ผ่านมาเดือนเศษ...
แก๊กๆๆๆๆ...
เสียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะทำงานภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมของคนบางคนบ่งบอกว่าตอนนี้เ้าตัวกำลังกระวนกระวายกับเื่บางสิ่ง…
นิ้วเรียวเล็กกดเม้าส์ซ้ำๆ หลายๆ ครั้งไปที่ปุ่ม refresh ที่หน้าจอราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง
“จิ๊ๆๆๆ...”
เริ่มส่งเสียงผ่านริมฝีปากอิ่มออกมาอย่างลืมตัว
ตึ๊งง…
เหมือนมีสัญญาณบางอย่างแจ้งเตือนขึ้นมาที่หน้าจอ notebook มือเล็กรีบกดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดดดดดดดด!!!”
เสียงกรี๊ดดีใจดังขึ้น เมื่อตายิ้มมองเห็นสิ่งที่จดจ่อรอมาอยู่สักพักเป็ไปตามที่คาดหวัง
“ผ่าน”
เธอสอบชิงทุนผ่าน มือเล็กคว้าโทรศัพท์หวังบอกข่าวดีให้หวานใจได้รับรู้
ก๊อกๆ!!!
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะทำให้คนที่ดีใจอยู่หน้าจอต้องหันไปมองและลุกไปเปิดประตู
“เสียงดังอะไร”
“ใ”
คุณพี่ชายที่ยืนอยู่หน้าห้องสงสัยกับเสียงกรี๊ดดังลั่นบ้านเมื่อสักครู่
“ได้ทุนแล้ว”
“ :D ”
บอกพี่ชายไปด้วยความรู้สึกดีใจ
“จริงงง”
“ :D ”
คุณพี่ชายตื่นเต้นไปด้วย
“เก่งมากไอ้ตูดหมึกก”
ว่าขึ้น
“ฉลองมั้ยละ”
ว่าต่อ ที่ทำเอาน้องสาวยกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัย
.
.
“จ็อบ… ทางนี้!”
เป็พี่ชายที่ะโเรียกเด็กตัวสูงเ้าประจำให้รู้ทิศทางของโต๊ะ
“หาเื่ตลอดนะ”
“พวกพี่อ่ะ”
มาถึงก็ทักทายพี่ชายพี่สาวต่างบิดามารดาว่างั้น
“แล้วชอบมั้ยละ”
พี่ชายถามขึ้น
“ก็ชอบ…”
“แต่น้ำหนักผมขึ้นมา 5 โลแล้วเนี่ย”
“สาวหนีหมด”
โทษพวกพี่ว่าทำตัวเองน้ำหนักขึ้น
“เดี๋ยวค่อยลด”
“นั่งเร็ว”
พี่สาวที่เคี้ยวตุ้ยๆ พูดขึ้น
“อ่ะ…”
“ดีใจด้วย”
นั่งลงข้างๆ ส่งกล่องเล็กๆ ยาวๆ กล่องหนึ่งมาให้พี่สาว
“โอ๊ะ!”
“มีของขวัญด้วยหรอ”
“ขอบใจนะ”
พี่สาววางตะเกียบแล้วหันมาสนใจกับของขวัญที่เด็กตัวสูงมอบให้
“อะไรเนี่ย”
แกะดูเดี๋ยวนั้น
“โอ๊ะ… ปากกานี่”
“สลักชื่อด้วย”
“น่ารักจัง”
“ ^^ ”
พี่สาวยิ้มดีใจ
“เอาไว้ไปใช้ตอนอยู่ออส”
เด็กว่างั้น
“ใช้ที่นี่ไม่ได้หรอ”
“ทำไมต้องเอาไปใช้ที่ออส”
พี่สาวกวน
“โอ๊ะ”
“พี่จะเอาไปใช้ที่ไหนก็เื่ของพี่นะ”
เด็กตัวสูงหัวเสีย คีบหมูเข้าปาก
“55555”
หัวเราะขึ้นเมื่อกวนเด็กตัวสูงได้สำเร็จ
“…”
“เออะ…”
“ขอโทษนะครับ”
จู่ๆ ก็มีผู้ชายหน้าตี๋ แต่จัดว่าหน้าตาดีเข้ามาเอ่ยทักทายที่โต๊ะ ทำเอาทั้ง 3หันไปมองเป็ตาเดียว
“ชื่ออะไรหรอครับ”
“ขอ ID แชทได้มั้ย”
พูดขึ้นแล้วส่งโทรศัพท์ยื่นมาตรงหน้าหญิงสาวหนึ่งเดียวในโต๊ะ
“…”
“เออะ…”
“เออ…”
คนตัวเล็กเงอะงะงงๆ นิดหน่อย
“...”
“...”
“...”
“ให้ไม่ได้หรอกครับ”
“นี่เมียผม”
พูดขึ้นแล้วโอบไหล่คนตัวเล็กทันที
“ส่วนนี่…”
“พี่เขยผม”
แนะนำคนตรงข้ามเพิ่มด้วยพูดหน้าตาเฉยสายตาจดจ้องไปยังชายหน้าตี๋ที่ตอนนี้หน้าถอดสีไปเรียบร้อย
.
.
“เอ่อ…”
“ขอโทษครับ”
เอ่ยขอโทษและเดินคอตกกลับไปไวๆ
“…”
“ยิ่งแก่ยิ่งเสน่ห์แรงหรอพี่อ่ะ”
ปล่อยมือจากการโอบเมียมโน
“เมื่อก่อนไม่เห็นจะมี”
“่นี้ล่ะ…”
“เข้ามาบ่อยเชียวนะ”
เด็กเอ่ยขึ้น
“ธรรมดา…”
“คนมันฮ็อตอ่ะนะ”
พี่สาวรีบยกยอตัวเองแกล้งเด็กหนุ่ม
“ผมจะฟ้องพี่จอม”
ขู่ขึ้น
ตือดือดึ๊งๆๆๆๆ…
จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกเข้า คนตัวเล็กรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าคนที่เด็กตัวสูงพูดถึงคอลมาหา…
“นั่นไง!”
“เหมือนพี่เค้ารู้เลยนะ”
“ว่าพี่กำลังนอกใจ”
เด็กพูดขึ้น
“บ้าบอ”
“นอกใจอะไร”
พี่สาวแว้ดเด็กข้างๆ ก่อนจะกดรับสาย
“พี่จอมมมมม~…”
ทักทายเสียง 2 3 4 ออดอ้อน ทำเอาเด็กข้างๆ และพี่ชายตรงข้ามมองบนส่ายหัวเบาๆ
“น้องแคท”
“สอบผ่านแล้วหรอครับ”
“ดีใจด้วยนะ”
“เก่งมากเลย”
“เมียพี่…”
“ -3- ”
คนตัวสูงพรั่งพรูคำชื่นชมคนตัวเล็กออกมายืดยาว แต่ดันลืมตัวด้วยคำพูดสุดท้ายที่ทำเอาชายหนุ่มที่โต๊ะอาหารถึงกับต้องวางตะเกียบลงดังปั้ก!!! พร้อมๆ กัน
“เอ๊อะ…!!”
คนตัวเล็กในิดหน่อยไม่คิดว่าคุณเค้าจะพูดอะไรแบบนั้นออกมาเลยรีบกดปุ่มลดเสียงลง
“พี่เคนกับจ็อบอยู่นะ”
คนตัวเล็กพูดขึ้นเบาๆ ให้คนตัวสูงที่อยู่อีกซีกโลกรู้
“อ้าววเฮ้ยย!!”
“เอ่าหรอ!!!…”
“ 0[]0 ”
ดูคุณเค้าก็ใไม่น้อย
“เออะ…”
“ไง คุณเคน”
“จ็อบ”
“หวัดดีฮ้ะ”
“นี่มาฉลองให้แฟนผมหรอ”
พูดเปลี่ยนสรรพนามอื่นกลบเกลื่อน
“คุณนี่นะ...”
“ดีๆ นะ...”
คุณพี่ชายเอ่ยขึ้นเอาตะเกียบจ่อไปที่หน้าจอโทรศัพท์
“อึหึ”
คุณหมอขำแห้งๆ เกาหัวแกรกๆ ตอบกลับมาแค่นั้น
“พี่ทำไรอยู่”
“ตื่นเช้าจัง”
คนตัวเล็กเปลี่ยนโหมดตึงถามไถ่เื่อื่น
“เอ่อ…”
“พี่…”
“พี่กำลังจะออกไปวิ่งกับภัทรอ่ะครับ”
“นี่รอคุณเค้าเข้าห้องน้ำอยู่”
เห็นข้อความน้องแคทเลยคอลมาเลย
“ดีใจด้วยจริงๆ นะครับ”
คุณเค้าพูดขึ้นตื่นเต้น
“แต่กลับไป...”
