะเืที่จะทำให้คนตัวเล็กตื่นจากการพักผ่อน คีทคว้าสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องนอนไปอย่างแ่เบา คีทปิดประตูห้องนอนลงอย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้เสียงรบกวนเล็ดลอดเข้าไปถึงด้านใน
คีทเดินมาหยุดอยู่กลางห้องนั่งเล่นอันกว้างขวางของคอนโด กดเบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นเคยเป็อย่างดีเพื่อโทรออกไปยังสายแรก... คุณแม่ของคีทเอง
รอสายเพียงไม่นาน เสียงหวานของหญิงวัยกลางคนปลายสายที่เต็มไปด้วยความคาดหวังก็ดังขึ้น
“ว่าไงจ๊ะคีท? ได้เื่ยังไงบ้างลูก? แม่รอลุ้นจนนอนไม่หลับเลยนะเนี่ย” เสียงของคุณแม่คีทเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้นและเอ็นดู
คีทยกยิ้มกว้าง แววตาฉายประกายแห่งชัยชนะขณะตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลทว่าหนักแน่น “เรียบร้อยแล้วครับแม่ เมลตกเป็ของคีทแล้วครับ... ค่ำคืนที่ผ่านมาทุกอย่างราบรื่นดีมาก เมลน่ารักและโอนอ่อนผ่อนตามคีททุกอย่างเลยครับ”
“จริงเหรอคีท! โอ้โห แม่ดีใจที่สุดเลยลูกชายของแม่!” คุณแม่ของคีทร้องอุทานด้วยความยินดีปรีดาอย่างปิดไม่มิด “แม่บอกแล้วว่าแผนของคีทต้องสำเร็จ แล้วเื่ร่างกายของน้องล่ะลูก? อาการของเมลเป็ยังไงบ้าง?”
“เป็ไปตามที่พวกเราคาดไว้ครับแม่ ร่างกายของเมลตอบสนองต่อไวรัสตัวนั้นอย่างสมบูรณ์ เมลมีช่องทางรักเพศหญิงปรากฏขึ้นมาใต้ช่องทางเดิม และไข้ราคะก็กำเริบจนคีทต้องช่วยพยาบาลดูแล... ด้วยร่างกายของคีทเอง ตอนนี้เมลไข้ลดลงและกำลังหลับพักผ่อนอยู่ครับ ร่างกายพิเศษของเมลช่างบอบบางและไวต่อััมาก ผมคิดว่าเมลจำเป็ต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องเพื่อไม่ให้อาการทรุดลง” คีทรายงานรายละเอียดการร่วมรักและอาการพิเศษของเมลให้คุณแม่ฟังอย่างตรงไปตรงมา แต่ปรับเปลี่ยนภาษาให้ดูเป็การรายงานด้วยความห่วงใยและเป็สุภาพบุรุษ
“โถ... เมลลูกรักของแม่ คงจะเหนื่อยและสับสนแย่เลย แต่ดีแล้วล่ะที่มีคีทคอยดูแลข้างๆ แม่รักเมลเหมือนลูกแท้ๆ มาตลอด ดีใจจริงๆ ที่ในที่สุดเมลจะได้มาเป็ครอบครัวเดียวกันกับเราอย่างแท้จริง” คุณแม่คีทกล่าวปลาบปลื้ม “เื่นี้แม่จะรีบติดต่อประสานงานกับฝั่งคุณแม่ของเมลวินทันทีเลยนะจ๊ะ เราจะได้เร่งดำเนินการขั้นต่อไปให้เร็วที่สุด”
“ครับแม่ รบกวนคุณแม่ช่วยประสานงานกับคุณแม่ของเมลให้ด้วยนะครับ คีทอยากให้ข้อตกลงและงานหมั้นเกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่เมลจะได้ไม่ต้องกังวลหรือรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และคีทจะได้ดูแลเมลในฐานะคู่หมั้นได้อย่างเต็มตัว” คีทเสนอกลยุทธ์รวบหัวรวบหางที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า
“ได้เลยจ้ะลูกรัก รอฟังข่าวดีจากแม่ได้เลยนะ”
