นางไม่ใช่แค่เอ่ยวาจาข่มขู่แน่นอน หวังชงเข้าใจว่าพลังของนางเป็อย่างไร หากให้นางใช้พลังของนางจริงๆ เกรงว่าเพียงพริบตาหม่าโจก็คงแหลกสลายไปโดยไม่ทันร้องเอ่ยขอชีวิต และหากเป็เช่นนั้นแผนการของหวังชงก็จะมลายไปพร้อมๆ กับมันทันที
"น้องเล็กอย่ารีบร้อน! "
หวังชงจับไหล่ของน้องสาวตัวน้อย เพื่อดึงสตินางทันที "เื่นี้ให้ข้าจัดการ อย่าลืมว่าเรามีข้อตกลง เ้าคงจะยังเชื่อฟังพี่สามใช่มั้ย? "
"อา! "
บัดนี้นางรู้สึกขัดใจเป็อย่างมาก นางรู้ว่าพี่สามของตนถูกกักบริเวณ 7 วัน เพราะผู้ชายคนนี้
ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายคนในครอบครัวของนาง พวกมันจะต้องตาย แต่ยามนี้นางจำต้องเชื่อฟังพี่ชายของตน
"เด็กดีๆ "
หวังเสี่ยวเหยาพลันสงบสติอารมณ์และตัดสินใจที่จะเชื่อฟังพี่ชายของตน
"หม่าโจว ข้าจะให้อภัยทุกสิ่งทุกอย่างที่เ้าเคยทำกับข้าในอดีต แต่เ้าใช้ชื่อของข้าไปลักพาตัวผู้หญิงบนถนนตอนกลางวันแสกๆ เ้าคิดว่าข้าไม่รู้เื่นี้รึ? "
หวังชง ถามขึ้น เขามองหน้าหม่าโจวอย่างเคร่งขรึม เห็นได้ชัดว่าทุกคนรู้สึกกลัวและกังวลด้วยเหตุผลบางประการ ไม่อยากจะเชื่อว่าหวังชงจะเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้ ราวกับว่าไม่ใช่หวังชงคนเดิมก็มิปาน
"ใครเป็คนบอก! "
“ไอบัดซบนี่มันรู้ได้อย่างไร”
“สารเลวเอ๊ย ใครเป็คนบอกมันวะ?!!”
……………..
ในตอนนี้้หวังชงปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนและทำราวกับว่าเขาเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น บัดนี้พวกมันอยากจะวิ่งหนีเต็มแก่ เื่ในวันนี้เห็นทียากที่จะแก้ไขจัดการ
บัดนี้สีหน้าของหม่าโจวตื่นตระหนกยิ่งยวด แต่หลังจากนั้นมันก็ค่อยๆ สงบสติอารมณ์อย่างช้าๆ กระทั่งมือขวาที่จับแก้มก็เริ่มถอนมือออก
ด้วยความสัตย์จริง หม่าโจวไม่เคยคิดเลยว่าหวังชงจะกลายเป็คนหลักแหลมเช่นนี้ ราวกับว่าไม่มีอะไรรอดพ้นสายตาของเขาไปได้
การกระทำก่อนหน้านี้กลับกลายเป็ถูกเปิดโปงทั้งหมด
"หวังชง เ้าเป็คนรนหาที่เองนะ! "
หม่าโจว ข่มขู่ขณะที่ใบหน้าของมันดำคล้ำ
หวังชงตบหน้ามันต่อสหายคนอื่นๆ มากมาย เช่นนี้แล้วมันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้อีก?
จะไม่เอาความเื่ที่ผ่านมา สิ่งที่หวังชงมันกล่าวมานั้นค่อนข้างจะดูฉลาดขึ้นมากทีเดียว แต่สิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ จากนี้พวกมันจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป
มันจะดีกว่าหากแกล้งทำเป็โง่งม ไม่รู้เื่ราวอันใด
จะไม่เป็การดีกว่าหรือที่ถูกเรียกว่า "นายน้อยหวังชง " และถูกอุปโลกน์ให้กลายเป็ "ผู้นำ"?
