บทที่ 1-1 ข้ามภพมาแบบงง ๆ
“หิวน้ำ” เด็กหญิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“พี่สาม ท่านฟื้นแล้ว” เป็เสียงของเด็กชายผู้หนึ่งกล่าวออกมาด้วยความดีใจจากนั้นเขารีบเดินไปเทน้ำให้เด็กหญิงดื่มเพื่อดับกระหาย
เด็กหญิงยื่นมือรับน้ำมาดื่มด้วยความงงงวยเมื่อดื่มน้ำหมดถ้วย เด็กชายจึงรับถ้วยจากมือของเด็กหญิงไปเก็บแล้วเอ่ยว่า
“ข้าจะรีบไปบอกท่านพ่อและท่านแม่ก่อนนะขอรับว่า พี่สามฟื้นแล้ว” เด็กชายรีบวิ่งออกจากห้องไปในทันทีเมื่อกล่าวจบ
เด็กหญิงสำรวจร่างกายของตนเองแล้วพบว่า ตนเองมีขนาดของมือและเท้าที่เล็กลงจากเดิมเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่เป็แบบจีนโบราณ สภาพดูเก่าและมีสีที่ซีดมาก หลังจากนั้นไล่สายตามองสำรวจรอบๆ จึงได้เห็นว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนขนาดเล็กห้องหนึ่ง ที่มีข้าวของเป็แบบจีนโบราณเช่นกัน
‘อย่าบอกนะว่า ฉันย้อนอดีตมาแบบนิยายพวกนั้น อกอีแพงจะแตก!’
แท้จริงแล้วิญญาที่อยู่ในร่างเด็กหญิงผู้นี้คือนางสาวแพงพรรณ อายุยี่สิบแปดปี เป็สาวสวยคุณสมบัติดีเลิศ แต่ไม่มีสามีจบปริญญาตรีด้านเทคโนโลยีอาหารจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดังด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง แล้วศึกษาต่อปริญญาโทด้านการบริหารจากเมืองผู้ดีอังกฤษทำงานเป็ผู้พัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์อาหารในบริษัทเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่ง พ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตแล้วแต่ได้ทิ้งมรดกก้อนโตไว้ให้กับลูกสาว แบบว่าเธอสวยและรวยมากเธออาศัยอยู่ในคอนโดหรูมีระดับใจกลางเมือง
‘เฮ้อ!เกิดมายี่สิบแปดปี ยังไม่เคยมีแฟน แล้วตอนนี้ยังมาอยู่ในร่างเด็กอีกแล้วเมื่อไรถึงจะได้มีสามีแบบคนอื่นเขา อีแพงอยากโดนค่ะ’
“โอ้ย! ปวดหัวจัง”
จากนั้นหญิงสาวได้เห็นภาพความทรงจำของเด็กหญิงที่ตนมาอาศัยร่างอยู่โดยเด็กหญิงเ้าของร่างผู้นี้มีชื่อว่า หวังิเยว่เป็ลูกคนที่สามของหวังหลินข่ายและเหอฟางหรู สามีภรรยาคู่นี้มีลูกทั้งหมดห้าคน
คนโตเป็บุตรชายชื่อหวังหนิงเฉิง อายุสิบสี่ปี
คนที่สองบุตรชายชื่อหวังหนิงเทียน อายุสิบสามปี
คนที่สามคือหวังิเยว่ อายุสิบสองปี
คนที่สี่เป็บุตรชายชื่อหวังหนิงหลง อายุเก้าปี
และคนสุดท้องคือบุตรสาวชื่อหวังิซิน อายุเจ็ดปี
‘โอ้โห! ตามเสต็บเป๊ะข้ามภพมาเป็เด็ก ได้ความทรงจำ พูดภาษาจีนโบราณได้ เยี่ยม!!!’
