กลางดึกอันเงียบสงัด ชายร่างใหญ่รูปร่างบึกบึนผู้มีเคราหนาเดินฝ่าความมืดมาหยุดอยู่หน้าประตูบ้านพักหลังหนึ่ง เขายกมือเคาะประตูสองครั้ง
“ท่านเหลียง ข้าเอง”
เสียงเขาทุ้มลึก แต่แฝงไว้ด้วยความเคารพ บัลคายืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ประตูก็เปิดออก เผยให้ร่างของชายชรา
“เข้ามาเถอะ”
บัลคาก้มศีรษะเล็กน้อยขณะก้าวลอดผ่านคานประตู ภายในห้องนั้นอบอวลด้วยกลิ่นเทียนไขและหมึก ห้องดูคับแคบเพราะเต็มไปด้วยสิ่งของ มีโต๊ะไม้เก่าริมห้องวางเรียงไปด้วยหนังสือปกหนา แผ่นกระดาษ และอุปกรณ์เขียน ริมฝั่งอีกข้างมีชั้นวางแก้วหลากสี รูปทรงแปลกตา เรียงไว้จนแน่น แสงเทียนที่ริบหรี่แต่ส่องสว่างอย่างเพียงพอ
บัลคานั่งบนพื้น เพราะเก้าอี้ในห้องนี้ตัวเล็กเกินไปกว่าที่เขาจะนั่งได้ เขาถอนหายใจช้าๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ท่านเหลียง อัสมะเริ่มลงมือแล้วตามแผนที่ท่านเคยวางไว้”
ชายชราแสดงสีหน้าเหมือนเดิม ไม่ได้ดูประหลาดใจอันใด ก่อนกล่าว
“การลงมือของเขานั้นเป็ไปตามคาด แค่นี้ก็มากพอจะพอยืนยันได้แล้วว่าพวกเขาพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือเด็กหญิงคนนั้น เ้าควรเตรียมใจเอาไว้ซะอัสมะ”
บัลคาครุ่นคิด ั้แ่เริ่มต้นเขาทำหน้าที่เป็เหยื่อล่อมาตลอด การที่เขาผู้เป็หัวหน้าฝ่ายลงทัณฑ์ต้องไปคุ้มครองคนนอกแถมยังมีคนประหลาดผู้เป็โรคสีขาวคนหนึ่งนั้นก็ถือว่าเป็เื่ที่น่าสงสัยแล้ว แต่การที่ดร๊อกป้าซึ่งาเ็กลับฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วทั้งที่ยังตัดไม้เป็เื่ที่ผิดสังเกต จนเป็เครื่องบ่งชี้ว่าเขาอาจมีโอสถวิเศษ สำหรับกลุ่มอัสมะที่พยายามหาทางรักษาเด็กสาวอย่างสิ้นหวังแล้ว การลงมือไปข่มขู่เอายายังไงก็เป็เื่ที่ต้องเกิด
“ทุกอย่างเป็ไปตามแผนของท่าน แต่มีเื่หนึ่งที่ผิดคาด ผู้มาใหม่สองคน หนึ่งในนั้นเป็คนที่แข็งแกร่งมาก” บัลคากล่าว สีหน้าของเขายังเจือความประหลาดใจไม่จาง พลางเสริมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เขาชื่ออาโป ชายที่ป่วยเป็โรคสีขาวและสูญเสียความทรงจำไป แม้จะอยู่ในสภาพนั้น แต่เขากลับสามารถเอาชนะกลุ่มของอัสมะจนเกือบทำให้แผนของท่านล่ม แม้สุดท้ายพวกเขาจะมอบโอสถให้กลุ่มอัสมะด้วยความเมตตาก็ตาม นอกจากนี้ ใน่เที่ยงวัน เขายังชนะการประลองกับนักสู้สองคนจากฝ่ายลงทัณฑ์ได้อย่างง่ายดาย ข้าเลยตัดสินใจรับพวกเขาทั้งสองเข้าร่วมกลุ่ม”
ผู้าุโเหลียงนั่งฟังด้วยความเงียบ ครุ่นคิดถึงชายหนุ่มผมขาวผู้น่าโมโหคนนั้น พลางลูบศีรษะของตนโดยไม่รู้ตัว ก่อนถามด้วยน้ำเสียงเรียบ
“เ้าเอาชนะเขาได้หรือไม่?”