หม่าโจวเปิดเผยให้เห็นถึงความโอหังโดยไม่ปิดบัง มันมองมายังหวังชงด้วยท่าทีที่เกลียดชังยิ่ง
"จบสิ้นแล้ว หม่าโจวโกรธเข้าแล้ว! "
"บ้าเอ๊ยหนีเร็ว หม่าโจวมีโทสะเช่นนี้ ไม่ใช่เื่เล่นๆ แล้ว! "
"ครั้งสุดท้ายที่หม่าโจวทำร้ายคุณชายสวะที่ร่ำรวย มันผู้นั้นถึงกับกระดูกหักและต้องฟื้นฟูไปนานแรมปี เ้าหวังชงครานี้เกรงว่าคงไม่จบแค่เืตกยางออก หม่าโจวมันโกรธจนเืขึ้นหน้าแล้ว! "
หลังจากเกิดเื่ เหล่าสหายของหม่าโจวก็ได้สมน้ำหน้าหวังชงด้วยสีหน้าเย้ยหยันและดูถูกราวกับสมควรที่จะได้รับบทเรียนแล้ว
หม่าโจวเป็ไอสารเลวคนหนึ่ง แต่คนเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่ ถ้ามันไม่มีข้อดีอยู่บ้าง มันจะถูกยอมรับในฐานะผู้นำได้เยี่ยงไร?
คนพวกนี้หาใช่อันธพาลไร้สมองเสียที่ไหน!
ทุกคนคิดว่าหวังชงจะถูกขู่ให้หวาดกลัวแล้วขอขมาต่อหม่าโจวในที่สุด
หม่าโจวรู้สึกหงุดหงิดใจเป็อย่างยิ่ง
นายน้อยหวังสมควรจะเป็เพียงหุ่นเชิดตัวน้อยๆ ของมัน แต่บัดนี้หุ่นเชิดตัวน้อยๆ ริอ่านล้มผู้เชิดหุ่นชักใยอย่างนั้นรึ?
เยี่ยงนี้ หม่าโจว หรือจะสามารถทนได้?
บัดนี้ทั่วร่างของมันปรากฏไปด้วยเสียงกระดูกเคลื่อนดัง กร๊อบแกร๊บ! เส้นเืของมันปูดนูนไปทั่วทั้งร่างราวกับจะปริแตก
“ถ่ายไขกระดูก”
พลังของหม่าโจว อยู่ในระดับ 4 เมื่อเทียบกับลูกวัวน้อยอย่างหวังชง ที่อยู่ในระดับ 3 เท่านี้ก็เห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน!
"จะเอาจริงๆ ใช่มั้ย? นับว่าเ้าแส่หาเื่เองนะ! " หม่าโจวยิ้มกว้างขึ้น
"โอ้ว จริงรึ? "
หวังชงหัวเราะเยาะโดยไม่กังวลหรือกลัวแม้แต่น้อย หม่าโจวพลันใยิ่ง ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันจึงรู้สึกว่าบัดนี้ราวกับไม่ใช่หวังชง แต่เป็คนอื่น
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มันได้พุ่งเข้าไปหาหวังชงราวกับดาวหางพร้อมกับหวดกำปั้นออกไปอย่างสุดกำลังจนปรากฏเสียงกระดูกแตกดังขึ้น กึกก้องกังวาน หม่าโจวที่ได้ยินดังนั้นมันจึงมองไปยังหวังชงด้วยท่าทีแสยะยิ้ม แต่ยังไม่ทันดีใจ กลับปรากฏสุรเสียงดังขึ้นรอบทิศทาง
"นะ...นายน้อยหม่า จมูกท่าน! "
รอบด้านปรากฏเป็เสียงอื้ออึง ทุกคนต่างมองมายังมันราวกับว่าเป็ตัวน่ารังเกียจก็มิปาน
"จมูกของข้าเป็อะไร? "
หม่าโจวยังไม่รู้สึกตัว ครู่ต่อมามันก็รู้สึกเ็ปยิ่ง จมูกของมันเหมือนถูกจุ่มอยู่ในกองไฟ คนปวดแสบปวดร้อนเป็อย่างยิ่ง ไม่นานนักเืก็ได้พุ่งทะลักออกมาอย่างน่าสยดสยอง
"อ๊ากกกก จมูกข้า! "
หม่าโจว ะโเสียงดังฟังชัด จนทำให้คนที่ได้ยินเสียงรู้สึกเ็ปแทน ขณะนั้นหม่าโจวตระหนักว่าเสียงที่มันได้ยินไม่ได้มาจากหวังชง แต่มาจากจมูกของมันเองที่ถูกหวังชงต่อยแบบไม่รู้ตัวเมื่อครู่นี้
กระดูกจมูกเป็กระดูกส่วนที่เปราะบางที่สุดในร่างกายมนุษย์ และยังอ่อนแอที่สุด
หลังจากที่หม่าโจวถูกต่อยจมูก ร่างกายของมันพลันอ่อนแอลงทันที มันจับจมูกของตนและคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมเสียความสามารถในการต่อสู้ไปในที่สุด
หม่าโจว ไม่เข้าใจว่าเขาชกหมัดนี้ออกมาได้อย่างไร!
