ฉินฟงเดินเล่นมาเรื่อย ๆ จนมาถึงสนามหญ้าโล่งกว้างของฝ่ายลมปราณ และที่นี่เองเขาก็ได้พานพบกับสตรีนางหนึ่งในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน นางกำลังร่ายรำเพลงกระบี่อย่างคล่องแคล่วเฉกเช่นทุกวัน เสี้ยวอี้หลานหยุดมือทันที เมื่อเห็นชายชราแปลกหน้ากำลังยืนมองอยู่ นางเก็บกระบี่เข้าฝักและเข้ามาหาเขาก่อนจะยกมือคารวะ และกล่าวทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงใส ๆ อย่างสุภาพนอบน้อม “ข้าน้อยเสี้ยวอี้หลานคารวะผู้าุโ ไม่ทราบท่านเป็ใครหรือคะ ข้าไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รึว่าท่านจะเป็แขกของท่านพ่อ” ฉินฟงนิ่งอึ้งชะงักงั้นไปเล็กน้อย เขาควรตอบเช่นไร และควรรู้สึกกับนางเช่นไร…แต่ก่อนนางคือ หญิงสาวที่เขาหลงรัก และใฝ่ฝันถึงทุกวัน หากแต่ บัดนี้ สถานะของเขาไม่ใช่แบบเดิมแล้ว และมันก็คงไม่มีวันเป็ไปได้ตลอดกาล
ฉินฟงถอยหายยาว ๆ ด้วยความผิดหวัง ก่อนจะรีบยิ้มและตอบ เสี้ยวอี้หลานไปทันที “ตัวข้างั้นรึ หลานสาว ข้าเป็เพียงชายชราขอทานที่บังเอิญ เดินหลงเข้ามาแค่นั้นแหละ เดียวข้าก็จะไปแล้ว” ฉินฟงบอกออกไปแบบนั้นเพราะไม่อยากทำให้เสี้ยวอี้หลานใ และเขาอยากจะดูด้วยว่า อากัปกิริยาของนางจะเป็เช่นไร เมื่อรู้ว่าเขาเป็ขอทานแก่ ๆ
เสี้ยวอี้หลานมีสีหน้าใ และประหลาดใจเล็กน้อย ร้อยวันพันปีไม่เคยมีคนนอกเข้ามาในสำนักได้ เหตุใดจึงมีชายชราขอทานเข้ามา ผู้าุโลึกลับท่านนี้คงกำลังลองใจข้าอยู่เป็แน่ ด้วยสติปัญญาและไหวพริบของเสี้ยวอี้หลาน นางจึงไม่หลงไปกับคำลวงของฉินฟง แต่นางก็ไม่ได้มีท่าทีจะทำร้ายเขา แถมยังถามฉินฟงอย่างใจเย็นว่า เขาหิวหรือไม่ อยากทานอะไรรึเปล่านางจะไปเอามาให้ ฉินฟงรู้สึกประทับใจมาก ที่เสี้ยวอี้หลานเป็หญิงสาว ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แม้แต่กับคนแปลกหน้า นี่สิถึงจะสมกับเป็ศิษย์ของปรมาจารย์ไท่หยวนอี้ ฉินฟงยิ้ม และพยายามโบกไม้โบกมือขอบใจเสี้ยวอี้หลานที่มีน้ำใจแทนที่จะรับอาหาร แต่ไม่ทันไร เสี้ยวอี้หลานก็หายวับไปหยิบถาดขนม กับน้ำชามาเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นทั้งคู่จึงเริ่มสนทนากันอย่างออกรส มันเป็อะไรที่ฉินฟงรู้สึกดี และรู้สึกเสียดายในเวลาเดียวกัน เขาอยาก ใช้เวลาแบบนี้อยู่กับนางในร่างเดิมของตนมากกว่า ไม่ใช่ในร่างของ ไท่หยวนอี้ผู้เป็อาจารย์ปู่ของเธอเช่นนี้
