จันทร์วิมลตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาหารด้วยตัวเองเมื่อไตรภพลงมาก็พบว่าโต๊ะอาหารถูกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว
“คุณไม่สบายรึเปล่า” ไตรภพถามจันทร์วิมล ด้วยความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะั้แ่นิสาย้ายเข้ามาหน้าที่เหล่านี้ก็มักจะเป็นิสาที่เป็คนดูแล
“เปล่านี่คะ ฉันสบายดี” จันทร์วิมลตอบและยิ้มด้วยสีหน้ามีเลสนัย
“ไปเรียกทุกคนลงมาทานข้าวได้แล้ว” จันทร์วิมลหันไปบอกแม่บ้านให้ตามนิสาและลูก ๆ มาทานข้าว
เมื่อทุกคนลงมาพร้อมหน้าพร้อมตากัน จันทร์วิมลก็พูดขึ้น
“ฉันต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะเค้าคงไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ น่ะ”จันทร์วิมลหันไปบอกกับนิสาและลูกชายของนิสา
ทุกคนในบ้านยิ่งรู้สึกประหลาดใจว่าทำไมวันนี้จันทร์วิมลถึงได้ญาติดีกับนิสาแม้แต่ลูกชายของเขาเองยังไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“พี่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่หลายเดือนแล้วยังไม่เคยไปเที่ยวไหนเลย คุณไตรภพเองก็งานยุ่ง เดี๋ยวพี่พาไปเปิดหูเปิดตานะ” จันทร์วิมลบอกกับนิสาด้วยท่าทีเป็มิตรแต่คนฟังกลับรู้สึกได้ว่ามันไม่ปกติ
นิสาไม่รู้จะตอบยังไงดี เพราะหากปฏิเสธก็จะดูไม่รักษาน้ำใจแต่เธอก็ไม่ได้อยากจะไปกับจันทร์วิมลตามคำชวนของเขาจึงได้แต่หันหน้าไปหาสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ
จันทร์วิมลที่เห็นนิสากำลังอ้ำอึ้งก็รีบหันไปพูดกับไตรภพ
“คุณคงไม่ว่าอะไรนะคะถ้าฉันจะพานิสาออกไปข้างนอกบ้าง”
“ผมจะไปว่าอะไรล่ะเห็นคุณสองคนเข้าใจกันดี ผมเองก็สบายใจ”
นิสาได้ยินดังนั้นเลยไม่อยากทำให้ไตรภพอึดอัดใจเธอจึงได้แต่พยักหน้าตอบรับ
หลังจากนั้นจันทร์วิมลก็ทำดีกับนิสาทุกอย่างเหมือนว่าเธอกับนิสาไม่เคยผิดใจกันมาก่อน แต่นิสากลับรู้สึกไม่วางใจและคิดว่าจันทร์วิมลทำตัวแปลก ๆ
วันต่อมาจันทร์วิมลก็ชวนนิสาออกมาชอปปิ้งั้แ่เช้าจนเกือบเที่ยง
หลังจากซื้อของเสร็จจันทร์วิมลก็ชวนนิสาไปทานอาหารที่ร้านโปรดของเธอซึ่งเป็ร้านริมน้ำบรรยากาศในร้านเย็นสบาย จันทร์วิมลเลือกโต๊ะโซนที่ติดกับแม่น้ำทั้งอากาศดีและวิวดี เธอสั่งอาหารไปหลายอย่างไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเด็กเสิร์ฟก็ทยอยยกอาหารออกมาเสิร์ฟ
จันทร์วิมลชักชวนให้นิสาลองชิมอาหารที่เธอสั่งโดยเฉพาะน้ำพริก ซึ่งเป็เมนูขึ้นชื่อของทางร้าน
“ลองกินนี่ดูสิพี่ว่าเธอน่าจะชอบ”
นิสายังไม่ทันตอบรับจันทร์วิมลก็ตักน้ำพริกในถ้วยที่วางตรงหน้า ใส่ลงบนจานของนิสา
“อร่อยดีนะคะ” นิสาพูดขึ้นมาหลังจากได้ชิมน้ำพริกหลังจากนั้นเธอก็ทานอาหารบนโต๊ะอีกหลายอย่างจนรู้สึกอิ่ม
ในขณะที่จันทร์วิมลเรียกพนักงานของทางร้านมาเช็คบิลนิสาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างทางที่เดินไปเข้าห้องน้ำ นิสารู้สึกมีอาการคันรอบๆ บริเวณปาก และมีอาการคันมากขึ้นลามไปยังส่วนอื่นของใบหน้าเธอจึงรีบเดินไปที่ห้องน้ำและเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างหน้าแต่อาการคันกลับยิ่งทวีความรุนแรง
