ใน่หัวค่ำ ตรีและดวงฤทัยที่กลับมาจากในเมืองต่างตื่นเต้นเมื่อเห็นไข่แมงมันเยอะขนาดนี้
“ธรรมกับน้องอัญโชคดีมาก ขนาดแบ่งไปให้กอบส่วนหนึ่งแล้ว ยังได้คนละตั้งสองโลกว่า นี่ธรรมเอากลับไปทำกินที่วัดโลเดียว ที่เหลือบอกให้เราขายให้ แม่ว่าพรุ่งนี้ลูกสองคนเข้าเมืองอีกรอบเถอะ เอาไข่แมงมันไปขาย แล้วค่อยหยุดวันมะรืน”
สองสามีภรรยาพยักหน้าตกลง
“เสียดายนะแม่ ถ้าเป็ตัวแมงมันฉันจะคั่วแล้วลองเอาไปตำน้ำพริกขายดู” น้ำพริกแมงมันเป็เมนูยอดฮิตเมนูหนึ่งของผู้คนแถบนี้ที่มีให้กินเฉพาะ่ฤดูฝนเพราะต้องใช้แมงมันตัวโตเต็มวัยมาทำนั่นเอง
อัญจรีเอียงหน้ามองแม่ แววตาเธอนั้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างได้
“แล้วไข่ทำน้ำพริกไม่ได้หรือแม่” อัญจรีถามอย่างไร้เดียงสา
ผู้ใหญ่ทั้งสามหัวเราะร่วน
“ไม่ได้” ดวงฤทัยตอบ
“ทำไม? เอาไข่มาทำน้ำพริกกินแล้วจะตายหรือ” อัญจรีเอียงหน้าถามด้วยแววตาใคร่รู้
“ไม่ใช่จ้ะ เพียงแต่ไม่มีใครทำกันเท่านั้น”
“แล้วเราลองทำคนแรกไม่ได้หรือ” เด็กหญิงยังคงตั้งคำถาม
ทั้งสามคนพากันส่ายหน้าและหัวเราะร่วนอีกครั้ง แต่การหัวเราะครั้งนี้ของดวงตาและดวงฤทัยมีแววตาของความสงสัยและอยากลองแฝงอยู่
หนึ่งชั่วโมงให้หลัง อัญจรีนั่งยิ้มระหว่างแอบมองแม่และยายที่กำลังทำงานง่วนอยู่ในครัวโดยมีตรีเป็ลูกมือช่วยย่างพริก หอม กระเทียม ขิง ข่า จนหอมฟุ้งไปทั้งครัว
และอีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา บนเสื่อที่สมาชิกกำลังนั่งล้อมวงกินมื้อเย็น นอกจากไข่เจียวใส่ไข่แมงมันสำหรับอัญจรีแล้ว ที่เหลือเป็น้ำพริกไข่แมงมันหลากชนิด ทั้งน้ำพริกไข่แมงมันแบบพริกแห้ง น้ำพริกไข่แมงมันแบบพริกหนุ่ม น้ำพริกไข่แมงมันแบบพริกหนุ่มแต่ใส่น้ำต้มไข่แมงมันลงไปด้วย
เธออมยิ้มระหว่างนั่งทั้งฟังทั้งสามคนวิจารณ์รสชาติของน้ำพริกที่ทำออกมา และในคืนนั้น นอกจากอัญจรีที่นอนหลับสนิทั้แ่่สามทุ่ม ที่เหลือต่างนั่งเตรียมข้าวของสำหรับทำน้ำพริกขายในวันรุ่งขึ้น แม้เวลาจะล่วงเข้าไปเที่ยงคืนแล้วแต่แววตาทั้งสามคนต่างสดใสไม่มีความอ่อนเพลียปรากฏให้เห็นแม้เพียงนิด
ที่ตลาดในวันต่อมา สองสามีภรรยาต่างได้ััคำว่าขายดีเป็เทน้ำเทท่าครั้งแรกในชีวิต
ทันทีที่เห็นไข่แมงมันเม็ดขาว ๆ ใหญ่ ๆ ในราคากิโลกรัมละเจ็ดร้อยห้าสิบบาท คนเดินผ่านไปมาต่างพากันสูดปากและคลำกระเป๋าสตางค์ของตนเองอย่างเสียดาย แม้จะแบ่งขายใส่ถ้วยตะไลเล็ก ๆ ก็ถ้วยละสิบบาทเข้าไปแล้วถ้าซื้อไปหนึ่งถ้วยก็ต้องไปหาส่วนผสมอื่นมาเพิ่มเพื่อประกอบอาหารอีก ซึ่งไม่รู้ว่าต้องจ่ายเงินอีกกี่บาทถึงจะได้เป็กับข้าวออกมา
แต่พอเหลือบมาเห็นว่ามีน้ำพริกไข่แมงมันซึ่งเป็เมนูแปลก ไม่เห็นใครที่ไหนเคยทำ และเป็แบบตำสดขายครกละสิบห้าบาท ถึงจะแพงกว่าน้ำพริกอื่นทั่วไปที่ขายครกละสี่ถึงห้าบาท แต่ก็ยังน่าลอง เพราะปีหนึ่งจะมีไข่แมงมันให้กินแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าซื้อผักลวกไปอีกหนึ่งถุง ถุงละหนึ่งบาท นำไปกินกับข้าวก็อิ่มกันได้ทั้งครอบครัวแล้ว