“พี่ก็ไม่ได้เจอน้องแคทอ่ะดิ”
แหน่ะ! เปลี่ยนเสียงมาทำเสียงเศร้า
“ห่างกันต่ออีก 4 5 เดือน”
“ไม่เป็ไรหรอกมั้ง”
พี่ชายพูดแทรก หรี่ตามองเพื่อนในโทรศัพท์ตึงๆ
“เอ้อๆ…”
“เนี่ย...”
“พี่เคนกับจ็อบเค้ามาเลี้ยงฉลองให้หนู”
“ถ้าพี่จอมอยู่ด้วย”
“ก็คงได้มาด้วยกันแล้ว”
คนตัวเล็กเล่าเปลี่ยนเื่
“อยากไปด้วยจังครับ”
“อยู่นี่…”
“ไม่ได้กินเลยหมูกระทะ”
คุณเค้านึกแล้วก็อยากกินอยู่ไม่น้อย
“โหยพี่…”
“ผมนี่กินแทบทุกอาทิตย์”
“เพราะพี่น้องคู่นี้เลย”
“หาเื่ฉลองกันตลอด”
“แล้ว 2 คนนี้”
“กินแล้วอ้วนกันที่ไหนล่ะ”
“คนที่รับกรรมคือผมไง”
“อ้วนอยู่คนเดียว”
“สาวไม่สนเลย”
เด็กตัวสูงพรั่งพรูฟ้องลูกพี่
“อึหึ”
หัวเราะให้กับเด็กตัวสูง แต่ก่อนนี่หาเื่ทะเลาะกับผมตลอดตอนนี้ดูท่าทางจะมาเป็ลูกสมุนผมละ
“เอ้อ…”
“นี่พี่…”
“เมื่อกี้มีไอ้หน้าตี๋ที่ไหนไม่รู้”
“มาขอ ID แชทพี่แคทด้วยนะ”
ฟ้องต่อไม่หยุด
เปี๊ยะ!!!
พี่สาวรีบตีไหล่เด็กตัวสูง ที่จู่ๆ ก็พูดหาเื่เข้าตัวเธอซะงั้น
“จุ๊ๆๆๆ”
ทำเสียงให้เ้าเด็กหยุดพูด
“อ้าว…”
“ใครอ่ะครับ… น้องแคท”
คนตัวสูงจากชิวๆ กลายเป็เริ่มมีน้ำเสียง
“ไม่ต้องห่วงนะพี่”
“ผมไล่กลับไปละ”
“ผมจะดูแลแฟนพี่อย่างดี”
“ไม่ให้นอกลู่นอกทาง”
“ไอ้หน้าตี๋เมื่อกี้เดินคอตกกลับไปเลย”
โอ้อวดภูมิใจ
“ดีมาก”
“เดี๋ยวซื้อขนมไปฝาก”
แหน่ะ! ดูคนทั้งคู่เข้ากันได้เป็ปี่เป็ขลุ่ย
“เอ่อ…”
“ภัทรมาละ”
“พี่ไปวิ่งก่อนนะน้องแคท”
“กินกันให้อร่อยนะครับทุกคน”
“บายคุณเคน”
“จ็อบ… ฝากดูแลแฟนพี่ด้วย”
คุณเค้ายังไม่เลิกฝากฝัง
“น้องแคท”
“เดี๋ยวพี่คอลหาใหม่”
ตีหน้าดุทำเสียงเข้มบอกความ้า ก่อนที่จะกดวางสายไป
เปี๊ยะ!!!!!
ตีไปที่ไหล่เด็กตัวสูงอีกที หลังวางสายคุณแฟน
“โอ๊ยพี่!!!”
“อะไร!!!!!”
เด็กโวย
“งานจะเข้าพี่มั้ยเนี่ย”
พี่สาวโวยกลับ
“สีสันของคู่รักน่ะพี่…”
“อย่าคิดมาก”
ดูเด็กมันพูด พูดจบแล้วก็หันไปสนใจหมูตรงหน้า ไม่สนใจพี่สาวข้างๆ เลยสักนิด
.
.
23.00 น. เวลาประเทศไทย
ตือดือดึ๊งๆๆๆๆๆ...
เสียงเรียกเข้าดังขึ้น ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังวางแผ่นชีทมาร์กลงบนหน้า ต้องเดินมารับโทรศัพท์
(โทรมาตามที่บอกจริงด้วยแฮะ)
คนตัวเล็กพลางนึก ก่อนจะกดรับสาย
“…”
“น้องแคท…”
“น้องแคท...”
“อ้าว… น้องแคทไปไหนครับ”
คนตัวสูงเรียกซ้ำๆ เมื่อสายถูกรับแล้ว แต่เห็นเพียงห้องนอนไม่เห็นเ้าของห้อง
“…”
“เฮ้ยยย!!!!”
“ o[]o! ”
จู่ๆ คนตัวสูงก็ร้องขึ้นใ เมื่อเห็นคนตัวเล็กโผล่มาหน้ากล้องในสภาพที่มีชีทมาร์กขาวโปะอยู่บนหน้า
“หึหึหึหึหึ”
คนตัวเล็กขำขึ้นที่แกล้งคนตัวสูงได้
“น้องแคท!!”
“เดี๋ยวเถอะ!!”
คนตัวสูงเค้าดุขึ้นโทษฐานที่ทำให้ใ
“ใหรอ”
ถามขึ้นเสียงอ้อน
“ใคร?…”
“ใครใครับ?”
ทำเป็ปากแข็งบอกว่าไม่ได้ใ
“ไม่ใก็ไม่ใ”
“อิอิอิอิ”
ยังขำต่อ
“ขำอะไรครับ”
คุณเค้าถาม
“เปล๊า…”
คนตัวเล็กกวน
“เดี๋ยวเถอะนะ!!”
“เดี๋ยวนี้ขี้แกล้งนะ!”
คุณเค้าทำเสียงดุ
คนตัวเล็กได้แต่ยิ้มมุมปากส่งไปให้เพราะตอนนี้หน้าเธอมีชีทมาร์กบดบังอยู่เลยเห็นแค่ตากับปากแค่นั้น
“แล้วตอนไปกินหมูกระทะ”
“มีหนุ่มมาจีบหรอครับ”
คุณเค้าถามขึ้นเื่เมื่อหัวค่ำที่เ้าเด็กปากโป้งหลุดปากบอกหรือจงใจบอกก็ไม่รู้
“ใช่ค่ะ”
คนตัวเล็กก็บอกไปตรงๆ
“ไง…”
“หล่อสู้พี่ได้หรือเปล่าครับ”
ถามอีก
“อืมมมม…”
ทำท่านึกคิดไม่ยอมตอบไปออกไปง่ายๆ
“น้องแคท!”
เอ่ยเสียงเข้ม
“หล่อสู้พี่ได้มั้ยครับ”
ถามย้ำอยากรู้
“ก็หล่อค่ะ...”
พูดแค่นี้คุณเค้าก็ขมวดคิ้วแล้ว
“แต่หนูว่า...”
