กิจกรรมเปิดโรงเรียนนี้เป็ธรรมเนียมโรงเรียนของสามสี่ปีที่ผ่านมาผู้อำนวยการหรือที่เรียกว่า อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนมีความคิดริเริ่มอยากจะเชื้อเชิญให้นักเรียนในระดับต้นให้เลือกตัดสินใจที่จะศึกษาต่อที่โรงเรียนนวอร์พิกซิสในระดับปลายเนื่องจากหลายปีก่อนนี้เหล่าพ่อแม่ผู้ปกครองนิยมส่งลูกหลานเข้ามาศึกษาในระดับปลายที่นี่น้อยลงแต่กลับส่งไปศึกษาต่อที่โรงเรียนระดับปลายที่อื่น ชาวภูตผู้มีเวทส่งลูกหลานไปโรงเรียนเวทมนตร์มนุษย์สามัญส่งลูกหลานไปเรียนสถาบันวิทยาการ มนุษย์ชนชั้นสูงส่งลูกหลานเข้าสู่รั้วโรงเรียนขุนนางเพื่อเตรียมเข้าสู่ราชสำนักแบบนั้นมันจะไปน่าตื่นเต้นและสนุกตรงไหน ถ้าหากทุกอย่างเข้าตรงตามล็อคแบบเบี้ยที่ถูกวางให้ตรงตำแหน่งบนกระดานทำไมไม่ลองเปลี่ยนผู้เล่นให้หลากหลายดูล่ะ บางทีเบี้ยในวันนี้อาจก้าวขึ้นสู่เรือในวันหน้าควีนในวันนี้จะสามารถตกลงมาต่ำกว่าม้าจะได้ไหม ถ้าหากองรัชทายาทจะเป็เพื่อนกับลูกของกวีผู้แต่งหนังสือลูกนักกวีถูกตาต้องใจกับแม่มดนักเวทลูกของกวีผู้นั้นจะเขียนหนังสือเล่มใหม่ออกมาได้น่าอ่านเพียงใด ผลลัพธ์ที่แปรเปลี่ยนย่อมเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกในภายภาคหน้าและในตอนนี้เมล็ดพันธุ์ที่อาจารย์ใหญ่อากิระ โยชินากะได้หว่านเอาไว้เริ่มออกดอกผล นักเรียนหลากหลายต่างที่มาั้แ่เ้าชาย เ้าหญิง จอมเวท อัศวินยันลูกพ่อค้าชาวนาพอมีอันจะส่งค่าเทอมยังคงเข้ามาได้การขัดเกลาจากนวอร์พิกซิสโรงเรียนที่เป็ดั่งเข็มทิศคอยชี้นำเยาวชนให้เดินไปตามเส้นทางที่เหมาะสมและเป็ตัวตนของตัวเองและหวังว่าจะเปลี่ยนอนาคตของมวลมนุษย์ให้เป็ไปในทางที่น่าอยู่มากขึ้น
ดวงตะวันทอแสงแดดแรงกล้าเป็สีส้มบอกเวลาคล้อยบ่ายแก่เหล่านักเรียนใหม่ที่มาเยี่ยมชมกิจกรรมเปิดโรงเรียนเริ่มบางตาลง ทยอยกันออกจากโรงเรียนหมายรอคอยวันปฐมนิเทศที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่เกินสัปดาห์ในยามนี้ภายในโรงเรียนจึงเหลือเพียงนักเรียนไม่มากนัก เห็นจะนับจำนวนได้เพราะในเวลานี้ยังถือเป็่ปิดเทอมจึงไม่มีนักเรียนคนอื่นที่ไม่มีกิจให้มาประจำที่นวอร์พิกซิสส่วนกลุ่มที่ยังประจำอยู่คงไม่พ้นจะเป็กลุ่มประธานหอพัก4 ทิศ ต้นหนผู้ช่วยเหลือประธาน และนักเรียนผู้มีจิตสาธารณะพวกเขาเหล่านี้เป็อาสาสมัครช่วยเหลืองานรับสมัครนักเรียนใหม่
แสงตะวันยามบ่ายแก่ยังคงทอแสงจ้าผ่านผ้าม่านที่ปลิวสไวลู่ลมในหน้าต่างที่เปิดไว้ในห้องนั่งเล่นชั้น3 ของหอพักนักเรียนทิศเหนือ ภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ มีเตาผิงไฟที่ไม่ถูกจุด กองเอกสารถูกวางอย่างไม่เรียบร้อยหน้าบนโต๊ะเข้าชุดกับเตาผิงด้านหน้ามีแก้วน้ำและเหยือกเงินว่าทับไว้แทนที่ทับกระดาษ เก้าอี้ โซฟาบุนวมเข้าชุดหลายตัวอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อยผ้าห่ม หมอน มีแม้กระทั่งเสื้อนักเรียนของใครบางคนวางพาดไว้ราวกับว่าเขาหรือพวกเขาได้ยึดห้องนั่งเล่นที่ควรจะเป็ส่วนกลางใช้เป็ห้องส่วนตัวแล้วและพวกเขาที่ว่านั้นก็อยู่ในห้องนั่งเล่น ในสภาพ...เอ่อ...ไม่น่าดูเสียเท่าไหร่
ฟินน์ริคาร์โด้นอนเหยียดแขนขาอยู่บนโซฟาบุนวมตัวใหญ่ เสื้อนักเรียนถูกปลดกระดุมออกเล็กน้อยเนคไทและเสื้อสูทตัวนอกที่ไม่อยู่แล้ว เ้าตัวยังคงนอนฝันหวานอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ส่วนเด็กหนุ่มอีกคนที่นอนอยู่บนพรมหน้าโซฟาตัวใหญ่ใกล้กับเตาผิง ผมของเขาดำและยาวหยักศกปรกหน้าตาเขาหลับสนิทชนิดที่ว่ามีเสียงกรนเบา ๆ ออกมาขับกล่อมคนที่นอนบนโซฟา เด็กหนุ่มทั้งสองที่นอนหลับเอาแรงอย่างสบายใจถูกมองดูโดยเด็กสาวชาวตะวันออกผมน้ำตาลเข้มสั้นซอย สวมแหวนประดับเกือบทุกนิ้ว และเข็มขัดสีเงินที่ถูกตัดปะติดตกแต่งให้เข้ากับแหวนเงินและเด็กหนุ่มผิวสองสีผมทรงสกินเฮดโชว์ความกลมมนได้รูปหัว สวมแว่นตาทรงสี่เหลี่ยมทั้งสองมองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาสองคนที่พวกเขาตามหากันให้วุ่นมาแอบงีบหลับในหอพัก พวกเขาน่าจะรู้ได้ตั้งนานแล้วมันไม่ได้เกินความคาดหมายเลยสักนิดเดียว
“เฮ้พวกนายสองคนมาหมุดหัวอยู่ตรงนี้ได้ไง!” สาวน้อยแฟชั่นส่งเสียงดังหวังจะให้คนอู้งานตื่นจากความฝัน
“ไม่เห็นต้องเสียงดังเลยนี่ครับรุ่นพี่ยูริ” เด็กหนุ่มอีกคนที่เป็รุ่นน้องเอ่ยขึ้นขณะที่สาวเท้าเข้าไปหาคนที่นอนอยู่ที่พื้นเขาย่อตัวลงแล้วเอานิ้วอังที่ใต้จมูก พบว่ายังไม่ตาย เลยลองเขย่าดู “เพราะยังไงสองคนนี้ก็ไม่ตื่นอยู่ดี”
“มันไม่มีใครอยู่ที่นี่นอกจากไอ้พวกนี้อยู่แล้วน่า ซูเอน นายลุกออกซะ”
“รุ่นพี่ยูริจะทำอีกแล้วหรอ” ซูเอนลุกยืนขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของยูริก็รีบออกมาอยู่ข้างเธอ เสมือนรู้งานว่าจะเกิดสิ่งใด
“แล้วจะหาว่าเจ้ไม่เตือน” ยูริยื่นมือเอามากลางอากาศไม้คทาของเธอปรากฏขึ้นมาในมือ เธอกำแน่นแล้วเคาะไม้คทาบนลงพื้นสองสามครั้ง
ไม่กี่อึดใจต่อบรรดาโซฟาชุดและพรมหน้าเตาผิงพร้อมใจกันยกตัวเองขึ้นแล้วลงตามจังหวะเคาะไม้เท้าของยูริซึ่งรวมไปถึงโซฟาและพรมที่เพื่อนของเธอนอนอยู่ด้วยเด็กหนุ่มบนพรมสะดุ้งโย่งที่ร่างกายถูกยกลอยขึ้นลงตามจังหวะกระทบกับพื้นห้องแต่ดูเหมือนฟินน์จะไม่ได้รับผลจากเวทมนตร์ยกลอยของยูริ เขาตอบสนองทันทีที่ยูริเอาไม้คทาเคาะพื้นห้องในครั้งแรกฟินน์ถีบตัวเองออกจากโซฟากระโจนมาอยู่มุมห้อง ตั้งมืออยู่ในท่าพร้อมสู้เมื่อยูริเห็นว่าทั้งสองคนตื่นเต็มตา เธอก็เคาะไม้คทาลงพื้นเสียงดังครั้งสุดท้าย
โครม!
