/I can never be mad/
แม้สถานะของเรายังไม่ได้ชัดเจนแบบร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ผมมั่นใจแน่ๆว่าตอนนี้ผมกำลังรู้สึกหึง
หึงใครบางคน
สายตาทอดมองคนสองคนที่คุยกันอย่างสนุกสนานอยู่ที่หน้าบ้าน ผมจ้องมองบางคนที่อยู่ตรงนั้นจากบนชั้นสองั้แ่ 7 โมงเช้าจนตอนนี้ 8 โมงก็ยังคงจ้องอยู่ เร็นกับไอ้เด็กมอต้นนั่นที่นั่งคุยกันอยู่สนุกสนาน
ใช่ครับ เขานั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน เร็นยิ้มและเล่นตอบ
ทำไมผมไม่เคยได้แบบนี้บ้าง น้อยใจว่ะ
“จะนั่งตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่ห๊ะ ชั่วโมงนึงแล้วนะ”
ผมหันไปตามเสียงเห็นมีนที่ถือถ้วยโจ๊กเดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามผม อย่างที่มีนพูดผมใช้ระเบียงที่ห้องของมีกับจาเพราะมันอยู่ฝั่งหน้าบ้านพอดี ผมหยิบถ้วยโจ๊กของไอ้มีนขึ้นมาตักกินหันมองคนที่นั่งอยู่ด้านล่าง
“ไอ้สัสมานั่งห้องกูไม่พอยังเสือกแดกกูโจ๊กกูอีก”
ผมไม่สนใจเสียงมีนบ่นผมหยิบมือถือขึ้นมาทักหาบางคน เร็นที่นั่งอยู่หยิบมือถือขึ้นมาดูบางอย่างอยู่ในมือถือก่อนจะหันมามองผมด้วยใบหน้าที่คิ้วขมวด เร็นหันกลับไปคุยกับไอ้เด็กมอต้นยกมือลูบหัวยิ้มให้มันและปล่อยให้ไอ้เด็กน้อยนั่นมันโผเข้ากอดและหอมแก้ม
ฟัค
ผมตักโจ๊กเข้าปากหนึ่งคำรีบลุกไปทันที
way’s : :(
way’s : :(
way’s : :(
way’s : :(
way’s : หวง
way’s : หวงว่ะ
renremember- : อะไร
renremember- : หวงอะไร
way’s : เด็กเวรนั่น
way’s : เอามันออกไปได้มั้ย
renremember- : ทำไม
way’s : หวง
renremember- : แค่คุยเอง
renremember- : ไม่ได้เจอน้องนาน
renremember- : น้องแค่คิดถึง
way’s : :(
renremember- : อย่างอแงเวย์
way’s : :(
way’s : ใช่สิ คนสถานะไม่ชัดเจนก็ไม่มีสิทธิ์หวงเนาะ
way’s : ส่งสติ๊กเกอร์
way’s : ทำไมมันหอมแก้ม
way’s : ส่งสติ๊กเกอร์
way’s : ได้นะเร็น
คิดว่าผมหงุดหงิดมั้ยล่ะ
เออ แม่งโคตรหงุดหงิดเลย
“อันนี้โคตรอร่อยเลย”
“งั้นก็กินเยอะๆนะ”
ผมลูบหัวคนน้องอย่างเบามือ แสบเด็กมอต้นที่อาศัยอยู่แถวนี้ผมไม่ได้เจอน้องตั้งนานมากถ้าจำไม่ผิดก็สี่ห้าปีกว่าได้ ผมหันไปจัดการข้าวในจานตัวเองบ้านรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่อึมครึมผิดปกติ เหลือบมองคนข้างๆเวย์ที่นั่งกินอย่างเงียบๆพลางเล่นมือถือหน้าตาบึ้งตึงไม่พูดไม่จา เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นเป็ระยะๆผมหยิบมือถือขึ้นเช็คข้อความเป็ข้อความจากคนข้างๆ
way’s : :(
way’s : :(
way’s : ส่งสติ๊กเกอร์
way’s : คนใจร้าย
way’s : :(
way’s : เชอะ!!
