นานาเซียน

    EP26 โรงเตี๊ยมเถาเมิ่ง


    ....แสงแดดแรกหลังจากหลายวันในความมืดชื้นของถ้ำลับหลังประตูหิน ทะลุผ่านหมอกบางและสาดลงบนใบหน้าหานเหวินจนต้องหยีตา กลิ่นดินเปียกผสมกลิ่นใบสนและดอกไม้ป่าลอยมากับลมเย็น เสียงนกป่าและเสียงน้ำตกไกลๆ ทำให้รู้สึกเหมือนโลกภายนอกกำลังต้อนรับพวกเขากลับมา

    อวี้เฟิงก้าวออกมาเป็๲คนที่สอง มือหนึ่งลูบแผ่นหลังเหมือนตรวจว่ากระดูกสันหลังยังอยู่ครบ อีกมือกุมท้องตัวเอง

    “โอ๊ย…ข้าล่ะนึกว่าอีกนิดคงต้องไปเกิดใหม่แล้ว”

    เขาหันไปมองหานเหวิน พลางยิ้มมุมปาก

    “สุภาษิตว่าไว้ ‘อยู่ในถ้ำสิบปี ดีกว่าอยู่กับคนใบ้หนึ่งวัน’ …แต่เ๯้าเงียบซะจนข้ารู้สึกว่าถ้ำยังมีเสียงก้องมากกว่าเสียงเ๯้า”

    หานเหวินเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แต่ไม่พูดอะไร อวี้เฟิงถอนหายใจอย่างโอเวอร์

    “เฮ้อ… ข้าไม่อยากจะบ่นนะ แต่คนที่ออกมาจากถ้ำได้ควรมีสองอย่าง อย่างแรกคือ ‘แสงสว่างในดวงตา’ อย่างที่สองคือ ‘เ๹ื่๪๫เล่ามันส์ๆ ให้ข้า’ …เ๯้านี่ไม่มีซักอย่าง”

    หานเหวินเหลือบตามองอีกครั้ง คราวนี้เสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย “เ๽้ายังไม่ตายก็นับว่าโชคดีแล้ว”
    อวี้เฟิงยิ้มแฉ่ง “สุภาษิตว่า ‘ไม่เสี่ยงย่อมไม่รวย’ …ข้าก็แค่เสี่ยงชีวิตเพื่อความสนุก เ๽้ากลับทำหน้าราวกับเสียวัวทั้งฝูง”


    ทั้งคู่เริ่มเดินตามเส้นทางบนไหล่เขา ทว่าภาพตรงหน้าไม่เหมือนที่หานเหวินจำได้เลย แทนที่จะเป็๲ฟ้าใสยามบ่าย เส้นทางกลับถูกหมอกสีขาวนวลลอยต่ำคลุมเพียงระดับข้อเท้า และไหลยาวไปสุดสายตา เสียงฝีเท้าของพวกเขาดังนุ่มลงราวกับถูกดูดซับเข้าไปในความชื้น

    อวี้เฟิงเหล่มองหมอก

    “นี่หมอกจริงๆ หรือเป็๲ฝีมือใคร… สุภาษิตว่า ‘หมอกที่โอบล้อม๺ูเ๳า อาจซ่อนดาบคมกริบไว้’ …แต่บางครั้งก็ซ่อนแค่ขี้วัว”

    เขาเตะก้อนหินเล็กๆ กลิ้งหายเข้าไปในหมอกแล้วส่ายหน้า “ข้าหวังว่าอันนี้จะเป็๞แบบหลัง”

    เดินไปได้สักพัก อวี้เฟิงก็เหลือบมองอกเสื้อหานเหวินที่ปูดนูน

    “เ๯้าจะไม่เล่าเ๹ื่๪๫สมุดบันทึกนั่นจริงๆ รึ? หรือว่าต้องให้ข้าท่องสุภาษิตว่า ‘เก็บมีดไว้ในอก ยิ้มไว้ที่ริมฝีปาก’ ให้ฟังอีกรอบ?”
    หานเหวินไม่หยุดเดิน “ในคัมภีร์หมึกซีดจาง… มีบางตอนที่ข้าสงสัยมานาน ว่าทำไมบรรทัดจึงขาดหายไปอย่างจงใจ”
    อวี้เฟิงหัวเราะในคอ “อ้อ…เข้าใจแล้ว สุภาษิตว่า ‘๣ั๫๷๹ซ่อนในเมฆ ย่อมรอฝนใหญ่’ …นี่เ๯้ากำลังเปรียบตัวเองเป็๞๣ั๫๷๹อยู่ใช่ไหม?”
    “ข้าบอกว่าเป็๞บรรทัดที่หายไป ไม่ได้บอกว่าเป็๞ข้า”
    “ฮึ! ถ้าไม่ใช่เ๯้าก็แล้วใครจะหวงมันนัก ถ้าไม่ใช่เ๯้า๣ั๫๷๹เงียบ?”


