นิยายรักเล่นกลวนเวียนใจ เพราะรักเล่นกล เขียนโดย.. สลักกานต์
ตอนที่ ๑๒
กล้าพูด
“พี่วี เรากลับกันเถอะ” ชลวิทย์ชวนปฐวี พร้อมกับลุกขึ้นยืน
ภูริชเดินมาขวางหน้าชลวิทย์ไว้ “จะไม่แนะนำให้กูรู้จักพี่เค้าหน่อยเหรอ?”
“ริด” ชลวิทย์ตัดสินใจมองหน้า “มึงกับกูไม่จำเป็ต้องรู้จักกันอีกต่อไป”
ภูริชสีหน้าเปลี่ยนไปเขาไม่คิดว่าชลวิทย์จะกล้าพูดกับเขาแบบนี้ “เดี๋ยวนี้มึงกล้าพูดกับกูแบบนี้เหรอ เพราะไอ้นี่ใช่ไหม” เขาชี้หน้าปฐวี
“พี่เขาไม่เกี่ยว” ชลวิทย์พยายามสู้ “มึงรู้ดี” ในใจเขาหวั่นไหวมาก แต่ก็ตัดสินใจพูด “อะไรที่ทำให้กูไม่อยากรู้จักมึง!!” แม้ในใจจะไหวหวั่น แต่น้ำเสียงชลวิทย์ก็ยังชัดเจน
ภูริชมองหน้าเพื่อนเก่า เขาถึงกับไปไม่เป็ เพราะไม่คิดว่า.. ชลวิทย์จะใจเด็ดเช่นนี้
“หลังจากนี้ มึงไม่ใช่เพื่อนกู ไม่ใช่กระทั่งคนที่กูเคยรู้จัก มึงกับกูคือคนแปลกหน้าที่ไม่ต้องรู้จักไม่ต้องมาพูดคุยทักทายกัน” พูดจบชลวิทย์ก็เดินนำปฐวีออกมาจากตรงนั้น เขาหยิบแบ๊งร้อยส่งให้อาเฮียเ้าของร้านแล้วเดินไปขึ้นรถโดยไม่รอเงินทอน
เป็ปฐวีเสียอีก ที่เฮียเ้าของร้านร้องเรียกให้รอเงินทอน ปฐวีจึงเดินมาขึ้นรถของชลวิทย์พร้อมกับเงินทอน
ชลวิทย์ขับรถออกไปอย่างแรง แต่พอพ้น่นั้น เขาก็เบาคันเร่ง “ขอโทษนะพี่”
“ไม่เป็ไรหรอกน้องชล พี่เข้าใจ น้องชลไม่ต้องห่วงนะ พี่จะไม่พูดถึงเื่ที่ได้ยิน”
“ขอบคุณครับพี่”
ปฐวียิ้มให้กำลังใจ ‘น้องชล’ ของเขา
“ถ้าผมจะไปหาพี่ฝุ่นที่บ้าน พี่วีไปเป็เพื่อนผมได้ไหม?”
“ได้สิ” ปฐวีตอบ
ไม่นานนัก รถของชลวิทย์ก็เคลื่อนมาจอดที่หน้าบ้านฝุ่นดิน ชลวิทย์ใช้โทรศัพท์มือถือโมโตโรล่าของเขาโทรไปหาฝุ่นดิน ขอให้เธอลงมาคุยกับเขาหน่อย
ฝุ่นดินลงมาพบตามที่ชลวิทย์ขอร้อง “พี่ต้องกลับเข้าไปในบ้าน ก่อนที่พ่อพี่จะกลับมาจากงานเลี้ยงนะ”
“ผมคุยไม่นานครับพี่ฝุ่น” ชลวิทย์บอกฝุ่นดินตรงๆ “มีพี่วีเป็พยานว่า..เราจะได้ไม่ได้อยู่กันตามลำพัง”
ปฐวียิ้มมองเพื่อนพร้อมกับพยักหน้าให้
ฝุ่นดินยิ้มรับ อย่างน้อยเธอก็รู้ว่า..คืนนี้น้องชลมาอย่างเปิดเผย
“พี่ฝุ่นครับ” ชลวิทย์เริ่มการสนทนา “ผมอยากขอคุยกับพี่ฝุ่นนะครับ”
ฝุ่นดินนิ่งไป เธอเคยคิดอยู่เหมือนกันว่า ..ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น เธอจะรับมืออยางไร.. ถึงจะมีหลายตัวเลือก แต่เธอก็ไม่เคยลงรายละเอียดสักตัวเลือกเดียว “แต่.. ตอนนี้พี่คุยกะพี่นัทอยู่นะ”
“พี่นัทชอบผู้ชาย” ชลวิทย์พูดลอยๆ
ทั้งฝุ่นดินและปฐวีถึงกับอึ้งไป
“และผมรู้นะครับว่า..พี่นัทชอบพี่ต้นน้ำ ไม่ได้ชอบพี่ฝุ่น”
