เช้าวันใหม่ อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าโปร่งโล่ง กลิ่นดอกกุ้ยฮวาจาง ๆ ลอยมาตามสายลมปลายคิมหันตฤดู ซินซินนั่งอยู่ในครัวของเรือนใหญ่อย่างตั้งอกตั้งใจ แสงแดดยามเช้ารำไรส่องลอดหน้าต่างไม้ไผ่ทอลาย ตกกระทบบนใบหน้านวลใสของหญิงสาวราวภาพวาดงาม
มือเรียวของนางกำลังปั้นแป้งเม็ดเล็ก ๆ ทีละก้อนอย่างประณีต บรรจงสอดไส้ด้วยน้ำผึ้งกุ้ยฮวาที่ต้มเองสด ๆ กลิ่นหอมละมุนชวน ท่ามกลางเสียงกาน้ำเดือดเบา ๆ และไออุ่นจากเตาฟืน
“คุณหนู จู่ ๆ ทำไมถึงนึกอยากทำขนมขึ้นมาได้เล่าเ้าคะ?” แม่ครัวใหญ่เอ่ยอย่างงุนงงแต่ก็ยินดีช่วยสอนอย่างอดทน
ซินซินยิ้มขึ้นก่อนหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้เอ่ยคำตอบออกไป เพียงนึกขึ้นมาในใจ
‘ก็ข้าเคยดูในซีรีส์เื่หนึ่งน่ะสิ เห็นนางเอกกินขนมกุ้ยฮวาแล้วข้าก็อยากรู้ว่าของจริงมันจะหอมหวานขนาดไหน จะอร่อยจริงหรือเปล่า’
ในอดีต ตอนเป็ซินดี้ เธอเคยลองทำขนมแบบนี้ที่คอนโด เพราะอยากรู้ว่ามันจะเหมือนในซีรีส์จีนโบราณที่เธอคลั่งไคล้หรือไม่ ผลก็คือ เละไม่เป็ท่า แถมแป้งยังดิบติดมือเสียอีก
แต่ตอนนี้ ซินซินที่ติดอยู่ในโลกโบราณ กลับอยากลองลิ้มรสของจริงอย่างแท้จริง จากต้นตำรับด้วยมือของตัวเอง
หลังจากใช้เวลาเนิ่นนาน ขนมกุ้ยฮวาก็เสร็จสมบูรณ์ สีขาวนวลสอดแทรกด้วยเกสรดอกกุ้ยฮวาทองอ่อน หอมฟุ้งจนแม้แต่แม่ครัวยังอดเอ่ยปากชมไม่ได้
ซินซินตักขนมขึ้นชิมอย่างช้า ๆ รสหวานละมุนของน้ำผึ้งกุ้ยฮวาอบอวลในปาก ทำให้ใบหน้าเธอสว่างสดใสขึ้นทันที
ขณะที่นางกำลังเพลิดเพลินกับขนมอยู่ จู่ ๆ สาวใช้คนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ
“คุณหนูเ้าคะ มีคนจากตำหนักฮองไทเฮามาหาเ้าค่ะ”
กงกงผู้สูงวัยโค้งกายอย่างนอบน้อม อยู่ด้านหลังสาวใช้ ท่าทางเคร่งขรึมและเงียบสงบ
“คุณหนูเซี่ย… ฮองไทเฮาทรงมีรับสั่งเรียกให้เข้าเฝ้าขอรับ ทรงกังวลที่คุณหนูตกน้ำคราวก่อน ท่านหลับไหลไปเสียหลายวัน พระองค์ทรงเป็ห่วงสุขภาพของคุณหนูมากขอรับ”