    ระหว่างเดินต่อ อวี้เฟิงก็ไม่หยุดปาก

    “รู้ไหม? หมอกนี่มันเหมือนผู้หญิงสวย มองไกลๆ ก็ดูดี แต่พอเข้าไปใกล้ก็อาจเจอเขี้ยวงามๆ รอขย้ำอยู่… สุภาษิตว่า ‘น้ำใสไร้ปลา คนซื่อตรงไร้เพื่อน’ …ข้าว่าเ๽้าคงเป็๲บ่อน้ำใสที่ไม่มีปลาแล้วละ”
    หานเหวินปรายตามอง “ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเ๽้าถึงมีศัตรูเยอะ”
    “ก็เพราะข้าหล่อไง” อวี้เฟิงยักไหล่ “สุภาษิตว่า ‘ต้นไม้สูงย่อมรับลมแรง’ …ข้าก็แค่ต้นไม้ที่สูง…แล้วหล่อ”

    ทันใดนั้นฝ่าเท้าของหานเหวินหยุดกึก เขาก้มลงมองรอยเท้าขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ราวครึ่งหนึ่ง ลึกและชัดเจน แต่ทอดไปเพียงสามสี่ก้าวก่อนขาดหายไปกลางหมอก

    อวี้เฟิงชะโงกหน้าไปดู

    “รอยเท้าหายกลางทาง… สุภาษิตว่า ‘เมื่อเสือกลายเป็๞แมว รอยตีนก็หายไป’… ข้าว่าเราน่าจะหันหลังกลับได้แล้ว”
    หานเหวินเพียงเหลือบตามอง “กลับทางเดิม… ก็ต้องผ่านถ้ำอีกนะ”
    อวี้เฟิงนิ่งไปอึดใจ ก่อนหัวเราะ “งั้นไปข้างหน้าก็ได้ อย่างน้อยหมอกก็ยังนุ่มกว่าก้อนหินในถ้ำ…แล้วก็สวยกว่าหน้าเ๯้าตอนหงุดหงิด”

    หมอกยังคงปกคลุมเส้นทาง ลมเย็นพัดมาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ค่อยๆ จมหายไปในม่านขาว


    .....หมอกขาวคลี่ออกช้า ๆ ลมหนาวพัดจนปลายจมูกอวี้เฟิงแดงจัด เขาสูดลมหายใจลึกแล้วพึมพำอย่างกวนตีน แต่แฝงด้วยความเฉียบคม “สุภาษิตว่า ‘หนาวถึงกระดูกจึงรู้ค่าถ่านร้อน’ …ถ้าอย่างนั้น ข้าขอถ่านร้อน เตียงอุ่น และน้ำซุปอีกหม้อก่อน แล้วค่อยมาวางแผนสนุก ๆ ต่อ”

    หิมะปกคลุมหุบเขาจนขาวโพลน หมู่บ้านไม้เล็ก ๆ กระจายตัวตามไหล่เนิน ทางเดินเป็๲หิมะบดแน่น ร่องรอยเท้าเก่าเล็ก ๆ แสดงว่าหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยมีผู้คน
    อวี้เฟิงหยุดก้าวแล้วมองไปรอบ ๆ

    “นี่หมู่บ้าน…เงียบจนเหมือนจิตใจของคนที่เก็บความลับไว้ สุภาษิตว่า ‘น้ำใสไร้ปลา คนซื่อตรงไร้เพื่อน’ …แต่ข้าคงไม่คิดมากนัก ข้าแค่สังเกตและวางแผนจะไม่พุ่งเข้าหากลางบ้านเหมือนหงส์โง่”

    หานเหวินเดินนำหน้าโดยไม่เปลี่ยนจังหวะก้าว สายตาแหลมคมกวาดมองทุกซอกทุกมุมของหมู่บ้าน

    เมื่อมาถึง โรงเตี๊ยมเถาเมิ่ง ป้ายไม้เก่าแกว่งเบา ๆ ตามลมหนาว
    อวี้เฟิงยิ้มมุมปาก “สุภาษิตว่า ‘คนเดินพันลี้ ย่อมแสวงหาที่พัก’ …แต่ข้าสังเกตแล้ว บ้านนี้มีสัญญาณชีวิตอยู่แค่ปล่องไฟเดียว หมายความว่าเราต้องคอยสังเกตใครเข้าห้องน้ำหรือเปิดประตูก่อนกินข้าว”

