ตอนที่ 17
ภารกิจใหม่
คนกับสุนัขมีหรือที่จะสามารถเปรียบกันได้ หากจะเอามาเทียบกันให้ได้ เช่นนั้นก็มิใช่ว่ากระทั่งสุนัขก็ยังเทียบไม่ติดแล้วหรอกหรือ ?
เห็นได้ชัดว่าจ้าวชิงเหยามีประกายวงแหวนติดตัวมาแต่เกิด ต่อให้มิใช่แบบฉบับของตัวละครเอก อย่างน้อยนั่นก็เป็แบบฉบับของวีรบุรุษ
ยังดีที่เป็ศิษย์ของตนเอง เฉินิกระแอ่มไอสองครา ดีที่ไม่ได้ลวงจนทำให้จ้าวชิงเหยารู้สึกอับอายไป : “เห็ดหลิงจือหยกที่ข้าวางไว้อยู่ภายในถ้ำ เ้าได้ใช้ไปแล้วหรือไม่ ? ”
ดวงตาน้อยๆ ของจ้าวชิงเหยาขยิบตาไปมา เผยสีหน้าเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน ที่แท้อาจารย์ได้คำนวณเอาไว้แล้วว่าตนเองจะต้องร่วงหล่นลงสู่ใต้ผาสำนึกตน ดังนั้นจึงได้เตรียมเห็ดหลิงจือหยกต้นหนึ่งไว้ในถ้ำเพื่อที่จะได้ใช้รักษาอาการาเ็ของตนเอง มิเช่นนั้น เห็ดหลิงจือหยกที่ถูกตนกินเข้าไปแล้ว อาจารย์จะทราบได้อย่างไรกันเล่า ?
จ้าวชิงเหยากล่าว : “ที่แท้เห็ดหลิงจือหยกต้นนั้นก็เป็ท่านอาจารย์เตรียมเอาไว้ ท่านอาจารย์ ท่านทราบได้ยังไงว่าศิษย์จะตกหน้าผามาอยู่ในที่แห่งนี้กัน ? ”
เฉินิดีดนิ้วขึ้นเบาๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มของผู้สูงส่ง : “บางสิ่งมิอาจบอกเล่า เกรงว่าลิขิต์จะลงทัณฑ์ได้ การคาดเดาเช่นนี้ มีหรือที่จะแพร่งพรายออกไปได้ ? ”
จ้าวชิงเหยาพยักหน้า : “อ๋อ ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง”
เฉินิก้าวเดินอยู่ภายในถ้ำอยู่สองก้าว แล้วกล่าว : “อยู่ในที่แห่งนี้มาตั้งหลายวัน ทุกวันได้แต่กินผลไม้ป่าที่ขึ้นตามเถาวัลย์ เ้าคงจะหิวบ้างแล้วสินะ อืม อาจารย์จึงเอาขนมมาให้เ้ากินด้วย”
เฉินิล้วงหยิบห่อขนมออกมาไว้ในมือ ยื่นให้แก่จ้าวชิงเหยา : “รีบกินเถอะ ถ้าขนมเย็นชื้นแล้วจะไม่อร่อย”
จ้าวชิงเหยารับขนม ภายในดวงตาเกิดประกายระยิบระยับจากหยาดน้ำตาขึ้น ั้แ่เล็กจนโต มีเพียงอาจารย์ที่ดีต่อนางถึงเพียงนี้ นางถึงกับต้องก้มหน้าลง เพื่อไม่้าให้เฉินิเห็นสีหน้าของตน จ้าวชิงเหยากินขนมไปพร้อมกับตัดสินใจขึ้นว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจที่จะทำให้อาจารย์เสียชื่อเสียงได้