บัลคาตอบทันที
“เขาไวมาก อีกทั้งการตอบสนองและความแม่นยำของเขายังอยู่ในระดับเหนืุ์ แต่ร่างกายของเขายังอ่อนแอเกินไป”
บัลคาเงียบไปหลังคำกล่าวนั้น แต่ผู้าุโเข้าใจความนัย พลางมองไปยังร่างใหญ่โตของบัลคา ชายผู้นี้ที่ได้เป็หัวหน้าฝ่ายลงทัณฑ์ย่อมเป็เครื่องพิสูจน์พลังอำนาจในตัวเองอยู่แล้ว
ชายผู้จับปลาด้วยมือเปล่ากับชายที่โค่นต้นไม้ด้วยหมัดเดียว
การประลองระหว่างคนทั้งสอง ดูเหมือนจะไม่มีข้อสงสัยในผลลัพธ์
“แต่ถ้าเขาเป็ผู้ควบคุมธาตุด้วยล่ะ? เ้าเอาชนะเขาได้หรือไม่?” ผู้าุโเอ่ยถามอีกครั้ง
บัลคาหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบ
“ถ้าเป็เช่นนั้น…ข้าคงตายทันที”
ผู้าุโเหลียงหลับตาครุ่นคิด ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ “วันที่หนึ่ง เดือนสิบเอ็ด… เราต้องรอจนผ่านเดือนสิบสองและสิบสาม รวมเป็เก้าสิบวันกว่าจะถึงปีหน้าเพื่อให้เขตในมาตรวจสอบคุณสมบัติ แต่รอถึงตอนนั้นคงเสี่ยงเกินไป โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน…”
เมื่อคิดถึงชายหนุ่มผู้คาดเดาไม่ได้คนนั้น ผู้าุโลุกขึ้น หยิบถุงผ้าใบเล็กสองใบจากใต้เตียง พลางยื่นให้บัลคา
“พรุ่งนี้ เ้าเอานี่ไปตรวจสอบคุณสมบัติธาตุให้เขา หากเขาเป็ผู้ควบคุมธาตุ ก็ไม่มีปัญหา แม้เขาจะอายุมากไปหน่อย แต่อารามจะรับเขาเป็ศิษย์ แต่ถ้าเขาไร้คุณสมบัติ ให้เพิ่มการเฝ้าระวังเขาทันที แล้วก็ถือโอกาสตรวจสอบสหายของเขาไปด้วย”
บัลคารับถุงไว้ในมือพลางกล่าว
“เฝ้าระวังพวกเขา? ถ้าเป็ไปได้ข้าไม่อยากทำมันจริงๆ เื่ที่เกิดขึ้นมันทำให้ข้ารู้สึกผิดกับพวกเขา แต่เพราะพวกเขา ข้าจึงมีโอกาสที่จะช่วยอัสมะได้”
ผู้าุโเหลียงขมวดคิ้วกล่าว
“บัลคา อย่างที่ข้าได้บอกเ้าไป เม็ดยาสามเม็ดนั้นคือสิ่งสุดท้ายที่ข้าจะยอมให้เ้า หากสาวน้อยซูไลฮาไม่ฟื้นขึ้นมา จนทำให้อัสมะทานผลไม้์ เ้าต้องเป็คนสังหารเขา อย่าให้ข้าต้องห่วงเพราะความใจอ่อนของเ้า ความใจดีนั้นไม่ใช่เื่ที่แย่ แต่ในสถานการณ์นี้ ความใจดีของเ้าจะทำให้เกิดความสูญเสียขึ้น ผู้ควบคุมธาตุที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ก็ไม่ต่างจากภัยพิบัติมีชีวิต”
บัลคานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับอย่างขมขื่น เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
“ข้าเข้าใจดีผู้าุโเหลียง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าก็สังหารผู้ที่พยายามหลบหนีไปไม่น้อย แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งอื่น…ข้ารู้สึกเห็นใจอัสมะจริงๆ ถ้าซูไลฮาไม่ได้เป็เช่นนี้ เื่ทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น ไม่สิ จุดเริ่มต้นของทุกอย่างมาจากน้ำท่วม”
เพราะเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ผู้ควบคุมธาตุจึงต้องออกมาสร้างกำแพงดินล้อมอารามเพื่อป้องกันภัย ทำให้เด็กสาวคนหนึ่งซึ่งหลงใหลในความสามารถของผู้ควบคุมธาตุ แอบขึ้นไปบนกำแพงเพื่อดูพวกเขา แต่กลับพลัดตกลงในน้ำ
เพราะภัยพิบัติน้ำท่วม พฤกษา์จึงแพร่พันธุ์ออกผลมากมาย และทำให้ผู้รับใช้จำนวนมากพบเจอ ชายหนุ่มผู้ตัดไม้ในกลุ่มของอัสมะคือหนึ่งในนั้น
….
….
ในบ้านพักที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาไม้ ฮาซันป้อนยาเด็กสาวเป็เม็ดที่สอง
ก่อนจะมองเม็ดยาอีกหนึ่งเม็ดสุดท้ายในขวด
“ตื่นเถอะลูก”
น้ำเสียงนั้นดูแ่เบา