บทที่ 17 เสียงพิณแห่งค่ำคืน
ยามค่ำคืน หอแก้วสลายใจถูกโคมไฟแดงประดับจนสว่างไสว แเื่ผู้สูงศักดิ์ ขุนนาง และพ่อค้าผู้มั่งคั่งต่างพากันหลั่งไหลเข้ามา เสียงหัวเราะ เสียงจอกสุรากระทบกันดังคลอเคลียกับเสียงดนตรีหลากชนิด
คืนนี้เป็ครั้งแรกที่ อวี้เซียน ได้รับโอกาสจาก เหนียงๆ เฟิงหรง ให้ออกมาบรรเลงเพลงต่อหน้าแขกจำนวนมาก แม้หัวใจเต้นแรงด้วยความประหม่า แต่มือเรียวยังคงกอดกู่ฉินของนางแน่น เพราะนี่คือสิ่งที่ผูกพันกับชีวิต และเป็สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เหลือมาจากโลกในอดีต
เมื่ออวี้เซียนก้าวขึ้นบนเวทีเล็ก ๆ กลางโถงใหญ่ ทุกสายตาก็จับจ้องทันที ด้วยรูปโฉมงามสะอาดที่แม้จะไม่ได้แต่งแต้มฉูดฉาด แต่กลับมีความงามอันบริสุทธิ์ ราวกับกลีบดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางหิมะขาว
นางนั่งลงอย่างสง่างาม ปลายนิ้วเรียวยกััสายกู่ฉิน เสียงดนตรีพลันไหลรินอ่อนหวาน ดุจสายน้ำใสไหลผ่านหุบเขา ละเมียดละไมและลึกซึ้งจนในหอเงียบสงัด แเื่ผู้กำลังดื่มสุราและสนทนา ต่างหยุดฟังราวต้องมนตร์
บทเพลงของอวี้เซียนหาใช่เพียงการบรรเลงเพื่อความไพเราะ หากแต่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่กลั่นออกจากหัวใจ ความอ้างว้างในการเดินทาง ความหวังในการตามหาคนสำคัญ และความเ็ปที่เก็บซ่อนอยู่ ทุกถ้อยสำเนียงล้วนสั่นะเืใจผู้ฟัง
เมื่อเสียงสุดท้ายจางหายไป ความเงียบปกคลุมทั่วโถงชั่วขณะ ก่อนจะะเิออกมาเป็เสียงปรบมือและคำชื่นชม แขกบางคนถึงกับเอ่ยปากว่า
“เสียงพิณของนางนี้ ราวกับสะท้อนความในใจของ์!”
ชื่อเสียงของ อวี้เซียน เริ่มขจรขจายในหมู่นักแสดงและแขกผู้มาเยือนหอแก้วสลายใจในเวลาไม่นาน ด้วยทั้งความสามารถทางดนตรีที่หาตัวจับยาก และความงามที่แฝงความเศร้าลึกซึ้ง ทำให้นางแตกต่างจากใคร ๆ อย่างสิ้นเชิง
ั้แ่นั้นมา เมื่อใดที่นางบรรเลง ผู้คนก็มักจะหลั่งไหลเข้ามาฟัง ราวกับ้าปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับเสียงพิณที่ไม่อาจหาฟังได้จากที่อื่น
ในสายตาของผู้คน อวี้เซียน ไม่ใช่เพียงสาวใช้ที่พึ่งพิงหอเพื่อชีวิตรอดอีกต่อไป
แต่กำลังจะกลายเป็ดวงดาวดวงใหม่แห่งราตรีของหอแก้วสลายใจ
บทที่ 18 วันรับแขกสำคัญ
ยามค่ำวันนี้ หอแก้วสลายใจเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้คนวุ่นวายเตรียมงานรับแขกสูงศักดิ์ที่จะมาเยือน ไม่ว่าจะเป็ ท่านอ๋อง ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และเหล่านักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ทุกห้องโถงถูกตกแต่งด้วยผ้าไหมสีแดงและทอง โคมแก้วส่องแสงระยิบระยับสะท้อนบนพื้นหิน
เหนียงๆ เฟิงหรง ยืนอยู่กลางความวุ่นวาย คอยสั่งการและประสานงาน บอกให้บ่าวสาวเตรียมเครื่องดื่มและอาหารอย่างละเมียดละไม แต่สิ่งที่เธอให้ความสำคัญที่สุดคือ การเตรียมการแสดงบรรเลงพิณของอวี้เซียน
วันนี้อวี้เซียนสวมชุดผ้าไหมสีแดงสด ปักลายทองวิจิตร แขนเสื้อและชายกระโปรงพลิ้วไหวตามสายลม ดวงหน้าสะอาดสะอ้านแต่งแต้มเล็กน้อยให้เข้ากับชุดงาม เส้นผมเรียงเกลียวประณีตติดเครื่องประดับมุกเล็ก ๆ ทำให้เงางามระยับทุกครั้งที่ขยับตัว
นางรู้ตัวดีว่าแขกผู้มาเยือนวันนี้ล้วนมีอิทธิพลและมีรสนิยมละเอียดอ่อน ดังนั้นทุกท่วงท่า ทุกสายตา ทุกการเคลื่อนไหวต้องงดงามที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทว่าในฝูงชนที่แน่นขนัด อี้อ่าวจ้าน ติดตาม ท่านอ๋อง มาด้วย และเมื่อสายตาของเขาสบเข้ากับอวี้เซียน ความทรงจำบางส่วนก็ค่อย ๆ ถูกกระตุ้นขึ้น เสียงพิณที่คุ้นเคยดังก้องอยู่ในหัวใจ
หลายเดือนก่อน เขาเคยอยากจะถามทุกเื่ราวเกี่ยวกับสตรีคนนี้ แต่ติดภารกิจติดตามท่านอ๋อง ไม่สามารถปลีกตัวไปได้ และเมื่อครั้งไปถามถึงจวนสกุลลู่ ก็น่าเสียดายที่อวี้เซียนถูกขับไล่ออกไปเสียก่อน ทำให้เขามีหลายเื่ที่ค้างคาใจ
แต่ตอนนี้ เสียงดนตรีที่ไหลรินอ่อนหวาน ละมุน และเปี่ยมด้วยอารมณ์ชวนคิดถึง ทำให้ อี้อ่าวจ้าน รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ความคุ้นเคยและความสุขที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้งไหลเข้ามาในหัวใจ เสมือนว่าตัวเขาได้พบกับสิ่งที่ตามหามานานแม้เขาจะยังจำเื่ราวในอดีตไม่ได้
อวี้เซียนละมือจากกู่ฉินชั่วครู่ รับรู้ถึงสายตาของอี้อ่าวจ้าน แต่ไม่ได้หวั่นไหว นางจมอยู่กับบทเพลงและความรู้สึกของตนเอง สายตาของแขกผู้มาเยือนจดจ้องในความงามและความสามารถของนาง ดนตรีและท่วงท่าที่ประณีตของอวี้เซียนทำให้ทุกคนเงียบลงชั่วขณะ ก่อนจะปรบมือด้วยความชื่นชมและในเวลานั้นเอง ความสุขที่อี้อ่าวจ้านรับรู้ เป็ความสุขที่เงียบสงบ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นราวกับได้พบสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอีกครั้ง