“ว่าแต่ แล้วมีของวิเศษอะไรให้ไหมคะขอแบบเลิศหรูอลังการงานสร้างดาวล้านดวงเลยค่ะ!”แพงพรรณค้นหาสิ่งของตามร่างกายของตนเอง แต่กลับไม่พบเจอสิ่งใดทั้งสิ้น
“ไม่เป็ไร ค่อย ๆ หาไป เดี๋ยวก็ออกมาเองแหละ”แพงพรรณได้แต่ปลอบใจตัวเอง
“เยว่เอ๋อร์ ลูกฟื้นแล้ว” มีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นนั่นก็คือนางเหอฟางหรู อายุสามสิบสองปี หน้าตาสะสวย นางเหอฟางหรูรีบเข้ามาดูบุตรสาวของตนด้วยความดีใจและรอยยิ้มที่ระบายอยู่ใบหน้า
“ท่านแม่ ลูกฟื้นแล้วเ้าค่ะ”แพงพรรณตอบกลับผู้เป็มารดาของ หวังิเยว่
“ดี ดีมาก เ้าฟื้นก็ดีแล้ว พวกเราเป็ห่วงเ้ามาก พ่อดีใจเหลือเกินที่เ้ารู้สึกตัวได้สักที”เป็เสียงอ่อนโยนของชายหนุ่ม ผู้มีนามว่า หวังหลินข่าย อายุสามสิบสามปีหน้าตาหล่อเหลา ร่างกายแข็งแรงบึกบึน
‘โอ้โห! ท่านพ่อ ท่านหล่อได้ใจมากเ้าค่ะ’
หลังจากชื่นชมความหล่อเหลาผู้เป็บิดาของหวังิเยว่ในใจแล้ว แพงพรรณจึงรีบทำหน้าเศร้ากล่าวด้วยน้ำเสียงของความเสียใจว่า
“ลูกขอโทษที่อ่อนแอ ทำให้ท่านพ่อและท่านแม่เป็ห่วงทั้งยังต้องเสียเงินมากมายเพื่อรักษาลูกเ้าค่ะ”
“อย่าพูดเยี่ยงนั้นเลยน้องสามเ้าเป็คนในครอบครัวของพวกเรา ไม่มีใครคิดเช่นนั้นหรอก” หวังหนิงเฉิงผู้เป็พี่ชายคนโตรีบกล่าวปลอบใจน้องสาวของตน
“ใช่ ๆ พี่ใหญ่พูดถูก น้องสามอย่าได้คิดมาก แค่เ้าปลอดภัยพวกเราทุกคนก็ดีใจแล้ว” หวังหนิงเทียนรีบกล่าวสบทบพี่ชายเพราะไม่อยากให้น้องสาวของตนเป็กังวล
“พี่สามรีบหายเร็ว ๆ นะขอรับ ท่านจะได้มาเล่นกับข้าและน้องเล็ก”หวังหนิงหลงรีบพูดปลอบใจพี่สาว
แพงพรรณรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ครอบครัวนี้รักและเป็ห่วงหวังิเยว่ไม่รังเกียจว่าเป็ลูกสาวทั้งยังมีร่างกายอ่อนแอโดยสาเหตุที่ทำให้เด็กหญิงร่างกายอ่อนแอเพราะเป็เด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากเป็ยุคสมัยโบราณเลยไม่รู้วิธีดูแลรักษาเด็กคลอดก่อนกำหนดจึงทำให้เด็กหญิงมีร่างกายอ่อนแอและป่วยตลอดเวลาเช่นนี้
อันที่จริงครอบครัวนี้มีรายได้ค่อนข้างดีเมื่อเปรียบเทียบกับคนในหมู่บ้านเดียวกันแต่เนื่องด้วยต้องจ่ายเงินค่าหมอและค่ายาให้กับหวังิเยว่อยู่ตลอดจึงทำให้มีฐานะค่อนข้างยากจน โดยครอบครัวนี้มีที่ดินอยู่สี่หมู่ ไว้สำหรับปลูกข้าวแต่หลายปีมานี้ผลผลิตที่ได้กลับน้อยลงทุกปี ซึ่งแพงพรรณสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการปลูกพืชซ้ำ ๆ ตลอด ไม่มีการบำรุงใส่ปุ๋ย ดินขาดแร่ธาตุทำให้หวังหลินข่ายผู้เป็บิดาและหัวหน้าครอบครัวต้องขึ้นเขาเป็นายพรานไปล่าสัตว์ แล้วนำสัตว์ป่าไปขายเพื่อจ่ายเป็ค่ายาให้บุตรสาว
“ได้ ๆ พี่สามจะรีบหายป่วย ข้าจะได้ไปเล่นกับหลงเอ๋อร์และน้องเล็ก”แพงพรรณเอ่ยกับน้องชายเ้าของร่างนี้ด้วยรอยยิ้มละมุน
“เอาล่ะ ปล่อยให้เยว่เอ๋อร์ได้พักผ่อนเถอะแม่จะไปดูน้องเล็กด้วย มิรู้ว่าตื่นจากนอนกลางวันหรือยัง” เหอฟางหรูกล่าวกับทุกคน
จากนั้นทุกคนจึงเดินออกจากห้องนอนของหวังิเยว่ เพราะ้าให้เ้าของห้องได้นอนหลับพักผ่อน
แพงพรรณนอนหลับอยู่บนเตียงนอน แล้วตื่นขึ้นใน่ตอนเย็นท่านแม่ของหวังิเยว่ได้นำอาหารมาให้กินในห้องนอน ในถ้วยอาหารคือข้าวต้มที่ใสมากมีเม็ดข้าวเพียงเล็กน้อย และไข่ต้มหนึ่งฟอง ซึ่งแพงพรรณรู้ว่า มีแต่เธอเท่านั้นที่ได้กินไข่เพราะที่บ้านหลังนี้เลี้ยงไก่ไว้เพียงหนึ่งตัวและจะออกไข่เพียงหนึ่งฟองทุกวัน แลครอบครัวนี้จะเก็บไข่ไว้ให้ิเยว่กินคนเดียวเพื่อบำรุงร่างกาย
“ขาดสารอาหารแบบนี้ แล้วเมื่อไรจะโตล่ะ โดยเฉพาะหน้าอกนี้เค้าอยากได้คัพดีอะ” แพงพรรณไม่พอใจกับขนาดของสิ่งที่แม่ให้มาของหวังิเยว่