คะแนนที่ 2-3
พูดจาไพเราะ เรียบร้อยอ่อนหวาน
“ฉันยอมแพ้ ปล่อยฉันได้แล้ว เลิกแกล้งกันเถอะนะพ่อเลี้ยง” ยาหยีตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ในเมื่อใช้แรงสู้ไม่ได้ก็ต้องยอมแพ้ไปก่อน เธอเมื่อยแขนแล้ว เจ็บข้อมือด้วย ยิ่งดิ้นเข็มขัดก็ยิ่งรัด ป่านนี้คงเป็รอยแดงไปหมดแล้ว
“ใครว่าแกล้ง ฉันเอาจริงต่างหาก เธออยากเป็เมียก็ต้องทำหน้าที่เมีย แต่ถ้าไม่อยากทำก็ไปบอกย่าว่าเธอจะหย่ากับฉันและกลับบ้านของเธอไป”
คำว่าบ้านทำให้ยาหยีส่ายหน้าพัลวัน เธอหนีมาได้แล้วจะไม่ยอมกลับไปอีกเด็ดขาด แต่จะให้ฝืนใจยอมทำเื่แบบนั้นกับผู้ชายเถื่อนตรงหน้าเธอก็ทำไม่ได้ ย่าของเขาให้เธอมารักษาการณ์หน้าที่หลานสะใภ้ก่อนแต่ไม่ได้บอกว่าเธอต้องทำหน้าที่เมียของเขาด้วย
“สรุปจะเอาไง” คน้าร้องถามแววตาจริงจัง หากเธอไม่ตอบเขาจะถือว่าเธอเลือกอย่างแรก
“ฉัน...หย่าไม่ได้”
ถ้าเธอหย่า คุณย่าพรรณนาราคงไม่ยอมให้เธออยู่ที่นี่ต่อ และ ‘เขา’ ก็จะตามหาเธอเจอในทันที
“งั้นก็ทำหน้าที่เมียซะ” ว่าจบก็ฉีกเสื้อนอนอีกฝ่ายอย่างป่าเถื่อน ข่มขวัญให้กลัว “คืนนี้เป็เมียฉันเสร็จ พรุ่งนี้จะเอาลงเรือส่งไปขายให้ไอ้ฝรั่งแก่ๆ อย่างที่เคยบอก”
“มะ...ไม่เอา”
“ต้องเอา” ปากเถียงทั้งที่ยังจูบลงบนหน้าท้องเปลือยเปล่า ยาหยีขนลุกชันบริเวณนั้นทันที เสียงครางของคน้ายิ่งข่มประสาทให้เธอหวาดกลัว ไม่...เธอไม่้าแบบนี้
“มาเป็เมียฉันเถอะนะ”
คำพูดห่าม ๆ ของพ่อเลี้ยงคณาธิปไม่ได้ทำให้ยาหยีรู้สึกดีหรือประทับใจ มันเหมือนคำประกาศิตที่บอกว่าเขาเอาจริงเสียมากกว่า วันนี้เธอต้องเป็เมียเขา ส่วนอีกวันและวันต่อๆ ไปเธอจะต้องตกเป็เมียของผู้ชายนับร้อยคน เขาจะขายเธอลงเรืออย่างที่ว่าไว้ คุณย่าคงมาช่วยเธอไม่ทันหากเขาจะแอบพาเธอไปั้แ่เช้ามืด
จบแล้วยาหยี
นี่หรือชีวิตใหม่ที่เธอเรียกร้องมาตลอด นี่หรือยาหยีสิ่งที่เธอเลือก...ช่างโง่สิ้นดี
“...!”
ชายหนุ่มหยุดสองมือที่กำลังแกะตะขอชั้นในของแม่ตุ๊กตาน้อย เขาเงยหน้าจากซอกคอมามองคนที่กำลังกลั้นเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสาร ยาหยีร้องไห้จนตัวโยนแต่ไม่ยอมให้เสียงหลุดลอดออกไป ภาพนั้นมันะเืใจชายหนุ่มที่ถูกย่าบ่มสอนให้รู้จักให้เกียรติผู้หญิงมาั้แ่น้อย
เวร...ทำอะไรลงไปว่ะกู
“ยาหยี...”
