‘พ่อฮะ แม่กับมาแล้วฮะ’ แอนโทนี่ะโบอกผู้เป็บิดาอย่างตื่นเต้นดีใจที่มารดาของตนกลับมา
‘อืม..ที่รัก…ทางนู้นเป็ยังไงบ้าง’ ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมเข้ม เดินออกมาจากห้องครัวของบ้านก่อนจะตรงเข้ามาโอบกอดภรรยาของตน
‘เรียบร้อยดีค่ะจะห่วงก็แต่..กลุ่มคนเ่าั้’ มารดาของเด็กชายเอ่ยเสียงเครียดท้ายประโยค
‘ไม่เอาน่าคุณ….เวลาผ่านมาตั้งนานแล้ว และอีกอย่างถ้าลูกไปอยู่ที่โรงเรียนนั้นมันจะเป็ผลดีกับลูกนะที่สำคัญที่นั่นคือเกราะป้องกันชั้นดีให้แก่ลูกของเรา’
‘ค่ะ……….แอนโทนี่’
‘ฮะแม่’ แอนโทนี่ขานรับเสียงเรียกขอบผู้เป็แม่ขณะกำลังแกะกล่องของเล่นอยู่ไม่ไกล
‘จำไว้นะ เบอร์ดัมบัสคือชื่อโรงเรียนโรงเรียนใหม่ของลูก’
‘ฮะ ผมจำจำไว้’
แอนโทนี่ตื่นขึ้นมาอีกที่ในตอนที่แสงสว่างของวันได้หายลับไปแล้วเหลือเพียงแสงสว่างจากดวงจันทราเมื่อมองไปยังตรงที่บาบิโลนนอนอยู่ก่อนหน้าก็พบแต่ความว่างเปล่า
“บาบิโลน!!!!นายอยู่ไหน!!” แอนโทนี่ลุกขึ้นป้องปากะโหาเพื่อนตัวเดียวของเขาภายใต้ความมืดมิดเสียงควบเท้าดังขึ้นห่างออกไปไม่ไกลจากจุดที่เขายืนอยู่บาบิโลนม้าเพลิงควบเท้าเข้ามาหาด้วยท่าทางยิ่งยโสแสงเปลวเพลิงที่ลุกท่วมตัวทำให้มองเห็นตัวมันได้ชัดท่ามกลางความมืดมิดใต้แสงเดือนก่อนที่มันจะตอบแอนโทนี่กลับไป
‘ตามข้ามา แอนโทนี่’ พูดจบบาบิโลนก็หมุนตัวกลับไปยังทางที่มันพึ่งจากมาโดยที่การเยื้องย่างนั้นช้าผิดธรรมชาติของเหล่าปาปิลอนเพราะ้าคอยพ่อมดผู้ชักช้าลีลานั่นเอง
“นี่ บาบิโลนฉันขอขี่นายไม่ได้หรอ ฉันไม่มีแรงจะเดินแล้วนะ” แอนโทนี่เอ่ยเสียงออดอ้อนเ้าม้ายิ่งยโสตรงหน้าหากแต่ยังก้าวเท้าตามออกไป
‘ฝันไปเถอะ’ บาบิโลนสะบัดหางหนึ่งทีอย่างเยาะเย้ย
“นายจะพาไปไหนหรอบาบิโลน”
‘หุบปากไปเ้าพ่อมด’บาบิโลนเอ่ยอย่างลำคานก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นอีกนิด
ทั้งสองมาถึงยังต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในเขตป่าเดียวกันด้วยเวลาไม่นานสำหรับบาบิโลนแต่มันก็ตรงกันข้ามกับความคิดของแอนโทนี่แอนโทนี่มองไปยังต้นไม้ต้นนั้นอย่างแปลกใจต้นไม้รอบข้างไม่ใหญ่มากและที่สำคัญคือไม่มีใบ แต่ต้นไม้ตรงหน้าเขานั้น ขนาดของมันคาดว่าไม่ต่ำกว่าห้าคนโอบแถมยังมีใบแตกต่างจากต้นอื่นๆกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายกลิ่นวะนิลาลอยมาเข้าจมูกของแอนโทนี่ทำให้ท้องของเขาเรียกร้องความสนใจอีกครั้ง
‘หึ ขึ้นไปสิข้างบนมีผลไม้ที่พ่อมดอย่างนายกินได้อยู่ด้วยนะ’ เสียงบาบิโลนเอ่ยอย่างขันๆแต่ในความคิดของแอนโทนี่แล้วมันช่างเหมือนการหัวเราะเยาะสิ้นดี