“พี่จอมอ่ะ”
“หล่อที่สุดในสายตาหนูแล้ว”
พูดต่อออกไปเอาใจคนตัวสูง
(จริงๆ คนตัวสูงก็หล่อกว่าจริงๆ แหละ)
เธอคิด
“อึหึ”
“ ^_^ ”
จากคิ้วขมวดคลายลงทันที หัวเราะพอใจกับคำตอบของแฟนตัวเล็ก
“ยิ้มแล้ว”
คนตัวเล็กพูดขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มจากคนตัวสูงที่ตอนแรกเอาแต่ทำหน้าเข้มไม่สบอารมณ์
“คิดถึงจัง”
จู่ๆ คุณเค้าก็โพล่งขึ้น
“คิดถึงเหมือนกันค่ะ”
พูดเหมือนกันเพราะรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
“พี่ดีใจที่น้องแคทได้ทุนนะ”
“แต่อีกใจก็เศร้าๆ”
“ที่เราจะได้เจอกันช้าไปอีก”
คุณเค้าพูดขึ้น
“อึหึ”
“หนูก็อยากเจอพี่จอมเร็วๆ ค่ะ”
“แต่เราไม่เจอกันมาเกือบ 8 เดือนแล้ว”
“อดทนต่ออีกหน่อย”
“เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันแล้ว”
คนตัวเล็กพยายามพูดบวกคิดบวกไม่ให้ตัวเองและแฟนคิดมาก
“ครับ”
“พี่จะอดทนรอ”
“วันที่เราจะได้กลับมาเจอกันนะ”
“พี่จะกอด”
“จะหอม”
“จะจูบน้องแคท”
“ทั้งวันทั้งคืนเลย”
คุณเค้าพูดออกมาไม่อายปากสักนิด
“อึ้ยย”
“พี่จอมนี่”
“พูดอะไรเนี่ย”
คนตัวเล็กฟังแล้วสยิวกิ้วว
“พูดจริงนะครับ”
ว่าขึ้นสายตาออดอ้อนส่งผ่านเครื่องมือสื่อสารทำเอาคนตัวเล็กเคอะๆ เขินๆ นี่คุณเค้ามีผลต่อเราขนาดนี้เลยหรอเนี่ยขนาดไม่ได้เจอตัวเป็ๆ นะ ฉันยังเสียอาการได้ขนาดนี้
“เอ้อ…”
“น้องแคท”
“พี่มีอะไรจะอวด”
จู่ๆ คุณเค้าก็พูดขึ้นดึงให้คนตัวเล็กเลิกเขิน
“อวดอะไรคะ”
คนตัวเล็กอยากรู้
“แป๊บนึงนะ”
ว่าขึ้นแล้วลุกออกไป หายจากจอโทรศัพท์ได้ราวๆ 3 นาที ก็เดินกลับมาพร้อมกีต้าร์1 ตัว
“เห้ย…”
“เล่นกีต้าร์ด้วยหรอ”
คนตัวเล็กแปลกใจ อยู่ที่นี่ไม่เคยเห็นคุณเค้าเล่นสักครั้งไปที่บ้านก็ไม่เคยเจอ
“กีต้าร์ภัทรน่ะ”
“แบกข้ามโลกมาด้วย”
“เชื่อเค้าเลย”
เล่าที่มาที่ไป
“พี่ภัทรสอนเล่นหรอ”
“ใช่ครับ”
“อ้อ… งี้นี่เอง”
“ไหนเล่นเพลงอะไรได้บ้าง”
“เล่นให้ฟังหน่อย”
คนตัวเล็กอ้อนอยากฟัง
“อึหึ”
“เพลงนี้เลยครับ”
“อึหึ”
“ ^^ ”
คนตัวสูงยกยิ้มขำนำนิดหน่อย ภูมิใจนำเสนออยากมีโมเม้นต์เล่นกีต้าร์ให้แฟนฟังบ้าง
“คิดถึงน้องแคท~...”
“คิดถึงน้องแคท~…”
“พี่เหงาเหลือเกิน~…”
“พี่อยากกอด~…”
“พี่อยากหอม~…”
“น้องแคท…~ น้องแคท…~~”
เอื้อนเอ่ยออกมากับเนื้อเพลงที่แต่งเอง นิ้วแกร่งขยับลงบนสายกีต้าร์สร้างทำนองประกอบสายตามองคอร์ดสลับกับมองแฟนตัวเล็กผ่านเครื่องมือสื่อสาร
“5555555555555555”
คนตัวเล็กขำพรืดด ชีทมาร์กเกาะหน้าไม่อยู่ละ
แต่คุณหมอลุคนี้ก็เท่ะเิ คนตัวเล็กมองแฟนตัวสูงไม่วางตาจากที่หลงรักอยู่แล้วพอมานั่งเล่นกีต้าร์ร้องเพลงแต่งเองให้ฟังอีกยิ่งหลงรักหนัก กรี๊ดดดดด!! คนตัวเล็กอยากจะกรีดร้องออกมา >///<
ชาติที่แล้วฉันต้องไปกู้ชาติมาแน่ๆ ชาตินี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เลยประทานผู้ชายที่น่าหลงใหลคนนี้มาให้ฉันคิดเป็ตุเป็ตะไปไกล คืนนี้ไม่ได้หลับไม่ได้นอนแน่เลยยัยแคทเอ้ย!!!
“ขำอะไรครับ”
“น้องแคท…”
คนร้องคนเล่นเค้าทักกลับมา
“เปล่าค่ะ อึหึ”
“ร้องต่อๆ เลย”
คนตัวเล็กจะไม่กวน อยากฟังคุณเค้าจะด้นสดเพลงว่ายังไงอีก
.
.
“คิดถึงพี่บ้างมั้ย~”
“คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า~...”
“พี่คิดถึงหนูแทบขาดใจ~”
“อยากกลับไปหาหนูไวๆ~”
“คิดถึงน้องแคททท.......~~~”
.
.
เมื่อนิ้วแกร่งเลิกขยับเพราะน่าจะคิดเนื้อเพลงออกแค่นี้
แปะๆๆๆๆ
เสียงตบมือก็ดังรัวๆ จากคนตัวเล็ก
“วี้ดดดดดดวิ้วววววววววววววว”
“วู้ววววววววววววๆๆๆๆ”
“เท่จังเลยค่ะ”
“55555555555555555”
“ :D ”
เอ่ยชมแฟนต่อและขำต่อทันทีทำให้คนตัวสูงยิ้มกว้างขึ้น เขินๆ
“เอาอีกๆ”
คนตัวเล็กอยากฟังอีกเลยขอเพลงต่อ
“อึหึ”
“เพลงไรดีอ่ะครับ”
“ร้องเพลงเมื่อกี้ก็ได้ค่ะ”
คนตัวเล็กว่าขึ้น
“เอ่อ...”
“เนื้อมันจะไม่เหมือนเดิมซิน้องแคท”
“5555555555555555” ^^”
คนร้องพูดแล้วก็ขำขึ้นที่เมื่อกี้ตัวเองทำอะไรบ้าบอๆ ออกไป
“…”
“อืมม...”
“งั้น... เอาเพลงนี้ก็ได้ครับ”
“ดูคอร์ดแล้วน่าจะพอได้อยู่”
คุณเค้าพูดขึ้นแล้วตั้งท่าดีดเพลงใหม่ เพลงนี้ดูท่าจะไม่ใช่เพลงด้นสดละ นิ้วแกร่งเริ่มขยับอีกครั้ง…
“ตื่อดือดือดือ…ดือดื่อดือ ดือดื่อดือดื๊อดือ...”
“ตื่อดือดือดือ…ดือดื่อดือ ดือดื่อดือดื๊อดือ...”
“ตือดือดือ ดื่อดือดือดื๊อดือ...”
คนตัวเล็กยกยิ้ม
“ ^^ ”
“ชอบจัง”
พูดขึ้นมีความสุข
.
.
“ตื่อดื่อดื๊อ ตื๊อดื๊อดือ ตือดือดื่อ...”
“ตื่อดื่อดือดือ ตื๊อดื๊อดื๊อดื่อดื่อดือ...”
“ตื่อดือดือดื๊อดื๊อดื๊อ ตื้อดื๊อดือดื่อดือ...”
“ตื่อดือดื่อดื๊อดือ ตือดือดื๊อ...”
“ตื่อดื๊อดือดือดือ ดื๊อดือดือ...”
“ตื่อดื่อดือดือดือดือดือดือดื่อดื๊อ...”
“ตื่อดือดื่อดือ...”
“ตื่อดื่อดื่อดื๊อ ดือดือดือ...”
“ตื่อดือดื่อดือ...”
“ตื่อดื่อดื่อดื๊อ ดือดือดือ...”
จบท่อนสุดท้ายของเนื้อเพลงคุณเค้าก็หันมามองที่กล้องอีกครั้ง
“อะ…”
“อ้าว…”
ทำไมหน้าจอของน้องแคทกลายเป็เพดานห้องไปซะแล้ว
“น้องแคท”
“น้องแคทครับ”
คนตัวสูงเรียกขึ้นแต่ไร้การตอบกลับ
“…”
“…”
“…”
“ฟรี่~...”
“ฟรี่~~...”
“ฟรี่~~~...”
แต่เอ๊ะ!ได้ยินเสียงเหมือนลมหายใจพ่นเข้าออกสม่ำเสมอเบาๆ ดังลอดเข้ามา
“5555555555”
คนตัวสูงขำพรืด เมื่อคิดได้ว่ามันคือเสียงอะไร เสียงกรนของคนตัวเล็กหลับแล้วแน่ๆ นี่เธอฟังผมเล่นกีต้าร์จนหลับไปเลยหรอเนี่ยนึกแล้วก็เอ็นดูแฟน
“หลับฝันดีนะครับ”
“สุดที่รักของพี่”
“ ^^ ”
พูดขึ้นก่อนที่คุณเค้าจะกดวางสายไป ปล่อยให้แฟนตัวน้อยหลับใหลไปกับท่วงทำนองที่ตัวเค้าเป็คนกล่อมเธอในคืนนี้
.
.
ปิ้นๆๆ
“เสร็จยัง”
“เดี๋ยวก็ตกเครื่อง”
หลังบีบแตรและะโเรียกสุดเสียงของพี่ชาย น้องสาวตัวดีก็รีบวิ่งออกมาพร้อมกับใส่รองเท้าไปด้วยอีกมือก็ล็อคกุญแจบ้านไปด้วย
“มาแล้วๆ…”
พูดติดหอบแล้ววิ่งขึ้นรถที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว
“ไปได้...”
