ตอนที่ 18
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
ความเย็นะเื หวิวไหวเข้ามา พร้อมกับความรู้สึกที่ทำให้ฉันอกสั่นขวัญแขวน ภาคินลุกจากเก้าอี้ ยืนขึ้นในท่าเตรียมพร้อม
“พรางตัวเอวาเอาไว้! เดี๋ยวนี้!!” คุณอารัญร้องสั่งภาคิน ตายังคงจ้องจับไปที่ประตู
ภาคินฉุดแขนฉันให้ลูกจากเก้าอี้ ลากให้ฉันไปหลบอยู่ข้างหลังเขา ฉันกำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ภาคินร่ายมนตร์อะไรซักอย่างลงมาบนตัวฉันซะก่อน แล้วฉันก็ไม่เห็นตัวเอง ฉันถูกทำให้ล่องหน
ความเยือกเย็นและเงาอึมครึมคืบคลานเข้ามาในห้อง พร้อมกับร่างสูงสง่า ของชายคนหนึ่ง และไม่ว่าเขาจะเป็ใคร ฉันรู้เลยว่า เขาร้ายกาจมากพอ ที่จะทำให้ทั้งคุณอารัญและภาคินตื่นตระหนกได้ขนาดนี้ และการมีอยู่ของฉันก็ต้องเป็ความลับกับเขาด้วยเช่นกัน
และเมื่อเขาย่างกรายเข้ามาในห้องอาหาร ฉันก็รู้ได้ในทันทีว่าหายนะได้มาเยือนแล้ว เพราะฉันกับเขาเคยเจอกันมาก่อน เขาคือเ้าชายหนุ่มแสนสวย คนที่ช่วยฉันไว้ในคือวันขอบคุณธรรมชาติ
เขาเดินเข้ามาอย่างสบายอารมณ์ ด้วยก้าวย่างที่ใจเย็น สง่าผ่าเผย และน่าเกรงขาม เหมือนนี่ไม่ใช่การบุกรุก เขาหยุดห่างจากจุดที่คุณอารัญยืนอยู่แค่ไม่กี่ก้าว
ร่างกายกำยำ สูงโปร่ง ผิวของเขาขาวนวลดุจไข่มุก ตัดกับผมที่ดำสนิท ไม่สั้นแต่ก็ไม่ยาว คลอเคลียกรอมกรอบหน้า เขายังคงงดงามเหลือเกิน ไม่ต่างจากคืนนั้นเลย เขาคือความน่าหลงใหลที่อันตราย เหมือนเพชรเม็ดงามที่ถูกเจียระไนมาจนคมกริบ พร้อมที่จะบาดลึก และกรีดแทงทุกคนที่แตะต้องมัน
“คาวีร์ นาย้าอะไร” คุณอารัญถาม ในสุ้มเสียงไม่มีความเป็มิตรเลยแม้แต่น้อย
คาวีร์ยิ้ม… รอยยิ้มอันชวนฝันและมีความอันตรายฉาบอยู่ มันเฉียบขาด ดุร้ายมากกว่าที่ฉันเคยเห็นจากคุณอารัญซะอีก “ไม่เจอกันตั้งสี่สิบกว่าปี จะไม่เชิญฉันนั่งหน่อยเหรออารัญ” คาวีร์เดินสบายๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว มานั่งที่เก้าอี้
“ไปลงนรกซะ! ที่นี่ไม่ต้อนรับนาย” ภาคินสบถขึ้นมา
“ยินดีที่เจอนายเช่นกัน หมาป่า” คาวีร์หันไปพูดกับภาคิน แล้วหันกลับมาที่คุณอารัญ “หวังว่าฉันคงไม่ได้มารบกวนใช่มั้ย” เขายังคงไม่รู้ร้อนรู้หนาวใดๆ
“นายมาทำอะไรที่นี่กันแน่” คุณอารัญถาม
