เมื่อไรนางถึงจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฮูหยิน?
เมื่อไรลูกสาวนางถึงจะกลายเป็นคุณหนูทายาทสายตรงได้?
คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่จ้าวอี๋เหนียงคิดอยู่เสมอมา
นางเคยจินตนาการว่าเมื่อตนกลายเป็นฮูหยินท่านโหวแล้วบรรดาฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายต้องสรรเสริญเยินยอนาง
นางเคยจินตนาการว่าหลังจากเฉินจิ้งโหรวกลายเป็นคุณหนูประจำบ้านแล้วเหล่าฮูหยินที่มาดูตัวต้องพอใจนางเป็นอย่างยิ่ง
เดิมทีนางมั่นใจในตัวเองมากนางมั่นใจในฝีมือเป็นอย่างยิ่ง คิดว่าอีกไม่นานเกินรอต้องกลายเป็นฮูหยินได้แน่ทว่า...
“โหรวเอ๋อร์เจ้าอย่าได้รีบร้อนเกินเหตุ เรื่องนี้มิอาจเร่งได้ ซูชื่อเพิ่งตายได้ไม่นานหากแม่พูดในเวลาเช่นนี้ย่อมไม่เหมาะสม”
จ้าวอี๋เหนียงอธิบายพร้อมปลอบใจตัวเองด้วยเช่นกัน การเอ่ยเรื่องนี้ในเวลานี้ไม่ยังเหมาะนักคอยกระทั่งถึงเวลาที่สมควรแล้ว นางต้องได้รับการแต่งตั้งอย่างแน่นอน
“เช่นนั้นเมื่อไรถึงจะเหมาะเล่า?”
เฉินจิ้งโหรวโดนเฉินจิ้งเจียแทงใจจนหมดซึ่งความอดทนนางอยากพุ่งตัวไปประกาศตนเสียตอนนี้ว่านางคือบุตรสาวสายตรงแห่งจวนป๋อชางโหวหาได้ด้อยกว่าเฉินจิ้งเจียแม้แต่น้อย!
“ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรอกลับจวนก่อนถึงพูดได้”จ้าวอี๋เหนียงจำใจต้องบอกเวลาไป
หากแต่เฉินจิ้งโหรวกลับเหมือนไม่พอใจขีดสุดเอ่ยต่อด้วยหน้าตาบึ้งตึง “นานขนาดนั้นเชียวหรือ?”
ว่าแล้วนางก็เอ่ยถึงเรื่องราวของงานที่จัดขึ้นถึงสองวัน“ท่านแม่ พระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้เปิดเวทีเทศนาธรรมท่านเองก็รู้ว่าต้องมีเหล่าฮูหยินและคุณหนูสกุลสูงศักดิ์มากมายมาเข้าร่วมโอกาสดีขนาดนี้ หากข้าเป็นลูกสาวสายตรงละก็ต้องสร้างสัมพันธไมตรีกับเหล่าพี่สาวน้องสาวได้แน่นอน แต่ข้าในตอนนี้...”
แต่ตัวนางในยามนี้เป็นเพียงลูกอนุเท่านั้นหากใครอื่นได้ยินว่านางเป็นลูกอนุ คนที่ยอมผูกสัมพันธ์ด้วย เกินครึ่งก็คงมีแต่ลูกอนุทั้งนั้น
ลูกอนุจะมาเฉิดฉายบนเวทีได้อย่างไร?
นางเอ่ยเช่นนี้มีหรือจ้าวอี๋เหนียงจะไม่เข้าใจ เพียงแต่เวลานี้นางไม่มีทางเลือก
“โหรวเอ๋อร์เจ้าอย่ารีบร้อนไปเลย ฟังที่แม่บอก” จ้าวอี๋เหนียงเอ่ยพลางดึงตัวเฉินจิ้งโหรวเข้ามา “แม้นยามนี้เจ้ายังมิได้เป็นลูกสาวสายตรงทว่าจากนี้ต้องได้เป็นแน่นอน สิ่งที่เจ้าต้องทำตอนนี้คือการผูกไมตรีกับเหล่าลูกอนุไว้”
เฉินจิ้งโหรวชะงักงัน“ท่านแม่ ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?การเสริมเติมแต่งนั้นง่าย แต่การช่วยเหลือยามทุกข์นั้นยาก”จ้าวอี๋เหนียงเอ่ยพลางเผยยิ้ม
“ทุกคนล้วนเป็นลูกอนุล้วนมาดหมายอยากผูกสัมพันธ์กับบุตรสาวสายตรงหากแต่บุตรสาวสายตรงนั้นดูแคลนพวกนางมาแต่ไหนแต่ไรแล้วต่อให้พวกนางจะได้รับความรักในบ้านเพียงใด ท้ายที่สุดก็เป็นเพียงลูกอนุอยู่ดี”
รสชาติของการอยู่ต่ำกว่าคนอื่นนั้นไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่าจ้าวอี๋เหนียงแล้ว
ดูเหมือนเฉินจิ้งโหรวเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นแล้วเช่นกัน“ท่านแม่หมายถึง ตอนนี้ให้ข้าผูกสัมพันธ์กับพวกนางไว้เมื่อข้ากลายเป็นบุตรสาวสายตรง พวกนางย่อมสนับสนุนข้า ถึงเวลานั้นข้าอยากได้สิ่งใดอยากทำอะไรก็มีคนคอยช่วยเสมอสินะเจ้าคะ?”