ของทุกอย่างที่ยกลอยเป็จังหวะได้ทิ้งตัวลงมาอยู่ในสภาพเดิมราวกลับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเว้นเสียแต่ผู้โดยสารพรมวิเศษตีลังกาเมื่อครู่ที่พอตื่นเต็มตาก็โวยวายเสียงดังลั่น
“ยัยผู้หญิงบ้าพลัง!สาบานเลยว่าฉันจะคอยเวลาที่เธอหลับ”
“นายจะมากู้ดไนท์คิสฉันหรือไงยูจีน ส่วนไอ้หมอนั่นเลิกทำท่าแมวขู่ได้แล้วยะ”
เด็กหนุ่มที่ชื่อยูจีนเสยผมดำยาวหยักศกที่ปรกหน้าขึ้นแล้วเอายางที่ข้อมือรัดเป็บันบนหัวอย่างลวกๆ พลางหันไปแยกเขี้ยวใส่ยูริที่ยืนค้ำเอวทำหน้ายักใส่เขา แล้วหันไปมองเพื่อนร่วมอุดมการณ์แอบนอนฝ่ายนั้นดูเหมือนจะพึ่งตื่นพอๆ กับเขา แต่ดันยืนตั้งท่าสู้ซะงั้น
“เขาเรียกว่า สัญชาตญาณนักสู้ ต่างหากยัยคนซาดิสปลุกพวกฉันให้อ่อนโยนกว่านี้ไม่ได้รึไง”
ฟินน์ที่ตั้งสติได้ครบถ้วนแล้วหาเนคไทของตัวเองที่ปะปนกับข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่ฟินน์หยิบถุงเท้าสีดำขึ้นมามองด้วยสีหน้าขยะแขยงแล้วโยนใส่ยูจีน
“ก็พวกรุ่นพี่เล่นนอนหลับไม่ขยับแบบนี้ รุ่นพี่ยูริก็เลยจัดให้น่ะสิครับ”ซูเอนพูดพลางใช้มือดันกรอบแว่นเล็กน้อยในบรรดาคนในห้องซูเอนเป็นักเรียนปี 2 อายุน้อยกว่ายูริ ยูจีนและฟินน์ที่อยู่ปี 3แต่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่การได้ใช้ชีวิตเด็กหอพักเดียวกันและทำงานร่วมกันมาทำให้ซูเอนสนิทกับคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว
“นายมัวแต่พูดอยู่นั่น มาช่วยเก็บของที” ฟินน์ว่าในขณะที่ผูกเนคไทด้วยตัวเอง
“ครับ ๆ ” ซูเอนย่อตัวลงเก็บชองบนพื้นอย่างว่าง่าย
“ของนั่นน่ะไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้พวกนายแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วรีบไปรวมตัวที่โรงอาหารจะดีกว่า เรเน่้าประชุมแล้ว”
โรงอาหารในเวลาเกือบเย็นถูกแต่งแต้มความสว่างด้วยหลอดไฟสีนวล อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารมื้อเย็นที่ถูกเสิร์ฟไว้บนโต๊ะอาหารให้อย่างเฉพาะกิจกับนักเรียนในเย็นนี้โต๊ะยาวรายล้อมด้วยนักเรียนหน้าเก่าทั้งชายและหญิง ทั้งมียศฐาและสามัญชน ทั้งเล่ห์เหลี่ยมและเรียบง่ายแต่สิ่งที่พวกเขาเหล่านี้มีเหมือนกันและเป็สิ่งที่ยึดให้ความแตกต่างถูกตีแบนให้เท่ากันการเป็นักเรียนของนวอร์พิกซิส ไม่ว่าคุณว่าใหญ่ค้ำฟ้ามาจากที่ไหนแต่เมื่อมาสวมยูนิฟอร์มนักเรียน บันไดที่เสริมให้อยู่สูงก็จะถูกลดลงมาให้อยู่ระดับเดียวกันกับผู้ที่เสริมฐานบันไดให้สูงขึ้นเช่นเดียวกับเก้าอี้ที่พวกเขาเหล่านี้กำลังนั่งอยู่ เว้นเสียแต่ในทุกสถานที่ยังถูกกำหนดด้วยบทบาทหน้าที่ที่เหมาะสมเรเน่นั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะ บ่งบอกบทบาทเป็หัวหน้าการรวมตัวครั้งนี้ เรเน่ประธานหอพักทิศเหนือ(ห้อง 1) เธอเป็เด็กสาวหน้าตาดีผมยาวสีน้ำตาลถูกมัดเป็เปียไพล่มาทางไหล่ซ้าย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มแบบภูตแห่งสายตานิ่งสงบอยู่ภายใต้สถานการณ์วุ่นวายตอนนี้ไม่รู้ว่าความนิ่งนั้นเพราะกำลังค้นหาบางอย่างหรือเพียงเพราะกำลังสงบสติอารมณ์อยู่ เจเรมี่ที่นั่งอยู่ถัดมาชำลองมองประธานหอของตนเองก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาคิดว่าเขารู้ว่าทำไมเรเน่ถึงยังเงียบท่ามกลางประธานหอคนอื่น ๆ ที่กำลังพูดคุยอย่างออกรสออกชาติเรเน่กำลังรอ รอเพื่อนที่มาสายของพวกเรา ก่อนหน้าการรวมตัวในตอนเย็นก่อนมื้อค่ำฟินน์และยูจีนหายไปไหนไม่ทราบยูริพร้อมด้วยซูเอนอาสาออกไปตามตัวให้ จนปานนี้ยังไม่เห็นหน้าที่สี่หน่อเรเน่คงกำลังร้อนใจเป็แน่ ทั้งที่กิจกรรมเปิดโรงเรียนครั้งนี้ทีมงานหอพักทิศเหนือได้รับบทเป็แม่งานแท้ๆ เรเน่ตั้งใจไว้มาก ไม่ให้ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นแต่เธอคงจะลืมนึกถึงเพื่อนผู้แสนดีแต่ละคนที่ควบคุมได้ยากพอ ๆ กับการควบคุมน้ำบนฝ่ามือของผู้ไร้เวท
“นี่จะเรารอไปถึงไหนเรเน่” ลีโอ แวน ดอเรน ประธานหอพักทิศตะวันตก(ห้อง 4)เอ่ยเสียงดังขึ้น เขาเป็เด็กหนุ่มตัวสูงมีผมสีน้ำตาลแดง เช่นเดียวกับสีตา เขามักส่งเสียงดังทำท่าโวยวายเล่นเอาคนอื่นตื่ตะลึงเสมอตอนนี้เขานั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะที่ตรงข้ามกับตำแหน่งของเรเน่พอดีดวงตาสีน้ำตาลแดงพยายามมองสบกับดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเรเน่แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเธอมองตรงไปอย่างไม่สในใจเขาลีโอส่งเสียงฟึดฟัดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