“ฉันก็แค่อยากมาเยี่ยม ไม่ได้เหรอ? ... ฉันอยากจะเห็นอาณาจักรอันแสนสงบสุขของนาย ฉันอยากจะรู้ว่า ดินแดนที่ได้รับสิทธิพิเศษมันเป็ยังไง เพราะไหนๆ ฉันก็ต้องเอาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากไอรีนมามอบให้นายอยู่แล้ว นายคงได้รับแล้วสินะ” คาวีร์ลุกขึ้นและเริ่มเดินวนรอบโต๊ะอาหาร ทุกก้าวย่างของเขานุ่มนวลดุจเส้นไหม “นายไม่คิดหรอกเหรอว่า ไอรีนจะไม่อยากรู้ ว่านายเซ็กซ์หมู่กับใครในคืนนั้น แล้วนายคงไม่คิดหรอกนะว่า ถ้าไอรีนรู้แล้วไอรีนจะปล่อยพวกเธอไป” เขาหยุดที่เก้าอี้ของฉัน
ภาคินหัวเราะเย้ยหยัน “เป็หมารับใช้ทั้งบนเตียงและนอกเตียงเลยสินะ นายน่ะ”
คาวีร์หัวเราะในลำคอ “ฉันเป็ถึงเ้าอาณาจักรนะ นายพูดกับฉันแบบนี้ คิดดีแล้วเหรอ”
เ้าอาณาจักร... ฉันเข้าใจแล้ว ว่าทำไมคนพวกนั้นในคืนวันขอบคุณธรรมชาติถึงต้องกลัววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนขนาดนั้น เพราะเขาเป็ถึงเ้าอาณาจักร และการต่อกรกับผู้วิเศษชั้นสูงก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย แล้วยิ่งสายตาเพชฌฆาตของเขา และวิธีที่เขาบังคับเงามฤตยูนั่นอีก
“ภาคิน… ภาคิน... ก่อนที่นายจะดูถูกคนอื่น นายควรชะโงกดูเงาเ้าอาณาจักรของตัวเองก่อนนะ เพราะการเอาตัวเข้าแลกเพื่อผลประโยชน์ เื่นี้อารัญน่าจะรู้ดีกว่าฉันซะอีก” คาวีร์ปรายตาไปที่คุณอารัญ “นายเองก็ควรจะสั่งสอนเื่มารยาทให้คนของนายบ้างนะอารัญ”
“ที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรไพลิน และนายก็ไม่มีอำนาจที่นี่ กลับไปบำเรอกามให้ไอรีนได้แล้ว” ภาคินยังคงไม่หยุดปาก
ฉันพยายามหายใจให้เบาที่สุดอยู่ข้างหลังเขา
คาวีร์เหลือบมองข้ามเก้าอี้ของฉันไปบนโต๊ะอาหาร “แขกของพวกนายไปไหนซะแล้วล่ะ...” เขามองจานอาหารบนโต๊ะ ซึ่งถูกจัดไว้สามที่
“ฉันส่งกลับไปแล้ว ั้แ่รู้ว่านายก้าวเท้าเข้ามาที่นี่” คุณอารัญตอบ เขาพยายามรักษาอาการ
คาวีร์เลิกคิ้วขึ้นอย่างรู้ทัน เขามองไปรอบๆ ก่อนที่จะเดินมาที่ภาคิน เวทมนตร์เย็นๆ ไหลผ่านตัวฉัน และฉันก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น
“อ้าว แม่สาวน้อยคนนี้นี่เอง” น้ำเสียงของเขาเหมือนจะเอ็นดูฉัน แต่มันยากที่จะเชื่อแบบนั้น “ไหนฉันบอกให้เธออยู่ห่างๆ ปัญหาไว้ไงล่ะ ดูเหมือนเธอจะไม่เชื่อฉันเลยนะ”
“เธอเป็คนรักของฉัน” ภาคินรีบพูดขึ้น เขาคอยกันอยู่ระหว่างฉันกับคาวีร์อย่างระมัดระวัง
“อ้อ งั้นเหรอ?” รอยยิ้มเ้าเล่ห์ เผยอจากมุมปากของคาวีร์ กระแสดำมืดอันหนาวเหน็บกระเพื่อมรอบตัวเขา “สาวน้อยคนนี้มีดีอะไร ถึงทำให้ผู้วิเศษอย่างนายหลงรักได้ ฮึ?”