สมแล้วที่เป็นลูกนางนางเอ่ยไว้เพียงนิดเดียวก็เข้าใจมองออกทั้งหมดแล้ว
จ้าวอี๋เหนียงพยักหน้า“หมายความตามนั้นเจ้าลองคิดดูว่าขอเพียงมีเจ้าที่เป็นลูกสาวสายตรงที่ไม่ทอดทิ้งพวกนางเจ้าว่าพวกนางจะรู้สึกติดหนี้บุญคุณต่อเจ้าหรือไม่? คิดว่าจะมีประโยชน์ต่อเจ้าหรือไม่?”
ครั้นนึกถึงภาพที่ตนจะกลายเป็นจันทรากลางหมู่ดาราในอนาคตแล้วเฉินจิ้งโหรวเป็นอันเผยยิ้มเปล่งประกายขึ้น
“ท่านแม่พูดถูกนางโง่เฉินจิ้งเจียนั่น เวลาทั่วไปงานใหญ่ไม่ออก งานเล็กไม่ร่วมตอนนี้คงไม่มีคุณหนูคนใดอยากเล่นกับนางแน่คอยกระทั่งพระอาจารย์ใหญ่เจี้ยอู้ขึ้นเทศนาธรรมแล้ว นางจะเหลือตัวคนเดียวน่าขายหน้าเสียยิ่งกว่ากระไร!”
เฉินจิ้งโหรวนึกถึงตอนที่ตนมองดูละครฉากนี้อยู่ข้างๆให้ฝูงชนทั้งหลายรู้ว่าบุตรสาวสายตรงของจวนป๋อชางโหวไม่รู้จักการมีปฏิสัมพันธ์เข้ากับใครไม่ได้ทั้งสิ้นมีเพียงคุณหนูรองอย่างนางเท่านั้นที่เพียบพร้อมซึ่งทุกสิ่ง
ขณะกำลังดีอกดีใจจ้าวอี๋เหนียงกลับส่ายหน้า “โหรวเอ๋อร์เจ้าพึงจำไว้ว่าหากอยู่ข้างนอกอย่าได้ไม่พอใจต่อนาง หากนางทำผิดพลาด เจ้าต้องช่วยแก้ต่างแทนนางช่วยนางพูด”
เฉินจิ้งโหรวที่กำลังปรีดาประหนึ่งถูกสาดน้ำเย็นใส่รอยยิ้มเปื้อนหน้าเมื่อครู่บึ้งตึงในชั่วพริบตา
“ท่านแม่ข้าแทบทนรอเห็นเรื่องน่าขันของนางไม่ไหว แล้วไฉนท่านถึงยังคิดให้ข้าช่วยนางพูดอีก?ข้าอยากให้นางเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองหลวงนะ!”เฉินจิ้งโหรวขมวดคิ้วคร่ำเคร่ง ไม่เห็นด้วยสุดขีด
หากแต่จ้าวอี๋เหนียงกลับยังยิ้มแย้ม“เจ้าอยากเห็นแค่เรื่องน่าขำขันของนาง เช่นนั้นเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่ายามผู้อื่นเล่าก็พูดเพียงว่าคุณหนูแห่งจวนป๋อชางโหวไร้ประโยชน์ขำขันไปก็ขำขันเพียงจวนป๋อชางโหวเท่านั้น แล้วตัวเจ้าได้ประโยชน์อะไรบ้าง?”
“นี่...”เฉินจิ้งโหรวพลันตอบกลับไม่ได้ขึ้นมาเสียดื้อๆ
“มิสู้เจ้าช่วยเหลือนางสักตั้งยามคนอื่นเอ่ยขึ้น จะพูดว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนป๋อชางโหวเป็นคนโง่เขลาแต่คุณหนูรองจิตใจเมตตา รู้จักกู้หน้ารักษาชื่อเสียงจวนป๋อชางโหวเอาไว้ได้”
จ้าวอี๋เหนียงหยุดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ“เจ้าดูสิ เช่นนี้เจ้าก็ได้ประโยชน์มิใช่หรือ? ต่อให้เจ้าเป็นลูกอนุในสายตาผู้อื่นก็ถือว่าต่างไปจากลูกอนุเหล่านั้นแล้ว”
เฉินจิ้งโหรวกระจ่างแจ้งในบัดดลสิ่งที่นางควรทำคือการช่วยเฉินจิ้งเจียใช้เฉินจิ้งเจียเป็นบันไดให้ตนป่ายปีนสู่จุดสูงสุดต่างหาก!