“นั่นสิเรเน่จัง นี่มันจะเลยเวลาที่เรานัดกันไว้แล้วนะจะใจร้ายปล่อยให้เรานั่งคอยฟินน์กับยูจีน แล้วเฝ้าอาหารอย่างนี้หรอ ไม่ไหวเลยนะ”เสียงเนิบนาบเอ่ยออกมาอย่างใจเย็นตรงข้ามกับคำพูดของไค มาโคอาประธานหอพักทิศใต้ (ห้อง 3) ไคเป็เด็กหนุ่มผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเข้มของมหาสมุทรเช่นเดียวผมสีเข้มของเขายามที่แสงจากหลอดไฟสีนวลกระทบผมบนศีรษะจะเปลี่ยนเฉดสีราวกับสีของน้ำทะเลในทุกครั้งที่เขาขยับตัวไคเป็อีกคนที่สืบเชื้อสายมาจากภูตสายน้ำ “จริงมั้ยล่ะแอชเชอร์นายเริ่มหิวเหมือนกันหรือยัง”
แอชเชอร์ โกเมซ ประธานหอพักทิศตะวันออก (ห้อง 2)ไม่ได้หันหน้ามาตามาคำพูดของไค เขายังคงสนใจกับการเอานิ้วถูที่ขอบโต๊ะอาหารไปมาราวกับมันน่าสนใจมากกว่าสิ่งที่เพื่อนร่วมโต๊ะพยายามจะคุยกับเขา
“เดี๋ยวพวกนั้นก็มากันแล้วล่ะ ผมว่าพวกเราเริ่มกินก่อนเลยก็ได้นะ” เจเรมี่เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ เขาคงจะปล่อยให้เรเน่รองรับคำถากถางจากประธานหอคนอื่นไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะเรเน่เป็คนมีฝีมือ เก่งกาจ หาจับตัวได้ยากและนั่นทำให้เธอก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานหอทิศเหนือได้โดยที่พึ่งอยู่โรงเรียนไม่นานทุกคนในหอทิศเหนือให้การยอมรับในฝีมือของเธอรวมถึงตัวเจเรมี่เองที่เป็รอวงประธานก็ด้วยประธานหอคนอื่นแม้จะพูดยอมรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มผิดกับท่าทีที่รอเวลาจะเผยคมเขี้ยวออกมาคอยกัดเธอทุกครั้งที่มีโอกาสนักเรียนปี 2 คนเดียวท่ามกลางรุ่นพี่ปี 3 ถึงจะมีพวกพ้องหนุนหลังที่ไว้ใจได้แค่ไหน แต่ถ้าควบคุมพวกพ้องได้ยากอย่างฟินน์ยูจีน ก็ยังน่าเป็ห่วงอยู่ดี
“ถ้าว่าแบบนั้นแต่แรกก็ดีแล้วสิ ไม่น่าให้พวกเรามารอพวกนั้นเลย” ลีโอที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะเอ่ยขึ้น พลางขยับเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นแต่แล้วหน้าต่างโรงอาหารที่อยู่ดี ๆ ก็กระทบกับผนังส่งเสียงดังพร้อมกับสายลมหอบหนึ่งที่ไหลวูบเข้ามาในห้องที่เจาะจงกระแทกเข้าที่ข้างเก้าอี้ของลีโอและไค ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาเขย่าเก้าอี้ของพวกเขาทุกสายตาจับจ้อไปยังทิศทางของสายลมราวกับรู้ได้ในทันทีว่าเป็ฝีมือของใคร
ฟินน์ยูจีน ยูริและซูเอนเดินเข้ามาแบบพอดีกับสายลมประหลาดเมื่อครู่ เรเน่ระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยหลังจากพวกพ้องที่เธอกำลังรอเจเรมี่แทบจะเอามือกุมขมับ ในบรรดาพวกพ้อง ฟินน์คือคนที่ควบคุมเวทลมได้ดีที่สุดคงไม่ต้องสืบดมมือว่าลมเมื่อครู่มาจากใคร คงเป็เพราะฟินน์ได้ยินที่ลีโอและไคพูดก็ไม่ทราบว่าหมอนั่นจะมีหูที่ดีขนาดนั้นได้อย่างไรหรอกนะ
“กำลังกินกันอร่อยอยู่หรอ โทษทีนะที่มาช้า พอดียูจีนมันหารองเท้าไม่เจอน่ะ”ฟินน์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีไม่สนร้อนหนาวจากสายตาประกายไฟของลีโอฟินน์นั่งลงข้างเจเรมี่ที่ยังว่าง ยูจีนนั่งข้างของเรเน่อีกฝั่ง พลางส่งสายตาขวางๆ ใส่ฟินน์ที่เอาเขาไปเป็เหตุผลฟังไม่ขึ้น
“นี่ฟินน์ ฉันเห็นแซมน้องสาวนายด้วยนะ เห็นโดนเลือกลงไปประลองดาบวิชาอาจารย์แดเนียลน่ะสิ”มัลโก้ เรย์รองประธานหอทิศตะวันตก(ห้อง 4)ชะโงกหน้ามาคุยอย่างสนิทสนมกับฟินน์ มัลโก้เป็ภูตสายลมตัวจริงเสียงจริงที่ใช้ชีวิตปกติร่วมกับมนุษย์เขาเป็ภูตหนุ่มที่มีดวงตาสีฟ้าสดใส ใบหูเรียวยาวและชี้แหลมที่ปลาย ผมยาวสีบลอนด์ทองประกายวิบวับราวกับประกายของก้อนเมฆยามต้องกับแสงดวงอาทิตย์ในยามเช้าภูตหนุ่มที่เทียบอายุกับมนุษย์แล้วรุ่นราวคราวเดียวกับฟินน์ที่อายุ 17 ปี ภูตสายลม หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า เอลฟ์ ทั้งฟินน์และมัลโก้เองก็เป็เพื่อนกันั้แ่เด็กพวกเขาคือหนึ่งในทายาทของผู้มีอำนาจทางการทหารของประเทศวัลตูนอร์ธเหตุนี้เองทั้งสองจึงดูสนิทสนมกันแม้จะอยู่กันคนละหอ
“เด็กคนนั้นน้องสาวของนายเองหรอ มิน่าล่ะ…” โชตะที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงเด็กสาวผมดำชอบทำตาขวางคนนั้น
“นี่โชตะ ตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่” ยูริพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีนึกสนุกของโชตะเธอไม่ชอบเขา ถ้าจะพูดให้ถูกคือ คนส่วนใหญ่ไม่มีใครชอบไอ้หมอนี่กันหรอก
“เปล่านี่ ฉันแค่ประทับใจฝีมือของน้องสาวฟินน์น่ะ จน….จนพูดไม่ออก”โชตะแกล้งทำเป็เว้นวรรคเพื่อดูท่าทางของผู้ฟัง โดยเฉพาะพี่ชายของสาวน้อยในบทสนทนาช่างน่าขันที่ฟินน์ไม่แม้แต่หันมาสนใจเขา “ช่างเป็การดวลดาบที่เสียเวลาน่าดูยัยเด็กนั่นเอาแต่ผลักเหยื่อออกไป แต่ไม่สวนกลับ”
