"หรือว่า…จะเป็ธาตุพิเศษ?" ชายชราผมขาวพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่จะจ้องมองไปยังไทก้าด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
"โฮ่ๆ เ้าเด็กนี่นับว่าหาได้ยากยิ่ง" ชายชราพูดออกมาพร้อมหัวเราะเบาๆ
เอเทนไม่พูดอะไรต่อกลับยังคงยืนดูอยู่ด้านหลังเงียบๆเท่านั้น
ในขณะที่ไทก้านั่งอยู่ในวงเวทย์นั้นจะไม่ได้รับรู้เื่ภายนอกที่เกิดขึ้น ไทก้านั่งหลับตา ภายในร่างกายของไทก้าตอนนี้มีความรู้สึกเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวเย็นเดี๋ยวอุ่น พร้อมกลับรู้สึกเป็หนึ่งเดียวกับจิตใจ ผ่านไปครู่หนึ่ง ไทก้าจึงลืมตาขึ้น
เมื่อลืมตาขึ้นไทก้าก็พบว่าตอนนี้เวลาค่ำลงเสียแล้ว มีโคมไฟตั้งอยู่รอบๆให้แสงสว่าง ตอนนี้ชายชรากับเอเทนไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว
"…"
รอบกายไทก้าวงแหวนเวทย์ค่อยๆหายไป
วูบบบ!…
"ออกจากสมาธิมาแล้วหรือ?" ชายชรากับเอเทนเดินเข้ามาพร้อมถามไทก้า
"นี่เป็อาคมหรืออะไรขอรับ ทำไมถึงได้มืดแบบนี้หรือขอรับ?" ไทก้าถามขึ้น
"เ้าเข้าสมาธิไปราวๆ เจ็ดถึงแปดชั่วโมงหน่ะ" เอเทนบอกกับไทก้า
"ห๊ะ อะไรนะ?" ไทก้าตอบกลับด้วยท่าทีใเล็กน้อย
พร้อมกล่าวต่ออีกว่า "แต่ข้ารู้สึกว่า ข้าเพียงนั่งอยู่ห้าถึงสิบนาทีเองนะ"
"โฮ่ๆ เื่นี้มันก็แปลกอยู่เล็กน้อยเช่น แต่อาจจะเป็เพราะเ้าเป็คนของอีกโลกและไม่เคยฝึกจิตเลย ทำให้เข้าสมาธิไปนานกว่าปกติ"ชายชราบอกกับไทก้า
"เอาล่ะ ในตอนแรกข้ากับเอเทนคิดว่าจะบอกเ้าให้ฝึกเพียงหนึ่งธาตุที่เหมาะกับเ้า แต่มันคงจะดีกว่าหากบอกความสามารถทั้งหมดให้เ้าได้รู้ ซึ่งมันจะมีผลต่อการพัฒนาของเ้าด้วยว่าเ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน เืของเ้า เข้าได้กับทุกธาตุ ซึ่งเ้าสามารถฝึกในธาตุสายใดก็ได้ที่เ้าชอบ"ชายชราผมขาวอธิบาย
"เช่นนั้นข้าสามารถฝึกธาตุใดก็ได้ที่ข้าชอบงั้นรึ? แบบนี้ก็ดีหน่ะสิขอรับ ฮ่าๆ" ไทก้ากล่าวด้วยความดีใจ
"โฮ่ๆ นั่นมันก็ดี เพียงแต่หากเ้าฝึกทุกธาตุพร้อมกัน การพัฒนาของเ้าเองจะช้าเอามากๆ ผู้ฝึกจิตเริ่มต้นส่วนใหญ่จะเริ่มฝึกที่ธาตุเดียวทั้งนั้นจนกว่าจะชำนาญจึงจะหาธาตุเพื่อฝึกเสริม นั่นจึงจะทำให้พัฒนาได้เร็วที่สุด"ชายรากล่าวกับไทก้า
"ฮืม…อีกอย่างการที่เ้าสามารถเข้าได้กับทุกธาตุควรเก็บไว้เป็ความลับจะดีกว่า โลกนี้ล้วนอิจฉาผู้มีพร์" ชายชราบอกไทก้าด้วยความจริงจัง
"ขอรับ ข้าจะจดจำไว้…ถ้าเช่นนั้นท่านปู่คิดว่า ข้าควรฝึกธาตุใดดีขอรับ?"ไทก้าถามออกมา