เฉินิเมื่อเห็นว่าจ้าวชิงเหยากินขนมไปจนหมด จึงกล่าวขึ้นว่า : “บัดนี้การประลองศิษย์เข้าสำนักยังเหลืออีกเจ็ดวัน ข้าเองก็พึ่งได้เห็นเ้าฝึกกระบี่ การออกกระบี่นั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เดี๋ยวข้าจะสอนเ้าอีกหนึ่งเพลงกระบี่! ภายในหลายวันนี้ เ้าเพียงตั้งใจฝึกกระบี่ให้ดี ส่วนเื่อื่นหรือกระทั้งเื่ชัยชนะอย่าได้เก็บมาใส่ใจมากจนเกินไป”
ในขณะที่เฉินิกล่าว ก็ได้ปลดกระบี่ดรุณีหยกลงมาจากหลัง ยื่นกระบี่ไปวางไว้ในมือของจ้าวชิงเหยา : “นับจากวันนี้เป็ต้นไป กระบี่เล่มนี้จะเป็ของเ้า จงรักษาเอาไว้ให้ดีละ”
กระบี่ดรุณีหยกมีความยาวเพียงสามฉื่อ ตัวกระบี่คล้ายกับหยกทมิฬ เนื้อกระบี่ละเอียด เหมาะสมที่จะให้เด็กสาวอย่างจ้าวชิงเหยาใช้
เฉินิเองก็ไม่เคยคิดที่จะสอนกระบี่จ้าววิถีใต้หล้าให้แก่นางมาก่อน
เมื่อเฉินิกุมด้ามของกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ กระบี่หลุดออกจากฝัก กระบี่ชี้ไปทาง์ดารา ผนึกพลังกวาดออกหนึ่งกระบี่ ดุดันรุนแรงจนเกิดคลื่นลมไปทุกทิศ สั่นะเืจนฝุ่นดินภายในถ้ำลอยคละคลุ้ง
เฉินิเอ่ยถาม : “เห็นชัดแล้วหรือไม่ ? ”
จ้าวชิงเหยาพยักหน้า กระบี่นี้ แต่เดิมนางก็พอที่จะจับจุดในเส้นทางเหล่านี้ได้บ้างแล้ว บัดนี้เมื่อมีเฉินิคอยชี้แนะ จึงยิ่งมีความเข้าใจขึ้นมาอีกหลายส่วน
ทันทีที่กระบี่ดรุณีหยกถูกขยับขวักไขว่อยู่ในมือ ก็ได้เริ่มฝึกเพลงกระบี่ที่เฉินิแสดงออกมาเมื่อครู่นี้ จ้าวชิงเหยาที่เมื่อใช้ออกไปรอบหนึ่ง เฉินิกลับรู้สึกว่ามีบางส่วนที่ยังไม่ถูกต้อง จึงได้กล่าวขึ้นทันที : “ลองใช้กระบี่ที่เ้าใช้เมื่อครู่นี้ โจมตีเข้ามาที่ข้าดู”
จ้าวชิงเหยากระตุ้นพลังจ้าวกระบี่วิถีใต้หล้าขึ้นทันที พร้อมกับหันเข้าโจมตีไปที่เฉินิ เฉินิเพียงขยับกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์เล็กน้อย ก็หยุดกระบี่ดรุณีหยกที่อยู่ในมือของจ้าวชิงเหยาได้ เฉินิจึงทำการไหลเวียนพลังมนตร์ตราเพื่อเข้าควบคุมกระบี่ดรุณีหยก จากนั้นก็ชักนำจ้าวชิงเหยาในการกระตุ้นจ้าววิถีใต้หล้า : “จงจดจำความรู้สึกเช่นนี้เอาไว้”
เฉินิหันไปมองโดยรอบ ท่ามกลางถ้ำูเาแห่งนี้ ถึงแม้จะมีพื้นที่แคบอยู่บ้าง แต่เหตุใดจึงััได้ถึงพลังทำลายของเพลงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์และพลังจ้าววิถีใต้หล้าได้กันเล่า?