“ฮึก...” เธอหันหน้าหนีไม่สนใจคนใจร้าย แม้ว่าเขาจะพยายามเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มเอื้อมมือขึ้นไปปลดเข็มขัดให้เธอเป็อิสระ ยิ่งเห็นแขนที่ถูกบาดจนแดงเถือกก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด
“ไม่แกล้งแล้ว...ขอโทษ”
พ่อเลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่สอดมือเข้าไปโอบกอดร่างบางไว้หลวมๆ เขายกข้อมือเธอขึ้นมาแล้วจูบลบไปบนรอยแดงนั้นแ่เบา ท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้ของเ้าของมัน
“ฮึก...คนเลว ฮือๆ ๆ ”
“อืม...ฉันมันเลว เถื่อน ถ่อย หยาบคาย นิสัยไม่ดี ตัวเท่าั์แต่ยังรังแกผู้หญิง แล้วก็...เ--ี้ย!” เขายอมด่าตัวเองตามที่เธอเคยว่าไว้ กระชับกอดแน่นขึ้น ค่อย ๆ ลูบหัวปลอบให้หยุดร้อง “ไม่ร้องนะ คนเก่งเมื่อกลางวันหายไปไหนแล้วฮึ”
ก่อนหน้านี้ยังเถียงเขาสารพัด จนเขาอยากแกล้งให้ร้องไห้หนีกลับบ้าน พอแกล้งได้สำเร็จทำไมมันไม่สนุกแล้วว่ะ
“ฉันไม่ทำแล้ว หยุดร้องสิยาหยี”
“ฮึก...ฉันไม่อยากเป็เมียพ่อเลี้ยง ไม่อยากโดนเอาไปขายด้วย ฮือๆ ๆ ” เธอร้องบอก ฟุบหน้าลงกับแผงอกแล้วร้องไห้ต่อ แค่คิดว่าเขาจะจับเธอไปขายจริงๆ อย่างที่ว่า ร่างกายก็สั่นกลัวไปหมดแล้ว
“...ไม่ขายหรอก” เ้าของแผงอกเอ่ยบอก พลางลูบหัวปลอบประโลมไปด้วยแต่ไม่วายพ่นวาจาตามนิสัยตัวเอง “ขายเธอไปจะได้เงินสักกี่บาทเชียว ขายผลไม้ในสวนยังได้ราคาดีกว่า"
“พ่อเลี้ยง! ฮือๆ ๆ ” ยาหยีร้องไห้หนักขึ้นทั้งดีใจที่จะไม่โดนขายและรู้สึกอนาจตัวเองที่มีค่าน้อยกว่าผลไม้
“หยุดร้องได้แล้วมั้ง เสื้อฉันเปียกหมดแล้ว”
“ฮึก...ไม่ชอบให้ทำแบบนี้ สัญญามาก่อนว่าจะไม่ทำอีก” เสียงอูู้อี้ร้องบอก
“ทำอะไร”
“ก็...ที่จะปล้ำฉันไง ผู้ชายที่ดีต้องไม่ขืนใจผู้หญิงไม่มีใครเคยสอนพ่อเลี้ยงเหรอ” พ่อเลี้ยงหันขวับไปมองคนตัวเล็ก ทั้งที่ร้องไห้อยู่แต่ยังหลอกด่าเขาได้
“เป็เมียก็ต้องยอมให้ผัวปล้ำสิ” เขาแย้งด้วยวาจาที่คิดว่าแสนจะธรรมดาแต่อีกคนกับตีเข้าที่แผงอก เงยหน้าทำเสียงดุใส่
“พูดไม่เพราะ จะไม่คุยด้วยนะ”
“ห๊ะ! ผัว-เมียนี่หยาบแล้วเหรอ”
“หยาบ” เธอตอบเสียงขุ่นเหมือนว่าเขาไม่รู้เื่อะไรเสียเลย
สาบานว่านี่ใช่คนเดียวกับที่ด่าเขาเป็จรเข้น้อยเมื่อครู่
“หยาบก็หยาบ ถ้างั้น...” พ่อเลี้ยงทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะหาคำอื่นมาใช้แทน “เธอกับฉันแต่งงานกันแล้ว ไม่ให้ฉันมีอะไรกับเธอแล้วจะให้ฉันไปมีอะไรกับใคร ฉันเป็ผู้ชายนะเื่พวกนี้มันเป็เื่ธรรมชาติ ยังไงเธอก็ต้องตกเป็ เอ่อ...ภรรยาของฉันทางพฤตินัย” เขาทำสุดความสามารถแล้วที่จะระวังไม่ให้คำหยาบคายไปกระทบจิตใจแม่ภรรยาตัวน้อยผู้มีหูอันบอบบาง
ยาหยีแอบอมยิ้ม เธอเลี่ยงก้มหน้าหนีเพราะไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอแอบขำ เห็นผู้ชายห่ามๆ หน้าเหมือนโจรเหงื่อตกเพราะเครียดที่จะหาคำเพราะๆ มาใช้แทนคำพูดที่เคยชินแล้วมันตลกดี
“แต่พ่อเลี้ยงก็ไม่ควรบังคับกันแบบเมื่อกี้”
“ก็ขอโทษแล้วไง” เขาว่าขึ้น
“รู้ว่าขอโทษแล้ว ถึงให้สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก ห้ามบังคับกัน ถ้าฉันเต็มใจจะยอมเอง” หญิงสาวหลอกล่อให้คล้อยตาม จะได้ไม่พยายามจับเธอขึ้นเตียงอีก ชายหนุ่มฟังแล้วพยักหน้า เขามีสีหน้าพอใจเมื่อได้ยินว่าเธอจะเต็มใจยอมเขาเองโดยไม่ต้องบังคับ
ว่าไปนั่น เธอไม่ยอมนอนกับเขาหรอก!