“เออ.. ฝุ่น วีไม่เคยพูดเื่นี้ให้น้องชลฟังเลยะ” ปฐวีรีบออกตัว เขากลัวเพื่อนรักจะเข้าใจผิด
“พี่วีไม่ได้บอกอะไรผมหรอกครับ” ชลวิทย์ช่วยยืนยัน “แต่มันดูไม่ยากหรอกครับพี่”
ฝุ่นดินพูดไม่ออก ไม่รู้จะยกข้ออ้างอะไรมาบอก ‘น้องชล’
“พี่ฝุ่นครับ.. ที่ผมอยากคุย..ผมไม่ได้อยากได้พี่ฝุ่นเป็แฟนนะครับ พี่ก็รู้ว่าผมมีเมียแล้ว” ชลวิทย์พูดชัดเจน “แต่..ผมแค่อยากมีพี่เป็คนพิเศษ.. คนที่ผมจะคุยเื่บางเื่ที่พิเศษเท่านั้น..พี่ก็รู้ว่า.. ผมกับเมียเป็มายังไง”
เมื่อน้อง ม.๕พูดชัดเจนจนขนาดนี้ มีหรือที่พี่ ปี๑จะไม่เข้าใจ.. เห็นใจ.. และ.. ตกลงปลงใจ
ฝุ่นดินยิ้มให้ชลวิทย์ “ได้!! พี่จะเป็คนพิเศษของเธอนะ.. ชล”
“ซ้อมละครวันนี้สนุกจังเลยครับอาโช” มายด์เริ่มต้นการสนทนาอย่างร่าเริง
“มายด์ชอบเหรอ” อาโชถาม
มายด์พยักหน้ารับอย่างน่าเอ็นดู “อาโชสอนลูกศิษย์ดี๊ดี”
“แล้วมายด์เข้าใจที่อาสอนพวกเขาหรือเปล่าล่ะ?”
“ก็พอเข้าใจนะครับ ไว้มีโอกาสต้องลองทำดูครับอาโช ถึงจะรู้ว่ามายด์เข้าใจจริงหรือเปล่า?”
เตโชยิ้มให้หลานรัก คำตอบของมายด์คือคำตอบของนักแสดงที่ดี แต่เตโชก็ไม่เลือกชักชวนให้มายด์เรียนการแสดง เขารอให้หลานชายเลือกด้วยตัวเองเสียก่อน เพราะใน่อายุแบบมายด์นี้ ไม่แปลกที่จะเกิดความชอบมากมายหลายด้าน แต่ทุกอย่างจะเริ่มลดลงจนเหลือด้านที่ชอบอยู่ไม่กี่ด้าน
“มายด์ตามไปดูพวกพี่ๆเค้าซ้อมละครบ่อยๆ ได้ไหมครับ”
“ได้สิ” อาโชอนุญาต “แต่่พักการซ้อม มายด์ควรจะพูดคุยกับพวกพี่ๆ เค้านะ อะไรที่สงสัยไม่เข้าใจ จดไว้หรือจำไว้ แล้วมาถามอาที่บ้านก็ได้”
“ครับอาโช อาโชน่ารักที่สุดในโลกเลย” แล้วหลานรักก็ถลาตัวเข้ากอดอาของเขา
เตโชกอดรับหลานชายไว้ในอก.. มายด์น่ารักอย่างนี้ ทำตัวดีแบบนี้ ไม่ว่าเตโชจะเหนื่อยแค่ไหน ความเหนื่อยเ่าั้ก็มลายไปสิ้น เพราะหลานชายคนนี้
ก่อนซ้อมละครวันนี้บรรยากาศภายในห้องซ้อมฯดีมาก แต่ละคนที่นั่งพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ก็คุยเื่ละคร คนที่เป็นักแสดงก็เตรียมตัวที่จะซ้อมละครกันอย่างดี
กลายเป็.. กนกที่แปลกใจ เขาไม่ได้มาดูการซ้อมละครแค่ไม่กี่วัน ความสัมพันธ์ของผู้คนในทีมละครพัฒนาไปไกลมาก แต่ละคนดูจะรู้หน้าที่ของตนอยางดีและทำในหน้าที่ของตนอย่างลงตัว
“วี เกิดอะไรขึ้น” กนกถามวีที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา
“ผมก็ยัง งง งงอยู่เลยพี่” ปฐวีเองก็ไม่รู้เช่นกัน
“ ’จารย์เตโชนี่มหัศจรรย์จริงๆพี่ไม่ได้มาดูซ้อมแค่ไม่กี่วัน ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างมาก”
“ถ้าพี่กนกเห็นน้องชลเล่น พี่จะแปลกใจยิ่งกว่านี้”
คำพูดปฐวีทำให้กนกยิ่งแปลกใจ
..