คนโบราณมักว่ากันว่าเวลาของความสุขมักอยู่ได้ไม่นาน และดูเหมือนจะจริงดังว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอย่างมีความสุข จู่ ๆ ก็ได้มี ลูกศิษย์ในสำนักมากมายตรงเข้ามาล้อม ชายชราลึกลับ และ เสี้ยวอี้หลานเอาไว้ ทั้งหมดนำมาโดย ิเจียวจู่ ศิษย์พี่จากทุกฝ่าย และ ศิษย์เอกอันดับหนึ่งของฝ่ายกระบี่ หลู่อิงฉาน “ชายชราผู้นี้งั้นรึ..เจียวจู่ที่เ้าบอกว่ามันใช้วิชาประหลาดทำร้ายศิษย์ในสำนักจนาเ็ไปหลายคน”
เสียงของหลู่อิงฉาน กล่าวขึ้นอย่างราบเรียบแต่แววตาจับจ้องมายังฉินฟงตาไม่กะพริบ “ใช่แล้วค่ะ ศิษย์พี่อิงฉาน เ้าแก่คนที่ยืนอยู่กับอี้หลานตรงนั้นแหละที่ทำร้ายพวกศิษย์พี่ก้านเหลียง มันจะเป็คนของพรรคมารเหมือนปลอมเป็เ้าอ้วนต้าเหยียนแน่ ๆ เลยค่ะ” ิเจียวจู่ที่พึ่งจะคลานหนีฉินฟงไปก่อนหน้านี้ได้ไม่นาน นางกลับไปตาม หลู่อิงฉานกับ ศิษย์พี่ยอดฝีมือจากทุกฝ่ายมาจัดการกับฉินฟง นางสมกับเป็อสรพิษกลับชาติมาเกิดจริง ๆ แต่ฉินฟงก็ไม่ได้สนใจนาง เพราะตอนนี้มีคนที่เข้าต้องคิดบัญชีอีกคนมาอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มผู้ในคราบคุณชายผู้สูงศักดิ์ของสำนัก แต่ภายในนั้นโเี้อำมหิตยิ่งกว่าพรรคมารบางคนเสียอีก
หลู่อิงฉานก้าวเท้าออกมา และเดินตรงมาหาฉินฟงพร้อมกระบี่ในมือ แววตาของมันดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะสังหารเหยื่อให้ตายได้ในพริบตา “ช้าก่อน..!! ศิษย์พี่อิงฉานท่านคิดจะทำอะไร ผู้าุโท่านนี้เป็แขกของข้าโปรดถอยกลับไปเถิด” หลู่อิงฉานหยุดชะงักก่อนจะกล่าวกับเสี้ยวอี้หลานทันที “แขกของเ้างั้นรึ? ศิษย์น้องอี้หลาน ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่าวันนี้จะมีแขกเข้ามาในสำนักเรา..ถ้าเช่นเขาเป็ใคร มาจากสำนักไหนกันล่ะ เ้าตอบข้าได้หรือไม่…” พอหลู่อิงฉานเอ่ยปากถามแบบนั้นมา เสี้ยวอี้หลานก็ได้แต่อ้ำอึ้ง พูดอะไรต่อไม่ออก เพราะนางไม่รู้ว่า ฉินฟงเป็ใคร มาจากไหน รู้แค่ว่าน่าจะเป็ผู้าุโท่านหนึ่ง
“ท่านผู้นี้เป็…เป็แขกของ..พะ..พ่…” เสี้ยวอี้หลานกำลังจะโกหกหลู่อิงฉาน ว่าฉินฟงเป็แขกของ จางเทียนจื้อ บิดาของนาง แต่น้ำเสียง กับ สีหน้าของนางที่ดูประหม่ามาก จนเด็กน้อย ห้าขวบมองก็ยังดูออกว่านางกำลังโกหก แล้วมิรึ ที่คนฉลาดอย่างหลู่อิงฉานจะมองไม่ออก “ข้าเป็แค่ชายชราขอทานที่ผ่านเข้ามาขอเศษเงินเท่านั้นแหละหลานชาย ไม่ใช่คนจากสำนักไหนดอก ตัวข้าเองก็พอจะมีวิชาติดตัวนิดหน่อยจึงลงมือสั่งสอนเ้าศิษย์นิสัยเสียพวกนั้นแทนเ้าสำนักของเ้าไป ถ้าข้าพลั้งมือทำเกินกว่าเหตุก็ต้องขออภัยด้วย แต่พวกมันก็สมควรโดนแล้ว” ฉินฟงกล่าวกับหลู่อิงฉานอย่างใจเย็น “สั่งสอนแทนอาจารย์ของพวกข้า?…เ้ามีสิทธิ์อะไรถึงทำเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่เป็คนนอกแท้ ๆ มีวิชาติดตัวนิดหน่อยกระนั้นรึ งั้นก็ดี ให้ข้าจะเปิดหูเปิดตาหน่อยเป็ไร..”