“นายควรกลับไปได้แล้ว คาวีร์” คุณอารัญ ขัดจังหวะ เพื่อให้คาวีร์เบี่ยงเบนความสนใจจากฉัน
แต่คาวีร์ไม่สนใจคุณอารัญ เขาปัดมืออย่างไม่ใส่ใจ และมันก็ทำให้ภาคินที่กำบังฉันอยู่เลื่อนออกไปอย่างง่ายดาย ราวกับว่าเขาเป็ผ้าม่าน เงามืดของคาวีร์คืบคลานเข้าไปมัดภาคินเอาไว้ราวกับริบบิ้นผูกกล่องของขวัญ
แล้วฉันก็เผชิญหน้ากับเขาเป็ครั้งที่สอง “ที่รัก ถ้าเธอจะฉลาดกว่านี้ เธอควรจะอยู่ห่างๆ คนพวกนี้ไว้นะ” เขาพูดกับฉัน
“นายจะไปดีๆ หรือจะให้ฉันโยนออกไป!!” คุณอารัญคำรามอย่างเหลืออด เขาโกรธเกรี้ยวจนแผงคอของเขาเริ่มปรากฏออกมา
“ถ้าฉันเป็นาย ฉันจะไม่พูดกับฉันแบบนั้นนะอารัญ” คาวีร์ตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ฉัน “ไหนขอดูหน่อยซิ ว่าแม่สาวน้อยคนนี้มีดีอะไร”
แล้วจู่ๆ กล้ามเนื้อในร่างกายของฉันก็รัดรึงไปทั่วทั้งตัว ฉันขยับเขยื้อน และควบคุมตัวเองไม่ได้ กระแสความมืดอันหนาวเย็นค่อยๆ พาร่างของฉัน ลอยขึ้น ลอยขึ้น จนไปติดบนเพดานสูง ของโถงห้องอาหาร
“ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!” คุณอารัญะโ สายตาเต็มไปด้วยความหวั่นวิตก “พอได้แล้ว!”
“ว้าว มนุษย์นี่บอบบางยิ่งกว่าเปลือกไข่ซะอีก” คาวีร์พูดขึ้นอย่างสนุกปาก มองฉันด้วยสายตาเป็ประกาย
กระแสเวทมนตร์ประหลาด คืบคลานเข้ามาในตัวฉัน ไม่สิมันลึกกว่านั้น มันจมดิ่งเข้ามาในทุกประสาทัั ขึ้นมาในสมองของฉัน กรงเล็บดำมืดเข้ามาเกาะกุมก้นบึ้งของจิตใจและความรู้สึกนึกคิดของฉัน
“โอ้... ดูเหมือนคนรักของนายจะมีใจให้อารัญนะภาคิน” เขาอ่านใจฉัน... “ภาคิน... ภาคิน... ฉันเสียใจด้วยจริงๆ”
สาระเลว... ฉันด่าเขาในใจ
คาวีร์หัวเราะ “ไม่ต้องชมฉันขนาดนั้นก็ได้ที่รัก”
“ออกไปจากหัวของเธอเดี๋ยวนี้!” คุณอารัญคำรามอย่างดุร้าย เขากลายร่างเป็สิงโตตัวใหญ่ และกระโจนใส่คาวีร์ทันที
ฉิวเฉียด แต่คาวีร์ก็หลบได้ “ดูเหมือนเธอจะหลงรักนายเอามากๆ เลยนะอารัญ เธอคิดถึงรอยจูบของนายแทบจะตลอดเวลา... อ้าว นี่นายโกหกฉันหรอกเหรอภาคิน... ที่แท้แม่สาวน้อยคนนี้เป็คนรักของอารัญใช่มั้ย?” เขาเดาะลิ้นเป็จังหวะ “นายนี่มันเสน่ห์แรงจริงๆ เลยนะ อารัญ…”
“ได้โปรด...” คุณอารัญกลายร่างกลับ เขาแข็งทื่อ เสียอาการ ฉันไม่เคยเห็นเขาเป็แบบนี้มาก่อน
คาวีร์มองคุณอารัญด้วยหางตา “มันต้องสนุกมากแน่ๆ ถ้าได้เห็นไอรีนทำลายเธอ...”
