ตอนนี้สองคนพี่น้องลิสากับแทนไทเดินมาเรื่อยๆตามร่มไม้ใหญ่ข้างทาง เธอพาน้องชายเดินไปอย่างไม่เร่งรีบ เธอเห็นจุดขึ้นรถม้าอยู่ไกลๆ แต่ก่อนที่เธอจะเดินไปถึงรถม้าก็ได้ยินเสียงดังทักเธอขึ้นมาเสียก่อน
“อ่าว นึกว่าใครนางฟ้าตก์นั่นเอง”
ลิสาได้ยินเสียงทักที่ส่งตรงมา เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอค่อยๆหันไปมองก็พบว่าเป็หญิงสาวร่างใหญ่ตัวดำหน้ามีแต่สิวยืนมองเธออยู่ เธอรีบค้นหาข้อมูลในความทรงจำ ลิสาพบว่าคนที่ว่าให้เธออยู่ตอนนี้มีชื่อว่า แสนสวย ลิสาเกือบจะหัวเราะกับชื่อที่ช่างไม่เข้ากับเ้าตัวเสียเหลือเกิน แสนสวยคนนี้เป็คู่กัดกับลิสาเองเพราะตอนที่ทั้งสองเรียนด้วยกัน ผู้ชายที่แสนสวยแอบชอบกลับมาชอบลิสาทำให้แสนสวยคนนี้เกลียดชังลิสามากและคอยหาเื่เธอเป็ประจำเมื่อมีโอกาส แต่ส่วนใหญ่ลิสาคนเดิมจะเดินหนีไปเพราะไม่อยากจะมีปัญหาอะไรด้วย เนื่องจากเป็คนหน้าบาง เธออายทุกครั้งเมื่อต้องมีปัญหากับแสนสวย ลิสาคนใหม่คิดในใจว่าขนาดน้องชายตัวเล็กๆของเธอยังด่าทอและทุบตีได้ขนาดนั้นแต่กับคนที่มาหาเื่กลับหน้าบางเสียอย่างนั้น ทีทำน้องชายตัวเองกลับไม่อาย เหอะ..ลิสาคิดในใจ
“มีอะไร”
ลิสาถามเสียงนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ แสนสวยแปลกใจที่วันนี้ลิสาไม่เดินหนีเธอเหมือนกับทุกครั้ง
“ก็ไม่มีอะไร แค่ทักทายเห็นว่าพ่อแม่ตายหมดแล้ว ทำใจได้แล้วเหรอ”
แสนสวยจีบปากจีบคอพูด ถึงตอนนี้ลิสาจะไม่ใช่เ้าของร่างตัวจริงแต่เธอก็แอบโกรธไม่ได้ที่ถูกว่าไปถึงพ่อถึงแม่ รู้จักลิสาคนนี้น้อยไปเสียแล้ว
“ก็ทำใจได้บ้างแล้ว ว่าแต่คนที่พ่อกับแม่ยังไม่ตายไม่ทราบว่าพ่อแม่หายหัวไปไหนถึงปล่อยลูกสาวมาระรานคนอื่นเขาแบบนี้”
ลิสาพูดเสียงไม่เบานักทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาถึงกับต้องหยุดมองกันอยู่ห่างๆ ไหนๆเธอก็จะไปจากหมู่บ้านนี้แล้วและเธอก็ไม่มีอะไรจะต้องเสียขอจัดให้สักดอกก็แล้วกัน ใครดีมาเธอดีกลับแต่ใครร้ายมาเธอรับรองว่าเธอจะร้ายกลับมากกว่าร้อยเท่า ลิสาคนใหม่คิดในใจ แสนสวยฟังที่ลิสาตอกกลับตัวเองด้วยความใ
“ฉะฉันไปก่อนดีกว่า”
แสนสวยพูดติดอ่างแล้วรีบเดินออกไปเลย ลิสาก้มมองน้องชายของเธอที่จ้องมองเธออยู่ ลิสารีบนั่งลงให้สายตาของสองคนประสานเข้าด้วยกัน
“แทนไทครับเมื่อกี้เป็การกระทำที่ไม่สมควรเอาเป็แบบอย่าง”
ลิสาอธิบายให้น้องชายของตัวเองฟังอย่างใจเย็นว่าการกระทำเมื่อสักครู่นี้ไม่ควรทำตาม มันเป็คำพูดที่ไม่สมควรจะพูดเมื่อเราจะทักทายใคร หากในอนาคตมีคนมาหาเื่แทนไท สิ่งแรกถ้าทำได้คือการหลีกเลี่ยงแต่ถ้าแทนไทหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ให้ทำเหมือนพี่ แต่ต้องทำอย่างมีสติไม่ใช่สู้แบบไม่มีสติ