จากแผนการซ้อมละคร วันนี้จะเป็การซ้อมละครฉากที่สามที่โรมิโอพบจูเลียต หรือฉากงานแต่งงานของโรมิโอกับจูเลียตนั่นเอง อาจารย์เตโชนั่งรอให้ต้นน้ำจัดการทุกอย่างให้พร้อมสำหรับการซ้อม
มายด์นั่งอ่านบทละครโรมิโอกับจูเลียตอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ซึ่งไม่ห่างจากอาโชของเขาเท่าใดนัก ความน่ารักอีกอย่างของมายด์คือ มายด์นั่งที่พื้นเหมือนพี่ๆ ทุกคน ถึงตรงนั้นจะมีเก้าอี้ให้เขานั่งก็ตาม แต่มายด์ก็เลือกที่จะวางกระเป๋านักเรียนไว้บนเก้าอี้แทน
ต้นน้ำกับปณาลีช่วยกันจัดวางทุกอย่างให้เรียบร้อย จึงบอกครูโชว่า.. ทุกอย่างพร้อมสำหรับการซ้อมละครแล้ว
ครูโชเดินไปหาฝุ่นดิน “วันนี้จูเลียตมีความสุขจนล้นอก เธอได้แต่งงานกับคนที่เธอรักที่สุด ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ‘รัก’ กับ ‘โรมิโอ’ ” แล้วครูโชก็พยักหน้าให้ต้นน้ำ
ต้นน้ำจึงให้สัญญาณเริ่มซ้อมละคร
ครูโชเดินไปหาชลวิทย์ “วันนี้คือวันที่โรมิโอมีความสุขเหลือเกิน เขาได้แต่งงานกับจูเลียต คนที่เขารัก และเขาเลือกเองทุกอย่าง เลือกวันเวลาแต่งงาน เลือกให้บาดหลวงลอเรนซ์ ครูของเขามาทำพิธีแต่งงานให้ในโบสถ์ที่เขาคุ้นเคย”
คำพูดของอาจารย์เตโชช่วยนำพาให้นักแสดงทั้งสองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์สมมติตรงหน้า ทำให้กนกแปลกใจอย่างมาก แต่มายด์กลับมองวิธีนี้ด้วยความชื่นชม
โรมิโอชลวิทย์เปล่งระกายความสุขไปทั่วทั้งใบหน้าของเขา “ .. ในที่สุดรักหวานก็สุขสันต์ เพียงใจเชื่อมกัน..พลันแสนสุขสม แม้นทุกข์โศกมากมาย..มลายจม ขอพรพรหมผสมรักให้นิรันดร์ .. ”
ชลวิทย์มิได้ใช้ทักษะทางการแสดงอะไรมากมาย อย่างที่กนกตั้งใจจะดูเพื่อจับผิด แต่การทำอะไรง่ายๆ และลงตัวของเขา ก็ทำเอากนกมองอย่างไม่เข้าใจ ว่าเด็กใหม่อย่างชลวิทย์ทำอย่างนี้ได้อย่างไร..?