หม่าโจวไม่เข้าใจตัวเองและจากที่คนอื่นพูด พวกมันเห็นหวังชงก้าวเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น จากนั้นกำปั้นของหม่าโจวที่ชกออกไปเพื่อที่จะต่อยหวังชงได้พลาดเป้า หวังชงจึงชิงจังหวะนั้นต่อยเข้าที่จมูกของมันอย่างรวดเร็ว
บัดซบ!
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกมันออกไปเที่ยวกับหวังชง แน่นอนพวกมันตระหนักถึงขอบเขตความสามารถของเขา หวังชงซึ่งอยู่ในขอบเขตถ่ายโลหิตระดับ 3 กลับต่อยคนที่อยู่ในขอบเขตถ่ายไขโลหิตระดับ 4 ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?
ผลลัพธ์เช่นนี้ย่อมไม่ใช่แล้ว!
"รุนแรงยิ่งนัก! "
เมื่อมองดูภาพน่าสมเพชของหม่าโจว พวกมันก็รู้สึกหนาวสั่น กระทั่งมีบางคนวิ่งหนีหางจุกตูดอย่างไม่เหลียวหลังกลับมามอง
"หม่าโจว นี่สำหรับคนที่เคยถูกเ้ากดขี่ข่มเหงมาก่อน! "
หวังชง จิกหัวของหม่าโจวและตบเข้าไปที่กกหูสองครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่น หม่าโจวเป็พวกที่ใช้แต่พละกำลังเพียงอย่างเดียว ในแง่ของทักษะและประสบการณ์ไหนเลยจะเทียบชั้นกับหวังชงได้
"ถ้าเ้า้าจะไปหลอกลวงหรือทำร้ายผู้อื่นก็ควรให้มันมีขีดจำกัดบ้าง ถึงขนาดกล้าลักพาตัวสตรีหญิงสาว เ้าไม่รู้หรือไม่ว่าข้าเกลียดการกระทำเช่นนี้ที่สุด"
ขณะที่หวังชงกล่าว ก็ได้ตบมันไปอีกรอบ ทำให้ฟันของหม่าโจวหลุดกระเด็นออกมา
"พี่สาม ตบมันเลย เอาให้หนัก!! "
น้องสาวคนเล็กของเขาที่ซึ่งอายุ 10 ขวบปีกำลังส่งเสียงให้กำลังใจอย่างสนุกสนานตื่นเต้น เพียงนางดูพี่ชายของตนจัดการกับมันก็ย่อมคลายโทสะในจิตใจได้แล้ว
หลังจากที่หวังชงตบหม่าโจวไปหลายฉาด เขารู้สึกว่าความโกรธของเขาหายไปหน่อยนึงแล้ว ไม่ว่าจะเป็ตอนนี้หรือชีวิตก่อนหน้า สิ่งที่หวังชงรังเกียจส่วนใหญ่ก็คือคนที่กดขี่หญิงและเด็ก หม่าโจวแอบอ้างชื่อของเขาเพื่อลักพาตัวผู้หญิง หวังชงจึงไม่สามารถยกโทษให้มันได้ เหตุผลที่บิดามารดาของเขาต้องกักบริเวณก็เพราะมัน จึงทำให้เกิดโทสะในจิตใจที่ยากจะลบไปได้
"อ๊ากก! ไอสารเลว แกจะต้องชดใช้!! "