“วันนี้แทนไทอาจจะไม่เข้าใจแต่จำคำของพี่เอาไว้ให้ดีนะครับ”
ลิสาบอกพร้อมลุกขึ้นจูงมือน้องชายของให้เดินต่อไปเพื่อขึ้นรถม้าที่อยู่ไม่ไกลแล้ว
“รถม้าเหลือที่นั่งอยู่หรือเปล่าคะ”
ลิสาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ เ้าของรถม้าหันมามองหน้าลิสา เขาพอจะจำได้ว่าเด็กสองคนนี้เป็ครอบครัวที่โชคร้ายพ่อและแม่ตายด้วยกันทั้งคู่
“ยังว่างอยู่ขึ้นไปได้เลย”
ลุงเ้าของรถม้าบอกกับลิสา ลิสาพยักหน้าแล้วก้มลงอุ้มน้องชายของเธอให้ขึ้นไปนั่งบนรถม้าแล้วเธอก็รีบขึ้นตามไป ลิสานั่งรอคนอีกไม่นานมากรถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองหมู่บ้านเพราะเธอไม่มีความผูกพันใดๆกับสถานที่แห่งนี้เลย ลิสามองออกไปนอกรถม้าเห็นว่าโลกคู่ขนานแห่งนี้มีแต่่ของดีๆ ต้นไม้ข้างทางที่เธอเห็นก็อุดมสมบูรณ์แถมอากาศก็สดชื่นปลอดโปร่งเป็อย่างมาก ลิสาชี้ให้น้องชายของเธอดูกระรอกน้อยข้างนอกอย่างเพลิดเพลิน ทั้งสองชี้ชวนกันดูสิ่งรอบข้างไปตลอดทางและสองคนพี่น้องก็ไม่ได้สนใจใครอีกเลย
“ถึงแล้ว”
ลิสาได้ยินคนบนรถม้าพูดกันว่าตอนนี้ถึงตัวเมืองแล้ว การนั่งรถม้าครั้งนี้ของเธอเป็การเปิดประสบการณ์มากเพราะเธอเพิ่งเคยได้นั่งเป็ครั้งแรกในชีวิต เธอไม่มีอาการเวียนหัวอะไรเลยต่างจากน้องชายของเธอที่ตอนนี้รู้สึกว่าหน้าจะเริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ลิสาเลยถามแทนไทอย่างเป็ห่วงว่า
“แทนไทครับ ไหวไหมครับ”
ลิสาถามเสียงหวาน เธอมองหน้าซีดๆของน้องชายด้วยความเป็ห่วง
“ไหวครับ”
แทนไทบอกพี่สาว ลิสาอดคิดไม่ได้ว่าเด็กน้อยอายุแค่เจ็ดขวบทำไมถึงพูดรู้เื่ได้ขนาดนี้ เธอรู้สึกว่าดีจังเลยที่วันนี้ยังมีแทนไทน้อยอยู่ ถ้าเธอตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีแทนไทเธอคงจะเหงามากกว่านี้ และเธอก็อาจจะไม่มีเป้าหมายว่าจะต้องทำอะไรต่อไป
ตอนนี้เธอมีภาระให้ต้องดูแลอีกหนึ่งคน ทำไมเธอจะทำไม่ได้เราต้องทำได้ ลิสาคิด เธอจ่ายเงินให้กับลุงคนขับรถม้าเป็จำนวน 60GG เสร็จแล้วลิสารีบจูงมือน้องชายให้เดินตามเธอมา เธอเห็นร้านซาลาเปาด้านหน้าพร้อมทั้งเห็นร้านน้ำหลายร้าน เธอเดินเข้าไปที่ร้านซาลาเปาก่อนเป็ร้านแรก เธอซื้อซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ให้กับน้องชายสองลูกและซื้อให้ตัวเองอีกสองลูกรวมเป็เงินอีก 80GG เธอคิดค่าเงินของโลกนี้กับค่าของเงินของโลกที่เธอจากมา ถ้าเทียบกับเงินบาทที่เธอเคยใช้ก็คงจะมีค่าพอๆกัน ลิสาเดินเข้าร้านน้ำและสั่งเป็น้ำกระเจี๊ยบสองแก้วเพื่อให้น้องชายของเธอดื่มจะได้รู้สึกสดชื่นขึ้น ทั้งสองรีบเดินไปหาที่นั่งเพื่อจะได้นั่งกินซาลาเปาและน้ำที่เธอได้ซื้อมา ลิสาสังเกตเห็นสวนสาธารณะที่มีม้านั่งวางเรียงกันอยู่ เธอจูงมือน้องชายของเธอไปทันที
“ค่อยๆกินนะครับมันร้อน”