"นั่นมันอยู่ที่เ้าตัดสินใจ ในตอนนี้เ้าไม่ต้องรีบ ข้าให้เวลาคิดกับเ้า หนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าค่อยให้คำตอบข้าละกัน โฮ่ๆ" ชายชราตอบกับพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
เอเทนเองเพิ่งจะเคยเห็นชายชราผมขาวหัวเราะหลายครั้งในหนึ่งวันั้แ่ติดตามชายชราผมขาวมา ดูเหมือนว่าวันนี้ชายชราผมขาวจะอารมณ์ดีเป็พิเศษ
"ข้าให้เอเทนเตรียมอาหารไว้แล้ว ไปกินก่อนแล้วเ้าค่อยไปพักเถอะ" ชายชราบอกกับไทก้า
"ได้ขอรับท่านปู่" พูดจบไทก้าก็เดินไปยังโต๊ะกินข้าว
ในขณะที่กินอาหารกันอยู่ชายชราได้บอกกับไทก้าว่า ในตอนเช้าของทุกวันไทก้าจะต้องฝึกฝนร่างกายกับเอเทน เพราะร่ายกายของไทก้าในตอนนี้อ่อนแอเกินไปดังนั้นต้องฝึกร่างกายให้แข็งแรงด้วย และหลังจากนั้นค่อยมาฝึกจิตกับชายชราผมขาวใน่บ่าย
หลังจากกินข้าวเสร็จและพูดคุยกับชายชราเล็กน้อยไทก้าก็เข้ามานอนในที่พักของตนเอง
"เฮ้อ… ไม่ใช่เื่ง่ายเลย ข้าควรจะเลือกอะไรดีนะ เวลาของข้าช่างน้อยเหลือเกิน"ไทก้าพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะนอนคิดสักพักจากนั้นจึงเผลอหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าเพิ่งจะส่องเข้ามา ไทก้าลุกออกมาด้านนอกเตรียมพร้อมที่จะฝึกร่างกาย
เอเทนเมื่อเห็นไทก้าก็บินลงมาจากบนต้นไม้ใหญ่ พร้อมกลายร่างเป็มนุษย์
ตุบ!
"ตื่นเช้าดีหนิ อืม…ข้าจะเริ่มฝึกกายให้กับเ้าอย่างหนักั้แ่วันนี้ บอกไว้ก่อน ก่อนฝึกของข้าไม่ได้ใจดีหรอกนะ ถ้าข้าเห็นเ้าอิดออดเมื่อไหร่ข้าจะทำโทษเ้าทันที"เอเทนกำชับไทก้า
"ข้าทราบแล้วพี่นกเอเทน รบกวนท่านด้วยขอรับ"ไทก้าพูดขึ้นอย่างจริงจังเช่นกันเพราะไทก้ารู้ดีว่าเวลาของตนมีไม่มากนัก
"ก่อนอื่นเริ่มวิ่งรอบนี้จนกว่าจะครบ 10 กิโล"พูดจบเอเทนก็บินขึ้นฟ้าคอยดูการฝึกของไทก้า
ไทก้าเข้าฝึกร่างกายอย่างจริงจังในตอนเช้าวันแรกนี้ เอเทนได้จัดการให้ไทก้าออกกำลังกายให้ครบทุกส่วนของร่างกายจนกระทั่งยามเที่ยงมาถึง
"เอาล่ะ เ้าไปพักได้ หลังจากนั้นก็เตรียมตัวฝึกจิตกับนายท่าน" พูดจบเอเทนก็บินขึ้นไปบนต้นไม้ที่เดิม
"เฮ้อ ปวดไปหมดเลย หนักกว่าที่เราคิดซะอีก แต่ก็ดีหน่อยที่ปกติเราเข้าฟิตเนสเป็ประจำเลยไม่ค่อยจะเหนื่อยมาก"พูดจบไทก้าก็นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะหยิบข้าวปั้นที่ชายชราทำไว้บนโต๊ะขึ้นมากิน
ง่ำๆ เสียงเคี้ยวข้าวปั้นด้วยความหิวของไทก้าที่เหนื่อยจากการฝึกั้แ่เช้า
"ไม่ว่าจะกินกี่ครั้งก็อร่อย คุณปู่ทำข้าวปั้นอร่อยจริงๆ" ไทก้าเคี้ยวไปด้วยชมฝีมือการทำข้าวปั้นของชายชราไปด้วย