โชตะจึงใจพูดเน้นเสียงท้ายประโยคเพื่อให้ทุกคนสนใจ เขาชอบที่จะเป็จุดสนใจแม้แต่เื่เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เอา “ทีแรกก็คิดอยู่หรอกว่าเพราะไม่อยากสู้กลับ หรือ เล่นกับเหยื่อ กันแน่”
บุคคลที่สามที่โชตะเลือกใช้คำว่า เหยื่อ แทนใช้สรรพนามว่า เขา ช่างน่าเห็นใจ เพราะดูท่าแล้วคนนิสัยเสียอย่างโชตะดันไปมุ่งเป้าไปที่เขาเสียแล้วไอ้โชตะคงอยากจะแหย่เขา ด้วยการพูดถึงแซม ฟินน์ได้แต่คิดในใจ และดูเหมือนมันจะได้ผลจริง
“ยัยเด็กนั่นที่นายพูดถึง มีชื่อนะ….แซม จำเอาไว้ด้วยเผื่อสักวันนายอาจจะเป็คนที่โดนน้องสาวฉันหันดาบใส่” ฟินน์สวนกลับที่เล่นเอาคนอื่นในโต๊ะพากันยิ้มถูกใจ คนนิสัยเสียอย่างโชตะควรจะได้โดนของหนักอย่างริคาร์โด้บ้าง“และได้แต่ถอยหนี เหมือนที่นายเคยประดาบกับฉันเมื่อปีก่อนไง”
คนที่รายล้อมบทสนทนาได้ปล่อยเสียงหัวเราะชอบใจออกมาโชตะที่หวังจะไปแหย่แมวกลับโดนแมวข่วนกลับคืนมา ใบหน้าที่เย่อหยิ่งลดลงเหลืออยู่สองนิ้วมือ
“เฮ้ ฉันเองก็อยากดวลกันกับแซมบ้างสักครั้งนะ” มัลโก้พูดขึ้นบ้างแบบนึกสนุกเพราะนอกจากเขาจะรู้จักกับฟินน์แล้ว เขาก็ยังรู้จักกับแซมด้วย “ดวลกับฟินน์ยังไงก็ยังแพ้ ต้องลองไปเก็บวิชาลับฝีดาบกับแซมบ้างซะแล้ว”
“น้องสาวของฟินน์นี่ท่าทางฮอตน่าดูเลยนะ ฉันอย่างจะเจอบ้างจังเลย” ริต้า ฟิลิป เด็กปี 2 ตำแหน่งรองประธานหอทิศใต้(ห้อง 3)ชะเง้อหน้ามาคุยด้วยกับพวกฟินน์เธอส่งเสียงดังเรียกสาวผิวแทนอีกคนที่อยู่หอทิศใต้ด้วยกัน “รุ่นพี่แคนเดิลเคยเห็นแล้วใช่มั้ยละ”
“ใช่ ได้ถามชื่อกันนิดหน่อยตอนแนะนำลงทะเบียนล่ะนะเป็คนน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ จริงมั้ยจ๊ะเรียว” แคนเดิลสาวสวยผิวแทนพูดแล้วส่งต่อให้เรียวที่นั่งฟังเงียบๆ ตั้งนาน
“อ่า ครับ หลาย ๆ คนก็น่าสนใจหมดนั่นแหละครับ” เรียวตอบส่งๆ ขณะที่ยังสนใจกับซุปครีมเห็ดในถ้วยตัวเองใครเขาให้ถามตอนที่กำลังเอ็นจอยกับอาหารกันวะเนี่ย
“ทุกคนเอาแต่พูดถึงน้องสาวฟินน์ ทำเอาฉันอยากเห็นหน้าด้วยเลย” ลีโอพูดเสียงดังจากอีกฝั่งของโต๊ะ บ่งบอกได้ว่าตอนนี้หัวข้อของแซมคงจะถูกกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะอาหารแล้วฟินน์ได้แต่นึกตลกในใจ รายนั้นไม่อยากที่เป็จุดเด่นแต่ตอนนี้บรรดานักเรียนหัวกะทิของโรงเรียนที่รวมตัวกันตรงนี้ดันรู้จักชื่อหน้าค่าตาของเธอแล้วล่ะสิยังไม่ทันเปิดเทอมก็ดังใหญ่แล้ว ยัยน้องตัวดีถ้ารู้เข้าคงทำหน้าเหวอตลก ๆ เป็แน่
“ยกเว้นฉันคนนึงเถอะ”
แอชเชอร์เอ่ยเสียงเข้มขึ้นเป็ครั้งแรกหลังจากที่มานั่งในโรงอาหาร ท่าทีของเขาต่างจากคนอื่นในโต๊ะอาหารแอชเชอร์เป็ประธานหอทิศตะวันออก(ห้อง 2) เขาเป็คนตัวใหญ่ที่นับคำพูดของเขาได้ เขามักจะเงียบท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเพื่อนๆ นั่นเพื่อคอยสังเกตท่าทีหรือเพราะอยู่ในโลกของตนเองก็ไม่ทราบได้ “ฉันขอเตือนนะใครที่คิดจะรับน้องใหม่ ขอให้พวกนายมีลิมิตกันบ้างแล้วกันเพราะฉันคงจะไม่ปล่อยผ่านไปแล้ว” แอชเชอร์พูดพร้อมปรายตามองไปทางห้อง3 ใครบางคนที่มักจะก่อปัญหา ไม่ว่าเหยื่อจะอยู่หอพักห้องไหน ก็ถูกตามรังควานจนไม่เหลือชิ้นดีประหนึ่งทากดูดเื
“ถึงจะไม่สนว่าเป็ลูกเต้าเหล่าใคร ก็ขอให้นึกถึงหน้าตัวเองตอนโดนเอาคืนบ้างล่ะกัน”เรเน่เอ่ยขึ้นพลางใช้มีดหั่นเนื้อไก่ในจาน ใครจะไปรู้การที่เธอเลือกก้าวขึ้นมาเป็ประธานหอที่อายุน้อยที่สุดได้ก็ไม่ต่างกับการเอาตัวเองมาเป็เป้านิ่งให้ฝูงแร้งกาจับจ้องได้ง่ายขึ้น
“เรเน่จังกับแอชเชอร์คุงพูดซะน่ากลัวเชียว ขู่กันขนาดนี้ใครมันจะกล้าไปทำแบบนั้นล่ะ”ไค ประธานหอทิศใต้ ห้อง 3 พูดสวนขึ้นบ้างพลางปรายตาไปมองโชตะถึงจะเป็ตัวปัญหาที่ทุกคนเห็นพ้องกัน แต่เขาก็คงไม่ยอมให้พวกหออื่นมาหยามคนของเขาซึ่งๆ หน้าเหมือนกัน ไคตวัดสายตาคืนไปมองที่เรเน่และแอชเชอร์ คนของเขาไม่จำเป็ต้องให้คนนอกเข้ามาสอด
าเย็นส่งสายตาเฉือดเชือนกันไปมาประกอบกับคำพูดเหน็บแนมของลูกผู้ดีและปัญญาชนที่รังสรรออกมาฟาดฟันกันไม่ต่างกับเสียงช้อนส้อมที่กระทบไปมาลงบนจานกระเบื้องแต่แล้วาประสาทของเด็กวัยรุ่นก็ต้องหยุดลง เพราะสุรเสียงของบุคคลที่มีอำนาจสูงสุดโผล่เข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