“ขับเร็วๆ นะ”
แหน่ะ ขึ้นมาคนสุดท้ายแล้วยังเอ่ยสั่งอีก
.
.
ด้วยความเร็วติดสปีด แต่ดันมีอุปสรรคเข้ามาขวางกั้น คือ รถติดบนทางด่วนนี่ซิ ทำเอาคนตัวเล็กเริ่มอยู่ไม่สุขจะทันมั้ย
“เ้าประคู๊ณณณณ!”
“ขอให้ลูกไปทัน check in ขึ้นเครื่องด้วยเถิด”
ขอพรยกมือไหว้ท่วมหัวพูดเสียงดังบนรถ
“แม่บอกว่าอย่าไปกินของเสาะท้อง”
“จะเดินทางอยู่แล้ว”
“เป็ไงละ”
แม่บ่นลูกสาวที่ไปฉลองเลี้ยงส่งกินส้มตำและสารพัดของดอง อาทิ แซลมอนดอง ปูดองกุ้งดองกับเพื่อนที่ทำงานมาเมื่อวาน
“โหยแม่”
“กินส่งท้ายไง”
“อีกตั้ง 6 เดือน”
“กว่าจะได้กลับมากินใหม่”
ยังเถียงข้างๆ คูๆ
“ทันๆ ขยับละ”
พ่อพูดให้กำลังใจ เบรกการโต้เถียงของแม่กับลูกสาว
“เออดี…”
“อย่างงั้นแหละ”
คนตัวเล็กนั่งหลังไม่ติดเบาะ คอยพูดอยู่เนืองๆ เวลารถสามารถขยับเดินหน้าต่อไปได้
โชคยังดีที่รถไม่ได้ติดมาก ยังพอขยับมาได้เรื่อยๆ จนตอนนี้รถฟอร์จูเนอร์ก็มาถึงสนามบิน
“ไปๆ”
“ไป check in ก่อนเลย”
แม่เอ่ยบอกลูกสาวให้รีบไป check inเพราะตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาที่เคาท์เตอร์จะปิด
คนตัวเล็กเปิดท้ายรถใช้แรงที่มียกกระเป๋าเดินทางลงมาปิดท้ายรถและรีบลากกระเป๋าวิ่งไปยังเคาท์เตอร์
คนตัวเล็กรีบวิ่ง 4 คูณ 100 ไปยังเคาท์เตอร์ โชคดีที่ยังมีคนอื่นกำลัง check in อยู่ก่อนหน้าเหลืออีกประมาณ 2 กลุ่มเธอเลยรีบไปต่อแถวแล้วยืนหอบอยู่คนเดียว
“ขอโทษนะครับ”
“ทุนออสใช่มั้ย”
จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มหน้าคมเอ่ยทักคนตัวเล็ก
ขวับบ
หันไปมองยังคนที่ทักมา
“ห้ะ!”
อุทานขึ้นกับสิ่งที่คุณเค้าทักมา รู้ได้ไง
“เอ่อ…”
“พอดีผมบังเอิญเห็นเอกสารในมือคุณน่ะครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยบอกไป
“อ๋อ…”
“ค่ะ… ใช่ค่ะ”
“ทุนออสเหมือนกันหรอ”
ถามกลับชายหนุ่ม
“ใช่ครับ”
ยกยิ้มขึ้น ดูท่าทางคุณเค้าดีใจที่ได้เจอคนที่จะไปเรียนด้วยกัน
“ชื่ออะไรหรอครับ”
ถามต่อ
“แคทค่ะ”
“คุณชื่ออะไรคะ”
ถามกลับตามมารยาท
“มาร์คครับ”
ตอบกลับหญิงสาว
“เอ่อ…”
“โทษนะครับ”
“อายุเท่าไหร่หรอ”
“ผม 31 ครับ”
คุณผู้ชายเค้าบอกอายุตัวเองมาก่อน
“31 เหมือนกัน”
“อ้าววว… สวัสดีเพื่อนใหม่”
“ :) ”
คนตัวเล็กตอบกลับติดตลกส่งยิ้มให้
“55555 ดีจัง”
ชายหนุ่มขำแล้วพูดขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า
“เอ่อ…”
“แล้วมาคนเดียวหรอ”
ชวนคุยต่อเมื่อยังไม่ถึงคิว check in
“อ๋อ…”
“มากับบบ...”
กำลังจะบอกไปแต่ทันใดนั้นทั้งพ่อแม่และพี่ชายก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาคนตัวเล็กทันที
“ทันใช่มั้ย”
แม่ถามก่อนเพราะกังวลว่าลูกสาวจะตกเครื่อง
“ทันแม่”
“มีคนช้ากว่าหนูอีก”
“นี่ไง”
พยักเพยิดไปยังเพื่อนใหม่ที่ยืนงงๆ กับผู้มาใหม่ทั้ง 3
“นี่พ่อแม่พี่ชายเราเอง”
คนตัวเล็กเริ่มพูดเป็กันเองกับเพื่อนใหม่
“อ่อๆ สวัสดีครับ”
ชายหนุ่มรีบสวัสดีทักทายคนทั้ง 3
“ชื่อมาร์ค”
“ได้ทุนออสเหมือนหนูเลย”
คนตัวเล็กแนะนำเสร็จสรรพ
“เอ้อ… โชคดี”
“จะได้มีเพื่อน”
พ่อว่าขึ้น
“อ้ะ…”
“ถึงคิวหนูละ”
“หนูไป check in ก่อน”
คนตัวเล็กว่าขึ้นแล้วเดินเข้าไปยังหน้าเคาท์เตอร์
“ไปอยู่นู่นก็ดูแลกันนะ”
จู่ๆ พ่อก็เข้าไปคุยฝากฝังลูกสาวกับชายหนุ่มหน้าคมที่ยืนรอต่อคิวคนตัวเล็ก ทำเอาชายหนุ่มตั้งตัวไม่ทันได้แต่ยิ้มๆพยักหน้าหงึกๆ งงๆ
“โอย! พ่อ!!”
“น้อง 31 แล้ว”
“ดูแลตัวเองได้น่า”
เป็คุณพี่ชายพูดขึ้นดักคอ
“จะอายุเท่าไหร่ก็เป็ห่วงอยู่ดีแหละ”
คุณพ่อว่าขึ้นเริ่มดึงดราม่า
“เสร็จแล้ว”
ลูกสาวเดินกลับมาบอกว่า check in เสร็จแล้วไม่ตกเครื่องแล้ว
“มาๆ ถ่ายรูปหน่อย”
“พ่อจะเอาไปอวดญาติ”
พูดตรงๆ บอกความ้า
“โอ๊ะพ่อนี่!!”
เสียงลั่นมาจากลูกชาย แต่ก็ควักโทรศัพท์ออกมาถ่ายให้
“อ่ะ ชิดๆ กันหน่อย”
พี่ชายพูดกำกับ
“1.. 2.. 3..”
แชะ!!
“อีกรูปนะ 1.. 2.. 3..”
แชะ!!
พี่ชายทำหน้าที่ช่างภาพอย่างดี
“เดี๋ยวผมถ่ายให้มั้ยครับ”
เสียงเพื่อนใหม่ของน้องสาวดังขึ้น อาสาถ่ายภาพครอบครัวให้
“ดีๆ”
“มาๆ เราอ่ะ”
พ่อกวักมือเรียกให้ลูกชายเข้ามาอยู่ในเฟรม
“ยิ้มนะครับ”
“1… 2… 3…”
แชะ!!
“อีกรูปนะครับ”
“1... 2... 3...”
แชะ!!!
“เรียบร้อยครับ”
“ขอบคุณนะ”
คนตัวเล็กเอ่ยขอบคุณเพื่อนใหม่
“มาขอกอดที”
ลูกสาวหันกลับไปพูดขึ้น พร้อมอ้าแขนแล้วเดินเข้าไปกอดพ่อกอดแม่และกอดพี่ชายทีละคนเมื่อคลายอ้อมกอดจากคนที่รักทั้ง 3
“อีก 6 เดือน”
“เจอกันนะ”
พูดสดใส แต่เสียงเริ่มติดสั่นๆ
(ก็เตรียมใจมาแล้วว่าอาจจะร้องไห้)
(แต่ไม่ได้ต้องฮึ้บไว้)
คนตัวเล็กนึกในใจ
“โชคดีนะลูก”
พ่ออวยพรลูกสาว
“โทรมาหาบ่อยๆ นะ”
แม่พูดต่อ
“รีบๆ เรียน”
“รีบๆ กลับมา”
“เดี๋ยวพาไปกินหมูกระทะ”
คุณพี่ชายพูดปิดท้าย
“อึหึ”
“ ^_T ”
คนตัวเล็กขำออกมา
“ไปนะ”
“บ๊ายบาย”
“รักนะทุกคน”
คนตัวเล็กพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะเดินเข้า GATE ไป ประกอบกับมีเสียงประกาศดังขึ้นพอดี
.