ปณาลีในคาแรกเตอร์แม่นม พาจูเลียตฝุ่นดินเดินเข้ามา
โรมิโอเห็นจูเลียตที่แม่นมพาเดินเข้ามาก็ยิ้มให้
จูเลียตก้มหน้าอายแต่ก็อิ่มสุขเหลือเกิน
โรมิโอทักทาย “ .. มาแล้วน้องพี่ .. ”
แม้จูเลียตจะเอียงอายกับสายตาโรมิโอ แต่เสียงโรมิโอที่ทักทายก็ทำให้เธอเป็สุขใจ “ ..ตัวข้านี้แสนสุขใจ .. ” แล้วจูเลียตก็เห็นบาดหลวงลอเรนซ์ยืนอยู่ เธอจึงแสดงความเคารพ
ครูโชในคาแรกเตอร์บาดหลวงลอเรนซ์ยิ้มให้และค้อมหัวรับการเคารพของจูเลียต “ .. คุณหนูจูเลียต.. ”
ด้วยความพราวในรัก โรมิโอจึงบอกบาดหลวง “ .. หวานใจแห่งรักมั่น .. ”
เมื่อเห็นชายคนรักบอกบาดหลวงอย่างนั้น จูเลียตจึงช่วยยืนยัน “ .. เพียงได้เคียงข้างคนรัก ข้าก็แสนสุขสันต์ .. ”
บาดหลวงลอเรนซ์เรียกทั้งสอง “ .. มายืนใกล้ๆ กัน ตามพิธีรีตอง .. ”
โรมิโอกับจูเลียตเดินมายืนเคียงข้างกันอยู่ด้านหน้าบาดหลวง
บาดหลวงลอเรนซ์เริ่มทำพิธี “ .. ให้พระศาสนารับรู้ แล้วประกาศชื่นชูและยกย่อง ให้ปวงเทพอวยพรเ้าทั้งสอง ให้ครองคู่เคียงกัน.. จนวันตาย .. ”
บาดหลวงให้สัญญาณว่าจบพิธีแล้ว โรมิโอกับจูเลียตก็หันหน้ามามองสบตากัน ประกายความรักฉายชัดในแววตาคนทั้งคู่ โรมิโอจูบจูเลียตแ่เบา.. ละมุนตา..
กนกดูการซ้อมละครด้วยใจที่สั่นไหวที่สุด ชลวิทย์ไม่ได้ทำอะไรยุ่งยากในแบบที่เขาเคยเรียนหรือเคยฝึกมาเลย แต่การแสดงของชลวิทย์น่าดูเหลือเกิน
ยิ่งครูโชแนะนำแล้วให้ซ้อมรอบที่สองที่สาม การแสดงของทั้งฝุ่นดินทั้งชลวิทย์ยิ่งชวนมองมากยิ่งขึ้น อารมณ์นานาของตัวละครก็ครบถ้วนอย่างที่ควรจะเป็
เมื่ออาจารย์เตโชให้พักการซ้อม กนกจึงรีบเข้าไปซักถามทันที
“สิ่งสำคัญของการแสดงคือการดูและการฟัง ไม่ใช่พยายามทำ ไม่ใช่ตั้งใจทำ โดยไม่ดูไม่ฟังอะไรเลย” ’จารย์เตโชตอบกนกชัดเจน
“ทำไม ’จารย์ไม่สอนรุ่นผมอย่างนี้บ้าง”
“ผมเพิ่งเป็ครูสอนที่นี่ไม่กี่ปี ยังถือว่าใหม่มากหากเทียบกับครูที่สอนอยู่ก่อนหน้าผม ครูเ่าั้เขาเลือกให้ผมสอนทฤษฏีการแสดงประวัติการแสดง ผมก็ต้องทำตาม”
คำตอบของอาจารย์เตโชทำเอากนกไม่อาจถามอะไรต่อได้
“แต่เธอควรรู้ไว้นะกนก ไม่ว่าจะวิธีผม หรือวิธีของครูเ่าั้ มันก็นำพาเด็กๆไปสู่การเป็นักแสดงที่ดีทั้งนั้น แต่พวกเธอต่างหาก หรืออาจจะรุ่นพี่เธอที่สร้างข่าวลือที่แสนน่ากลัว เธอดูสิ เด็กๆรุ่นน้องเธอพวกนี้ มีใครกล้าถามผมบ้าง ทุกคนกลัวผม เพราะข่าวที่ใครก็ไม่รู้สร้างและบอกต่อกันว่า.. อาจารย์เตโชดุมาก โหดมากใจร้ายที่สุด จนไม่มีเด็กคนไหนกล้าถามผมสักคำ”
เด็กๆ แต่ละคนต่างก็พยักหน้ารับคำพูดครูโชคนละทีสองที
“โชคดีที่มีเด็กที่ไม่รู้อะไรอย่างชลวิทย์อยู่ในทีมนี้ ชลกล้าพูด กล้าถาม กล้าลองทำจนพัฒนาไปอย่างที่เธอเห็น ที่ผมพูดนี่แค่ครูใหม่แบบผมนะ ลองดูครูคนอื่นๆ ในมหา’ลัยที่อยู่มานานกว่าผมสิ ยิ่งมีข่าวลือว่า ยิ่งโหด ยิ่งใจร้าย เด็กๆก็เลยยิ่งกลัวจนไม่กล้าถามอะไร ผมพูดถูกไหม?”