โดยปกติแล้วผู้ฝึกจิตที่เข้าถึงระดับพลังสูงๆ แทบจะไม่จำเป็ต้องกินหรือดื่มเลยด้วยซ้ำก็สามารถใช้ชีวิตได้ หรือเรียกได้ว่า'อิ่มทิพย์' เลยก็ว่าได้ แต่ในตอนนี้ชายชรารู้ดีว่าไทก้ายังต้องกินดื่มเป็ปกติของมนุษย์ธรรมดาดังนั้นชายชราจึงทำอาหารไว้ให้ไทก้าอยู่เป็ประจำ
เมื่อเวลาบ่ายมาถึงไทก้านั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าชายชรา
"เ้าเลือกได้หรือยัง?"ชายชราถามไทก้า
"ขอรับท่านปู่ ข้าจะฝึกดินเป็การเริ่มต้นขอรับ"ไทก้าตอบ
"เ้ามีเหตุผลอะไรถึงเลือกดินเป็อันดับแรก?"ชายชราถามกลับ
"ในตอนที่ข้าเข้าสมาธิครั้งแรกนั้นข้าััได้ว่าข้านั่งอยู่บนพื้นดิน จากนั้นข้าจึงนึกย้อนไปในตอนที่ถูกเสือสมิงตามล่า และเห็นว่าอานุภาพของอาคมดินก็รุนแรงไม่ใช่น้อยขอรับ"ไทก้าตอบกลับ
หลังจากได้ฟังคำตอบชายชราก็ไม่ใอันใด เพราะในตอนแรกเืของไทก้าก็ลอยไปที่ศิลาดินอยู่แล้ว
"ฮืม…ข้าก็คิดไว้แล้วว่าเ้าต้องเลือกธาตุดินเป็อันดับแรก เอเทนส่งมาให้ข้า"พูดจบชายชราก็หันไปหาเอเทนพร้อมยื่มมือออกไป
เอเทนหยิบของบางอย่างออกมาแล้วยื่นให้กับชายชรา "นี่ขอรับนายท่าน"
เป็หนังสือเก่าเล่มหนึ่ง มีสีน้ำตาลเข้ม ชายชรารับมาแล้วยื่นให้กับไทก้าทันที
ไทก้ารับไว้ จากนั้นจึงมองดูหน้าปกหนังสือ "หือ? ตำราอาคมแห่งดิน"
"เอเทนได้ของสิ่งนี้มาจากกระเป๋าของเสือสมิง อาคมนี้เป็อาคมชั้นต้นถึงกลาง ดังนั้นเ้าสามารถฝึกมันได้"ชายชรากล่าวกลับไทก้า
"นับว่าเ้าโชคดีจริงๆ "เอเทนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวกับไทก้า
ไทก้ารีบเปิดดูด้านในตำรา มีอาคมหลายรูปแบบสำหรับฝึกฝนแม้กระทั่งหอกพสุธาและวิชาะเิรอบทิศ แต่ที่เจ๋งที่สุดคืออาคมดินสร้างร่างเทียม ซึ่งสามารถสร้างร่างให้เหมือนกับตนอีกคน หรือสร้างให้เหมือนกับผู้อื่นได้ แต่อาคมนี้มีความยากระดับสูงมาก ผู้ฝึกได้สำเร็จมีน้อยนัก เพราะต้องแบ่งจิตของตนเข้าไปในร่างเทียมด้วย
"ถึงในนี้มันจะบอกว่ายากก็เถอะ แต่ยังไงถ้าข้าไม่ลองฝึกก็ไม่รู้" ไทก้าพูดออกมาเบาๆ
"เอาล่ะเ้าเก็บหนังสือไปก่อนขั้นแรกเ้าจะต้องรวมจิตเข้าถึงศิลาแห่งดินก่อน จากนั้นค่อยควบคุมศิลานี้เป็รูปร่างต่างๆ หลังจากสำเร็จค่อยฝึกขั้นต่อไป ขั้นนี้เ้าอาจจะใช้เวลาราวๆ หนึ่งเดือนก็เป็ได้"ชายชราบอกกับไทก้า
การฝึกกับศิลาแห่งดินนั้นง่ายกว่าการฝึกกับดินจริงๆ หลายเท่านัก เพราะศิลาแห่งดินจะควบแน่นพลังธาตุดินเอาไว้ ทำให้มนุษย์ััถึงได้ง่าย ส่วนดินทั่วไปพลังธาตุจะเบาบางเอามากๆ จึงััถึงได้ยาก แต่เมื่อััถึงดินทั่วไปได้และควบแน่นดินเป็รูปร่างได้ นั่นก็คือสัญญาณการเข้าถึงพลังจิตระดับหนึ่งนั่นเอง