“เด็ก ๆ กำลังคุยอะไรกันเอ่ย น่าสนุกดีจังเลยนะวัยรุ่น” ผู้อำนวยการนวอร์พิกซิส อาจารย์ใหญ่อากิระผู้มีผมสีดอกเลาไว้หนวดและเคราสีขาวเทา โผล่มา ราวกับว่าจู่ ๆ เขาก็มาปรากฎตัวด้านหลังของเรเน่ที่เป็หัวโต๊ะตามมาด้วยเสียงส้อมโลหะตกกระทบพื้นเสียงดังกังวานไร้ซึ่งเสียงโต้ตอบของเด็กหนุ่มสาว “อ้าว ทำไมเงียบกันล่ะกำลังฟังสนุกอยู่เลยนะ แต่วันนี้เหนื่อยกันมากเลยสินะ ต้องขอบคุณพวกเธอจริง ๆ นะ”
“พวกเราแค่ทำตามหน้าที่ที่ควรทำค่ะ ว่าแต่อาจารย์ใหญ่กินข้าวหรือยังคะ”เมื่อตั้งสติได้เป็คนแรกเรเน่ลุกขึ้นและหันไปตอบด้วยท่าทีสุภาพและเป็กันเอง“ซุปครีมเห็ดวันนี้อร่อยมากเลยนะคะ”
“แค่เห็นหน้าคุณอารากิตะกินไม่สนคนอื่น ฉันก็รู้ได้เลยล่ะ” อาจารย์อากิระพูดและหัวเราะอย่างพอใจในระหว่างที่เดินผ่านด้านหลังของเรียวเรียวที่ได้ยินแล้วอาหารในปากแทบพุ่งเพราะโดนเรียกชื่อ ั้แ่มานั่งตรงนี้โดนเรียกชื่อสองรอบแล้วนะก็ว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไรนะ มาสนใจกันทำไมล่ะเนี่ยเรียวเงยหน้าขึ้นมายิ้มแล้วยกถ้วยซุปขึ้นเชื้อเชิญอาจารย์ใหญ่บ้าง
“เอาเลยนะเด็ก ๆ ฉันแค่แวะมาดูว่าพวกเธอได้กินดีหลังจากทำงานหนักมั้ย ได้กินหลังจากทำงานหนักนี่ถือว่าเป็เื่สำคัญมากนะ”
“กองทัพต้องเดินด้วยท้องสินะครับ ถึงได้ไม่ควรปล่อยให้หิวรอนาน” ไค มาโคอาเอ่ยขึ้นบ้าง พลางสบตากับเรเน่ที่ตอนนี้ได้สบตากันสักที สองฝ่ายจ้องกันคืนไปมาเล่นเอาคนข้างตัวหวั่นว่าน้ำในแก้วจะะเิออกมาตอนไหน เพราะทั้งเรเน่และไคต่างก็เป็ผู้ใช้เวทน้ำทั้งคู่
“เห็นด้วยที่คุณมาโคอาพูด คนหิวไม่ควรปล่อยให้รอนานแต่คนสายคงจะมีเหตุผลที่น่าฟังบ้างแหละนะไม่งั้นคงไม่คุ้มที่ปล่อยให้อาหารมื้อค่ำหายร้อน”อาจารย์อากิระพูดส่งยิ้มกวาดสายตามองเด็กน้อยทั่วห้อง แล้วหยุดสายตาที่ฟินน์ให้ตรงกับประโยคสุดท้ายของคำพูดเหตุผลที่มาช้าของฟินน์คือเลือกนอนมากกว่ากิน “อย่าลืมเก็บกวาดให้สะอาดด้วยนะ ฉันไปเตรียมสุนทรพจน์สำหรับพูดตอนปฐมนิเทศเด็กใหม่ดีกว่าฟังจากที่พวกเธอพูดมีเด็กน่าสนใจด้วยนี่ อีกไม่กี่วันแล้วนะ” เขาเดินออกไปด้วยท่าทีมีความสุขพร้อมกับหัวเราะชอบใจ การได้หยอกล้อนักเรียนก็เป็ขนมหวานสำหรับเขาผิดกับเด็กนักเรียนที่โดนอาจารย์หยอกราวกับได้ลิ้มรสขนมไหม้ติดก้นถาด
พออาจารย์ใหญ่เดินจากไปจนเหล่าเด็กนักเรียนแล้วใครหลายคนก็ถอนหายใจออกมา บรรยากาศเมื่อครู่ราวกับถูกจับจ้องจากสายตาของผู้คุมเกมที่พวกเขาไม่อาจจะประมือด้วยได้แต่แฝงด้วยความรู้สึกปลอดภัยซะงั้น ถึงกระนั้นก็ทำให้่เวลาไม่กี่นาทีทำเอาหลายๆ คนเกร็งจนไม่กล้าตักอาหารเข้าปาก เว้นเสียแต่ เรียว อารากิตะที่อาจารย์เอ่ยถึงรายนั้นคงจะหิวจนหูดับน่าดู
“คิดว่าเขาได้ยินทุกอย่างที่เราพูดมั้ยครับ” ซูเอนเอ่ยขึ้นหลังจากที่หายเกร็งแล้วเขาหยิบขนมปังกระเทียมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ฟินน์ที่ได้ยินก็ยักไหล่ตอบเชิงว่าใครสนล่ะ แต่ไม่วายโดนยูริเตะขาอยู่ดี
“เพราะนายคนเดียวนั่นแหละ แย่ชะมัดเลยทิ้งให้เรเน่รับมือกับพวกนี้คนเดียว”ฟินน์ก้มลงลูบขาตัวเองป้อย ๆ
“คนเดียวที่ไหนยูจีนก็ไปด้วย หมอนั่นเป็คนชวนฉันไปด้วยซ้ำ” ยูจีนได้ฟังดังนั้นก็ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเชิงว่า ฉันอีกแล้วหรอ แต่ด้วยถ้อยคำสบถและท่าทีที่หยาบคายกว่านั้น
“ใช่แล้ว คนเดียวที่ไหนกันละ ฉันก็อยู่นี่เป็เพื่อนเรเน่นะ” เจเรมี่เอ่ยขึ้นบ้าง หลังรู้สึกโดนมองข้าม
“นายน่ะทั้งอ่อนโยน ใจดีเกินว่าจะต่อปากต่อคำกับพวกนั้นคืน” ยูริเอ็ด
“นี่ทุกคนไม่เห็นต้องกังวลเื่นั้นเกินไปเลยฉันไม่ได้สนใจที่พวกนั้นพูดอยู่แล้วล่ะค่ะ งานนี้ฉันเป็หัวหน้านะ เราเป็หัวหน้ารีบกินกันเถอะ เรายังมีประชุมต่อกันอีกนะ” คนอายุน้อยสุดที่เป็หัวหน้าบอกกึ่งสั่งกับทีมงานความเข้มแข็งที่ไม่เอียงเอนต่อคำพูดอื่นนี่สินะที่ทำให้เธอก้าวมาอยู่จุดนี้ได้
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาอบอวลไปด้วยความหิวโหยและกลิ่นอาหารแทนที่ความมึนตึงอีกครั้งเด็กหนุ่มสาวสามสิบกว่าชีวิตกินอาหารมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อยเสียงช้อนส้อมกระทบกับจานชาม เสียงเคี้ยวบดเนื้อคลุกเคล้าไปกับเสียงพูดคุยจอแจและหัวเราะอย่างออกรสออกชาติถ้ามองข้ามบทสนทนาจิกจัดกันนั้นไปพวกเขาก็เป็แค่เด็กนักเรียนที่ร่วมโต๊ะกินข้าวเย็นด้วยกันเท่านั้นเอง