“นายพูดเล่นใช่ไหมบาบิโลนฉันจะขึ้นไปได้ยังไง ถ้านายไม่ให้ฉันขี่หลังนายหน่ะ!” แอนโทนี่โวยวายหลังจากสมองประมวลผลคำว่าขึ้นไปออก
‘พยายามสิแอนโทนี่ใช้สิ่งที่นายมีให้เกิดประโยชน์ ตรองดูให้ดี อีกไม่นานสัตว์ต่างๆทั้งพวกชั้นต่ำไปจนถึงสัตว์วิเศษจะออกมาหากินถ้านายขึ้นไปไม่ได้ก็จงเป็อาหารของพวกมันซะ’ ว่าจบปีกเปลวเพลิงก็ปรากฏที่ด้านหลังของบาบิโลนก่อนมันจะทะยานบินขึ้นสู่ต้นใหญ่สูงใหญ่เสียดฟ้าข้างหน้าแอนโทนี่อ้าปากค้างกับเหตุการณ์เบื้องหน้า ทำไมเขาถึงพึ่งรู้ว่าบาบิโลนสามารถทำให้ปีกงอกออกมาได้นะ
“ขี้โกง!!” แอนโทนี่สบถเสียงเบา ด้วยกลัวสัตว์ต่างๆจะได้ยินเมื่อบาบิโลนจากไปรอบข้างก็กลับมามืดสนิทแอนโทนี่อาศัยแสงสลัวจากดวงจันทร์ในการมองเห็นสองมือสองเท้าพยายามปีนป่ายลำต้นใหญ่โดยอาศัยปากในการคาบไม้กายสิทธิ์
เวลาผ่านไปไม่ช้าไม่เร็วแอนโทนี่ก็ลงไปนั่งเองหลังพิงกับลำต้นใหญ่อย่างเหนื่อยหอบใช้ปากเล็กๆสูดอากาศเข้าปอดแทนจมูกโด่ง
“โอ้ยเหนื่อย~” แอนโทนี่เอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงบาบิลอนเข้ามาในหัว
‘เร็วเข้าแอนโทนี่เ้าหมูเขี้ยวดาบจอมอันธพาลกำลังเดินเพ่นพ่านอยู่แถวนี้ เร็วหน่อย’ บาบิโลนเอ่ยอย่างเป็กังวล
แอนโทนี่เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบเด้งตัวขึ้นถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นเ้าหมูเขี้ยวดาบที่ว่านั่นแต่เขาคิดว่ามันคงน่ากลัวอย่างแน่นอนสังเกตได้จากเหตุการณ์ต่างๆจากที่ผ่านมาทำให้คิดได้ว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้..ถ้ามีบาบิโลนขนาดสัตว์วิเศษอย่างบาบิโลนยังมีอยู่จริงบนโลกก็ย่อมมีสัตว์วิเศษตัวอื่นๆอยู่ด้วยเช่นกัน
แอนโทนี่รีบคาบไม้กายสิทธิ์ไว้กับปากเล็กแล้วเริ่มลงมือปีนป่ายต้นไม้ใหญ่อีกครั้งหากแต่ไม่ทันการเมื่อเสียงต้นไม้หักโค่นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเสียงพ่นลมหายใจฟึดฟัดขึ้นเข้าให้ได้ยิน แอนโทนี่รีบเร่งปีนป่ายอย่างสุดความสามารถแต่ก็ยังขึ้นไปได้ไม่ถึงเมตรก็ตกลงมาที่พื้นดังเดิม
ทันใดนั้นเองเ้าหมูเขี้ยวดาบก็ได้เดินตรงมาหยุดยืนที่ด้านหลังของแอนโทนี่เป็ที่เรียบร้อยมือขวาของเขากำไม้กายสิทธิ์เอาไว้แน่น แล้วชี้ตรงไปยังหมูตัวนั้น
“มัดมัน! มัดมันสิ!”แอนโทนี่พยายามสั่งไม้กายสิทธิ์ให้ให้ปล่อยห่วงออกมารัดเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับบาบิโลน
‘แอนโทนี่ ความบังเอิญมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรอกนะถึงเ้าจะมัดมันได้ แต่เ้าก็ต้องมัดสัตว์อีกกว่าร้อยตัวที่กำลังผ่านมาทางนี้ตั้งสมาธิให้ดี แอนโทนี่ แล้วขึ้นมา’
“เอาตรงๆไหมบาบิโลนฉันไม่เข้าใจที่นายพูดหรอกนะ……แต่ก็จะลองดู”
แอนโทนี่พยายามคิดถึงแสงสว่างสีฟ้าที่ออกมาจากไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาในหัวขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่หมูเขี้ยวดาบตรงหน้า
“ขึ้นไป…ขึ้นไป… ม่าย!!!!” คล้ายกับเกมจ้องตาของเ้าหมูเขี้ยวดาบและแอนโทนี่หมดเวลาลงมันสาวเท้าเข้าหาแอนโทนี่ด้วยความรวดเร็ว เด็กน้อยะโด้วยความใพร้อมกับนั่งลงสองมือเล็กยกขึ้นมาปิดหูสองข้างอย่างตื่นตระหนกความบังเอิญเกิดขึ้นกับชีวิตแอนโทนี่อีกครั้งแสงสว่างสีฟ้าพุ่งออกจากปลายไม้กายสิทธิ์ขึ้นสู่บนท้องฟ้าก่อนจะโค้งลงบนยอดของต้นไม้ใหญ่นั้นพร้อมกับดึงร่างของแอนโทนี่ไปตามแสงนั้นด้วยแอนโทนี่คล้ายถูกโยนขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วตกลงสู่เบื้องล่างกิ่งไม้น้อยใหญ่ขูดผิวขาวให้เป็รอยแดงทั่วตัวจนกระทั่งตกลงมาถึงกิ่งไม้ขนาดใหญ่สามกิ่งที่ถักทอสลับกันไปมาโดยมีบาบิโลนยืนมองด้วยสายตาขบขันกับสภาพร้างกาย เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเปรอะเปื้อนดินและมีเืแห้งกรังติดอยู่ผมสีเงินนุ่งเหยิงไม่เป็ทรงเนื้อตัวกระด่างดำและรอยขูดจากกิ่งไม้เมื่อสักครู่อย่างไม่น่าดู
‘หึๆ เก่งมากแอนโทนี่ผลไม้อยู่ข้างหลังเ้า ลุกขึ้นมากินซะสิ’ บาบิโลนเอ่ยจบก็ล้มตัวลงนอนทันที
เมื่อได้ยินดังนั้นแอนโทนี่ก็รีบะโลุกขึ้นมาแล้วตรงเข้าไปกินผลไม้ตรงหน้าทันทีผลไม้รูปทรงคล้ายแอปเปิ้ลสีเหลืองนวลกลิ่นหอมเหมือนวะนิลา รสชาติหวานมันแสนอร่อย
“นี่…นายรู้ไหม..ฉันหน่ะ…ไม่ได้กินอะไรเลย….ั้แ่ตื่นขึ้นมาที่ป่านี่เลยนะ” เด็กน้อยสภาพยาจกกัดกินผลไม้ไปพูดไปอย่างน่าเอ็นดู
‘แอนโทนี่ข้าถามหน่อยสิ’ เมื่อทานผลไม้จนอิ่มหนำแล้วแอนโทนี่ก็เลือกที่จะเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ต่อไป
“อื่ม ว่ามาเลย”
‘เ้ามาที่ป่าอาถรรพ์แห่งนี้ได้อย่างไร’แอนโทนี่ได้ยินคำถามก็ชะงักเกือบทันทีก่อนจะเอ่ยปากเล่าให้เพื่อนเพียงหนึ่งเดียวของเขาตอนนี้ฟัง
“เมื่อวานฉันกลับมาจากเดินเล่นพอเข้าไปในบ้านก็เจอพ่อกับแม่มีเืเต็มตัวนอนอยู่ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อคลุมสีดำตัวใหญ่ ใส่ฮูดด้วยกำลังง้างไม้ชี้ไปที่พ่อกับแม่…….คงจะเป็ไม้กายสิทธิ์ล่ะมั้งพอเขาหันมาฉันใและกลัวมากจนทำอะไรไม่ถูก เขาเดินมาพูดอะไรบางอย่างกับฉันแล้วจู่ๆฉันก็ถึงมารู้สึกตัวว่าอยู่ในป่า กับพ่อกับแม่ แล้วท่านสองคนก็ตาย…”แอนโทนี่เล่าด้วยน้ำเสียงปกติแต่หากน้ำตาที่หลั่งออกมารินรดสองข้างแก้มนั้นเป็สิ่งบ่งบอกว่าเด็กชายตัวน้อยคนนี้ะเืใจขนาดไหน