นอกจากผื่นคันที่ขึ้นตามใบหน้าละริมฝีปากแล้วตอนนี้เธอรู้สึกได้ว่าหัวใจของเธอเต้นเร็ว และเธอกำลังจะหายใจไม่ออกในไม่ช้า
ก่อนที่นิสาจะหมดสติไปพนักงานของร้านเห็นเธอมีอาการแปลก ๆ จึงรีบตามมาดูทันทีที่เห็นว่านิสากำลังหายใจไม่ออกเขาก็เข้าไปพยุงตัวเธอและรีบพาเธอเข้าไปในร้าน
จันทร์วิมลเห็นท่าไม่ค่อยดีจึงรีบขับรถพานิสาไปโรงพยาบาล
นิสาหายเข้าไปในห้องฉุกเฉินสักพัก ก่อนที่ประตูห้องฉุกเฉินจะเปิดออกคุณหมอเ้าของไข้เดินออกมาจากห้อง จันทร์วิมลจึงรีบเดินเข้าไปถามอาการของนิสา
“เป็ยังไงบ้างคะคุณหมอ”
“คนไข้ปลอดภัยดีครับดีที่รีบมาโรงพยาล ถ้ามาช้ากว่านี้อาจจะทำให้คนไข้ช็อคได้แล้วคนไข้มีประวัติแพ้อาหารมาก่อนรึเปล่าครับ”
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะตอนสั่งอาหารเธอก็ไม่ได้บอกว่าแพ้อะไรเป็พิเศษ”จันทร์วิมลตอบกลับ
“คราวหน้าต้องระวังเื่อาหารหน่อยนะครับงั้นหมอขอตัวนะครับ”
จันทร์วิมลเดินเข้าไปดูอาการของนิสาที่ยังนอนอยู่บนเตียงโดยไม่รู้สึกตัวเธอจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวด้วยแววตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เมื่อนิสารู้สึกตัวและหมออนุญาตให้กลับบ้านได้จันทร์วิมลจึงรีบพานิสาไปรอรับยา และขับรถกลับบ้าน
ทันทีที่รถจอดหน้าประตูบ้านจันทร์วิมลก็พบว่าไตรภพกลับมาถึงบ้านแล้ว เขารีบวิ่งมาเปิดประตูรถด้านที่นิสานั่ง และประคองเธอลงจากรถด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“ทำไมไม่นอนให้หมอดูอาการก่อนจะรีบกลับมาทำไม ถ้าคุณเป็อะไรขึ้นมาอีกจะทำยังไง”
“สาไม่เป็ไรแล้วค่ะดีขึ้นแล้ว”
“แล้วนี่รู้ว่าตัวเองแพ้กุ้งทำไมถึงยังกิน”
“ตายแล้ว นี่เธอแพ้กุ้งเหรอ ทำไมถึงไม่บอกพี่พี่จะได้กำชับทางร้านให้ นี่ดีนะที่พาไปโรงพยาบาลทัน” จันทร์วิมลดูใเมื่อนิสาบอกว่าเธอแก้แพ้กุ้ง
“ขึ้นไปพักข้างบนเถอะเดี๋ยวผมพาไป”ไตรภพพูดแล้วก็ประคองนิสาเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องของเธอ
จันทร์วิมลได้แต่มองตามหลังสามีที่เดินเคียงคู่ไปกับผู้หญิงที่เธอเคยตราหน้าว่าเป็เมียน้อยพร้อมกับความรู้สึกริษยาที่อยู่ในใจ ภาพตรงหน้าช่างบาดตาบาดใจเหลือเกินแต่เธอต้องอดทนเก็บอาการ และทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรเธอจะแสดงให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอแพ้ เพราะต่อไปนี้คนที่เ็ปจะต้องไม่ใช่เธอ
หลังจากที่อาการป่วยของนิสาค่อย ๆดีขึ้นและหายเป็ปกติในไม่กี่วันต่อมา บรรยากาศในบ้านก็ยังคงปกติจันทร์วิมลก็ยังปฏิบัติตัวดีกับเธอ ไม่มีทีท่าว่าจะไม่พอใจเหมือนอย่างแต่ก่อนลูกชายของจันทร์วิมลเมื่อเห็นแม่ไม่แสดงทีท่าว่าโกรธแค้นอีกฝ่ายเขาจึงพยายามไม่ใส่ใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เป็วันผักผ่อนของหลาย ๆ คน วันนี้อากาศเย็นสบายหลังจากที่เมื่อคืนเพิ่งมีฝนตกหนัก