ซินซินที่กำลังถือจานขนมอยู่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจและรับปากอย่างเลี่ยงไม่ได้ นางยิ้มบาง ๆ ก่อนจะรับคำด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“เ้าค่ะ”
ภาพในอดีตย้อนกลับมาในความทรงจำ
นางเป็เด็กหญิงตัวน้อยที่ไร้มารดามาั้แ่เล็ก อายุห่างจากพี่ชายถึงสิบปี พี่ชายจึงแทบไม่มีเวลาว่างมาเล่นด้วย เพราะต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนัก ด้วยเหตุนี้ นางจึงมักติดตามบิดาเข้าวังอยู่บ่อยครั้ง
ฮองไทเฮาผู้ปรารถนาจะมีบุตรสาวอยู่แล้ว ทรงเอ็นดูเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้เป็พิเศษ ทรงเรียกนางเข้าวังไปเล่นที่ตำหนักบ่อยครั้ง พระองค์อบอุ่น อ่อนโยน และเอ็นดูซินซินดั่งลูกหลานแท้ ๆ
ฮองไทเฮาย่อมทรงทราบถึงหัวใจของนางที่มีให้แก่หลี่เฟยหลง โอรสของพระองค์ แต่พระองค์ไม่เคยกีดกัน เพียงทอดพระเนตรอย่างเงียบงัน พระองค์เคยตรัสว่า หากทั้งสองมีใจให้กัน พระองค์ย่อมยินดีด้วยใจจริง แต่หากหลี่เฟยหลงเห็นนางเป็เพียงน้องสาว พระองค์ก็จะหาบุรุษผู้เพียบพร้อมและเหมาะสมมาทำให้นางมีความสุขแทน
เมื่อถึงตำหนัก ฮองไทเฮาทรงประทับอยู่บนบัลลังก์หยก สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นทองคำอย่างงดงาม ทว่าในรอยยิ้มนั้นยังเปี่ยมด้วยความอบอุ่นและเมตตาอย่างลึกซึ้ง
ซินซินคุกเข่าลงอย่างนอบน้อมเบื้องหน้าบัลลังก์หยกของฮองไทเฮา ผืนพรมเนื้อดีใต้เข่ารองรับััเบา ๆ ของหญิงสาวที่กิริยางดงามสงบ มือเรียวประคองถาดหยกที่วางขนมกุ้ยฮวาไว้ด้วยความบรรจง
ขนมก้อนกลมขนาดพอดีคำ สีขาวนวลสอดแทรกด้วยกลีบดอกกุ้ยฮวาทองอ่อน ส่งกลิ่นหอมละมุนชวนลิ้มรสลอยเอื่อยในอากาศ
“ถวายพระพรฮองไทเฮาเพคะ… วันนี้ซินเอ๋อร์ได้ลองทำขนมกุ้ยฮวามาถวายเพคะ”
ฮองไทเฮาทรงทอดพระเนตรขนมตรงหน้าอย่างประหลาดใจ
“เ้าทำเองหรือซินเอ๋อร์? อ้ายเจียจำได้ว่าแต่ก่อนเคยสอนเ้าให้ทำขนมที่เฟยหลงชอบ แต่เ้าทำออกมาเละเสียจนอ้ายเจียต้องหัวเราะจนท้องแข็ง เ้าจำได้หรือไม่ว่าเ้าพูดเองว่าจะไม่ทำอาหารอีกเลยมิใช่หรือ?”