โรงเรียนนวอร์พิกซิสเป็โรงเรียนประจำหมายความว่านักเรียนทั้งหมดจะต้องอยู่หอพักประจำของโรงเรียน รวมถึงการใช้ชีวิตต่างๆ ในโรงเรียนอีกด้วย ที่นี่หอพักแบ่งเป็ทั้งหมด 4 หอพัก แบ่งตามทิศ เหนือ ตะวันออก ใต้ และตะวันตก ดังที่ปรากฎอยู่บนสัญลักษณ์ธงของโรงเรียนความน่าตื่นเต้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีการคัดเลือกนักเรียนให้มีคุณลักษณะที่เหมาะสมกับหอพักเพราะการแบ่งชื่อหอพักตามทิศนี้ มาจากแิการวิเคราะห์บุคลิกภาพเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์มากขึ้น(แน่นอนว่ายังมีเนื้อหาส่วนนี้อีกเยอะ ไรท์เตอร์อยากให้นักอ่านลองค้นหาเพิ่มเติมดูเองมากกว่าเพื่อความสนุก) และแน่นอนว่าบุคลิกภาพถูกแบ่งออกแบ่งเป็4 ทิศ ดันตรงและเหมาะเจาะกับสัญลักษณ์ของโรงเรียนอย่างกับกำหนดไว้เลยแหละ!ดังนั้นความสนุกของการคัดเลือกนักเรียนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวของอาจารย์ใหญ่ผู้คิดขึ้นในแต่ละปี
มาจะกล่าวถึงสิ่งที่รู้ๆ กันอยู่หลังจากที่นักเรียนได้ถูกคัดสรรให้ประจำหอพักแต่ละทิศที่เหมาะสมกับตัวเองแล้วพวกเขาจะต้องรู้จักกับบุคคลสำคัญในแต่ละหอพัก อันดับแรกอาจารย์ประจำหอพัก ผู้มีอำนาจการดูแลปกครองสูงสุดในแต่ละหอพัก(แน่นอนว่าเราไม่นับอาจารย์ใหญ่ในกรณีนี้) เื่นี้เป็สิ่งที่รู้ๆ กันอยู่ยังไม่น่าตื่นเต้น แล้วใครกันล่ะที่มีอำนาจรองลงมา คำตอบของคำถามนี้ถูกขนานนามว่าเหล่าต้นหนประจำทิศ เปรียบเสมือนผู้ชี้นำทิศทางในแต่ละหอพัก หรือที่รู้จักกันดีในนามประธานหอพัก แต่ละหอจะมี 1 ประธานหอ ผู้อำนาจเหนือนักเรียนประจำหอคนอื่นๆ และมี 2 รองประธานหอ เปรียบเสมือนไหล่ซ้ายขวาของประธานหันไปเมื่อไหร่ก็เจอเมื่อนั้น เป็ผู้ช่วยเหลือประธาน คิดว่าการที่มีแก๊งประธานสามหน่อแล้วจะสามารถดูแลนักเรียนประจำหอทั้งสี่ชั้นปีได้อย่างทั่วถึงหรือไม่แน่นอนแค่ประมาณจำนวนนักเรียนคร่าว ๆ ในหัวของท่านก็พิจารณาได้แล้วว่า ชิบหายกันทั้งบางแน่ๆ ดังนั้นจึงต้องมีการคัดเลือกหัวหน้าในแต่ละชั้นปีของทุกหอพักอีกด้วยเพื่อเป็อีกหนึ่งกำลังในการดูแลความเป็อยู่ของแต่ละชั้นปี
จากที่กล่าวมาข้างต้นคงจะสามารถรับรู้ได้แล้วว่าในหอพักแต่ละทิศจะประกอบไปด้วย1ประธานหอพัก 2 รองประธาน และ 4 หัวหน้าในแต่ละชั้นปี รวมเป็ทั้งหมด 7 เหล่าต้นหนประจำทิศผู้คอยเป็หูตาให้อาจารย์และดูแลนักเรียนประจำหอพักทั้งทิศเหนือตะวันออก ใต้และตะวันตก เป็จุดเริ่มต้นที่ดีของใครหลาย ๆ คนที่อยากจะก้าวเท้าขึ้นสู่บันไดที่สูงกว่าการเป็นักเรียนทั่วไปทุกครั้งที่โรงเรียนมีกิจกรรมเหล่าคณาจารย์จะเรียกประชุมและมอบหมายตำแหน่งหัวเรือใหญ่ในการจัดแจงงานให้แก่ต้นหนในแต่ละทิศรวมถึงกิจกรรมงานเปิดโรงเรียนและการปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ด้วย ในตอนนี้เหล่าต้นหนประจำทั้งสี่ทิศกำลังรวมพลกันอยู่ที่ห้องสมุดจากที่หัวค่ำชุมนุมกันทานอาหารมื้อค่ำแล้ว การประชุมต่อมาจำเป็ต้องใช้กระดานชี้แจงรายละเอียดของงานต้นหนทิศเหนือผู้รับหน้าที่ในการเป็หัวเรือใหญ่จัดงานครั้งนี้จึงได้ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องสมุดแทน
ห้องสมุดของนวอร์พิกซิสตั้งอยู่บนชั้น2 ของปราสาทใหม่ ภายในมีหนังสือมากมายเกินกว่านักเรียนจะสงสัยได้ว่ามีหนังสือที่มีคนเขียนเล่มใดไม่มีอยู่ห้องสมุดแห่งนี้แต่ในเวลานี้ไม่ได้มีนักเรียนมาใช้บริการ มีเพียงแต่เหล่าต้นหนทั้งหลายที่กำลังจับจองที่นั่งล้อมรบหน้ากระดานสีเขียวแก่ที่ยูจีนและฟินน์กำลังเข็นออกมาเพื่อให้เรเน่ได้ใช้
“เอาล่ะทุกคนฉันจะเริ่มเลยแล้วกัน งานปฐมนิเทศจะถูกจัดขึ้นอีกภายในสองวันข้างหน้านี้ ในส่วนของรายชื่อแขกกิตติมศักดิ์เป็อย่างไรบ้างคะคุณไค”เรเน่เปิดประเด็นพูดอย่างไม่รีรอ และมุ่งเป้าหมายไปทันที
“เสร็จเรียบร้อยฉันมีให้เธอได้ทุกเมื่อที่เธอขอ” ไคตอบกลับด้วยท่าทีเหมือนทีเล่นทีจริง
“งั้นฉันขอตอนนี้ด้วยค่ะ”
“ใจร้อนจังเลยนะเรเน่จังริต้าช่วยส่งให้เธอทีสิ ขอบคุณนะ” ไคบอกวานให้ริต้าช่วยส่งต่อกระดาษหลายแผ่นให้เรเน่เรเน่รับมาแล้วกวาดสายตาอ่านดูอย่างรวดเร็ว พยักหน้าแล้วส่งให้เจเรมี่ต่อ
“ส่วนเื่สถานที่ที่ฉันแจ้งกับคุณแอชเชอร์ไปล่ะคะ”
“ยังเหลืออีกเยอะคงต้องขอแรงงานจากหออื่นมาช่วยแล้วล่ะในวันพรุ่งนี้” แอชเชอร์ตอบ
“พลังช้างสารของนายยังไม่เสร็จแล้วพวกฉันต้องใช้กี่วันกันล่ะ” ลีโอตอบกวน แอชเชอร์เหลือบมองแต่ก็ไม่โต้ตอบอะไรแต่เป็เอเน็ทรองประธานหอทิศตะวันออกที่ออกปากแทนอย่างเดือดเนื้อร้อนใจ
“จะกี่วันก็เสร็จเร็วแน่ถ้าพวกนายทำงานได้เก่งเหมือนปาก”
“หา!แน่ใจแล้วหรอที่ท้าทายฉันแบบนั้นน่ะ” ลีโฮเริ่มเดือดลุกยืนขึ้นเตรียมพร้อมเข้าประทะ ฟินน์ได้แต่คิดในใจว่า ใครมันช่างกล้าเลือกไอ้คนเืร้อนแบบนี้มาเป็ประธานหอฝีมือก็ดีอยู่หรอก แต่ฝีปากก็ไม่น้อยเลยทีเดียว สักวันคงต้องโดนแอชเชอร์เอาจริงเข้าสักวันฝ่ายนั้นเป็คนตัวสูงใหญ่ และยังเป็ผู้ใช้เวทดิน สำหรับฟินน์แล้วเป็คนที่รู้สึกแพ้ทางที่สุดหาทางชนะคงยาก