.
พรึบบบ
จู่ๆ ก็มีมือยื่นทิชชู่มาตรงหน้าคนตัวเล็กขณะที่เดินไปยัง GATE ที่จะต้องขึ้นเครื่อง
ขวับบบบบ
หันไปมองก็พบว่าเป็เพื่อนมาร์คเพื่อนใหม่นั่นแหละที่เป็คนยื่นทิชชู่มาให้
“อึหึ”
“ขอบคุณนะ”
คนตัวเล็กเอ่ยขอบคุณแล้วคว้าสิ่งที่คุณเค้าเสนอมาเอามาซับๆ ที่ตายิ้ม
“ครอบครัวน่ารักจัง”
คุณเพื่อนเค้าเอ่ยต่อ
“อึหึ”
ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของคนตัวเล็กกลับมาเบาๆ
“แล้วมาร์คมาคนเดียวหรอ”
ถามกลับคนที่เดินข้างๆ ไปบ้าง
“อืมม ใช่”
“เรามาคนเดียว”
“ที่ผ่านมา…”
“เราก็ไปไหนมาไหนคนเดียวตลอด”
ประโยคหลังนี่พูดเบาจนเกือบไม่ได้ยิน คนตัวเล็กเงยหน้าไปมองคนข้างๆ ก็ดูเค้านิ่งไปชั่วขณะก่อนที่จะหันกลับมายิ้มให้สดใสเหมือนเดิม
“ไปหาอะไรกินกันมั้ย”
“ระหว่างรอขึ้นเครื่อง”
เพื่อนหน้าคมเสนอ
“อืม…”
“ไปซิ”
คนตัวเล็กพยักหน้าตอบไป
คนทั้งคู่เลือกเข้ามานั่งในร้าน fast food ร้านหนึ่ง หลังจากที่สั่งอาหารและกำลังรอเรียกคิวรับอาหาร
“มาร์ค”
“ทำงานอยู่ที่ไหนอ่ะ”
เป็คนตัวเล็กเปิดบทสนทนา
“เราทำงานอยู่บริษัทส่งออกน่ะ”
“Export One”
“เคยได้ยินชื่อมั้ย”
ถามเพื่อนตรงข้าม
“เอ้ย… จริงดิ”
“Export One เป็ supplie บริษัทเรา”
“เราทำอยู่ที่ J Medical”
คนตัวเล็กพูดตื่นเต้นมีแต่ความบังเอิญแฮะ
“คิวที่ 12 ค่ะ”
เสียงพนักงานเรียกคิวลูกค้าเพื่อรับอาหารที่สั่งไว้
“โอ๊ะ… คิวเรา”
“เดี๋ยวไปเอาก่อนนะ”
คนตัวเล็กลุกจากโต๊ะไปรับอาหาร
พรึบ
เผลอปัดกระเป๋าสตางค์หล่นโดยไม่รู้ตัวแต่โชคดีที่เพื่อนตรงข้ามเห็นจึงก้มลงไปเก็บให้
“โอ๊ะ!!”
บังเอิญกระเป๋าสตางค์เธอเปิดเลยทำให้เห็นรูปผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ใช่พ่อและพี่ชายของเธอที่เพิ่งเจอไปเมื่อก่อนหน้านี้มือหนาพับกระเป๋าสตางค์ปิดเรียบร้อยและวางไว้ที่เดิมประกอบกับเ้าของกระเป๋าสตางค์เดินกลับมาถึงโต๊ะพอดี
“คิวที่ 13 ค่ะ”
“คิวเราละ”
“เดี๋ยวมานะ”
ชายหนุ่มลุกออกจากโต๊ะเดินไปรับอาหารบ้างและเดินกลับมาด้วยท่าทางปกติ
“หืม...”
“มาร์คสั่งไรมาอ่ะ”
“หอมจัง”
หญิงสาวเอ่ยเมื่อได้กลิ่นอาหารของเพื่อน
“เบอร์เกอร์เนื้อเพิ่มชีส”
“ชิมมั้ย”
คุณเค้าถาม
“ไม่อ่ะ”
“ของเราก็มี”
ส่ายหัวยิ้มๆ ส่งเบอร์เกอร์ในมือเข้าปากต่อ เคี้ยวตุ้ยๆๆ
หลังจากที่ทั้งคู่แวะกินอาหารรองท้องเสร็จได้ไม่นานนักทางสายการบินก็มีประกาศเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องเหมือนบังเอิญแต่ก็ไม่ใช่คนทั้งคู่ได้ที่นั่งติดกัน
เปาะแปะๆๆ
เสียงนิ้วเล็กจิ้มๆ ไปที่หน้าจอโทรศัพท์เหมือนว่ากำลังพิมพ์ข้อความส่งหาใครอยู่
ตือดือดึ๊งๆ
ไม่นานนักก็มีเสียงข้อความตอบกลับ ทำให้คนตัวเล็กเปิดเข้าไปอ่าน
“พ่อร้องไห้ใหญ่เลย”
คุณพี่ชายพิมพ์ข้อความมาพร้อมส่งรูปภาพมาให้ดูแม่กำลังปลอบพ่อที่ร้องไห้กระซิกๆ เพราะต้องห่างจากลูกสาวเกือบ 6 เดือน
โถๆๆๆๆ คนตัวเล็กเห็นภาพแล้วน้ำตาซึมเข้าใจหัวอกของพ่อแม่เลยถึงแม้ว่าตัวเองยังไม่เคยเป็พ่อแม่ก็เถอะ คนตัวเล็กได้แต่ส่งสติ๊กเกอร์กอดๆ กลับไป
“เดี๋ยวโทรหาบ่อยๆ”
พร้อมบอกให้หายกังวล
ตือดือดึ๊งๆ
มีอีกเสียงข้อความแทรกเข้ามา คนตัวเล็กก็กดเข้าไปดู
“น้องแคท”
“ถึงออสแล้วทักหาพี่ด้วย”
“เดินทางปลอดภัยนะครับ”
ข้อความแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร
“Ladies and Gentlemen,”
“as we prepare for take off,”
“please take your seat and fasten your seat belt,”
“and turn off all electronic devices.”
เสียงแจ้งจากแอร์ฮอสเตสสาวกำลังแจ้งว่าให้รัดเข็มขัดและเลิกใช้เครื่องมือสื่อสารเพราะเครื่องกำลังจะTakeoff
คนตัวเล็กเลยรีบกดเปิดโหมดเครื่องบินและรัดเข็มขัดทันที
“อึหึ”
แต่เพื่อนข้างๆ ดันหัวเราะในลำคอเบาๆ กับอากัปกิริยาลุกลี้ลุกลนของเพื่อนสาวเมื่อสักครู่
“เกือบแล้ว”
“เกือบโดนไล่ลงจากเครื่องแล้ว”
เพื่อนหนุ่มหน้าคมแซวคนตัวเล็ก คนตัวเล็กเลยได้แต่ยิ้มแหยๆ เกาหัวไป 2 3 ที
.
.
เนิ่นนานเกือบ 5 ชั่วโมงเครื่องบินก็ยังคงบินอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืนมีเพียงแสงไฟกระพริบๆ เป็จังหวะอยู่ที่ด้านนอกหน้าต่าง
หัวเล็กที่เอนหลับพิงไปกับหน้าต่างเริ่มโยกมาอีกฝั่ง
พรึบบ
จู่ๆ หัวเล็กก็ดันไปซบเข้ากับไหล่กว้างของเพื่อนข้างๆ จนทำให้คุณเค้าที่หลับอยู่เช่นกันสลึมสะลือขึ้นมามอง
“โอ๊ะ!!”
เพื่อนข้างๆ สะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะขยับตัวขยับไหล่เบาๆ ให้หน้าจิ้มลิ้มได้พิงถนัดๆ
(น่ารักจัง)
พลางมีความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวชั่วขณะ
“โอ๊ะ!!!”
แต่สายตาพลันไปสะดุดเข้ากับสร้อยคอของหญิงสาวที่มีจี้ JOM’s โผล่ออกมานอกเสื้อคอเต่าสีน้ำตาลหรือว่าชื่อนี้จะเป็ชื่อของคนที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของเธอกันนะ
“เฮ้อออ…”
ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่จะสลัดความคิดในหัวออกไปทำให้สมองโล่งๆ หลับตาลงเข้าสู่นิทราตามคนที่พิงอยู่ข้างๆไปอีกครั้ง
.
.
“Ladies and Gentlemen.”
“We have noe landed to Sydney Kingsford Smith International Airport.”