ซินซินหน้าแดงก่ำ รีบหลบสายตาอย่างเก้อเขิน
“เอ่อ… คือ่นี้ซินเอ๋อร์เพิ่งฟื้นร่างกายเพคะ อยู่แต่ในจวนก็เบื่อ เลยลองฝึกอะไรใหม่ ๆ ดูบ้างเพคะ”
ฮองไทเฮาทรงแย้มสรวลเบา ๆ พระเนตรเปล่งประกายอ่อนโยน
“หืม อ้ายเจียดีใจที่เ้ายังกล้าลองผิดลองถูกนะซินซิน” พระองค์ทรงหยิบขนมขึ้นชิมอย่างอ่อนช้อย
“รสชาติดี… หอมละมุน… ฝีมือเ้าดีขึ้นมากจริง ๆ”
ฮองไทเฮาทรงยิ้มอย่างพอพระทัย ก่อนทอดพระเนตรซินซินอย่างอาทร
“ร่างกายดีขึ้นแล้วหรือไม่ หืม? ดูสิ ผิวเ้าซีดไปเยอะเลย อดเป็ห่วงเ้าไม่ได้…อ้ายเจียไม่อยากให้เ้าเป็อะไรไปนะซินเอ๋อร์ เ้าโตมาในสายตาอ้ายเจียแต่เล็ก อ้ายเจียเองก็เห็นเ้าเป็เหมือนบุตรสาวอีกคนหนึ่ง”
ซินซินเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตฉ่ำไปด้วยหยดน้ำตาเล็กน้อย
“เพคะ ซินเอ๋อร์จะดูแลตัวเองให้ดีเพคะ”
ฮองไทเฮาทรงปรานีตรัสสั่งให้กงกงยกถาดหยกเข้ามา ภายในถ้วยหยกเนื้อดีสีเขียวอ่อนนั้นบรรจุยาสมุนไพรสีดำขลับ กลิ่นหอมจาง ๆ ของตัวยาโบราณลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วตำหนัก
“อ้ายเจียให้ตำหนักโอสถปรุงยาบำรุงโดยเฉพาะมาให้เ้า”
ฮองไทเฮาทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปหยิบถ้วยยาแล้วยื่นให้ซินซินด้วยพระองค์เอง พระสุรเสียงของพระองค์นุ่มนวล แฝงความห่วงใยลึกซึ้ง
“ขมหน่อย แต่ดื่มแล้วดีต่อร่างกาย ดื่มให้อ้ายเจียสบายใจเถิดนะ ซินเอ๋อร์”
ซินซินรับถ้วยยามาด้วยสองมืออย่างนอบน้อม ก้มมองถ้วยยาสีดำขลับในมือ ใบหน้าเล็กเริ่มบูดเบี้ยวอย่างไม่ปิดบัง นางเบะปากน้อย ๆ ก่อนจะพึมพำเสียงอ่อน
“ซินเอ๋อร์ไม่ชอบยาขมเลยเพคะ”
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความงอแงเจืออ่อนโยน ราวกับเด็กหญิงในวันวานยังคงอยู่ในกายผู้ใหญ่
ฮองไทเฮาทรงหัวเราะเบา ๆ เสียงใสกังวานเปี่ยมด้วยความเอ็นดู พระเนตรทอดมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างแสนรัก
“อ้ายเจียรู้ จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เ้าก็เบะปากใส่ยาขมเช่นนี้ทุกครั้ง”
พระองค์ส่ายพระเศียรน้อย ๆ ก่อนตรัสต่อด้วยน้ำเสียงละมุน
“เ้าดื้อเหมือนเดิมจริง ๆ ซินเอ๋อร์ ดื่มเถิดนะ จะได้แข็งแรง หากเ้ายังป่วย อ้ายเจียจะไม่สบายใจ”
ซินดี้สบพระเนตรนั้นนิ่ง ๆ ความอบอุ่นบางอย่างไหลรินในอกจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ นางสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะยกถ้วยยาขึ้นจรดริมฝีปาก
“ถ้าเป็พระประสงค์ของฮองไทเฮา ซินเอ๋อร์จะดื่มเพคะ”
ฮองไทเฮาทรงยิ้มบาง มืออุ่นนุ่มแ่เบายกขึ้นลูบศีรษะของซินเอ๋ออย่างอ่อนโยน ราวกับจะปลอบโยนและปัดเป่าความทุกข์จากใจนางไปในคราเดียว
“ดีมาก เ้าจะดื้ออย่างไรก็ได้ แต่หากทำให้อ้ายเจียต้องเป็ห่วงอีก… อ้ายเจียจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ”