ดวงตาของหม่าโจวพร่ามัวมึนงง ขณะที่ตัวสั่นด้วยความโกรธ
หวังชง เตะผ่าหมากหม่าโจว อย่างแรง ทำให้หม่าโจวร้องเสียงหลงออกมาด้วยความเ็ปและล้มลงกับพื้นขณะที่มือกุมหว่างขา
สีหน้าของมันกลายเป็สีขาวซีด และหน้าผากของมันหลั่งเหงื่อออก มีเพียงเสียงหอบหายใจของมันเท่านั้นที่ดังในยามนี้
"หม่าโจว เ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าสมคบคิดกับเหยาเฟิง มันใช้ให้เ้ามาจัดการข้า เ้าคิดว่าเป็สุนัขรับใช้ของมันแล้วตนเองจะเหนือกว่าผู้อื่นงั้นรึ? "
หวังชงเดินเข้าไปหาหม่าโจว และมองมันจาก้า
หม่าโจวเป็คนที่ไม่มีผู้สนับสนุน การที่อยู่หัวเดียวกระเทียมลีบเช่นนี้มันจะกล้าทำเช่นนี้กับเขาได้เช่นไร? ดังนั้นมันจะต้องมีคนคอยช่วยเหลืออย่างแน่นอน
เมื่อเห็นใบหน้าที่การแสดงออกถึงความตกตะลึงของหม่าโจว หวังชงก็รู้ว่าสิ่งที่เขาได้คาดเดานั้นถูกต้องแล้ว
เหยาเฟิงและหวังชงไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ ต่อกัน แต่กับพี่ใหญ่และพี่รองของเขามีความขัดแย้งกับเหยาเฟิง
"หวังชง เ้าอย่าอวดดีให้มากนัก! เ้ากล้าทำแบบนี้ต่อหน้านายน้อยเหยามั้ยเล่า? ใช่แล้ว! ข้าแอบอ้างชื่อของเ้าเพื่อลักพาตัวผู้หญิง และเื่นี้ก็เป็แผนของคุณชายเหยา หากเ้าคิดจะสะสาง ก็ไปสะสางกับเขาเอง! "
หม่าโจวคำรามออกมาด้วยความโกรธ
"เฮ้ย หม่าโจว เ้าคิดว่าข้ากลัวหรือ? "
หวังชงกำลังรอประโยคนี้อยู่พอดี ถ้าเขา้าเข้าไปภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล เขาจะต้องมี ‘สหายรัก’ ผู้นี้เพื่อพาเขาไป
"ถ้ามีปัญญาก็นำทางไป ข้าอยากจะรู้ว่าเหยาเฟิงจะอธิบายเื่นี้ได้อย่างไร "
หวังชงหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
หม่าโจวไม่รู้ว่าพลังมาจากที่ใด แต่พลังนี้ได้ขับให้มันสามารถลุกขึ้นมาเดินได้ บัดนี้แววตาของมันเผยให้เห็นถึงความเกลียดชังจนเข้ากระดูกดำ
"หวังชง ถ้าเ้าเป็ลูกผู้ชายก็มากับข้า ถ้าไม่กล้ามา เ้ามันก็เป็แค่ ไอ้ ลูก เต่า! "
หากมีแค้นไม่ชำระก็ไม่สมควรเรียกว่าเป็บุรุษ
เนื่องจากมันไม่สามารถจัดการกับหวังชงได้ จึงต้องให้เหยาเฟิงจัดการกับเขาแทน!