“Please keep your saet belts fastened until the Fasten Seat Belt Sing hasbeen truned off.”
“May we remind you to check your personal belonging and travel documentsbefore levaving the aircraft.”
“After disembarkation, Please contract our ground staff for any informationor assistance you may need. Thank you.”
เมื่อมีเสียงประกาศดังขึ้น คนทั้ง 2 ที่ตอนแรกอยู่ในห้วงนิทราก็เริ่มรู้สึกตัวค่อยๆ ขยับและลืมตาขึ้น
“อื้อออ…”
คนตัวเล็กรู้สึกปวดคอนิดหน่อยกับท่าทางการนอนของตัวเอง
“อุ่ยยยยย!!”
ทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองได้ไปซบไหล่คนข้างๆ ก็รีบตั้งตัวตรงทันที
“โทษทีนะ”
“หลับลึกไปหน่อย”
“ไม่รู้ตัวเลยอ่ะ แหะๆ”
พูดขึ้นเขินๆ ตบๆ ที่ท้ายทอยแก้เมื่อย ส่วนเ้าของไหล่กว้างที่เป็หมอนให้คนตัวเล็กชั่วคราวได้แต่อมยิ้มทุบๆ ไหล่ไล่ความเมื่อยนิดหน่อย หัวเล็กนิดเดียวเอาอะไรมาเมื่อยมากมายกันเล่า
ไม่นานนักเมื่อเครื่องบินลงจอดที่ดินแดนจิงโจ้ผู้โดยสารทั้งหมดต่างก็ทยอยลงจากเครื่องใช้เวลาสักพัก ทั้ง 2 ก็ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมายืนรอเ้าหน้าที่โครงการที่ทั้งคู่สอบชิงทุนมาได้นั่นแหละ
“โอ๊ะ นั่น”
เพื่อนหน้าคมสะกิดคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจิ้มๆ โทรศัพท์ให้เดินไปยังทิศทางของเ้าหน้าที่ที่ยืนชูป้ายโครงการอยู่หน้าประตูทางออกด้านซ้ายมือ
“Hello”
คนตัวสูงเอ่ยทักทายเ้าหน้าที่อย่างมืออาชีพ
“Hello สวัสดีค่ะ”
คนตัวเล็กก็ไม่น้อยหน้าเก็บโทรศัพท์ก่อนที่จะทักทายคุณเ้าหน้าที่บ้างด้วยความเป็กันเอง
จากสนามบินราวๆ ครึ่งชั่วโมง เอเจนซี่ก็พานักศึกษาในโครงการมาถึงยังที่พักรุ่นนี้มีประมาณ 15 คน และ 2 ใน 15 คนนั้นคือคนตัวเล็กกับเพื่อนใหม่
หลังจากฟังคำแนะนำของผู้ดูแลโครงการเรียบร้อยแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องพักของตัวเอง โดยคนทั้งคู่เลือกที่จะอยู่ห้องข้างๆ กัน
“เย็นนี้ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย”
เพื่อนหนุ่มหน้าคมเอ่ยชวนเพื่อนตัวเล็ก
“อืม… ได้ซิ”
“สัก 4 โมงมั้ย”
เธอเสนอ
“ออกเร็วหน่อย”
“ไปเดินสำรวจย่านที่พักด้วย”
ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับข้อเสนอหญิงสาว ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันเข้าห้อง
แขนเล็กถอดเสื้อโค้ทและวางลงปลายเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานเล็กๆ
“อื้ออ…”
บิดี้เีไล่ความเมื่อยจากการเดินทางั้แ่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่ามีใครส่งข้อความมาหาหรือเปล่า
และแน่นอนว่ามีเกือบ 100 กว่าข้อความทั้งจากคนที่บ้าน เพื่อน โฆษณา และหวานใจ ไม่รอช้ามือเรียวเล็กรีบกดเข้าไปดูข้อความของแฟนตัวสูงก่อน
“น้องแคทถึงที่พักหรือยัง”
“แล้วมีเพื่อนคนไทยอยู่ด้วยมั้ยครับ”
“อากาศเย็นหรือเปล่า”
“เหงามั้ย”
“พี่คิดถึง”
หลากหลายคำถามของคนตัวสูงถูกส่งมาเป็ห่วงคนตัวเล็กแถมยังบอกความคิดถึงมาด้วย
“อิอิอิ”
ยิ้มให้กับข้อความคนตัวสูงอยู่คนเดียวก่อนที่นิ้วเรียวเล็กจะค่อยๆ พิมพ์ตอบไปทีละคำถาม แชทกับหวานใจแล้วก็แชทไปหาพี่ชายต่อ
“ถึงแล้ว”
พร้อมส่งรูปห้องพักไปให้ดู
“โห...จัดว่าดี”
คุณพี่เค้าตอบกลับมาอย่างไวคงเฝ้าอยู่แหละคนตัวเล็กจึงตัดสินใจคอลหา
“ฮัลโหลล”
คนตัวเล็กทักทายเสียงเจื้อยแจ้ว
“เป็ไงบ้างลูก”
“อยู่ที่ไหน”
“อยู่กับใคร”
“หนาวมั้ย”
“กินข้าวยัง”
ไม่ต่างจากแฟนตัวสูงพ่อกับแม่ต่างก็รัวคำถามมาไม่ยั้ง
“55555555”
คนตัวเล็กเลยได้แต่หัวเราะตอบไป
หลังจากที่คุยกับที่บ้านนานเกือบครึ่งชั่วโมงเวลาที่เหลือคนตัวเล็กก็ทำความสะอาดห้องพักเก็บข้าวของเครื่องใช้ให้เรียบร้อยก็เกือบจะ 4 โมงเย็นแล้ว
ก๊อกๆๆ
จู่ๆ เสียงประตูก็ดังขึ้นคนตัวเล็กเลยเดินไปเปิดประตูก็พบว่าเป็เพื่อนใหม่นั่นแหละมายืนรออยู่แล้ว
“รอแป๊บนะ”
“ไปหยิบกระเป๋าก่อน”
.
.
2 คนเดินมาเรื่อยๆจากที่พัก สำรวจให้รู้ว่าอะไรเป็อะไรและทำตัวให้คุ้นชินกับสถานที่ใหม่ คนตัวเล็กเอาแต่ยกมือถือถ่ายรูปอยู่ตลอดทาง
“เมมจะเต็มั้แ่วันแรกมั้ยเนี่ย”
เพื่อนทัก
“55555”
เพื่อนตัวเล็กหลุดขำออกมา
“ไปไหนดีอ่ะ”
เก็บมือถือแล้วถามคนข้างๆ
“อืม…”
“ไปสวนสาธารณะใกล้ๆนี้ก็ได้”
“มีร้านอาหารอยู่”
เพื่อนหน้าคมว่างั้นคนตัวเล็กขมวดคิ้วเล็กน้อยนึกในใจคนข้างๆ รู้ได้ไง มั่วหรือเปล่าแต่ก็เดินตามไปไม่พูดอะไร เดินมาได้สักพักก็พบว่าที่เพื่อนพูดมาก่อนหน้านี้ไม่ได้มั่วแต่อย่างใด
“ศึกษาข้อมูลมาก่อนหรอ”
คนตัวเล็กเอ่ยถามขึ้น
“ห้ะ”
เพื่อนงงในคำถาม
“ดู mapมาก่อนหรอ”
“ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหน”
คนตัวเล็กอธิบาย
“แน่นอน”
เพื่อนตอบกลับแบบดูภูมิใจในตัวเองนิดๆ
“อื้ม… ทำดีค่ะ”
คนตัวเล็กเอ่ยชมคนข้างๆขำๆ แล้วทั้งคู่ก็เข้ามานั่งในร้านอาหารที่เดาจากสายตาแล้วน่าจะสู้ราคาไหว
ระหว่างที่กินอาหารคนทั้งคู่ก็ได้แลกเปลี่ยนเื่ราวของกันและกันให้เพื่อนฟัง
“เราเคยไปที่ทำงานแคทด้วย”
“ตอนนั้นไปประชุมกับทีมจัดซื้อ”
“จริงๆแล้วเราเคยเห็นแคทด้วย”
“ั้แ่ตอนนั้น”
จู่ๆ เพื่อนหน้าคมก็เล่าเื่ในอดีตขึ้นมา
“อ๋อ…”
“แต่เราไม่เคยเห็นมาร์คอ่ะ”
ก็ว่าไปตามจริง
“พอเราเห็นแคทที่เคาท์เตอร์check in”
“ก็แปลกใจ”
“ที่บังเอิญมาเจออีก”
เล่าต่อ
“ก็ว่า…”
“จู่ๆก็เข้ามาทักเราเฉย”
“เป็ไง”
“เจอตอนนั้นกับตอนนี้”
“เป็อย่างที่คิดไว้มะ”
คนตัวเล็กถามขำๆ
“อืมม…”
วางช้อนส้อมทำท่าคิด
“แค่นี้ทำเป็คิดนาน”
คนตัวเล็กว่า
“ก็เป็อย่างที่คิดนะ”
“อึหึ”
“ ^^”
พูดขึ้นให้ตีความ คนตัวเล็กหรี่ตามองไปยังเพื่อนตรงข้ามแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อได้แต่ยกยิ้มยักไหล่ไปอย่างไม่คิดอะไร
Part มาร์ค
โอ๊ะ!! ผมเหมือนจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอคนนั้นจังครับคนตัวเล็กหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ้มมีเสน่ห์
เมื่อผมเดินเข้าไปใกล้ๆก็ชัดเจนเลยว่าเธอคือคนที่ผมเคยเจอตอนที่ผมไปประชุมที่ J Medicalและแน่นอนว่าเธอไม่เคยเห็นหน้าผมหรอกมีแต่ผมที่เห็นเธออยู่ฝ่ายเดียว
แต่ผมก็รู้สึกบังเอิญและรู้สึกดีครับที่ได้มาเจอเธออีกครั้งและดูท่าทางว่าเธอกำลังจะเดินทางไปที่ที่เดียวกับผมอีกซะด้วยบังเอิญคูณ 2 ไปเลย
ผมเข้าไปทักทายเธอก่อนและเธอก็ดูเฟรนด์ลี่ตามที่ผมคิดไว้ไม่มีผิดและผมอยากจะบอกว่าที่ผมได้นั่งข้างๆเธอเพราะผมรีเควสที่นั่งกับพนักงานหน้าเคาท์เตอร์ครับว่าขอที่นั่งข้างๆ เธอปกติผมไม่ค่อยชอบนั่งที่นั่งตรงกลางสักเท่าไหร่หรอก
แล้วตอนอยู่บนเครื่องเธอยังหลับไม่รู้เื่เอนหัวเล็กมาพิงซบที่ไหล่ผมถึงจะเมื่อยๆ ก็เถอะผมก็ยินดีที่จะเป็หมอนให้เธอ ^^
แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมยังคาใจก็คือรูปผู้ชายที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์ของเธอกับสร้อยคอที่มีจี้ Jom’s ที่เธอสวมไว้ มันช่างกวนใจผมนักแต่ช่างเถอะอย่าไปนึกถึงมัน สนใจแค่คนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็พอ
.