อ่อ ที่แท้ก็งอน
renremember- : งอนไร
way’s : หวง
way’s : หึง
way’s : เป็บ้า
ผมเงยหน้าจากมือถือมองคนข้างๆ เห็นเวย์เหลือบตามองผมสายตานั่นรู้เลยว่างอนอยู่ และงอนมากด้วย แต่ก็พอจะเดาออกนะว่าอีกคนงอนเื่อะไรแต่อย่างที่บอกผมไม่ได้เจอแสบนานอีกอย่างน้องก็ป่วยเป็ออทิสติกด้วยผมเลยไม่อยากให้น้องต้องรู้สึกโดดเดี่ยว ผมกดส่งข้อความไปหาเวย์อีกครั้งเพื่อจะอธิบาย
renremember- : น้องเป็ออทิสติก
renremember- : เข้าใจหน่อย
way’s : รู้
way’s : พยามอยู่
way’s : แต่มันหึง
way’s : หวงด้วย
way’s : ส่งสติ๊กเกอร์
ผมถอนหายใจเหลือบมองอีกคนเหมือนว่าตอนนี้จากับจิมมี่จะช่วยเบ่งเบนความสนใจจากแสบไปเรียบร้อยแล้ว ผมเอื้อมมือจับมืออีกคนก้มลงกระซิบให้เบา
“เดี๋ยวง้อนะ”
เวย์เหลือบมองผมด้วยสีหน้าที่ยังคงงอนอยู่แต่ก็แอบดีใจ โคตรเหมือนเด็กเลย
“จริงนะ”
“อืม” ผมพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยมืออีกคนเมื่อเห็นว่าแสบเดินตรงมาทางนี้
เอาเถอะเดี๋ยวค่อยง้อทีหลังละกัน
เวลาเหมือนผ่านไปเร็วตอนนี้เป็เวลาห้าโมงกว่าผมยืนมองฝูงวัวนับสิบที่ตอนนี้ถูกจาต้อนเอาเข้าคอกด้วยสีหน้านิ่งปนความหงุดหงิดที่มีอยู่ภายในใจ ถามว่าเพราะอะไรคงตอบได้ไม่ยาก
“ไอ้เวย์มาช่วยหน่อยดิ อ๊ากกกกก”
“อะไร กูก็ช่วยอยู่เนี่ย”
“ช่วยห่าอะไรกูเห็นมึงยืนอยู่เฉยๆ”
“ช่วยเปิดประตูไง”
“สัส ว๊ากกกก”
ะโไปก็เท่านั้นแหละผมก็ไม่ช่วยหรอก ผมเดินเข้าด้านในโรงเลี้ยงวัวหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวกวาดพื้นให้สะอาด ไม่นานจาก็พาเ้าวัวตัวสุดท้ายเข้ามาก่อนจะนำมันไปเข้าคอกที่แบ่งจัดเป็โซนๆไว้
“เชี่ย โคตรเหนื่อย มึงจะกินข้าวเลยมั้ยเนี่ย”
“เดี๋ยวตามไป”
“เค”
จาเดินออกไปจากโรงเลี้ยงวัวทิ้งไว้แค่ผมให้อยู่กับวัวตามลำพัง สองมือจัดการกวาดพื้นโรงเลี้ยงให้จนสะอาดเอาจริงๆเดิมทีหน้าที่นี้มันเป็ของเร็นแต่เพราะเร็นต้องไปอยู่เล่นกับเด็กแสบออทิสติกนั่นแหละผมเลยมารับหน้าที่นี้แทน พูดไปก็หงุดหงิดนะแต่ก็เข้าใจว่าเด็กนั่นไม่เหมือนกับเด็กคนอื่น ผมพยายามหาเหตุผลที่จะทำให้ตัวเองไม่หงุดหงิดกับเื่นี้พยามจะทำความเข้าใจกับมันแต่สุดท้ายอารมณ์มันก็เป็ใหญ่กว่า
“มออออ”
เสียงฟ้าร้องดังลั่นให้วัวในคอกบางตัวร้องออกมาผมเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็กไม่นานพายุฝนก็เทลงมา ผมรีบจัดการงานตรงหน้าให้เสร็จจะได้ไปกินข้าวสักทีโชคดีที่ประตูด้านหลังของโรงเลี้ยงวัวมีทางเชื่อมระหว่างโรงเลี้ยงกับตัวบ้านอยู่เลยไม่ต้องกังวลว่าจะเดินฝ่าฝนไป ประตูหลังเปิดออกเผยให้เห็นอีกคนที่อยู่หลังประตูเร็นในชุดเสื้อยืดกางเกงบอลในมือถือไฟฉายขนาดเล็กเอาไว้