ไทก้านั่งหลับตาลงเข้าสมาธิพร้อมถือศิลาดินไว้ที่ตัก เวลาค่อยๆไหลไป หนึ่งวันผ่านไป
ไทก้าลืมตาขึ้นช้าๆ รอบด้านมืดสนิท "ยากจริงๆแฮะ"ไทก้าลุกขึ้นจากนั้นจึงเดินเข้าที่พักไป
วันที่สองผ่านไป
ไทก้ายังคงฝึกอย่างต่อเนื่องฝึกกายใน่เช้าและฝึกจิตใน่บ่าย บางวันไทก้านั่งสมาธิจนถึงดึก และวันนี้ก็เข้าสู่วันที่ห้าแล้ว
หลังจากไทก้าฝึกกายอันแสนหนักหน่วงเพิ่มขึ้นทุกวันใน่เช้า ไทก้าได้มานั่งใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อที่จะฝึกจิตควบคุมธาตุดิน เมื่อไทก้าหลับตาลงและค่อยๆส่งกระแสจิตเข้าไปในศิลาแห่งดินไทก้ากลับไม่รู้สึกถึงมันเลยแม้แต่น้อยซึ่งต่างจากวันแรกที่เข้าถึงธาตุดินได้ไวกว่ามาก ไทก้าค่อยๆลืมตาขึ้นอีกครั้ง มองลงไปตรงพื้นดินที่นั่งอยู่
"หรือว่าข้าจะทำอะไรผิดไป" ไทก้าก้มหน้าลงพร้อมกับใช้มือััดิน ทันใดนั้น
วิ้ง! มีความคิดหนึ่งวิ่งเข้ามาในหัวของไทก้า
"จริงสิ ข้าลืมไปซะสนิทเลย"หลังจากพูดจบ ไทก้าจึงได้วางศิลาลงพื้นดิน มือซ้ายแตะไปที่ศิลา มือขวาแตะไปที่พื้นดิน จากนั้นจึงหลับตาลงและค่อยๆเหนี่ยวนำความรู้สึกเข้าไปที่ดินและศิลาดินพร้อมกัน
เพียงครู่เดียว ศิลาดินค่อยๆละลายลงไปในพื้นดินด้านล่าง
ฟู่ว์!…
ขณะที่หลับตาไทก้าค่อยๆยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา ตามด้วยดินที่มีลักษณะคล้ายกับดินเหนียวลอยตามติดขึ้นมาด้วยหนึ่งก้อนขนาดเท่าฝ่ามือ!
เมื่อััได้ว่ามีบางอย่างลอยขึ้นมา ไทก้าจึงลืมตาขึ้นช้าๆ
ดินเหนียวลอยเหนือฝ่ามือทั้งสองของไทก้า ไทก้าลองส่งจิตเปลี่ยนรูปร่างจากทรงกลม เป็สี่เหลี่ยม เป็สามเหลี่ยม
สำเร็จแล้ว!
ไทก้าสามารถเข้าถึงกสิณได้แล้ว…
เอเทนที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ ได้แต่ตกตะลึง!
"นี่ผ่านมาแค่ห้าวันเองนะ? นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนรูปแค่ศิลา แต่เป็การเปลี่ยนรูปของธาตุดิน!" เอเทนอุทานออกมาด้วยความใ!
"โฮ่ๆ จิตระดับหนึ่งรึ? แค่ห้าวันเท่านั้น เ้าเด็กนี่นับเป็อัจฉริยะจริงๆ" พูดจบชายชราก็เดินเข้าไปหาไทก้า
เมื่อไทก้าเห็นชายชราเดินเข้ามาหาจึงยกฝ่ามือที่มีดินเหนียวลอยอยู่ขึ้น จากนั้นค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างไปมาให้กับชายชราดู "ท่านปู่ข้าเข้าถึงกสิณได้แล้วขอรับ" ไทก้ากล่าวออกมาด้วยความดีใจ
ชายชราพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะกล่าวออกไปด้วยรอยยิ้ม
"อืม…จริงๆ แล้วนี่เป็พลังจิตระดับหนึ่งหน่ะ"