.
“กินเลอะเทอะนะ”
เอ่ยทักเพื่อนสาวตรงข้ามที่มีซอสมะเขือเทศติดอยู่ที่มุมปากคุณเค้าจึงทำท่าชี้นิ้วไปว่าซอสเลอะอยู่ตรงไหน คนตัวเล็กรีบคว้าทิชชู่มาซับๆ
“หมดยัง”
ถามกลับไป
“อื้ม...หมดละ”
“แต้งกิ้วนะ”
คนตัวเล็กเอ่ยขอบคุณเพื่อนตรงข้ามแล้วก็จิ้มเฟรนฟรายด์เข้าปากต่ออย่างเพลิดเพลิน
หลังจากกินมื้อเย็นเรียบร้อยคนทั้งคู่ก็เดินเรื่อยๆ กลับไปยังหอพัก
“โอ๊ะนั่น!!”
“ตู้จดหมาย!”
คนตัวเล็กอุทานตื่นเต้นจนทำให้คนข้างๆงงว่าเธอตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นกับตู้จดหมาย
“เดี๋ยวเราขอไปส่งPostcard แป๊บนะ”
คนตัวเล็กเอ่ยบอกเพื่อนหน้าคมก่อนจะรีบเดินตรงดิ่งไปยังตู้จดหมายทันทีมือเรียวเล็กล้วงเข้าไปยังกระเป๋าสะพายหยิบ Postcard ลายสวยที่เขียนข้อความบางอย่างไว้แล้วจ้องมองข้อความอีกครั้งแล้วยกยิ้มขึ้นก่อนที่จะหย่อนลงไปยังตู้จดหมาย
“ต้องดีใจมากแน่ๆ”
เสียงเล็กพึมพำ
“ใครดีใจ”
จู่ๆ ก็มีเสียงเข้มเอ่ยถามมาจากข้างหลัง
ขวับบ
คนตัวเล็กหันไปมองยิ้มๆแต่ไม่พูดอะไรเดินนำหน้าไปอย่างอารมณ์ดีทำให้เพื่อนขมวดคิ้วกับเพื่อนตัวเล็กมีความสุขอะไรของเค้าแค่ส่งจดหมาย...
.
.
“เจอกันพรุ่งนี้นะ”
เพื่อนหน้าคมเอ่ยลาเพื่อนตัวเล็กเมื่อเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องพัก
“อื้ม…”
“บ๊ายบาย”
แล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายเข้าห้องใครห้องมัน
.
.
“แคท”
“ทางนี้”
เพื่อนใหม่ะโเรียกโบกไม้โบกมือให้คนตัวเล็กรู้ทิศทางของตน
“ไง”
“คลาสแรก...”
เพื่อนมาร์คเอ่ยถามเพื่อนแคทหลังจากเข้าคลาสเรียนครั้งแรกไปเมื่อเช้าก็คนทั้งคู่เค้าได้อยู่กันคนละคลาสอ่ะซิ มาจากโครงการเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้เรียนคลาสเดียวกันหรอกนะ
“อืม”
“ก็ดี”
“ครูเค้าให้เราออกไปเล่าเื่เกี่ยวกับตัวเองหน้าห้อง”
“เหมือนตอนเรียนอนุบาลเลย”
“5555”
“ต่างกันที่ตอนนั้นพูดเป็ภาษาไทย”
“ตอนนี้พูดภาษาอังกฤษ”
คนตัวเล็กเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอมาในห้องเรียนตอนเช้า
“แล้วมาร์คอ่ะ”
“ห้องมาร์คเค้าให้ทำอะไร”
ถามเพื่อนกลับไปบ้าง
“ห้องเราครูเค้าให้เล่นเกมส์”
“จริงดิ”
“น่าสนุกอ่ะ”
“เค้าให้จับบัดดี้”
“ให้ดูแลบัดดี้1 เดือน”
“แล้วมาเฉลยอ่ะ”
“หูยยย”
“เราอยากเล่นบ้างเลย”
เพื่อนตัวเล็กเมื่อได้ฟังกิจกรรมในห้องเรียนของเพื่อนก็รู้สึกสนใจขึ้นมาบ้าง
“อยากเล่นบ้างหรอ”
เพื่อนหน้าคมหยั่งเชิงถาม
“อืมม”
“อยาก”
“น่าสนุกดี”
“…”
“งั้นเรามาเป็บัดดี้กันมั้ยล่ะ”
เพื่อนหน้าคมเอ่ยชวนเพื่อนตัวเล็กให้เล่นบัดดี้กันเอง
“ห้ะ?!”
“เรา2 คนเนี่ยนะ”
“มันตื่นเต้นตรงไหนเนี่ย”
“บ้าบอ”
“ ^^’ ”
เพื่อนตัวเล็กพูดไปขำไปมันจะไปสนุกที่ไหนรู้ตัวกันอยู่แล้ว
“เราหมายถึง”
“บัดดี้ที่แบบว่า...”
“คอยดูแลกัน”
“ไปติวด้วยกัน”
“ไปเที่ยวด้วยกัน”
“ไปทำอะไรๆด้วยกัน”
“…”
“เอ้า!”
“ที่มาร์คพูดมานี่”
“มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วหรอ”
คนตัวเล็กงงสงสัยถ้าจะให้ทำกิจกรรมที่พูดมาไม่ต้องเล่นก็ได้มั้งเกมส์บัดดี้เนี่ย
“เราอยู่นี่”
“เราก็มีแค่มาร์ค”
“มาร์คก็มีแค่เรา”
“อีก13 คนในโครงการ เค้าก็มีกลุ่มของเค้า”
“เราก็ต้องดูแลกันอยู่แล้วป่ะ”
คนตัวเล็กพูดแล้วมองกลับไปที่เพื่อน
(เอ่อ...)
(หน้าจิ้มลิ้มที่หันมามองผม)
( -///- )
(ทำไม...)
(ทำไม...เอ่อ)
(ผมเขินๆ)
(ให้กับหน้าจิ้มลิ้มของเธอและประโยคของเธอละครับ)
พรึบบ
จู่ๆมือหนาของเพื่อนหน้าคมก็ถือวิสาสะคว้ามือเล็กของเพื่อนหน้าจิ้มลิ้มยกขึ้นมาสัญญาเกี่ยวก้อย
“สัญญาแล้วนะ”
พูดจบก็เอานิ้วก้อยของตัวเองเกี่ยวกับนิ้วก้อยเล็กของเพื่อน
“แคทต้องเป็บัดดี้ของเราคนเดียว”
“ห้ามมีเพื่อนคนอื่น”
“ไปติวไปเที่ยวกับเราแค่นั้นพอ”
“ ;D ”
“โอ๊ะ!!”