เด็กหนุ่มซึ่งเป็ลูกชายของนิสาก็มีความคิดที่อยากจะตามหาเด็กสาวที่ช่วยเหลือเขาจากฝูงสุนัขที่โหดร้าย
เขาเดินไปหยิบสิ่งของบางอย่างที่เก็บไว้อย่างดีในลิ้นชักโต๊ะออกมา
พวงกุญแจรูปแมวและมีปลอกคอสลักชื่อว่า “อลิส”
“นี่คงเป็ชื่อของเธอสินะวันนี้ฉันจะต้องหาเธอให้เจอให้ได้เลย”เด็กหนุ่มตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าเขาจะต้องได้เจอกับเด็กสาวที่ช่วยเขาไว้
เขาจึงออกเดินไปตามเส้นทางที่พอจะจำได้ในขณะเดียวกันก็ถามหาเด็กสาวจากคนที่เดินผ่านไปมา จนเขามาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งคุณยายเ้าของบ้านเปิดประตูรั้วออกมา เห็นเด็กหนุ่มที่เดินหันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง จึงเดินเข้าไปถาม
“กำลังหาอะไรอยู่เหรอมีอะไรให้ยายช่วยมั๊ย”
“คือว่าผมกำลังตามหาคนคนหนึ่งน่ะครับเธอน่าจะชื่อว่าอลิส”
“อลิสเหรออืม...ขอยายนึกก่อนนะ อ๋อ ยายนึกออกแล้ว”
“คุณยายรู้จักเหรอครับ” เด็กหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นี่เขาจะได้เจอกับเธอแล้วจริง ๆ เหรอ
“ถ้ายายจำไม่ผิด น่าจะเป็หลานสาวเ้าของร้านขายหนังสือในหมู่บ้านนี่แหล่ะหนูเดินออกไปเลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวขวาอีกที ก็น่าจะถึงล่ะ”
“ขอบคุณมากครับคุณยาย” เด็กหนุ่มยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะรีบเดินไปตามทางที่คุณยายบอก
เขาใช้เวลาไม่นานก็เดินมาถึงหน้าร้านหนังสือเด็กหนุ่มยืนอยู่หน้าร้านสักพัก เขาไม่รู้จะว่าถ้าเจอกับเธอเขาจะเริ่มคุยอะไรกับเธอก่อนดี เขายืนทำใจอยู่สักครู่เพื่อลดอาการประหม่าก่อนจะค่อย ๆ เปิดประตูร้านเข้าไปและพบว่าไม่มีคนอยู่หน้าร้านเด็กหนุ่มจึงเดินเข้าไปด้านในร้านซึ่งจัดไว้เป็ที่สำหรับพักผ่อนและนั่งอ่านหนังสือจนเขาได้เจอกับเธอ
อลิสกำลังนั่งอ่านนิยายอยู่บนพื้นซึ่งมีพรมขนนุ่มปูไว้ ข้าง ๆ กันมีโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กไว้สำหรับวางของเขารวบรวมความกล้าที่มีเพื่อจะเดินไปคุยกับเธอ แต่กลับต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนที่กำลังพูดกับอลิส
“นั่นมัน” พี่ชายของเขากำลังคุยหยอกล้อกับอลิสเด็กหนุ่มเห็นแบบนั้นจึงหลบเข้าไปหลังชั้นวางหนังสือ
“เขามาอยู่ที่นี่ยังไงหรือว่า ที่หายออกจากบ้านบ่อย ๆ เพราะแบบนี้น่ะเหรอ”เด็กหนุ่มรู้สึกสับสน เขาไม่รู้จะต้องทำยังไงต่อดีเขาพยายามตามหาเด็กสาวที่ช่วยเขาไว้ เพราะอยากขอบคุณเธอ และอีกใจก็รู้สึกชอบเธอด้วยเช่นกันแต่ผู้หญิงคนนั้นกลับเป็คนที่กำลังคุยอยู่กับพี่ชายของเขางั้นเหรอ ทำไมกันนะทำไมเขาถึงต้องเป็คนที่มาทีหลัง ไม่ว่าจะเื่ผู้หญิง หรือครอบครัวใครกันที่เป็คนลิขิตให้เขาต้องมาทีหลังอยู่เสมอ
เด็กหนุ่มตัดสินใจหันหลังกลับและรีบวิ่งออกจากร้านก่อนที่จะมีใครมาเจอเข้าระหว่างที่กำลังจะออกจากร้านเขาก็สวนทางกับเด็กสาวอีกคนที่กำลังจะเข้าไปด้านในด้วยความที่กำลังรีบทำให้เขาเผลอชนเธอและทำของหล่นไว้โดยไม่ทันสังเกต
พวงกุญแจรูปแมวที่ปลอกคอสลักชื่อว่า“อลิส” หล่นอยู่ที่พื้น