สีหน้าและแววตาของหลู่อิงฉานพลั่นเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียม ก่อนที่เขาจะชักกระบี่ออกมาเร็วปานสายฟ้าแลบ และพุ่งเข้าใส่ฉินฟงทันที “แย่แล้ว!! ปราณกระบี่เขี้ยวัหกกระบวนท่า” เสี้ยวอี้หลานร้องอุทานออกมาด้วยความใ เพราะไม่คิดว่า หลู่อิงฉานจะกล้าใช้วิชาชุดนี้มาเล่นงานผู้าุโข้างหลังเธอ ปราณกระบี่เขี้ยวัหกกระบวนท่า ไม่ใช่สิ่งที่ปรมาจารย์ไท่หยวนอี้คิดค้นขึ้น หากแต่เป็หลู่อี้ถัง ผู้มีศักดิ์เป็ปรมาจารย์าุโฝ่ายกระบี่ และเป็ปู่ของหลู่อิงฉานคิดขึ้น มันมีพลังทำลายที่รุนแรงและโเี้ ผู้ฝึกจนชำนาญจะสามารถสังหารคู่ต่อสู้ได้ภายในหกกระบวนท่าตามชื่อของมัน และดูเหมือนหลู่อิงฉานจะฝึกถึงกระบวนท่าที่สี่แล้ว นั้นทำให้เขาเหมือนกว่า เสี้ยวอี้หลานที่อยู่ตรงหน้าด้วย “หลบไป!! ศิษย์น้องอี้หลาน อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ” หลู่อิงฉานกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบในขณะที่กระบี่กำลังจะถึงตัวของนาง
วิชานี้รวดเร็วว่องไวนัก ในระยะแค่นี้ต่อให้เป็ผู้ฝึกวิชามานานหลายปีก็ยังยากที่จะหลบได้ จิตใจของหลู่อิงฉาน นั้นช่างโเี้อำมหิตยิ่งนัก เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดเลยนอกจากเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว “ศิษย์หลานข้า เ้าหลบไปก่อนไป เดี๋ยวจะาเ็เอาได้..” ในตอนนั้นเองฉินฟงก็ได้กล่าวขึ้นอย่างแ่เบากับเสี้ยวอี้หลาน ก่อนที่ร่างของนางจะเคลื่อนไปด้านข้างเอง ราวกับมีลมอะไรบางอย่างผลักดันไป
“วิชาปราณกระบี่เขี้ยวัหกกระบวนท่างั้นรึ..ถ้าจำไม่ผิดในความทรงจำของอาจารย์ ท่านเคยทะเลาะกับ ปรมาจารย์ หลู่อี้ถัง เื่นี้จนผิดใจกัน ท่านจึงสั่งห้ามทุกคนในสำนักฝึกวิชานี้เด็ดขาด แต่สุดท้ายพอ ท่านอาจารย์เข้าฌานเป็เวลานาน กฎเกณฑ์ในสำนักก็ถูกทำลายสิ้น ข้าคงต้องแก้อะไรหลายอย่างสินะครับท่านอาจารย์…ท่องนภาข้ามราตรี” ฉินฟงบ่นพึมพำกับตัวเอง และไม่ได้มีท่าทีวิตกกังวล กับปราณกระบี่สีดำที่แผ่จิตสังหารจนน่าขนลุกในมือของหลู่อิงฉานแม้แต่น้อย