“ได้ไง!!”
“เราไม่มีมาร์คเป็เพื่อนคนเดียวหรอก”
“แค่คลาสเมื่อเช้า”
“เราก็ได้ID แชท มา 3 คนละ”
“ :b ”
เพื่อนตัวเล็กพูดขึ้นขำๆส่ายหัวให้กับข้อเสนอของเพื่อนหน้าคมแล้วดึงมือออกจากการสัญญาที่คุณเพื่อนเค้าพูดเองเออเองมานานสองนานทำเอาคุณเค้าขมวดคิ้วใส่-*-
“แล้วมาร์คได้ใครเป็บัดดี้อ่ะ”
“หญิงหรือชาย”
ถามต่ออยากรู้มือเล็กไถโทรศัพท์ไปชิวๆ
“…”
“ผู้หญิงอ่ะ”
ตอบกลับเพื่อนข้างๆไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่เค้าไม่ยอมเกี่ยวก้อยสัญญาก่อนหน้านี้
“ดีดิ”
“สาวๆสวยๆ”
“กระชุ่มกระชวยหัวใจ”
“อิอิอิ”
เพื่อนตัวเล็กพูดติดตลก
“อืมม”
“ก็สวยนะ”
“แต่ไม่ใช่สเปคเราอ่ะ”
“…”
“แล้วสเปคมาร์คเป็แบบไหนอ่ะ”
ถามต่อชิวๆ ตามองมือถือในมือไม่ได้สนใจคนที่คุยด้วยนักหรอกแต่เอ๊ะ! ทำไมคุณเพื่อนเงียบละ
หน้าจิ้มลิ้มเลยละจากหน้าจอหันมามองเอ๊อะ!! ก็เห็นคุณเพื่อนเค้ามองมาที่ตนอยู่และนิ่งอยู่อย่างนั้น
“…”
“แบบ”
“แบบ...”
“เอ่อ.........”
“…”
“Hey!!”
“Mark!!!”
จู่ๆก็มีเพื่อนออสซี่ะโเรียกชื่อเพื่อนหน้าคมซะเสียงดังทำเอาคนที่กำลังอ้ำๆ อึ้งๆต้องหันไปมองอย่างไว เพื่อนที่ห้องเรียนเมื่อเช้าของคุณหน้าคมเค้าน่ะ
“Ohh!”
“Brooke!!”
“Would you playbasketball together with me?”
เอ่ยถามทันทีที่เดินมาถึง
“Oh…”
“Ohh…”
“Ok”
ตอบตกลงกลับไปหลังจากมองสลับหน้าเพื่อนตัวเล็กกับเพื่อนออสซี่อยู่ 2 3 ที
“Is yourgirlfriend?”
“She’s so cute.”
“ :) ”
เอาละเพื่อนบรู๊คเข้าใจผิดละ
“Hi”
“I’m Brooke.”
แถมทักทายคนตัวเล็กต่อ
“Hii!”
“I’m Kat”
“Nice to meet you”
ทักทายตอบซิคะรออะไร แล้วยิ้มให้ 1 กรุบ
“ ^^” ”
เพื่อนหน้าคมส่งยิ้มแหยๆไปให้เพื่อนบรู๊คก่อนจะเอ่ยประโยคถัดไปที่ทำเอาเพื่อนหัวทองในิดหน่อยที่เข้าใจผิด
“She’s a friendnot a girlfriend.”
“ 0-0! ”
“Oh!”
“Ohh!!”
“Sorry!!!”
“Sorry for the mixup!”
เพื่อนบรู๊ครีบขอโทษอย่างไวในความเข้าใจผิดนี้
“Oh! It’s Okay”
“ :) ”
“Umm”
“Do you like basketball?”
“You can withus.”
ขอโทษเสร็จก็เปลี่ยนโหมดเอ่ยชวนเพื่อนแคทไปเล่นบาสอีกคนทำเอาเพื่อนมาร์คเลิกคิ้วมองลุ้นว่าคนตัวเล็กจะตอบว่ายังไง
“Oh…”
“Sure”
ตอบตกลงค่ะ เล่นไม่เป็หรอกแต่อยากไปดู แถม่บ่ายไม่มีเรียนแล้วด้วย ไปเปิดหูเปิดตาดูนักกีฬาบาสซะหน่อยอิอิ อย่าบอกพี่จอมนะคะผู้อ่าน
“Great!”
“Let’s play it now”
.
.
“แคทชอบกีฬาบาสหรอ”
เพื่อนเอ่ยถามในขณะที่เดินไปสนามบาส
“ไม่รู้ว่าชอบมั้ย”
“แต่อยากไปดูอ่ะ”
“อิอิอิ”
“แล้วมาร์คเล่นบาสเป็หรอ”
“บรู๊คชวนเลยมาเล่นเนี่ย”
“อืม”
“เราเคยเล่นสมัยเรียนน่ะ”
“ทีมเราชนะด้วยนะ”
“อึหึ”
เพื่อนแอบอวดนิดหน่อย
“จริงอ่ะ”
“เดี๋ยวเราจะรอดูฝีมือผู้ชนะซะหน่อย”
เพื่อนตัวเล็กพูดติดตลกขำคิกคักกับเพื่อนข้างๆ
.
.
ปิ้ด ปรี๊ดดดด!!
เมื่อเสียงเป่านกหวีดดังขึ้นเหล่าผู้ชายเค้าก็เดินเกมส์ในสนามกันอย่างเมามันส่วนหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างสนามก็คอยสอดส่องมองนักกีฬาในสนามไปมาอย่างเพลิดเพลิน
แชะ!!
ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วส่งให้คุณแฟนดู
“หนูมาดูแข่งบาส”
พิมพ์จบปุ๊บก็ขึ้นว่าอ่านปั๊บทันทีนี่คุณเค้าเฝ้าแชทเราอยู่หรือเปล่านะ
“ห้ามหวีดนักบาสนะครับ”
ส่งสติ๊กเกอร์ดุ
“555555”
“ไม่หวีดๆ”
“ดิฉันจะหวีดแค่คุณคนเดียวค่ะ”
“คุณจอม”
ส่งสติ๊กเกอร์จุ๊บๆ
“ -3- ”
พิมพ์หยอดไปงี้ทำเอาคุณฝั่งอเมริกาเค้ายิ้มแก้มแตก
“น้องแคท”
“ไม่มีเรียนแล้วใช่มั้ยครับวันนี้”
“ไม่มีค่ะ”
“ดีเลย”
“งั้นคอลกันนะ”
พิมพ์จบหน้าจอก็มีสายวิดิโอคอลเรียกเข้าไวจริงๆ พ่อคุณ
.
.
Part มาร์ค
หลังจากจบคลาสแรกของวันผมก็มานั่งรอคนตัวเล็กที่ลานโล่งใต้ตึกเรียนครับ รอไม่นานเธอก็มานั่งอยู่ข้างๆผมละ ^^
เราคุยกันถึงคลาสแรกของเราทั้งคู่แต่ดูท่าว่าคนตัวเล็กจะรู้สึกสนใจกิจกรรมของห้องผมมากกว่าห้องเธอเสียอีก อึหึเธอบอกเธออยากเล่นเกมส์บัดดี้แต่พอผมชวนเธอเกี่ยวก้อยเป็บัดดี้ของผมเธอดันไม่ยอมซะงั้นเธอบอกว่ายังไงก็ต้องดูแลกันอยู่แล้วเพราะมีกันอยู่ 2 คน ไม่ต้องเล่นหรอกบัดดี้โธ่! เซ็งเลย
แล้วก็มีอยู่จังหวะหนึ่งครับ ที่เธอถามว่าบัดดี้จริงๆของผมสวยมั้ยใช่สเปคผมหรือเปล่า ผมละอยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่าสเปคของผมก็คือคนตรงหน้านี่แหละ แต่พอได้มองหน้าเธอ ทำไมผมพูดไม่ออกละครับ -///-
แล้วที่น่าหงุดหงิดอีกอย่าง เธอบอกว่าเธอจะรอดูฝีมือผู้ชนะบาสอย่างผมแต่ถึงเวลาจริงผมเห็นเธอเอาแต่คุยแล้วก็ยิ้มหัวเราะอยู่กับมือถือของเธอนั่นแหละคุยกับใครถึงอารมณ์ดีขนาดนั้นนะ ใช่คนเดียวกับคนที่อยู่ในกระเป๋าสตางค์หรือจี้ที่ใส่อยู่ที่คอหรือเปล่าจิ๊ๆๆๆๆ