เื่นี้ไปได้ราบรื่นกว่าที่เขาคิด หม่าโจวพา หวังชง ไปถึงที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีหลังคาแปดเหลี่ยมปรากฏอยู่เบื้องหน้า มันถูกสร้างขึ้นด้วยหลังคาโค้งที่มีเสาอันงดงาม โรงเตี๊ยมหลังนี้มีสี่ชั้นพร้อมกับโคมแดงปิดทองแขวนอยู่ทุกชั้น ทำให้โรงเตี๊ยมดูงดงามยิ่ง
เขาเคยมาที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลในชีวิตที่ผ่านมา ในเวลานั้นมันจมกองอยู่ในซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยฝุ่น ซึ่งแตกต่างจากตอนนี้มาก และที่นี่ยังเป็จุดเปลี่ยนของชะตากรรมตระกูลหวังอีกด้วย
การตายของบิดาตนใน่ชีวิตก่อน เขาย่อมไม่มีวันลืมมันได้ ด้วยเหตุนี้หวังชงจึงกลับมายังสถานที่นี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อระลึกถึงอดีตในขณะที่จ้องมองไปยังอาคารที่ถูกทิ้งร้างนี้
"ถ้าเหตุการณ์นี้ไม่เกิดขึ้น ทุกสิ่งอย่างย่อมเปลี่ยนไป! "
หวังชงกล่าวพึมพำในใจ
ตอนนี้ทุกอย่างย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้น ในที่สุดเขาก็มีโอกาสที่จะหยุดบิดาของตนและเปลี่ยนแปลง เพียงแต่ว่าบิดาของตนยังคงไม่รู้เื่ราวในสิ่งที่จะเกิดต่อไปนี้
"หวังชง ถ้าเ้ากล้าพอก็จงเดินตามข้าเข้าไปข้างในซะ! "
อีกด้านหนึ่ง หม่าโจว ได้ติดต่อกับทหารยามของโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแล้ว มันโบกมือให้หวังชงเข้าไปอย่างโกรธเกรี้ยว บัดนี้โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลได้ถูกสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้ามาข้างใน นอกจากคนของอ๋องฉี
อย่างไรก็ตามหม่าโจว เป็คนของเหยากวงยี่ มันจึงผ่านผู้คุ้มกันของตระกูลไปอย่างง่ายดาย ถ้าหวังชง้าเข้าไปในตัวตำหนักอาคาร คงมีเพียงทางเดียวนั่นก็คือ หม่าโจว
"อะไร? เกิดกลัวแล้วงั้นรึ? "
หม่าโจวเอ่ยถามอย่างเยาะเย้ย มันกลัวว่าหวังชงจะหันหลังกลับออกไป
"หึ ไอขยะ นำทางไป"
หวังชงตอบกลับ
ตามกำหนดการบิดาควรเข้าสู่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลแล้ว จะสำเร็จหรือความล้มเหลวขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในวันนี้ หลังจากหายใจเข้าลึกๆ หวังชงได้ก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลพร้อมกับน้องสาวคนเล็กของเขา
หลังจากเข้าไปข้างใน เขาได้พบว่าการตกแต่งภายในของโรงเตี้ยมมีชีวิตชีวาและหรูหรามากเพียงใด แต่ละชั้นมีมากกว่า 200 ที่นั่ง และสถานที่แห่งนี้เนืองแน่นด้วยผู้คนเต็มไปหมด
หวังชงสังเกตอย่างละเอียดและพบว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็คนของเหยากวงยี่และคนของอ๋องฉี
แผนการครั้งนี้ก็เพื่อทำให้บิดาของตนกลายเป็ ผู้ทรยศต่ออ๋องซ่ง ในเื่นี้ เหยากวงยี่ ได้วางแผนเอาไว้อย่างแยบยลยิ่ง
แน่นอนว่าหม่าโจวไม่รู้เื่นี้ และไม่เห็น "ความผิดปกติ" ใดๆ ในสถานที่นี้
"เดินมาเร็วเข้าสิ! "
"ไอ้หนู หวังว่าเ้าคงจะไม่หนีไปหรอกนะ! "
หลังจากที่ได้รับความอับอายครั้งใหญ่ หม่าโจวย่อมไม่ปล่อยให้เื่นี้ผ่านได้ง่ายๆ มันจะต้องให้เหยาเฟิงสั่งสอนบทเรียนให้กับหวังชงให้ได้
"จะเร่งอะไรนักหนา คิดว่าข้ากลัวรึอย่างไร? "
หวังชงแกล้งแสดงท่าทีลนลาน แต่ลอบหัวเราะอยู่ในใจ พลันนึกขอบคุณหม่าโจวที่สพาเขาเข้ามาที่นี่ได้ ถ้าผู้ชายคนนี้รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นภายในร้านนี้มันคงย่อมไม่กล้าพาหวังชงย่ามกรายมาที่นี่อย่างแน่นอน
หวังชงติดตามหม่าโจวขึ้นไปข้างบน
เด็กน้อยทั้งสามกลับไม่เป็ที่ดึงดูดความสนใจของใครแม้แต่นิดเดียว
……………………..