เฉินิยื่นมืออุ้มจ้าวชิงเหยาเอาไว้ ก้าวเท้าเหินอยู่กลางอากาศ ชั่วขณะหนึ่งก็ได้มาถึงยังส่วนบนของหน้าผาที่มีน้ำตกอยู่สายหนึ่ง น้ำตกนั้นมีความสูงอยู่หลายสิบจั้ง เมื่อลองมองไปยังทางด้านล่างคล้ายกับไกลแสนไกล บริเวณนี้ จึงเหมาะที่จะเป็สถานที่ในการฝึกปรือพลังจ้าววิถีใต้หล้า
เฉินิวางจ้าวชิงเหยาลง แล้วกล่าวว่า : “มาเถอะ เข้ามาโจมตีใส่ข้าเรื่อยๆ ได้เลย ! ”
จ้าวชิงเหยาที่ยังอยู่ในสภาพคล้ายกับรำลึกอะไรบางอย่างอยู่ : “อา? มาถึงแล้วหรอกหรือ ? ”
เมื่อเหยียบอยู่้าของน้ำตก เฉินิก็ได้ใช้กระบี่ราชันย์พิสุทธิ์ทำการชักนำกระบี่ดรุณีหยกเหมือนก่อนหน้านี้ เพื่อทำให้จ้าวชิงเหยาสามารถที่จะจดจำััในความเปลี่ยนแปลงทุกจุดได้อย่างชัดเจน
เวลาล่วงเลยผ่านไป เฉินินอกจากสอนสั่งเพลงกระบี่ให้แก่จ้าวชิงเหยา อีกทั้งยังได้นำเอาโอสถที่อยู่ในประเภทเดียวกับโสมหิมะจากภายในจวนติดตัวมามอบให้แก่จ้าวชิงเหยากิน
่เวลาเพียงเจ็ดวัน พลังฝึกปรือของจ้าวชิงเหยาก็ได้ทะลวงขึ้นไปอีกขั้น
พรุ่งนี้จะเป็การประลองศิษย์เข้าสำนัก เฉินิหันไปมองการออกกระบี่ของจ้าวชิงเหยา จ้าวชิงเหยาในตอนนี้ยังขาดแต่เพียงความเชื่อมั่น ดังนั้นในยามที่ออกกระบี่จึงยังมีความกังวลอยู่ หาได้ใช้พลังทุกส่วนออกมาได้อย่างเต็มที่ นางในขณะที่เข้าสำนักกลับถือเป็ผู้ที่มีพร์ที่แย่ที่สุด ซ้ำยังถูกดูแคลนจากศิษย์คนอื่นๆ คงจะทำให้เกิดเป็ปมในใจขึ้นมาบ้าง
หากว่าสามารถที่จะทำให้ปมในใจของจ้าวชิงเหยาคลี่คลายลงได้ การกระตุ้นใช้จ้าววิถีใต้หล้าของจ้าวชิงเหยา ย่อมต้องมีส่วนที่เป็เสน่ห์น่าพิสมัยคล้ายกับข้าถึงเจ็ดส่วน ทันทีที่ผนึกรวมกระแสกระบี่ขึ้น !
ในขณะที่กำลังมองไปยังกระบี่ดรุณีหยกที่อยู่เบื้องหน้า เฉินิแสร้งทำเป็พ่าย แฝงเร้นอยู่ภายในสายน้ำด้วยการถอยเพียงคราเดียว ให้ตนคล้ายอยู่ในสภาพที่ถูกจ้าวชิงเหยาซัดจนลอยกระเด็นไปในกระบี่เดียว
ภายในดวงตาจ้าวชิงเหยาก็ได้เผยอาการร้อนรนขึ้น : “ท่านอาจารย์ ท่านไม่เป็อะไรนะ?”
เฉินิที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากสายน้ำ : “อือ กระบี่เมื่อครู่นี้ของเ้า ถือได้ว่ามีเสน่ห์น่าพิสมัยมากกว่าเจ็ดส่วนแล้ว ถึงกับสามารถที่จะทำร้ายข้าได้ การประลองศิษย์เข้าสำนักในครั้งนี้ จะต้องไม่มีผู้ใดเป็คู่ต่อสู้ของเ้าได้อย่างแน่นอน มาเถอะ เ้าจงจำความรู้สึกเมื่อครู่นี้เอาไว้ กระตุ้นซัดใส่น้ำตกนี้สักครั้งเถอะ”
จ้าวชิงเหยาบังเกิดความยินดีขึ้น หรือว่าแท้จริงแล้วข้าจะฝึกปรือได้จนเป็ที่สำเร็จแล้ว ข้ามิได้เป็สวะอย่างที่พวกเขากล่าวหากันอีกแล้ว! หากว่าข้าฝึกปรือไม่สำเร็จ ด้วยพลังความสามารถของข้า เป็ไปได้อย่างไรกันที่จะบีบให้ผู้เป็อาจารย์ล่าถอยกันได้?