“ยังไม่เสร็จหรอ”
“ใกล้แล้ว”
ผมเอ่ยตอบโดยที่ยังคงโฟกัสกับงานตรงหน้าพยายามหักหามใจเก็กหน้าว่าตัวเองยังงอนอยู่ เสียงฝีเท้าที่เริ่มเข้ามาใกล้แม้มันจะไม่ได้ชัดมากเพราะมีเสียงฝนกลบแต่ก็พอจะรู้ว่าอีกคนกำลังเดินเข้ามาหา
ไอ้เวย์เก็กไว้อย่าพึ่งตบะแตก
เสร็จงานหยิบอุปกรณ์ทั้งหมดเก็บลงที่เดิมจัดระเบียบของให้เข้าที่ พอเสร็จหันหลังกลับหมายจะออกจากโรงวัวแต่ถูกอีกคนเดินมาดักหน้าั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มือเรียวสอดเข้าข้างลำตัวของผมอีกคนเอนซบเอาหน้าแนบอกอย่างที่ไม่เคยทำ ส่วนผมไม่ต้องพูดถึงยืนนิ่งแข็งเป็หินไปเป็ที่เรียบร้อย
“เวย์ หายงอนนะ”
ผมเม้มปากแน่นท่องในใจอย่าตบะแตกไปก่อน ผมเอื้อมดึงมือของอีกคนก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงที่พยายามปกติสุด
“ไปกินข้าวเถอะ ดึกแล้ว”
“กินนมพ่อวัวแทนได้มั้ย”
ห๊ะ? ประโยคนี้เล่ทำผมเอาอึ้งเลย นมพ่อวัว เอ๊ะ? พ่อวัวมีนมด้วยหรอ ผมคิ้วขมวดมองอีกคนเร็นช้อนตามองผมเราสบตากัน
แม่งเอ้ย!!! คนอะไรอ้อนได้น่ารักสัส
“พ่อวัวไม่มีนม”
“มีสิ”
ยังไม่ทันที่ผมจะได้เถียงมือเรียวเล็กกดไหล่ผมให้นั่งลงบนกองฟางทันที มือเรียวจัดการปลดพันธนาการส่วนล่างออกเผยให้เห็นกางเกงชั้นใน อีกคนนั่งยองตรงหน้าก่อนจะเริ่มปฏิบัติการรีดนมจากพ่อวัว เสียงหายใจเริ่มถี่แอ่นกายให้รับกับปากของอีกคนได้อย่างสะดวก ขนตามร่างกายขนลุกชันไม่รู้ว่าจากความหนาวของพายุฝนหรือจากคนตรงหน้ากันแน่ ไม่นานนมวัวก็ถูกรีดออกมาเร็นยกมือขึ้นเช็ดนมวัวที่เละตามมุมปาก ผมยกมือััปากเรียวนั่นพลางไล่ััทีอย่างช้าๆ
ไม่ไหวว่ะ แรงต้านทานน้อยเกินไป
ยันตัวลุกขึ้นนั่งสอดมือไปด้านหลังคอดันอีกคนก่อนจะประกบปากของอีกฝ่าย ดันลิ้นหนาดุนเข้าสำรวจภายในโพรงปากมืออีกข้างที่ว่างดันสะโพกของอีกคนให้ขึ้นมาที่ตัก เสียงฟ้าร้องและพายุฝนด้านนอกไม่มีทีท่าว่าจะหยุดและพายุลูกใหม่ก็กำลังจะมาเหมือนกัน ไม่รีรอให้อีกคนได้เอ่ยถามจัดการสอดใส่ทันที ค่อยๆเริ่มจังหวะจากเบาเป็ถี่ โชคดีที่วัวทุกตัวในคอกหลับหมดแล้วบวกกับพายุฝนด้านนอกเลยทำให้เสียงถูกกลบไปจนหมด
หนึ่งยกผ่านพ้นไปสองและสามทยอยตามมา ไม่นานนมวัวทะลักออกมาจนเลอะเต็มหน้าท้องผมก้มเฉดชิมนมวัวจากอีกคนกลืนลงคออย่างไม่อาย
“แฮ่ก หายงอนยัง”
“หืม? ใครงอน”
“นายนั่นแหละงอน”
“งั้นหรอ พึ่งรู้นะเนี่ยว่าตัวเองงอน”
อีกคนตีไหล่ผมไปทีนึง ผมเอนหลังลงบนกองหางโดยมีเร็นนอนทับอยู่บนอกด้วยความเหนื่อยล้า มือสองข้างของผมกอดอีกคนเอาไว้แน่นจุมจิตลงบนกลุ่มผมหอม ถามว่าผมหายงอนมั้ย
ผมหายั้แ่ที่บอกว่า ‘เดี๋ยวง้อ’ แล้วล่ะ