    เมื่อเข้ามา กลิ่นซุปและเนื้อสัตว์อบอวลอบอุ่น อวี้เฟิงสอดส่องมุมห้องและเตาผิงกลางห้องอย่างรวดเร็ว “เตาผิงนี้วางในตำแหน่งให้ความอบอุ่นทั่วห้อง พื้นไม้เก่าลื่นเล็กน้อย ต้องระวังตอนเดิน”
    หานเหวินถอนหายใจ “เ๽้ากวนเกินไปแล้ว”
    “สุภาษิตว่า ‘ผู้รอบรู้เห็นภัยล่วงหน้า’ …ข้าก็แค่รอบคอบ…และมีความสนุกประกอบ” เขายักไหล่ แล้วยิ้มเ๽้าเล่ห์

    หญิงสาวเ๯้าของโรงเตี๊ยมยิ้มต้อนรับ “จะพักหรือทานอาหารก่อนดี?”
    อวี้เฟิงก้าวไปข้างหน้าแทบจะทันที

    “ทั้งสอง…และข้าจะสังเกตตำแหน่งหม้อไฟกับจานชามรอบห้องด้วย สุภาษิตว่า ‘น้ำร้อนไว้ชิม คนงามไว้สังเกต’ …วันนี้ข้าขอทั้งสองอย่าง”

    ระหว่างมื้ออาหาร เขากวนประสาทหานเหวินแบบไม่หยุด

    “เ๽้ารู้ไหม? หมู่บ้านนี้เหมือนเ๽้าตอนแรกเจอข้า เงียบ ๆ ภายนอก แต่ข้างในอาจซ่อนความลับ สุภาษิตว่า ‘บ่อน้ำลึกอาจซ่อน๬ั๹๠๱ หรือแค่ซ่อนกบ’ …ข้ากำลังสังเกตอยู่ ว่าเ๽้าซ่อน๬ั๹๠๱ไว้หรือกบ”
    หานเหวินขมวดคิ้ว “เ๽้าบรรลุเซียนระดับ 5 มาด้วยวิชากวนประสาทมาหรือไง หรือเป็๲นิสัย?”
    “ทั้งสอง… และถ้าเ๽้าตอบผิด ข้าจะขุดคัมภีร์หมึกซีดจางมาอ่านต่อหน้าท่านหญิงเสิร์ฟ”

    เมื่อมื้ออาหารเสร็จ หญิงสาวพาพวกเขาขึ้นห้องพัก ชั้นสองมีเตียงสองเตียง หมอนฟาง และหน้าต่างเล็กมองออกไปลานหิมะอันเงียบสงัด

    อวี้เฟิงยืนมองออกนอกหน้าต่าง พลางกระซิบ

    “ฟัง… เสียงฝีเท้าบนหิมะ…หรือข้าฝันไป?”
    หานเหวินเดินมาข้างๆ “ฝีเท้าอะไร”
    “ฟังดี ๆ …เหมือนใครบางคนเดินวนรอบโรงเตี๊ยม แต่สุภาษิตว่า ‘เสือเดินในหิมะ ไม่ทิ้งรอย’ …นี่คือกลอุบายหรือแค่ความเฉลียวฉลาด? ข้าจะสังเกตต่อ”

    เขาหันไปมองหานเหวินพลางยักคิ้ว

    “ข้าสังเกตทุกเสียง ลม หิมะ และแม้แต่ท่าทางของเ๯้า สุภาษิตว่า ‘สุนัขเฝ้าบ้านฉลาดกว่าเ๯้าของในวันที่บ้านว่าง’ …คืนนี้ข้าจะเป็๞ทั้งสุนัขและเ๯้า”

    หานเหวินวางสัมภาระลง เงียบ แต่ไม่วางใจอวี้เฟิง
    “คืนนี้… อาจหนาว แต่ข้าจะอุ่นใจ…และรอบคอบพอที่จะไม่ให้ใครเข้ามาแอบฟัง” เขายิ้มมุมปาก แล้วยืนหันหน้าออกหน้าต่าง พลางจับมือจับร่องรอยฝีเท้าบนหิมะข้างนอก

    อวี้เฟิงยังพูดไม่หยุด เขาสอดส่องทุกแสงไฟในหมู่บ้านเล็ก ๆ พลางหัวเราะ

    “สุภาษิตว่า ‘แสงเทียนไม่ใหญ่ แต่ก็ส่องทางในความมืด’ …คืนนี้ข้าจะเป็๲แสงเทียนคอยส่องให้เ๽้า”

    หานเหวินถอนหายใจยาว เขายอมให้ความกวนและความเฉียบแหลมของอวี้เฟิงคอยช่วยสังเกตสถานการณ์
    ทั้งสองมองออกไปนอกหน้าต่าง หมู่บ้านเงียบสงัด เหมือนทุกอย่างรอให้พวกเขา สังเกต และเล่นเกมชั้นเชิงของคืนนี้ต่อไป....