ลิสาเป่าซาลาเปาไส้หมูให้น้องชายและบิดเป็ชิ้นเล็กๆป้อนเข้าไปในปากน้อยๆของแทนไท แทนไทยิ้มหน้าบาน เขารู้สึกชอบมากที่พี่สาวดูแลเอาใจใส่ตัวเองแบบนี้ ั้แ่ที่พี่สาวฟื้นขึ้นมาในวันนั้นพี่สาวก็ไม่เคยดุด่าหรือทุบตีเขาอีกเลย ลิสาป้อนซาลาเปาไปลูบหัวเล็กๆของน้องชายไปอย่างเพลิดเพลิน เธอป้อนน้องชายไปด้วยกินเองไปด้วยใช้เวลาไม่นานมาก ทั้งคู่ดื่มน้ำกระเจี๊ยบตามลงไป น้ำกระเจี๊ยบมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวทำให้ทั้งคู่สดชื่นขึ้นมาทันที
“แทนชอบมากเลยครับ”
ลิสาได้ยินแทนไทบอกว่าชอบน้ำกระเจี๊ยบมากเพราะไม่เคยได้กินเลยเธอถึงกับสะท้อนในอกกับชีวิตของเด็กน้อยที่น่าสงสารคนนี้
“ถ้าชอบพี่จะซื้อให้แทนไทกินบ่อยๆนะครับ”
ลิสาบอกและยิ้มให้น้องชายอย่างน่ารัก ถ้าตอนนี้ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็คงจะเห็นภาพน่ารักๆของสองคนพี่น้องที่ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ลิสานำขยะไปทิ้งที่จุดทิ้งขยะ เธอมองไปรอบๆเมืองก็พบว่าเมืองนี้เป็เมืองที่ดีเลยทีเดียว การจัดการค่อนข้างดีเท่าที่เธอสังเกต เธอมองไปรอบๆเพื่อดูว่าจะไปตรงไหนก่อนดี เธอเห็นเหมือนทหารประจำเมืองเดินอยู่ใกล้ๆเธอจึงรีบจูงมือน้องชายเข้าไปถามทหารทั้งสองคนทันที
“ขอโทษนะคะขอถามอะไรหน่อยหรือเปล่า”
ลิสาส่งเสียงเรียกไปที่ทหารหนุ่มสองคนตรงหน้า ทหารทั้งสองนายชะงักเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองพบว่าเจอหญิงสาวที่สวยมากกับเด็กน้อยคนหนึ่ง ทหารถึงกับหน้าแดงเมื่อเห็นสาวสวยอย่างลิสา ลิสามองแล้วแอบยิ้มเพราะเธอรู้ตัวเองว่าเ้าของร่างนี้สวยขนาดไหน ทหารทั้งสองแสดงอาการแบบนี้ก็ไม่แปลก ถ้าใครเห็นจะไม่ให้ชื่นชอบก็คงจะมีส่วนน้อย
“มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือเปล่าครับ”
ทหารสองนายมองไปที่สาวสวยผิวขาวเหมือนหยวกกล้วยอย่างสนใจ
“ฉันอยากจะถามพี่ชายทั้งสองคนว่าเราสามารถหาซื้อบ้านในเมืองนี้ได้ตรงไหนคะ”
ลิสาถามออกไปอย่างง่ายดายเนื่องจากการพูดของที่นี่ไม่แตกต่างจากโลกที่เธอจากมาเลย
“อ้อ เดินไปที่กลางเมืองจะมีสำนักงานจัดสรรที่ดินและบ้าน ถ้าไปถึงก็จะเห็นเองเพราะเป็อาคารหลังใหญ่ๆสีเขียว”
ทหารทั้งสองได้อธิบายให้ลิสาและชี้บอกให้เธอเดินไปทางนี้ ลิสาพยักหน้าอย่างเข้าใจและรีบกล่าวขอบคุณและเดินจูงมือน้องชายออกไปทันที
“ขอบคุณนะคะ”
ลิสาพูดจบก็จูงมือน้องชายออกไปอย่างเร่งรีบ เธอกลัวว่าจะไม่ได้บ้านถ้ายังช้าอยู่แบบนี้ ทหารสองนายมองตามหญิงสาวไปอย่างแสนเสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อของเธอออกไป ลิสามองเห็นป้ายที่เขียนบอกว่าเป็ที่จัดสรรที่ดินพร้อมบ้านและอาคารก็มีสีเดียวตามที่พี่ทหารบอกมา เธอสามารถอ่านออกได้เพราะเ้าของร่างได้เรียนมาพอสมควร ดีหน่อยที่เธอยังใช้ชีวิตได้ไม่ลำบากมากเท่าไหร่ ลิสาจูงมือน้องชายเข้าไปในตัวอาคารทันทีเมื่อสำรวจเสร็จ