“ได้โปรด...” ภาคินที่ยังคงถูกเงาดำมัดอยู่ พูดซ้ำคำเดียวกันกับที่คุณอารัญพูด
คาวีร์ชายตาไปที่ภาคิน “ทำไมล่า... ฉันเป็หมารับใช้ของไอรีนนี่ ฉันไม่ควรบอกไอรีนทุกอย่างหรอกเหรอ”
“ได้โปรด... อย่าบอกเื่ของเธอกับไอรีน ได้โปรด...” คุณอารัญขอร้องอีกครั้ง เขาเหมือนจะขาดใจ
คาวีร์ยิ้มอย่างชั่วร้าย “กราบเท้าฉันก่อนสิ แล้วฉันจะลองคิดดู”
ฉันไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น คุณอารัญค่อยๆ คุกเข่าลง ก้มหัว และกราบลงไปที่พื้นเบื้องหน้าคาวีร์
ภาคินถมึงทึง กระฟัดกระเฟียดด้วยความโกรธ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะยังถูกมัดเอาไว้
ส่วนฉันที่ยังคงห้อยต่องแต่งอยู่บนเพดาน กับความมืดที่คลอเคลียอยู่ทั่วร่าง ก็ได้แต่ร่ำไห้ ให้กับสิ่งที่เห็น ไม่อยากจะคิดเลยว่าคุณอารัญจะยอมทำเพื่อฉันขนาดนี้
คาวีร์ยิ้มมุมปาก “ฉันคิดไม่ถึงเลยว่านายจะสิ้นหวังขนาดนี้ อารัญ...”
คุณอารัญยกตัวขึ้น ยังคุกเข่าอยู่ที่พื้น “นายจะบอกไอรีนมั้ย...” เขาถามผ่านกรามที่ขบแน่น
คาวีร์หัวเราะในลำคอ “ก็ไม่รู้สินะ...”
เร็วจนดูไม่ทัน คุณอารัญกลายร่างเป็สิงโตสีขาวแล้วพุ่งตรงเข้าไปหาคาวีร์อีกครั้ง และไม่รู้ว่าด้วยวิธีใด คาวีร์ก็ยังคงหลบได้ และในขณะเดียวกันก็ยังควบคุมฉันให้ลอยติดอยู่บนเพดานสูง และมัดภาคินเอาไว้ได้ โดยไม่ไหวติงอีกด้วย
“ไม่เอาสิอารัญ... ไม่ใช่ต่อหน้าสุภาพสตรีแบบนี้สิ” เขาเงยหน้าขึ้นมามองฉัน “จริงไหมที่รัก” กรงเล็บมืดดำค่อยๆ ละลายหายไปจากความรู้สึกนึกคิดของฉัน “ฉันว่าฉันสนุกพอแล้ว เฮ้อ… ฉันไม่ได้สนุกแบบนี้มานานมากแล้วจริงๆ” เขายิ้มอย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มของงูพิษ แต่มีเสน่ห์และเซ็กซี่อย่างเหลือล้น
คาวีร์บังคับกระแสอึมครึมอันเยือกเย็นให้ค่อยๆ พาร่างของฉันลอยลงมาช้าๆ และปล่อยฉันลงที่พื้นอย่างนุ่มนวล
“แล้วฉันจะบอกไอรีนว่าพวกนายฝากความคิดถึงไปก็แล้วกันนะ” คาวีร์ขยิบตากลุ่มควันสีดำที่มัดภาคินไว้ได้สลายหายไป แล้วเขาก็หายวับไปพร้อมกับเงามืดอันเยือกเย็นของเขา
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