เมื่อต่างคนต่างคิดเหมือนกัน จึงเกิดการรุมอยู่หน้าแผง สุดท้ายก็กลายเป็ต่อแถวยาวเป็หางว่าว ขายดีชนิดที่ตรีต้องก่อไฟย่างพริกย่างกระเทียมและลวกผักเพิ่มจ้าละหวั่น
ผลประกอบการวันนี้ ทั้งคู่ได้เงินกลับมาถึงสี่พันบาท ถึงจะต้องจ่ายคืนค่าไข่แมงมันให้ธรรมส่วนหนึ่งแต่ก็ยังถือว่าได้เยอะจนดวงฤทัยแทบลมจับ เพราะปกติรายได้ของทั้งคู่จะได้ไม่เกินวันละแปดร้อยบาทต่อครั้งเท่านั้น
คืนนั้น ตรีและดวงฤทัยเอาแต่กอดและหอมลูกเพื่อขอบคุณในความช่างคิดของเธอจนแก้มอัญจรีแดงช้ำไปหมด
หลังจากนั้น สองสามีภรรยา รวมถึงดวงตาต่างตระเวนประกาศรับซื้อไข่แมงมันถึงกิโลกรัมละเจ็ดร้อยหกสิบบาท มากกว่าราคาขายที่ตลาดถึงสิบบาท จึงมีชาวบ้านแวะเวียนมาขายให้ไม่ขาดสายในแต่ละวัน และการหากำไรครั้งนี้ทำให้สามีภรรยามีเงินเก็บในมือถึงสองหมื่นบาทเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลไข่แมงมัน
การขายน้ำพริกไข่แมงมันครั้งนี้ถือเป็การเปิดโลกสำหรับตรีและดวงฤทัยโดยแท้ ทำให้ทั้งคู่กล้าที่จะคิดเมนูน้ำพริกแปลก ๆ ใหม่ ๆ มากขึ้น วันไหนว่างจากการไปขายของที่ตลาดเป็ต้องหาส่วนผสมใหม่ ๆ แปลก ๆ มาทำน้ำพริกลองกิน หากรสชาติผ่าน ดวงฤทัยก็ไม่ลังเลที่จะทำขายในทันที
หนึ่งเดือนให้หลัง เมนูน้ำพริกตำสดที่ขายก็มีให้เลือกกว่ายี่สิบเมนู น้ำพริกที่ขายยืนพื้นในทุกวันจะเป็น้ำพริกกะปิ น้ำพริกกุ้งต้ม น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกปลาร้าน้ำ น้ำพริกปลาร้าแห้ง น้ำพริกข่า น้ำพริกเห็ด น้ำพริกปลาดุกย่าง น้ำพริกแมงดา และน้ำพริกตาแดง
ส่วนที่เหลือจะเป็น้ำพริกพิเศษที่จะมีเฉพาะฤดูกาลอย่างน้ำพริกตัวอ่อนผึ้ง น้ำพริกตัวต่อ น้ำพริกไข่มดแดง น้ำพริกจิ้งโกร่ง หรือน้ำพริกใส่แมลงต่าง ๆ ที่นิยมกินกันและมีใน่นั้น ๆ
นอกจากความหลากหลายของประเภทน้ำพริก สิ่งที่ดึงดูดลูกค้าคือรสมือและความสะอาด ในเมื่อมีครบถ้วนจึงเป็ไปไม่ได้ที่จะไม่มีลูกค้าสนใจ ร้านน้ำพริกตำสดต่างมีลูกค้าทยอยเข้ามาซื้อไม่ขาดสาย แม้จะขายแค่่เช้าจนถึงบ่ายก็ไม่เป็อุปสรรคสำหรับลูกค้าที่จะออกมาซื้อหาระหว่างวัน
กระทั่งผ่านไประยะหนึ่งเริ่มมีเสียงบ่นของลูกค้าเื่ที่มาขายแค่สามวันต่อสัปดาห์ ทำให้วันอื่น ๆ ที่เหลือหากอยากกินก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้ ตรีและดวงฤทัยจึงตัดสินใจมาขายั้แ่วันจันทร์ถึงศุกร์
แต่จะมีสองวันคืออังคารและพฤหัสบดีที่ตรีอยู่ช่วยภรรยาทั้งวันไม่ได้ ทำได้แค่มาส่งและมารับเพราะวันดังกล่าวตรี้าไปตระเวนหาซื้อของป่าและผลผลิตของชาวบ้านมาขายเช่นเดิม เขาไม่อยากทิ้งตรงนี้เพราะกำไรที่ได้มายังเป็ที่น่าพอใจอยู่
ในวันที่ตรีอยู่ช่วยไม่ได้ ดวงตาจะพาอัญจรีตามมาช่วยใน่สาย ซึ่งอัญจรีชอบมากที่ได้มาเปิดหูเปิดตาแบบนี้