“โอเค งั้นฉันสัญญา...”
“ไม่ว่าจะโมโหแค่ไหนก็ห้ามใช้กำลัง”
“อืม...ไม่ทำ สัญญา”
“แน่นะ”
“แน่สิ” พ่อเลี้ยงเผลอยิ้มตอบ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาแล้วส่งยิ้มหวานให้ ลืมเสียสนิทว่าเธอไม่ใช่คนหัวอ่อนขนาดนั้น
ยาหยีนับ1 2 3 ในใจแล้วใช้แรงทั้งหมดที่มียกเท้าถีบั์ตัวโตจนตกเตียงเสียงดังสนั่นไปทั้งบ้าน
พลั่ก!!
“โอ๊ยยยยย”
“สมน้ำหน้า! ผู้ชายที่ใช้กำลังดูถูกผู้หญิงก็สมควรเจอแบบนี้!” เธอชี้หน้ากล่าวโทษที่ชายหนุ่มสมควรได้รับ ไม่เพียงเท่านั้นยังโยนทั้งหมอน ผ้าห่มฟาดใส่คนข้างล่างไม่ยั้ง ร้ายสุดคือคุณเธอโยนนาฬิกาหัวเตียงเฉียดหัวเขาไปนิดเดียว!
“มันเจ็บนะยาหยี!” ชายหนุ่มะโบอก เขาเห็นว่าของบนเตียงถูกโยนลงมาจนหมดแล้วเลยจะลุกขึ้นมาสู้บ้างแต่เธอแย้งขึ้นก่อน “สัญญาว่าไง ทำตามด้วยนะพ่อเลี้ยง”
‘ไม่ว่าจะโมโหแค่ไหนก็ห้ามใช้กำลัง’
“ยัย!!”
“ฉันเคยบอกแล้วว่าพ่อเลี้ยงต้องให้เกียรติฉัน อย่ามาเรียกยัยนั่น ยัยนี่อีก”
“แล้วเธอล่ะ ให้เกียรติฉันตรงไหน ถีบยอดอกผัวขนาดนี้” ชายหนุ่มตีอกตนเองตรงที่ถูกถีบ ขอความเป็ธรรมบ้าง มีเมียบ้านไหนถีบยอดอกผัวหน้าหงาย!!
“ก็มันสมควรมั้ยล่ะ พ่อเลี้ยงรังแกฉันก่อน ฉันไม่เคยทำอะไรพ่อเลี้ยงเลย มีแต่พ่อเลี้ยงที่ใช้กำลังจะข่มเหงกัน”
“เออ ขอโทษไปแล้วไง บอกแล้วด้วยว่าจะไม่ทำอีก”
“มันยังไม่หายโกรธนี่” คนตัวเล็กลูบรอยแผลที่ข้อมือเบาๆ เธอทั้งเจ็บตัว เจ็บใจ โดนเขาดูถูกศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง แค่คำว่าขอโทษจะจบได้อย่างไร
แต่พอมองไปยังคนตัวโตด้านล่างที่เจ็บตัวไม่แพ้กันก็เริ่มอ่อนลง นี่เขายังไม่รู้ตัวใช่มั้ยว่านาฬิกาเมื่อกี้มันกระแทกหัวเขาจนเืออกน่ะ ถ้ารู้คงโมโหมากกว่านี้ นอกจากจะเสียศักดิ์ศรีโดนผู้หญิงถีบแล้วยังหัวแตกอีก
“...ถีบนิดเดียวเอง หายกันนะ”
คนบนเตียงเริ่มเห็นเืบนหน้าผากเขาไหลลงมาเรื่อยๆ ก็คิดว่าเล่นแรงไปจึงค่อยเรียบๆ เคียงๆ เจรจาสงบศึก ไม่ลืมโปรยยิ้มหวานมัดใจด้วย
“...!!!”
ให้ตายเถอะ ถีบยอดอกกันแล้วมายิ้มหวานให้ก็ได้เหรอ ใครมันจะไปหายโกรธว่ะ!
“...นะ” ฉีกยิ้มกว้างขึ้น
“เออ หายก็หาย!”
..........................................................................
สนุกกันมั้ยคะ?
พักมรสุมข้างนอกมาคลายเครียดกันน้า ที่ตรงนี้มีแต่รอยยิ้มให้ทุกคน จุ๊บๆ