หลังจากวางสายจากคุณแม่ของตนเอง คีทยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นวิวเมืองหลวงยามเช้า หมากทุกตัวบนกระดานเดินไปอย่างแม่นยำ ไม่นานนัก เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟนในมือก็ดังขึ้นอีกครั้ง หน้าจอแสดงชื่อของคุณแม่เมลวิน คีทกดรับสายทันทีโดยไม่รีรอ
“สวัสดีครับคุณแม่” คีทกรอกเสียงลงไปอย่างสุภาพนอบน้อม แฝงไปด้วยความเคารพอย่างสูง
“คีทลูก... แม่เพิ่งคุยกับแม่ของคีทเมื่อกี้นี้เอง” น้ำเสียงของคุณแม่เมลวินเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและยินดีปรีดาอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีกลิ่นอายของความโกรธเคืองหรือขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อยที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถูกเพื่อนสนิทล่วงเกิน “แม่ได้ยินเื่ทั้งหมดแล้วนะลูก ทั้งเื่อาการพิเศษในร่างกายของเมลและเื่ที่คีทต้องเข้าไปช่วย... พยาบาลน้อง”
“ครับคุณแม่... ผมต้องกราบขออภัยคุณแม่ด้วยนะครับที่คีททำล่วงเกินเมลไป แต่ในสถานการณ์ตอนนั้น ร่างกายของเมลร้อนรุ่มมากและไวรัสตัวนั้นบีบบังคับให้เมล้าการปลดปล่อยอย่างรุนแรง คีทไม่อาจปล่อยให้เมลเผชิญกับความทรมานเพียงลำพังได้ คีทรักเมลมาตลอดและพร้อมที่จะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยชีวิตของคีทครับ” คีทเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยราวกับรู้สึกผิดและเป็ห่วงเมลวินอย่างสุดซึ้ง ทั้งที่ในใจกำลังยิ้มกริบกับท่าทีที่เป็ใจของผู้ใหญ่ทั้งสองบ้าน
“โถ่ คีทเอ๊ย... แม่จะไปโกรธคีทได้ยังไงกันลูก แม่รู้มาตลอดว่าคีทรักและคอยปกป้องดูแลเมลมาั้แ่เด็กๆ เมลเองก็เป็เด็กซื่อๆ อ่อนต่อโลก แถมตอนนี้ร่างกายยังมีเื่พิเศษแบบนั้นเกิดขึ้นอีก ถ้าไม่ใช่คีท แม่ก็ไม่ไว้ใจให้ใครหน้าไหนมาดูแลลูกชายของแม่หรอกจ้ะ” คุณแม่ของเมลวินเอ่ยปลอบประโลมด้วยความอบอุ่น
“ที่คีททำไปก็เพื่อช่วยน้อง และแม่ก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะยกเมลให้กับคีทดูแลอย่างเป็ทางการ เื่งานหมั้นหมายสายฟ้าแลบนี้แม่เห็นดีเห็นงามด้วยที่สุดเลยลูก แม่กับคุณแม่ของคีทจะช่วยกันหาฤกษ์หมั้นหมายที่เร็วที่สุดภายในเดือนนี้เลยนะ เมลจะได้มีสถานะที่ถูกต้องและมีคีทคอยปกป้องอยู่ข้างกายตลอดเวลา”
“ขอบพระคุณคุณแม่มากครับที่เมตตาและไว้ใจคีท เมลปลอดภัยดีและไข้ลดลงแล้วครับ... ผมสัญญาว่าจะดูแลเมลอย่างดีที่สุดชั่วชีวิตของคีทครับ” คีทเอ่ยคำสัญญาที่แสนหวานและมั่นคง ยิ้มอย่างผู้ชนะที่ครอบงำผู้ใหญ่ของทั้งสองบ้านไว้ในกำมือได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนอย่างไร้ที่ติ
---
เปลือกตาบางของเมลขยับเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพบกับความสว่างของแสงแดดยามสายที่สาดส่องเข้ามาในห้องนอน อาการไข้ที่เคยทำให้เนื้อตัวร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาเมื่อคืนนี้ทุเลาลงไปจนเกือบหมดสิ้น หลงเหลือเพียงความอุ่นซ่านที่แผ่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย แต่สิ่งที่ทดแทนเข้ามากลับเป็ความรู้สึกระบมและตึงล้าอย่างรุนแรงที่บริเวณสะโพกและตรงระหว่างขา... โดยเฉพาะช่องทางรักใหม่ รสััของความกระสันเสียวที่ยังคงกระจายตัวอยู่บางเบาทำให้ผมต้องเผลอขบเม้มริมฝีปากแน่น