รอยยิ้มอันชั่วร้ายของหลู่อิงฉานเติมแต้มบนใบหน้า เขามั่นใจว่าวิชาที่ตนใช้จะต้องสังหารชายชราตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย เหมือนที่เขาใช้มันสังหารเหยื่อที่โผล่มาขวางหูขวางตาเขาทุกคน ทว่า….ครั้งนี้กลับไม่เป็เช่นนั้น กระบี่ในมือของหลู่อิงฉานพุ่งผ่านอากาศไปราวกับฉินฟงไม่เคยอยู่ตรงนั้น!! หลู่อิงฉานตกตะลึงมาก คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน “ข้าอยู่ทางนี้หลานชาย..เ้าไปผิดทางแล้ว” เสียงของฉินฟงเอ่ยขึ้นจากทางขวาของหลู่อิงฉานห่างออกไปสองก้าว ความโกรธภายในใจของหลู่อิงฉานพุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว เขารู้สึกเสียหน้ามาก แต่ก็เพียงชั่วครู่เดียว เมื่อรู้ว่าพลาดหลู่อิงฉานก็ใช่กระบวนที่ที่สองต่อทันที ครานี้มันรวดเร็ว และ รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
แต่ผลก็ไม่ต่างจากครั้งแรก…ฉินฟงโผล่ไปยืนอีกด้านเรียบร้อย และแย้มยิ้มเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ผิดกับหลู่อิงฉานที่เืขึ้นหน้าจนแดงก่ำ ดูน่ากลัว คราวนี้เขาจึงใช้กระบวนท่าที่สามและ สี่ ติดกัน ๆ แต่ทุกอย่างก็ไร้ผล
ฉินฟงไปนั่งอยู่บนโขดหินก่อนจะบิดตัวไปมาด้วยท่าทางเมื่อยขบ และในนี้เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นรอบตัว คนทั้งสอง ส่วนใหญ่จะเป็เสียงบ่นเสียมากกว่า นั้นทำให้ หลู่อิงฉานสติแตก ราวกับผู้ที่ธาตุไฟเข้าแทรก เขาหันกระบี่ไปยังเสียงเ่าั้แทนที่จะเป็ฉินฟง ก่อนจะพุ่งปราดเข้าไปทันที “เ้าคนสารเลว..พอรู้ว่าแพ้ก็ยอมรับไม่ได้ จนขาดสติทำร้ายผู้อื่น เ้านี่มันช่างไม่เหมาะจะเป็ศิษย์เอกของสำนักข้าแม้แต่น้อย..” ฉินฟงเคลื่อนตัวมาขวางหลู่อิงฉานไว้ก่อนที่เขาจะทันทำร้ายศิษย์คนอื่นในสำนัก
จากนั้นก็เดินลมปราณนิดหน่อยไปที่นิ้วชี้ และนิ้วกลางในมือ ก่อนจะเอามันคีบไปที่ปลายกระบี่ของหลู่อิงฉาน และพลิกสะบัดมือจนกระบี่เล่นนั้นหักกระเด็น ก่อนจะเงื้อฝ่ามืออีกข้างขึ้นมาและตบไปที่หน้าของอิงฉาน ประมาณสามครั้งอย่างรวดเร็ว ครั้งแรกคือที่เขาฆ่าฉินฟงเมื่อตอนลอบเข้ามาในสำนักคืนนั้น ครั้งที่สองคือตอนที่เขาสังหารฉินฟงในร่างจูต้าเหยียน และครั้งที่สามก็คือครั้งนี้ที่เขาขาดสติและจนจะทำร้ายศิษย์ในสำนัก หน้าของหลู่อิงฉานหันไปหันมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเืที่กระเด็นออกมาจากปาก หลู่อิงฉานตาลอยด้วยความตกตะลึงก่อนจะทรุดเข่าลงกับพื้น นี่มันเื่อะไรกัน ข้าโดนตาแก่ไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนไม่รู้ตบ….เป็ไปไม่ได้ ั้แ่ข้าฝึกยุทธ์มายังไม่เคยมีผู้ใดแตะต้องตัวข้าได้มาก่อนแล้วนี้มันอะไรกัน!!!!!!!!!!!!!!!