จ้าวชิงเหยาหลับตาลงทั้งสองข้าง ควบคุมสมาธิลมหายใจ เพลงกระบี่ดรุณีหยกค่อยๆ ถูกยกขึ้น วินาทีที่กระบี่ดรุณีหยกถูกยกไปจนถึง้าสุดนั้นเอง จ้าวชิงเหยาก็ได้ลืมตาขึ้น เพ่งสมาธิทั้งหมดในจิตใจใส่ลงไปบนกระบี่เล่มนี้ ความคิดเมื่อบังเกิดก็ได้ร่ายรำกระบี่ออก !
ตูม !
ใจกลางกระบี่ดรุณีหยกมีกระแสกระบี่เสมือนหยกพุ่งออกมาเป็สาย ้าเหนือน้ำตก แม่น้ำสายใหญ่ยังได้ถูกกระแสกระบี่นี้ซัดโหมจนเกิดเป็เกลียวคลื่นไหลย้อนกลับ !
เฉินิเห็นได้ชัดว่าตนมองถูกแล้ว ภายในร่างของจ้าวชิงเหยา กระแสกระบี่ได้ผนึกรวมอยู่ภายในร่างกายของนาง อีกทั้งยังได้หยิบยืมกระแสกระบี่ดรุณีหยกที่แข็งกร้าวนี้บรรลุขึ้นได้ในเสี้ยววินาที จ้าวชิงเหยาก็ยิ่งถึงขั้นที่สามารถจะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่เจ็ดได้แล้ว !
แต่ว่าผู้ใดจะสามารถบอกกับข้าได้ ว่าเหตุใดกระแสกระบี่ที่นางปลดปล่อยออกมาถึงได้เป็พลังจ้าววิถีใต้หล้าของเพลิงกระบี่ราชันย์พิสุทธิ์กันเล่า แต่ว่าที่ผนึกรวมขึ้นมาได้นั้นกลับเป็กระแสกระบี่ที่มาจากกระแสเพลงกระบี่ดรุณีหยก ?
ช่างเถอะ ช่างเถอะ ไม่เข้าใจก็แล้วไปเถอะ สามารถที่จะผนึกรวมกระแสกระบี่ขึ้นมาได้ก็ดีแล้ว ถึงอย่างไร ก็มีแต่เพียงผู้ฝึกตนที่ผนึกรวมกระแสกระบี่ขึ้นมาได้จึงจะถือได้ว่าเป็มือกระบี่ผู้หนึ่ง
“ติ่ง จ้าวชิงเหยาผนึกรวมกระแสกระบี่ขึ้น เริ่มต้นเข้าสู่วิถีกระบี่ ได้รับรางวัลเป็คะแนนจริยธรรม 100 แต้ม”
“ติ่ง จ้าวชิงเหยาทะลวงจนถึงขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่เจ็ด ได้รับรางวัลเป็คะแนนจริยธรรม 70 แต้ม”
ขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่เจ็ด อีกทั้งยังเข้าถึงระดับกระแสกระบี่แล้ว กระบี่จ้าววิถีใต้หล้านั้นก็มีส่วนที่คล้ายกับข้าไปกว่าเจ็ดส่วน สมควรที่จะมีความมั่นคงแล้ว
หาได้มีเื่ให้เฉินิต้องสะสางอีกแล้ว แค่คอยดูจ้าวชิงเหยาแสดงละครก็เพียงพอแล้ว
อะไรนะ คุณคิดว่าจ้าวชิงเหยาจะแสดงละครล้มเหลวได้งั้นหรือ นี้เป็ไปได้ยังไง จากขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่งทะลวงเข้าถึงขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่เจ็ดได้ในเดือนเดียว ขอถามหน่อยว่าคุณเคยเห็นผู้มีพร์ในระดับสัตว์ประหลาดเช่นนี้มาก่อนหรือเปล่า !