ผมหันมองไปข้างกายเพื่อหาอ้อมกอดอุ่นๆ ของคีทที่เคยโอบรัดผมไว้ทั้งคืน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและรอยยุบบนฟูกนอนที่เย็นชืดลงเล็กน้อย กลิ่นหอมสะอาดเฉพาะตัวของมันยังคงติดอยู่บนหมอนและผ้าห่มผืนหนาที่คลุมตัวผมอยู่
“คีท...” ผมพยายามเปล่งเสียงเรียกหาเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเบาหวิว คอของผมแห้งผากราวกระดาษทราย ความกระหายน้ำแล่นริ้วขึ้นมาจนทำให้รู้สึกทรมาน
ผมค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ทันทีที่ขยับเขยื้อน ความเ็ประบมแล่นปลาบขึ้นมาจากช่องทางรักที่แสนอ่อนไหวจนต้องหลุดเสียงครางเครือในลำคอ ขาทั้งสองข้างสั่นเทาไม่มีแรงจนเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ดีที่ผมคว้าขอบโต๊ะข้างเตียงไว้ได้ทัน ผมพยายามประคองร่างที่แสนล้าและกะเผลกเดินลากขาตรงไปยังประตูห้องนอนแแง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง โดยมีจุดหมายคือแก้วน้ำเย็นๆ ในห้องครัวเพื่อดับกระหาย
ทว่า ทันทีที่ฝีเท้าของผมขยับเข้าไปใกล้ประตูห้องนอน เสียงทุ้มนุ่มที่แสนคุ้นเคยของคีทก็แว่วดังมาจากบริเวณห้องนั่งเล่นด้านนอก น้ำเสียงของมันดูจริงจังและนอบน้อมกว่าปกติทำให้ผมชะงักฝีเท้าลงโดยสัญชาตญาณ ผมเอื้อมมือไปเกาะขอบประตู แอบฟังบทสนทนาที่กำลังดำเนินอยู่เื้ับานประตูไม้หรูหรานั้น
“...ครับคุณแม่ เมลปลอดภัยดี... คีทสัญญาว่าจะดูแลเมลอย่างดีที่สุดครับ เื่งานหมั้นคีทเห็นด้วยว่าควรจัดให้เร็วที่สุด เมลจะได้ไม่ต้องกังวลเื่สถานะและการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของตัวเอง” เสียงของคีทพูดสายกับใครบางคนที่มันเรียกว่า ‘คุณแม่’
ผมเบิกตาโพลง หัวใจกระตุกวูบด้วยความช็อกและสับสนอย่างรุนแรง ความคิดในหัวปั่นป่วนอลหม่านจนแทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูก
อะไรนะ?... งานหมั้นเหรอ? หมั้นสายฟ้าแลบงั้นเหรอ?
แล้วคุณแม่ปลายสายที่คีทคุยด้วยคือแม่ของผมจริงๆ งั้นเหรอ? ทำไมแม่ถึงรู้เื่ร่างกายพิเศษที่มีสองเพศของผมแล้วล่ะ? แล้วทำไมแม่ถึงได้ตกลงง่ายดายขนาดนี้!
ในอกของผมเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ไร้คำตอบ ความเป็จริงมันควรจะเป็ว่า ถ้าแม่ของผมรู้เื่ที่ผมมีร่างกายผิดปกติกลายเป็เพศทางเลือกพิเศษที่มีสองเพศในร่างเดียว แถมยังโดนคีทเพื่อนสนิทั้แ่เด็กมาล่วงเกินและรวบหัวรวบหางร่วมรักอย่างป่าเถื่อน (แม้ว่ามันจะอ้างว่าเพื่อช่วยพยาบาลผมก็ตาม) แม่ควรจะโกรธสิ! แม่ควรจะด่าว่าหรืออาละวาดใส่คีทสิ! แต่ทำไมจากน้ำเสียงที่คีทตอบรับ มันถึงดูยินดีปรีดาและยอมยกลูกชายอย่างผมให้คีทง่ายๆ เหมือนมีคนเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วเลยล่ะ?