“ครับ” กนกตอบเสียงอ่อย แต่เด็กๆ คนอื่นๆพยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง
“พอสงสัย ไม่กล้าถามครู ก็ไปถามรุ่นพี่ซึ่งรู้มากกว่ากันแค่หน่อยเดียว ทุกอย่างมันเลยกลายเป็ความยากไปหมด”
คราวนี้กนกได้แต่ฟังนิ่ง ทุกอย่างที่อาจารย์เตโชพูดคือความจริง พอน้องๆ ไปถามรุ่นพี่ รุ่นพี่ก็กลายเป็พระเ้าสำหรับน้องๆ ไปจะบอกอะไร จะพูดอะไร น้องๆ ก็เชื่อ ก็ทำตามโดยไม่มีการไตร่ตรอง
ส่วนครูบาอาจารย์ ข่าวลือเื่ความโหดร้าย ก็ทำให้ครูๆเ่าั้กลายเป็มารร้ายไป ไม่มีเด็กคนไหนกล้าเข้าหา หรือซักถาม
ชลวิทย์กับลมนภดลไปงานโชว์ตัวด้วยกันอีกครั้ง งานนี้ระบุชัดเจนว่าทั้งสองต้องถอดเสื้อโชว์พร้อมกับเม็ดเงินที่เพิ่มให้จนสองคนไม่กล้าปฏิเสธ
ทั้งสองขึ้นเวทีเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนคลับได้อย่างมหาศาล พิธีกรที่รู้งานก็ป้อนคำถามชวนให้ทั้งสองตอบเพื่อเอาใจแฟนคลับ เสียงกร๊ดกร๊าดโห่ฮาดังตลอดการสัมภาษณ์
เมื่อถึงคิวที่จะต้องถอดเสื้อ พิธีกรก็ปูจังหวะส่งมาอย่างดี ลมเดินมาซ้อนหลังชลวิทย์ แล้วถอดเสื้อให้ชลวิทย์ออก ชลวิทย์ทำทีเป็อาย ขยับตัวไปซ่อนหลังลม และจับเสื้อลมฉีกตามคิว แฟนคลับกรี๊ดคอแทบแตกด้วยความพอใจอย่างที่สุด
ความเย็นของแอร์คอนดิชั่นบนเวที ทำเอาสองหนุ่มหนาวจนขนลุก ลมแก้หนาวด้วยการเดินไปด้านหลังชลวิทย์ และกอดชลไว้ในอ้อมแขน
แม้มันจะแก้หนาวได้ประมาณหนึ่ง แต่ในใจชลวิทย์กลับเต้นระรัวไปกับรสััของอ้อมกอดนั่น
และที่สำคัญ..ชลวิทย์รู้สึกได้ถึงแก่นกายที่อบอุ่นของลมนภดล มันแกร่งขึ้นและเสียดสีอยู่กับปั้นท้ายของเขา..!!