“อะแฮ่มห้องสมุดไม่ได้มีไว้แสดงกิริยาเสื่อมนะคะ ถ้าอยากจะประลองกันล่ะก็ โรงฝึกยังไม่ปิดนะคะ”เรเน่ส่งเสียงกระแอมขัด ดึงสติลีโอให้นั่งลง ท้ายสุดสิงโตร้ายกาจยังแพ้ให้สาวน้อยหน้าสวยแต่ไม่วายส่งสายตาขวางใส่เรเน่ด้วย
“ถ้าไม่พอใจฉันก็ช่วยไม่ได้นะคะ ขอให้อดทนไว้ก่อนแล้วกันจนกว่าจะแล้วเสร็จงาน นี่ไม่ใช่คำขอด้วยนะ”เรเน่ประกาศกล้าเสียงแข็ง ฝ่ายต้นหนทิศเหนือได้ปรบมือรัวในใจ เด็กคนนี้มันร้ายแบบนี้ไงถึงได้เป็ประธานหอทิศเหนือ
“เอาล่ะส่วนการแสดงต้อนรับได้ประสานกับชมรมการแสดงไปแล้ว ทั้งเื่อาหารก็ด้วย สิ่งที่เรายังเหลืออยู่และ้าความคิดเห็นจากคนอื่น…” เรเน่เว้นจังหวะพลางขีดเขียนบนกระดานขีดค่าในรายการที่จัดเตรียมแล้ว และกำลังเขียนหัวข้อที่ยังต้องพิจารณา
“หายากนะที่เรเน่จัง้าความคิดเห็นจากหออื่นแบบนี้น่ะ”ไคเอ่อยแขวะในโอกาสที่เรเน่เว้นว่างไว้ เรเน่หยุดชะงักมือ แล้วหันมาสบสายตาสีน้ำเงินเข้มของไคที่กำลังส่อแววก่อกวนประสาทของคนที่ล้าจากการทำงานมาทั้งวัน
“ก็แหม บางทีฉันก็อยากรู้เหมือนกันนี่คะว่าหออื่นมีความคิดอะไรน่าสนใจมากกว่ารอจิกกัดเหมือนแร้งเหมือนกามั้ย”
แม้ในคำพูดจะไม่ได้เอ่ยชื่อหอทิศไดออกมาพิเศษแต่สายตาที่จับจ้องกันอยู่นั้นก็ทำให้ทุกคนเข้าใจไปทิศทางเดียวกัน ทิศใต้ ไคยกยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากดูเหมือนสาวน้อยที่ดูเหมือนจะนิ่งสงบก็กำลังจะเดือดดาลได้เหมือนคนอื่นเขาแล้วสินะ ถ้าหากว่าแหย่มากกว่านี้เ้าตัวจะยังคงความสุขุมได้นานเท่าใดกัน
“โอ๊ย!!!!!!”เสียงร้องของซูเอนหัวหน้าชั้นปี 2 หอทิศเหนือดังขึ้นทำลายบรรยากาศฆ่าฟันทางสายตาของเรเน่และไคให้จบลงอย่างรวดเร็วซูเอนก้มลูบเท้าตัวเองพลางมองไปที่ฟินน์ที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“รุ่นพี่กระถืบเท้าผมทำไมเนี่ย”ซูเอนก้มลงพูดข้างฟินน์เบา ๆ เพราะตอนนี้ทุกคนหันมาจับจ้องที่เขาแล้ว
“กระถืบบ้าไรหลอนแล้ว นอนบ้างนะน้องรัก” ฟินน์ยังคงทำตัวเหมือนเดิม ในขณะที่เจเรมี่ที่มองดูอยู่เงียบๆ ได้แต่ยิ้มเยาะในใจกับฟินน์ที่เบี่ยงเบนความสนใจจากคนอื่น ๆ ทำไมต้องอยากช่วยเหลือสาวน้อยคนนี้ขนาดนั้นด้วยนะฟินน์
“เื่ที่ฉันอยากจะถามคือในวันนั้นแขกกิตติมศักดิ์ของเรามีมากกว่าทุกปีที่เคยมา เพราะเชื้อสายขัติยวงศ์หลายคนกำลังจะมาเป็รุ่นน้องปี1 ของเราในปีนี้ พวกพ่อแม่ก็มากันเยอะซะด้วย เราจะรับมือกับความปลอดภัยยังไงดีล่ะคะ”เรเน่ส่งยิ้มหวานกับคำถามลองภูมิให้กับเหล่าต้นหนทั้งหลายในห้องสมุด
“วาดวงเวทเกราะม่านมายาให้หนาแน่นขึ้นดูดีมั้ย”ใครสักคนที่เป็หัวหน้าชั้นปีหอทิศตะวันออกยกมือขึ้น
“แบบนั้นก็ทำให้ผู้ใช้เวทฝั่งเราเสียเปรียบเหมือนกันน่ะสิครับ”เจเรมี่ตอบกลับอย่างสุภาพ
“ตระกูลริคาร์โด้ยังรับงานอยู่หรือเปล่าฟินน์”มัลโก้เอลฟ์หนุ่มรองประธานหอทิศตะวันตกเอ่ยถามขึ้น ราวกับจุดอีกประเด็นขึ้นในในความคิดผู้ฟังถ้าหากเสียเปรียบในวงเวท เราก็ใช้คนที่มีทักษะไม่พึ่งพาเวทไปเลยสิ
เสียงฮือฮาพูดคุยกันในกลุ่มใกล้เคียงดังกระทึ่มขึ้นราวกับกำลังตัดสินใจเื่สำคัญกันอย่างลับ ๆ ฟินน์ยังไม่ได้ตอบยืนยันอะไรไป เพราะเ้าตัวก็กำลังลำดับความคิดในหัวตระกูลริคาร์โด้เป็ตระกูลนักดาบฝีมือเทพ และยังเป็องครักษ์ประจำราชวงค์เซเฟอริโน่ของประเทศวัลตูนอร์ธอีกด้วยแต่ถึงนั้นคนในตระกูลเองก็ยังคงรับงานเป็ผู้คุ้มกันให้แก่ผู้ว่าจ้าง ตัวฟินน์เองก็รับงานอยู่บ่อยครั้งแต่ถ้าต้องมาคุ้มกันคนในที่อยู่ในโรงเรียนตัวเองงั้นหรอ น่าสนุกไม่น้อยแต่คงเสี่ยงน่าดู
“พ่อฉันมาร่วมงานนี้แน่งั้นฉันจ้างวานกับนายเลยได้มั้ยล่ะ” โชตะพูดขึ้นในท่าทีโอ้อวดพ่อของหมอนี่เป็กษัตริย์ประเทศลูมินไม่ผิดแน่ ไอ้องรัชทายาทขี้โอ่นี่กำลังพยายามดีลงานกับเขากลางวงเพื่อจะแสดงแสงยานุภาพว่าตัวเองเจ๋งแค่ไหน
“นี่โชตะนายคิดจริงหรอว่าริคาร์โด้จะทำงานให้คนอื่นนอกจากเซเฟอริโน่…”
“และเงินเงินหนักหน่อยก็จ้างพวกฉันได้แล้วนะ มีใครสนใจมั้ยละ”
ลีโอยังพูดไม่จบฟินน์ก็ดัดคอโปรโมทโฆษณากันตรงนี้ไปเลย เล่นเอาเรเน่ถึงกับหน้าจืดไปทีเดียว คนที่ทำให้ที่ประชุมวุ่นวายที่สุดก็ยังไม่พ้นคนของตัวเองสินะ
แต่ยังไม่ทันที่จะมีลูกค้าปิดดีลประมูลค่าตัวผู้คุ้มกันจากริคาร์โด้ยูริก็ใช้คทากระแทกกับพื้นจนทุกคนตัวสั่นไปหนึ่งที และดึงความสนใจกลับมาที่เรเน่อีกครั้ง
“เห็นทีคงจะไม่ดีมั้งคะถ้าจะเอาเงินมาถลุงให้กับค่าตัวริคาร์โด้แบบนี้”
ฟินน์จิ้ปากขัดใจที่เรเน่ขัดเส้นทางเศรษฐีวัยรุ่นของเขา
“จะดีกว่ามั้ยถ้าหากเรายืมมือจากพวกผู้ใหญ่มือออาชีพ” เจเรมี่ที่นึกออกก่อนใครแล้วรีบยกมือ