ความกังวลใจและความหวาดหวั่นแปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ ลางสังหรณ์บางอย่างบอกผมว่าเื่ราวทั้งหมดนี้มันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล แต่ด้วยสภาพร่างกายที่แสนจะอ่อนแอ ขาสั่นระริก และสมองที่ยังคงตื้อเบลอทำให้ผมก้าวขาออกไปช้าๆ ผลักประตูห้องนอนเปิดออกกว้างและเดินลากขาออกไปประจันหน้าร่างสูงใหญ่ของคีทที่ยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น
แอด…
เสียงเปิดประตูทำให้คีทสะดุ้งหันกลับมามอง ใบหน้าหล่อเหลาของมันฉายแววใเล็กน้อยยามที่เห็นผมยืนหน้าซีดเผือด ขาสั่นสะท้านพยุงตัวแทบไม่อยู่ คีทรีบกดวางสายโทรศัพท์ในมือทันทีโดยไม่เอ่ยคำลากับปลายสาย ก่อนจะปรี่เข้ามารวบร่างของผมเข้าไปไว้ในอ้อมแขนแกร่งอย่างรวดเร็วและทะนุถนอม
“เมล! ลุกขึ้นมาทำไมครับ? ร่างกายยังระบมอยู่เลยนะ ทำไมไม่นอนพักผ่อนบนเตียงล่ะคนดี”
น้ำเสียงของคีทเต็มไปด้วยความห่วงใยชวนละลาย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของผมด้วยความรักอันล้นปรี่ มือหนาประคองสะโพกและแผ่นหลังของผมไว้แน่นเพื่อช่วยพยุงไม่ให้ล้มลงไป
ผมเงยหน้ามองคีท ดวงตาเริ่มมีหยดน้ำตาคลอเคล้าด้วยความสับสน ปนเปไปด้วยความไม่เข้าใจในสถานการณ์ตรงหน้า “คีท... คุยกับใครน่ะ? ทำไมคุณแม่ถึงยอมง่ายจัง? แม่ไม่โกรธคีทเลยเหรอ? เื่ที่คีททำกับเมล... เื่ที่พวกเรา... ฮึก...” ผมถามออกไปเสียงสั่นเครือ รู้สึกสับสนจนพูดไม่ออกที่เห็นทุกอย่างมันดูราบรื่นและง่ายดายราวกับถูกเตี๊ยมกันไว้หมดแล้ว
คีทนิ่งไปชั่วครู่ แววตาของมันยังคงนุ่มนวลและอ่อนโยนอย่างที่สุด รอยยิ้มบางๆ ที่แสนดีประดับบนใบหน้าหล่อเหลา คีทกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นจนเนื้อตัวของเราแนบชิดกันแทบไม่มีช่องว่าง คีทซุกหน้าของผมลงกับอกแกร่งอุ่นของมัน มือหนาลูบหัวและเส้นผมของผมอย่างอ่อนโยน แ่เบา คล้าย้าสะกดและกลบเกลื่อนความกังวลและรอยร้าวในใจทั้งหมดของผมออกไป
“ก็คุณแม่รักเมล และรู้ว่าคีทจะดูแลเมลได้ดีที่สุดไงครับคนดี...” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบที่ข้างใบหูของผมอย่างแสนดีชวนเคลิ้ม “คุณแม่รู้เื่ร่างกายพิเศษของเมลแล้ว ท่านเป็ห่วงเมลมาก และท่านก็เบาใจเมื่อรู้ว่าคีทพร้อมที่จะรับผิดชอบและดูแลเมลไปตลอดชีวิต ไม่มีใครรักและเข้าใจเมลเท่าคีทอีกแล้วนะ เพราะงั้นไม่ต้องคิดมากนะเมล... ปล่อยให้คีทจัดการเื่ทุกอย่างเองเถอะนะครับคนดี เมลแค่พักผ่อนและเชื่อใจคีทก็พอแล้วนะ”
คำพูดแสนดีบวกกับััลูบไล้ที่หัวและหลังอย่างอ่อนโยนทำให้ความหวาดหวั่นและความระแวงในใจของผมค่อยๆ มลายหายไป อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อคนนี้ช่างปลอดภัยและทำให้ใจชื้นจนผมเผลอเคลิ้มตาม กอดตอบรอบคอของมันและซบใบหน้าเข้ากับอกแกร่งล่ำสันเพื่อหลบหนีความจริงอันน่าสับสน ยินยอมละทิ้งการต่อต้านและปล่อยให้มันควบคุมบงการความคิดไปในทิศทางที่มัน้า
ทว่า ภายใต้สายตาอันตรายและแววมุ่งมั่นดำมืดที่ผมมองไม่เห็นเนื่องจากกำลังซุกหน้าอยู่กับแผ่นอกของมัน... สายตาของคีทกลับฉายประกายแววตาวางแผน บงการ และเ้าเล่ห์ลึกล้ำอย่างน่าขนลุก รอยยิ้มแสยะกึ่งปิติยินดีประดับอยู่บนมุมปากของมันในความมืด
คีทกอดรัดร่างของผมไว้แ่าขึ้นราวกับกำลังโอบรัดเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุดไว้ในกรงขังอันสวยงาม คอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้กำลังจะแปรสภาพกลายเป็รังรักถาวรที่คีทจะขังผมไว้ตลอดไป แผนการบงการชีวิตของผมให้ตกอยู่ในกรรมสิทธิ์ของมันแต่เพียงผู้เดียวชั่วชีวิตกำลังดำเนินไปสู่ขั้นที่สมบูรณ์แบบ... โดยที่ผมไม่มีวันรู้ตัวเลยสักนิดเดียวว่าจะต้องติดอยู่ในกรงเสน่หาอันบ้าคลั่งนี้ไปชั่วกาลนาน