ชลวิทย์อยากจะผละออกจากอ้อมกอดของลมเหลือเกิน แต่ก็ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมด ไม่เพียงแต่เขาไม่แกะอ้อมกอดนั่นออก มือของเขายังลูบไปมาที่เรียวแขนของลม และกระชับอ้อมแขนนั่นอีก
ไม่รู้ว่าลมตั้งใจ หรือไม่รู้ตัว แต่แก่นกายที่แกร่งและอุ่นนั่น มันยังคลอเคลียอยู่ตามเนินเนื้อ่สะโพกของชลวิทย์ ยังดีที่มีกางเกงนักเรียนและบ๊อกเซอร์ของทั้งสองขวางมันไว้
หรือ..ที่เรารู้สึกชัดเจนเพราะไอ้ลมไม่ใส่กางเกงไน มันถึงได้รู้สึกได้ขนาดนั้น ชลวิทย์พยายามคิดหาทางออกเพื่อปลอบใจตนเอง
แต่ดูเหมือนลมจะเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับต่อ ด้วยการซุกไซร์ที่ซอกคอของชลวิทย์
ด้วยความซาบซ่าน ชลวิทย์เอียงอายและพยายามงอตัวหน่อยนึง เพื่อที่แฟนคลับที่หน้าเวที จะได้ไม่เห็นว่า..เป้ากางเกงเขามันตุงขึ้นมา ฟ้องความรู้สึกของเขาอยู่
ก็จะไม่ให้เขาใจเต้นระรัวได้อย่างไร ก็.. อ้อมกอดนี้ทำใจชลวิทย์สับสนวุ่นวายจนแทบไปไม่เป็
การงอตัวของชลวิทย์ กลับทำให้เนินเนื้อที่ปั้นท้ายไปเสียดสีกับแท่งแกร่งของลมมากยิ่งขึ้น และ.. คราวนี้ชลวิทย์รู้ทันทีว่าลมรู้ตัว
ก็ลมเองที่โยกตัวไปมาเล็กน้อย เพื่อให้แท่งของเขาเข้าไปอยู่ที่ร่องก้นของชลวิทย์ แล้วลมก็เบียดตัวกอดชลวิทย์มากยิ่งขึ้น
พอดีกับคิวเ้าของสินค้าขึ้นเวที ทีมงานกำกับเวทีจึงเอาผ้าห่มผืนโตมาให้ทั้งสองคนห่ม ชลวิทย์จึงได้ผละออกจากอ้อมแขนของลม ทั้งสองคนห่มผ้าให้ร่างกายอุ่นขึ้น พิธีกรสัมภาษณ์สปอนเซอร์ ชลวิทย์กับลมจึงได้พักสักครู่
“ตะกี๊แอร์มันเย็นมาก กูเลยมีอารมณ์” ลมพูดเบาๆ “พอกอดมึงก็เลยแข็ง”
“ไม่เป็ไรหรอก” ชลตอบไป ทั้งที่ในใจเขายังสั่นไหวอยู่เลย “กูเข้าใจ”
“ทีหลังถ้าจะรับงานแบบนี้ สงสัยต้องเอากะเมียให้พอใจ จะได้ไม่ต้องมามีอารมณ์บนเวทีอย่างนี้” ลมอารมณ์เสียกับตัวเอง
ชลยิ้มให้เพื่อนอย่างเป็มิตร “ช่างเถอะ ช่างเถอะ กูไม่ได้คิดอะไรหรอก” เขาโกหกตัวเองและเพื่อน
..
เมื่อโชว์ตัวเสร็จ ชลวิทย์ก็รีบมาที่ร้านไอสครีมที่นัดฝุ่นดินไว้ พอมาถึง ถ้วยไอสครีมเล็กๆ ตรงหน้าฝุนดิน ก็กลายเป็ถ้วยเปล่าไปแล้ว
“รอนานไหมครับพี่ ผมขอโทษนะครับ” ชลวิทย์รีบขอโทษ
“ไม่นานหรอก” ฝุ่นดินตอบพร้อมกับยิ้มให้ “พี่ไปยืนดูน้องชลขี้นเวทีโชว์ตัวมาด้วย”
“งั้นพี่ก็เห็นหมดสิครับ”
ฝุ่นดินพยักหน้า
“ผมเขินเลย”
“จะเขินทำไม น้องชลนี่รูปร่างดีมากนะ โตอีกหน่อยเข้าฟิตเนสน่าจะยิ่งดี”
“ครับ ครับ”
“แต่.. พี่ว่า.. ตอนที่น้องคนนั้นกอดน้องชล น้องชลมีอาการแปลกๆนะ”
ชลวิทย์มองหน้าฝุ่นดิน เมื่อเขาเลือกให้ผู้หญิงคนนี้คือคนพิเศษของเขา เขาจึงเล่าความรู้สึกและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเวทีทั้งหมดให้ฝุ่นดินฟังั้แ่ต้นจนจบ
ฝุ่นดินถึงกับหน้าเครียดขึ้นมา
“พี่ฝุ่นครับ.. ผมเป็เกย์ใช่ไหมครับ?”
จบตอน ๑๒