“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าคะ”
พนักงานของสำนักงานออกมาต้อนรับลิสาอย่างเป็กันเอง ลิสายิ้มให้และบอกจุดประสงค์ของเธอไปว่ามาทำอะไรที่นี่
“พอดีฉัน้าจะซื้อบ้านค่ะ ต้องทำอะไรบ้างคะ”
ลิสาถาม พนักงานเชิญเธอมาอีกห้องหนึ่ง
“เชิญตามมาทางนี้ค่ะ”
ลิสาเดินตามพนักงานไปพร้อมจูงมือน้องชายไม่ปล่อย ในระหว่างทางเธอถามแทนไทว่าเหนื่อยหรือเปล่า น้องชายของเธอก็ส่ายหน้าให้อย่างน่ารัก
“เชิญนั่งเลยนะคะ รอเอกสารสักครู่ค่ะ”
พนักงานเชิญเธอนั่งและรีบเดินออกไปเอาเอกสารมาให้เธอดู ลิสาคิดว่าน่าจะเป็เอกสารโฉนดที่ดินหรือแบบบ้านอย่างแน่นอน
“มาแล้วค่ะ ขออภัยที่ต้องให้รอนานนะคะ”
พนักงานพูดอย่างสุภาพและทำการเสนอบ้านให้กับเธอทันที ลิสามองดูแบบบ้านแต่ละหลังด้วยความสนใจ เธอไม่รู้ว่าโลกคู่ขนานนี้เป็แบบไหน แต่เธอก็ลองเสี่ยงดวงเข้ามาในเมืองก่อนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของเธอและน้องชายที่น่ารักอย่างแทนไท
“ขอสอบถามหน่อยนะคะ ถ้า้าซื้อบ้านต้องดำเนินการแบบไหนบ้างคะ”
ลิสาถามออกไปเพื่อจะได้รู้ เพราะว่าั้แ่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาที่โลกคู่ขนานแห่งนี้เธอก็ไม่เห็นเอกสารอะไรที่เกี่ยวกับตัวของเธอเลย ซึ่งเธอก็อดที่จะสงสัยไม่ได้เช่นกัน พนักงานจึงยิ้มอย่างเข้าใจและทำการแนะนำอย่างใจเย็นว่า
“ลูกค้าสามารถสแกนชิปที่ติดตัวของท่านแล้วทำการยืนยันได้เลยค่ะ”
ลิสาอดที่จะใไม่ได้กับความรู้ใหม่ที่ได้มา ทำไมในความทรงจำของลิสาคนเดิมไม่ปรากฏสิ่งนี้เลยนะ ชิปอย่างนั้นเหรอ มันล้ำหน้ากว่าโลกที่เธอจากมาเสียอีก ในตอนแรกเธอนึกว่าจะเป็โลกที่ล้าหลังมากกว่า ลิสาเก็บอาการของตัวเองลง เธอไม่ใช่คนโง่ ถ้าเธอซื้อบ้านเธอก็แค่จ่ายเงินแล้วทำการสแกนชิปที่ติดอยู่กับตัวเองก็เป็อันว่าสำเร็จ ไว้เธอเสร็จจากการซื้อบ้านเธอค่อยไปหาข้อมูลของโลกใบนี้ต่อ เธอรู้สึกไม่สบายใจที่ตัวเองไม่รับรู้อะไรเลยเกี่ยวกับโลกที่เธอมาต้องมาอยู่
“ขอเสียมารยาทแนะนำลูกค้าได้หรือเปล่าคะ”
พนักงานสาวที่ต้อนรับลิสาก็พูดขึ้นเนื่องจากเธอสังเกตสีหน้าของลูกค้าที่อยู่ตรงหน้า เธอคิดว่าลูกค้าคงไม่รู้เกี่ยวกับเื่ชิปอย่างแน่นอน ลิสาพยักหน้าให้อย่างยินดี
“ก่อนอื่นต้องขอเสียมารยาทถามลูกค้าก่อนนะคะว่าไม่ได้เป็คนในเมืองนี้ใช่หรือเปล่าคะ”
ลิสาฟังคำถามของพนักงาน เธอก็ตอบไปทันทีว่าเธอไม่ใช่คนในเมืองนี้ เธอเพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาในเมืองและพนักงานก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