“ท่านแม่ท่านยอดเยี่ยมที่สุดเจ้าค่ะ!” เฉินจิ้งโหรวเอ่ยมองจ้าวอี๋เหนียงด้วยสายตาชื่นชมเต็มเปี่ยม
มีท่านแม่ที่เยี่ยมยอดขนาดนี้ถือว่าดียิ่งแล้ว!เฉินจิ้งโหรวคิดในใจ
จ้าวอี๋เหนียงยิ้มตามสิ่งนี้นับว่ายอดเยี่ยมที่ไหนกัน นี่เป็นฝีมือปกติของนางอยู่แล้วต่างหาก
หากไร้ซึ่งวิธีการเหล่านี้นางคงมิอาจขึ้นเป็นอี๋เหนียงของป๋อชางโหวได้บางทีชั่วชีวิตคงเป็นแค่สาวรับใช้คอยปรนนิบัติเท่านั้น
ครั้นนึกถึงตรงนี้นางทอดถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เจ้านี่หนา ใช้ใจให้มากหน่อยสิ!”พูดไปพลางยกมือจิ้มหน้าผากเฉินจิ้งโหรว
“เจ้าฟังให้ดีเจ้าต้องผูกสัมพันธไมตรีกับคุณหนูลูกอนุจากสกุลเหล่านี้ให้ได้หากสมาคมกับพวกนางได้ อย่างน้อยจากนี้ก็มีประโยชน์ต่อเจ้า”
ท่ามกลางเมืองหลวงมีคุณหนูลูกอนุสกุลใดบ้างที่ได้รับความรักเต็มเปี่ยมมีอี๋เหนียงสกุลใดบ้างที่ได้รับความรักความเอ็นดูเต็มที่หลายปีมานี้จ้าวอี๋เหนียงให้ความสนใจยิ่งเผื่อว่าในอนาคตอาจเป็นประโยชน์ในยามต้องการได้
นี่มัน...มิใช่ว่าตามติดทันแล้วหรือ!
เฉินจิ้งโหรวเผยสีหน้าจริงจังขยับเข้าใกล้อีกนิด “ที่ท่านแม่บอกมา ลูกจำได้แล้วเจ้าค่ะ!”
สองแม่ลูกกำลังปรึกษาว่าจะทำเช่นไรถึงจะเหยียบย่ำเฉินจิ้งเจียขึ้นที่สูงได้แต่พวกนางกลับลืมไปว่า เฉินจิ้งเจียในยามนี้ยังเป็นเฉินจิ้งเจียคนเดิมอยู่หรือ?
ส่วนทางนี้หนานจือเห็นเฉินจิ้งเจียที่ขมวดคิ้วมุ่นครุ่นคิดก็อดที่จะขมวดคิ้วเคร่งตามเสียมิได้ “คุณหนู ท่านคิดอะไรอยู่เจ้าคะ?”
นางคิดอะไรอยู่หรือ?
เฉินจิ้งเจียเงยหน้ายิ้มให้หนานจือ “เจ้าคิดว่าสาวใช้ซีหร่านนั่นเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ซีหร่าน?นั่นคือสาวใช้ของคุณหนูรองมิใช่หรือเจ้าคะ?” หนานจือขมวดคิ้ว“คุณหนู บ่าวไม่แย้งหากท่านจะหาคนปรนนิบัติเพิ่มแต่ไม่ว่าอย่างไรก็มิอาจเอาคนใช้ข้างกายของคุณหนูรองมาได้จริงหรือไม่เจ้าคะ?”
นางบอกพลางสาวเท้าไปด้านหน้าสองก้าว“คนอื่นกำลังคิดว่าจะหาทางส่งคนเข้ามาแทรกแซงพวกเราอย่างไรดีแต่คุณหนูกลับเปิดทางยกตำแหน่งให้คนอื่นโดยตรงเลยหรือเจ้าคะ?”
คนแทรกแซง?ทันใดนั้นเฉินจิ้งเจียพลันดวงตาสว่างวาบมองหนานจือด้วยแววตาดีใจระคนตกตะลึง “หนานจือ เจ้าช่วยเตือนข้าแล้ว!”
หา? หนานจือมองเฉินจิ้งเจียที่ตื่นเต้นดีใจด้วยความงงงวยเมื่อครู่ตนพูดอะไรที่ยอดเยี่ยมออกไปอย่างนั้นหรือ?
ไม่มีนี่?
“คุณหนูท่านชอบพออะไรในตัวซีหร่านกันหรือ? หากท่านอยากหาคนที่เงียบสงบละก็รุ่งขึ้นข้าจะให้พ่อบ้านช่วยหาคน...”