เสียงของพระองค์ยังอ่อนโยนไม่เปลี่ยน แต่แฝงด้วยความจริงจังในถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความเอ็นดู
ซินซินเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเปี่ยมเมตตานั้น ยิ้มแหย ๆ อย่างรู้ตัว
“ซินเอ๋อร์ไม่อยากให้พระองค์โกรธเพคะ”
นางตอบพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย คล้ายเด็กน้อยที่รับปากผู้ใหญ่ด้วยความรู้สึกเกรงใจและรักใคร่ลึกซึ้ง
ฮองไทเฮาทรงพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน ทรงทอดพระเนตรหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรักใคร่ดุจมารดาผู้มองบุตรสาวอันเป็ที่รัก
“และเื่เฟยหลง… อ้ายเจียไม่อยากให้เ้ามัวแต่ผูกหัวใจไว้กับเด็กดื้อเฉกเช่นเขา หากเขาไม่เห็นเ้าเกินกว่าน้องสาว เ้าก็จงอย่าปิดหัวใจตัวเองเลย ซินเอ๋อร์ เ้าทั้งงาม ทั้งเพรียบพร้อม เป็เด็กดีผู้เปี่ยมด้วยน้ำใจ เ้าคู่ควรกับผู้ที่เห็นค่าในสิ่งเหล่านี้ และรักเ้าด้วยหัวใจอย่างแท้จริง”
ซินซินนิ่งฟังทุกถ้อยคำที่เปี่ยมด้วยความห่วงใยจากฮองไทเฮา ดวงตากลมโตหลุบลงต่ำก่อนจะเงยขึ้นอีกครั้งอย่างแน่วแน่ รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปาก
“ซินเอ๋อร์ตัดใจจากท่านอ๋องเฟยหลงแล้วเพคะ”
เสียงของนางอ่อนโยนแต่หนักแน่น ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“ต่อให้เคยหวังไว้มากเพียงใด แต่ซินเอ๋อร์ก็เข้าใจแล้วว่า ความรู้สึกเพียงฝ่ายเดียวไม่อาจนำพาไปถึงปลายทางได้ ซินเอ๋อร์เหนื่อยแล้วเพคะ ไม่คิดจะฝืนใจผู้ใด ไม่คิดจะไขว่คว้าในสิ่งที่ไม่อาจเป็ของตนอีก”
ฮองไทเฮาทอดพระเนตรใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าอย่างเงียบงัน พระเนตรอ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะยกมือขึ้นแตะศีรษะนางเบา ๆ อีกครา
“เด็กดี… เ้าตัดสินใจได้ถูกแล้ว”
พระสุรเสียงแ่เบา ทว่ามั่นคง
“เ้าวางใจได้เถิดซินเอ๋อร์ หากวันใดเขามีใจให้เ้าอย่างแท้จริง ก็ย่อมเป็เขาที่ต้องไล่ตามเ้าเอง… ไม่ใช่เ้าอีกต่อไปแล้วที่ต้องไขว่คว้าหรือทอดหัวใจให้ผู้ใดโดยไร้ความหมาย”
ซินซินหลุบตาลงช้า ๆ ดวงตากลมโตวาวระยับขึ้นด้วยแสงแห่งความตื้นตัน ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ด้วยท่าทีอ่อนหวาน
“เพคะ… ซินเอ๋อร์จะเชื่อฟังพระองค์เพคะ”
ในวินาทีนั้น ซินซินยิ้มบาง ๆ ความอบอุ่นจากััของพระหัตถ์บนศีรษะ ดวงใจพลันอบอุ่นไปด้วยความซาบซึ้ง
ความอบอุ่นที่มอบให้เธออย่างจริงใจเช่นนี้จากฮองไทเฮา แม้แม่ผู้ให้กำเนิดจะจากไปแล้ว แต่ในยามนี้…ความอ่อนโยนจากฮองไทเฮา ความห่วงใยที่เปี่ยมด้วยรักและความเข้าใจ กลับทำให้นางรู้สึกเสมือนได้กลับสู่อ้อมกอดของแม่อีกครั้ง