“แล้วทางฉันมันไม่มืออาชีพตรงไหนวะ”ฟินน์บ่นอุบอิบ ยูริส่งสายตาพิฆาตแต่ฟินน์ไม่รับรู้อยู่ดี
“พวกคนจากสภาฟันเฟืองกลางไงเหมือนที่มาในวันนี้” เจเรมี่ลุกขึ้นพูดแทนเรเน่ พลางเริ่มชี้แจงรายละเอียดที่เป็ไปได้“เราแจ้งแขกกิตติมศักดิ์ให้นำผู้ติดตามมาได้ไม่เกิน 1คน แน่นอนยังไงทุกคนก็ต้องเลือกคนที่ไว้ใจหรือองครักษ์มาอยู่แล้ว ความปลอดภัยข้างกายหายห่วงได้ส่วนความปลอดภัยโดยรวม เราให้ทหารสารวัตรจากกองกลางมาคอยดูแล รวมถึงการตรวจสอบ ควบคุมการนำอาวุธเข้ามาแน่นอนรวมถึงทุกคนที่เข้าร่วมงานด้วย เท่านี้เราก็จะประหยัดทั้งงบ และได้มืออาชีพด้วย”
ทุกคนเงียบไปพักหนึ่งราวกับจมอยู่ห้วงความคิดของตนเองจนกระทั่งเสียงนาฬิกาดังกังวานบอกเวลาสามทุ่มตรง เวลาประชุมในห้องสมุดกำลังล่วงเกินเวลาพักผ่อนของพวกเขาแล้ววิธีของเจเรมี่เป็อะไรที่เรียบง่าย อาจจะมีช่องโหว่ แต่ถึงอย่างนั้นในเวลาแบบนี้ไม่มีใครที่อยากจะออกความเห็นมากไปกว่าจะได้นอนตอนไหน อีกแล้ว
“ฉันเห็นด้วย”เรเน่ยกมือขึ้นตามด้วยเหล่าต้นหนจากทิศเหนือ
“ก็โอเคนะไม่แย่” ไคและต้นหนทิศใต้ยกมือ ถึงแม้ในใจจะคิดว่านี่มันเป็คำตอบล็อคมงให้พวกพ้องตัวเองอยู่แล้วก็ตาม
“ตามนั้น”
ลีโอยกแล้วหันไปสั่งคนในหอให้ยกตามและสุดท้ายท้ายสุด ประธานหอพักที่พูดน้อยที่สุด แต่เลือกพูดในฉากสุดท้ายก่อนจบการประชุม
แอชเชอร์ประธานต้นหนทิศตะวันออกไม่ยกมือแต่ก็ให้คำตอบที่ชัดเจนให้กับต้นหนทิศเหนือ
“เอาไงก็เอางั้น”
ฟินน์ตบเข่าดังฉาดให้มันได้งี้สิ จะได้กลับไปนอนแล้ว
ทุกคนออกมาจากปราสาทเรียนและมุ่งตรงสู่หอพักประจำแต่ละทิศของตนเองกลุ่มของต้นหนทิศเหนือก็เช่นเดียวกัน หลังจากการทำงานมาทั้งวันแล้วพวกเขากำลังจะได้พักผ่อนสมใจถึงแม้ใครในบรรดาพวกเขาจะต้องไปเก็บกวาดที่ตัวเองทำรกไว้ก่อนก็ตาม
“วันนี้จะมานอนรวมทั้งห้องนั่งเล่นชั้น3 กันอีกมั้ย” เจเรมี่เอ่ยถามขึ้นเสียงดังพอที่จะดังไปถึงยูริที่เดินนำหน้า
“ผมคนนึงแล้วกันที่ขอนอนด้วยปี 2 มีแค่ผมกับเรเน่ เหงาแย่เลย อยู่คนละฝั่งชายหญิงอีก”
ซูเอนโบกมือไปมา
“คืนนี้ขอนอนเตียงหน่อยเถอะนอนโซฟามาสองวันติดล่ะนะ ปวดหลังชิบ” ยูจีนบ่นเมื่อนึกถึงโซฟาที่ห้องนั่งเล่น
“แต่ล่าสุดนายนอนพื้นนะ”ฟินน์พูดขึ้นเมื่อนึกได้ที่เขากับยูจีนไปแอบนอนมาก่อน
“ตอนกลางวันไม่นับโว้ย”
“งั้นนอนรวมกันชั้น3 ให้เรเน่มานอนห้องกับฉัน แล้วพวกนายจะไปนอนรวมกันที่ห้องไหนก็ไปเถอะยะ”ยูริขมวดปมปิดสรุปให้ ในบรรดาต้นหนทิศเหนือมีเธอและเรเน่เป็ผู้หญิงสองคนในหมู่ชายฉกรรจ์พึ่งพาไม่ได้นี่
“นี่พวกรุ่นพี่ผมขอถามอะไรหน่อยสิ”
“ว่ามาให้ไวเลยไอ้น้อง”ยูจีนตอบซูเอน พลางกอดคออย่างเป็กันเอง
“ผมเป็หัวหน้าชั้นปี2 รุ่นพี่ยูริเป็หัวหน้าชั้นปี 3 รุ่นพี่ยูจีนกับพี่เจเรมี่เป็รองประธานแล้วรุ่นพี่ฟินน์ล่ะเป็อะไร”
“เป็หมา”ยูจีนและยูริแทบจะประสานเสียงตอบทันที เจเรมี่หลุดขำก๊าก
“ไอ้พวกเวรไม่ใช่โว้ย ฉันก็เป็หัวหน้าชั้นปี 4 ไง”
“แต่พี่ฟินน์อยู่ปี3 นี่” เรเน่ที่เงียบฟังอยู่ตั้งนาน เอาจริงเธอเองก็สงสัยเื่นี้มาตลอดทำไมหัวหน้าชั้นปี 3 ของทิศเหนือมีสองคนได้ แล้วหัวหน้าชั้นปี4 คือใคร ปริศนาที่แม้แต่ประธานหอยังไม่อาจหาคำตอบได้สาวน้อยเหลือบมองรุ่นพี่คนตัวสูงกว่า
“ใช่ ฉันอยู่ชั้นปี3 แต่มาเป็หัวหน้าชั้นปี 4 เพราะไอ้พวกพี่ปี4 มันไม่มีใครอยากมาเป็เลยยัดเยียดให้ฉันทำหน้าที่แทนนี่ไง เซ็งเป็บ้า”
ไอ้เื่แบบนี้มันได้ด้วยหรอ!
คำตอบที่ได้ทำเอารุ่นน้องปี2 ทั้งสองคนอึ้งไปตามกัน ส่วนพวกรุ่นพี่ที่รู้กันอยู่แล้วก็ขำน้ำตาเล็ดกับรีแอคชั่นของน้องใครจะไปคิดว่าที่ฟินน์พูดมันจะเป็ความจริงทุกประการ บางทีเื่งี่เง่าที่สุดนี่แหละคือความจริงที่แสนจะเรียบง่าย
“จะว่าไปแล้วเรเน่ ฉันมีอะไรอยากจะบอก” คนอื่น ๆ เงียบรอฟังอย่างใส่ใจ
“หืม คะพี่ฟินน์”
“พรุ่งนี้ฉันจะออกไปทำธุระนอกโรงเรียนนะ”
“ไอ้บ้าฟินน์พรุ่งนี้ต้องจัดสถานที่” ยูจีนโวยวายเพราะรู้แกวเพื่อนรักมีแววจะหนีงานหนัก
“ไม่ได้หนีงานนะเว้ยฉันออกไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา แล้วนี่เรเน่ ฉันไม่ได้ขออนุญาตประธานหอนะ ฉันบอกเฉย ๆ”
แล้วเสียงหยอกล้อกันก็ดังตลอดทางเดินขึ้นหอพักประจำของนักเรียนทิศเหนือสุดท้ายแล้วก็เป็ไปอย่างที่เรเน่คิด คนที่ไว้ใจให้พึ่งพิงที่สุด ก็คงไม่อาจควบคุมได้มากที่สุดนั่นแหละเรเน่เผยยิ้มอ่อนพลางส่ายหน้าอย่างไม่ถือสา
“นี่ซูเอนเป็ไงบ้างล่ะเข้าร่วมประชุมกับพวกต้นหนหอทิศอื่นครั้งแรกเลยใช่มั้ยล่ะ” เจเรมี่หันมาถามรุ่นน้อง
“เอ่อ ก็ประสาทกินเลยน่ะสิครับ”ซูเอนตอบอย่างจริงใจสัตย์แท้