คุณชายหลู่อิงฉานผู้สง่างามและเยือกเย็นคนนั้น คนที่ทุกคนในสำนักต่างชื่นชม และมองว่ามีอนาคตไกล บัดนี้กลับ กรีดร้อง ตาเหลือกราวกับคนเสียสติ หลู่อิงฉานลุกขึ้นมาและโคจรลมปราณไปทั่วร่างหมายจะจัดการกับฉิงฟงให้ได้ ฉินฟงได้แต่ถอนหายใจ มองด้วยความสมเพช นี่คงเป็ผลกรรมที่หลู่อิงฉานสมควรจะได้รับแล้วจากที่มันเคยทำไว้กับฉินฟงก่อนหน้านี้ ฉินฟงเองก็โคจรลมปราณไปที่ฝ่ามือเช่นกัน เขาไม่ปรารถนาที่จะสังหารหลู่อิงฉาน เพียงแค่้าซัดให้สลบไปเท่านั้น หลู่อิงฉานะโเสียงดังก่อนที่กำลังจะพุ่งเข้ามาหาฉินฟง แต่ทันใดนั้นเองเสียงของใครบางคนก็ร้องขึ้นเสียก่อน
“หยุดนะ!!! อิงฉาน นั้ เ้าคิดจะทำอะไร” ทุกคนหันไปตามเสียงนั้นก่อนจะได้พบกับ หลู่อี้ไป๋ กับ จางเทียนจื้อ สองรองเ้าสำนัก จากฝ่าย กระบี่ และฝ่ายลมปราณ “ทะ..ท่านพ่อ กับท่านลุง…มาพอดีเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า มาครับช่วยข้าสังหารเ้าแก่ผู้บุกรุกคนนี้เร็วเข้า..” เพี้ยะ!! เสียงฝ่ามือของหลู่อี้ไป๋ตบเข้าไปที่หน้าหนึ่งฉาดอย่างแรงจนทุกคนตกตะลึง “ทะ..ท่าน….พ่อ…ทำไม..ถึง…”
“คุกเข่าลง หลู่อิงฉาน….ข้าบอกให้คุกเข่า!!!!” เสียงของหลู่อี้ไป๋ ตวาดใส่หน้าหลู่อิงฉานดังลั่นต่อหน้าศิษย์คนอื่น ๆ เข่าของเขาทรุดลงทันที จากนั้น หลู่อี้ไป๋จึงเดินตรงเข้ามาหาฉินฟง ก่อนที่เขาจะค่อมศีรษะและยกสองมือประสานและกล่าวขึ้น “ข้าต้องขออภัยแทนเ้าลูกชั่วคนนี้ด้วย ที่มันมีตาแต่หามีแวว ไม่รู้ว่าท่านคือเ้าสำนักของเรา..” คำพูดของหลู้อี้ไป๋ ทำเอาบรรดาศิษย์น้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบตกตะลึงไปตาม ๆ กัน และคนที่ใที่สุด ก็เห็นจะไม่พ้นหลู่อิงฉาน กับ เสี้ยวอี้หลาน…ชายชราผู้นี้ คือ ปรมาจารย์ไม่หยวนอี้งั้นรึ..!!?
จบบท
บทต่อไป การเปลี่ยนแปลงในสำนักครั้งใหญ่