‘เ้าจะไปที่ใดเมื่อออกจากป่านี้ไป’
“ไปที่เบอร์ดัมบัสพ่อบอกว่าที่นั่นปลอดภัยกับฉัน แต่ว่า….ฉันคิดว่าฉันจะอยู่ที่นี่ต่อ”
‘ทำไม’ บาบิโลนเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เบอร์ดัมบัสมันคือโรงเรียนถึงแม่จะเสียเงินสมัครให้ฉันไปแล้วก็เถอะ”
‘เ้าไม่อยากเรียน’
“ไม่ใช่…ถ้าไปเบอร์ดัมบัสแล้วนายจะอยู่ยังไง เราทำสัญญาเป็เพื่อนตายกันไม่ใช่หรอ”
“หึๆ เ้าเด็กโง่!!เบอร์ดัมบัสที่เ้าพูดถึงเป็โรงเรียนของเหล่าผู้วิเศษ พวกพ่อมดแม่มดอย่างเ้า!เขาให้มีสัตว์เลี้ยงหรือสัตว์วิเศษเข้าไปด้วยได้’
“อ่าวหรอ..แต่ถึงอย่างไรฉันก็ไม่รู้ว่าจะไปที่นั่นอย่างไรอยู่ดีน่ะแหล่ะ”
‘แอนโทนี่ข้าจะบอกอะไรบางอย่างให้นะ….ป่าแห่งนี้….เป็ป่าหลังโรงเรียนเวทย์มนต์เบอร์ดัมบัส’
“จริงหรอบาบิโลน!!! ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะได้ไปเรียนโรงเรียนเวทย์มนต์เหมือนในนิยายที่พ่อเคยเขียนเอานายเข้าไปเรียนได้ด้วย…. แต่ว่านะ…ทำไมนายรู้ดีจังเลยล่ะ”แอนโทนี่เอ่ยอย่างตื่นเต้นพร้อมกับสงสัยที่บาบิโลนดูจะรู้ไปทุกเื่
‘อย่าลืมว่าข้าอาศัยอยู่ในโลกของเหล่าผู้วิเศษแห่งนี้’บาบิโลนหลับตาลงอย่างเกียจคร้านหลังจากตอบคำถามพ่อมดน้อย
“นี่บาบิโลนสัตว์ทุกตัวบนโลกผู้วิเศษพูดได้ทุกตัวเหมือนนายใช่ไหมแต่ทำไมฉันได้ยินเสียงนายในหัวแต่ไม่เห็นนายขยับปากพูด” แอนโทนี่พูดพร้อมกับแอบส่องเ้าหมูเขี้ยวดาบผ่านช่องของกิ่งไม้ซึ่งตอนนี้มันได้เดินหายไปแล้ว
‘ไม่ใช่สัตว์ทุกตัวจะสื่อสารทางจิตกับเหล่าผู้วิเศษได้มีก็แต่สัตว์วิเศษชั้นสูงจนถึงสัตว์เทพที่สามารถทำได้แต่สัตว์วิเศษชั้นสูงจะสื่อสารกับผู้ใดได้ต้องทำพันธะสัญญาอย่างใดอย่างหนึ่งกับคนผู้นั้นแต่สำหรับเ้า…ข้าก็ไม่อาจรู้ได้…’
“แล้วนายเป็สัตว์พวกไหนเทพหรอ”
‘ไม่ข้าคือสัตว์วิเศษชั้นสูงเหล่าสัตว์เทพจะสื่อสารกับผู้ใดก็ได้และสามารถแปลงกายเป็เหล่าพ่อมดแม่มดได้หรือจะแปลงกายเป็มนุษย์ธรรมดาที่เรียกว่าโนเมจ ปัจจุบันเหล่าสัตว์เทพชั้นสูงที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งเป็ัชนชั้นราชวงศ์จะอยู่ที่อีกโลกหนึ่งที่อาณาเขตติดกับโลกแห่งนี้……’
“ว้าวยังมีโลกอื่นอีกหรอไม่อยากเชื่อ”
‘ยังหลายสิ่งที่ดวงตาโตๆของเ้ายังไม่เห็นฉะนั้นอย่าคิดว่าสิ่งที่ยังไม่เห็น จะไม่มีอยู่จริง…..นอนได้แล้วเ้าพ่อมด’
“อืม….ฝันดีนะบาบิโลน”
‘อืม’