แม้แต่เฉินิเองยังต้องใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะฝึกปรือจนถึงขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่สิบได้ ด้วยความแตกต่างเช่นนี้ แทบจะไม่อาจที่จะประเมินได้เลยด้วยซ้ำ
บัดนี้เฉินิได้เริ่มใคร่ครวญถึงปัญหาอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือหุบเขาพรางอากาศ ในยามที่องค์รัชทายาทตายได้เอ่ยนามของหุบเขาพรางอากาศขึ้น
เมื่อเสาะหาเ้าสำนักของสำนักหมื่นกระบี่จนพบ เฉินิจึงเอ่ยถามขึ้น : “หุบเขาพรางอากาศแท้จริงแล้วมีที่มาอย่างไร ? ”
เ้าสำนักหมื่นกระบี่มองไปที่เฉินิด้วยสายตาระแวดระวัง กล่าว : “เ้าเองก็รู้จักหุบเขาพรางอากาศรึ? ”
เฉินิพยักหน้า
เ้าสำนักหมื่นกระบี่กล่าวขึ้นต่อ : “การที่ราชวงศ์แห่งแคว้นเหยียนสามารถมานั่งอยู่ในตำแหน่งจักรพรรดิได้อย่างมั่นคง นั่นเป็เพราะความตั้งใจของหุบเขาพรางอากาศ ซึ่งอยู่ในบริเวณเขตแดนทางตอนใต้ของแคว้นเหยียน ที่มีขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น และใจกลางขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่นนี้ ถือเป็ที่มั่นของปีศาจมาร ฝูงมารพรั่งพรู ร่ำลือกันว่าาาของขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น หรือก็คือมหากษัตริย์เผ่าปีศาจ และหุบเขาพรางอากาศ ก็คือขุมกำลังของเผ่าปีศาจแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับแคว้นเหยียนมากที่สุด โดยที่มีาาปีศาจผู้หนึ่งปกครองอยู่
เช่นเดียวกัน แคว้นต่างๆ ที่อยู่ในละแวกแคว้นเหยียน ล้วนแต่สยบให้แก่หุบเขาพรางอากาศ แท้จริงแล้วราชวงศ์แคว้นเหยียนได้ส่งเครื่องบรรณาการเป็เด็กทารกให้แก่หุบเขาพรางอากาศ จนทำให้เผ่าปีศาจอิ่มท้องสำราญ เพื่อให้ปกครองบัลลังก์จักรพรรดิได้อย่างมั่นคง”
“ตามจริงแล้วเ้าหาใช่บุตรคนโตของพวกเขาไม่ เ้ายังมีพี่ชายอีกสามคน ทว่าล้วนแต่ถูกราชวงศ์แห่งแคว้นเหยียนเกณฑ์โยกย้ายไปบุกหุบเขาพรางอากาศ”
“ติ่ง แจ้งเตือนภารกิจท้าทายเนื้อเื่ ภารกิจระดับยาก : ขั้น F หยุดยั้งความเกรี้ยวกราดของเผ่าปีศาจ เพราะเมื่อองค์รัชทายาทของแคว้นเหยียนได้ตายไป หุบเขาพรางอากาศได้เริ่มจับตาดูจวนผู้สำเร็จราชการแห่งแคว้นเหยียน ขอให้หันเหความสนใจของหุบเขาพรางอากาศไปให้ได้ ก่อนที่หุบเขาพรางอากาศจะยกทัพบุกตีแคว้นเหยียน”
“ติ่ง แจ้งเตือนภารกิจท้าทายเนื้อเื่ ภารกิจระดับยาก : ขั้น D การล้างแค้นที่ล่าช้า แต่ไม่อาจไม่กระทำได้ หุบเขาพรางอากาศได้ฆ่าพี่ชายทั้งสามของคุณแล้ว ขอให้ช่วยทำลายล้างหุบเขาพรางอากาศ ทำภารกิจการล้างแค้นที่ล่าช้าให้สำเร็จ”
ภารกิจก่อนหน้านี้ยังยากไม่พออีกงั้นหรือ ? เฉินิถามขึ้นในใจ
“ภารกิจก่อนหน้านี้ถือว่าเป็ภารกิจที่ไม่ยากเลยด้วยซ้ำ”
.
.
.
.