ตอนที่177 เวยเวยอย่าขังพี่ไว้เลย
อย่างไรก็ตามซูเวยและสององครักษ์ไม่รู้เลยว่ามังกรเหล่านั้นไม่ได้สนใจกลุ่มของซูเวยแม้แต่น้อยพวกมันสนใจเหยื่อที่เพิ่งล่าได้มากกว่า เนื่องภายในหุบเหวลึกมีเหยื่อหลงเข้ามาน้อยมากทั้งที่พวกมันสร้างกับดักหลอกล่อเอาไว้เพื่อพรางสายตาผู้คน รวมทั้งพวกมันถูกกองทัพตะขาบแย่งชิงเหยื่อไปบางส่วนดังนั้นพวกมันจึงกำลังแย่งกันกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
ทุกคนกลับขึ้นมาอยู่บนเทือกเขามังกรเขียวอย่างปลอดภัยจากนั้นเหินตัวบินกลับบ้านอย่างด้วยความโล่งอกที่ปลอดภัยและไม่ได้รับอันตรายใดๆนับว่าเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าสำหรับทุกคน
“โชควาสนาคงไม่ต้องการให้ฉันล่วงรู้ความลับของหินหยกพิสดารแน่ๆ”ซูเวยพึมพำกับตัวเองขณะเดินเข้าบ้าน
ทันใดนั้นมีก้อนขนนุ่มสีแดงเพลิงพุ่งเข้าใส่ซูเวยมันออดอ้อนด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูด้วยการโอบกอดแนบตัวเข้ากับไหล่ของซูเวยพลางใช้ขาหน้าและขาหลังออกแรงเล็กน้อยนวดบ่าไหล่และต้นแขนของซูเวยให้ผ่อนคลาย
“เวยเวยจ๋าเวยเวยเพิ่มขนมให้ข้าเป็นเดือนละสองเม็ดได้ไหม?”หงน้อยออดอ้อนซูเวยด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
ซูเวยเหล่ตามองพฤติกรรมของมันด้วยความสนใจเธอพบว่ามันแข็งแกร่งมากกว่าเดิมมากนักเป็นผลมาจากการที่มันฝึกตนในบ้านที่มีพลังฉีเข้มข้น รวมทั้งได้กินยาเพิ่มพลังปราณส่งผลให้ความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นจนสัมผัสได้
“หากเจ้าติดตามและปกป้องซ่งลี่หมิงเป็นอย่างดีฉันจะพิจารณาเพิ่มให้ ตกลงไหม?”ซูเวยเห็นว่าหงน้อยทำตัวดี ไม่ได้สร้างปัญหาให้เธอปวดหัวจึงเสนอเงื่อนไขเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
เธอสังหรณ์ใจว่าอาจมีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นกับซ่งลี่หมิงในเร็วๆนี้ จึงต้องการให้หงน้อยช่วยปกป้องเขารวมทั้งเธอจะสร้างหยกป้องกันภัยให้กับเขาด้วย อย่างน้อยก็ทำเพื่อความสบายใจดีกว่าไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเขาเลย
หงน้อยตาเป็นประกายอย่างยินดีเพราะไม่คิดว่าเงื่อนไขของซูเวยจะง่ายดายเช่นนี้มันพยักหน้าตอบตกลงอย่างง่ายดายว่า “ได้สิ เวยเวยรับปากหงน้อยแล้วนะ”
“โอเคไว้จะเพิ่มให้เดือนหน้านะ ฉันต้องไปเก็บสมุนไพรบางตัวมาเพิ่มก่อน”ซูเวยบอกกับหงน้อยอย่างไม่เป็นกังวลทว่าเธอมีสมุนไพรบางตัวที่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงยาอยู่อย่างจำกัดโดยเฉพาะหัวใจรากแก้ว ดังนั้นจึงต้องบอกกับหงน้อยตามจริง
หงน้อยพลันนึกขึ้นมาได้ว่ามีคนนำกล่องสมุนไพรหลายกล่องมามอบให้ซูเวยเมื่อวันก่อนทำให้มันบอกกับซูเวยตามจริงว่า “อ๊ะ! จริงสิเมื่อวันก่อนมีคนส่งกล่องสมุนไพรหลายกล่องมาให้เวยเวยด้วยละ ลองไปดูสิเผื่อมีสมุนไพรที่เวยเวยต้องการ”
ซูเวยขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเธอไม่ได้สั่งสมุนไพรกับใคร แล้วใครจะส่งสมุนไพรมาให้ตนเอง ด้วยความสงสัยใคร่รู้ซูเวยจึงเดินไปตรวจสอบกล่องสมุนไพรที่ตั้งอยู่กลางห้องโถงโดยตรง
ทว่าเธอเหล่ตามองหงน้อยพลางบอกมันด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า“หงน้อย แกจะไม่ไปทำงานหรือ?”
ซูเวยทักท้วงหงน้อยเพราะตอนนี้เป็นเวลาบ่ายนิดๆซึ่งยายและซ่งลี่หมิงยังไม่กลับบ้านแน่นอนดังนั้นหงน้อยจะต้องกลับไปดูแลซ่งลี่หมิงตามเงื่อนไขหากว่ามันต้องการขนมเพิ่มเป็นการทำงานแลกยาเพิ่มพลังปราณ
ท่าทางเจ้าเล่ห์ของซูเวยทำให้หงน้อยตาโตด้วยความตกใจมันส่ายหางสะบัดไปมาอย่างรุนแรงพลางละล่ำละลักบอกซูเวยด้วยความเร่งรีบว่า “อ๊ะ! หงน้อยไปแล้วจ้า ไปทำงานแล้ว”
หงน้อยนึกขึ้นได้ว่าซ่งลี่หมิงยังอยู่ในป่ากับเกาอิงหน้าที่ของมันคือดูแลซ่งลี่หมิงไม่ให้คลาดสายตา ฉะนั้นมันจึงพุ่งออกไปทางช่องโหว่ของค่ายกลที่ซูเวยเปิดใช้เป็นการเฉพาะสำหรับกลุ่มตนเองซึ่งเป็นจุดที่รับรู้ร่วมกันเฉพาะคน
ซูเวยเห็นว่าหงน้อยมีความรับผิดชอบในหน้าที่เป็นอย่างดีแต่เจ้าเล่ห์เกินไปทำให้เธอส่ายหัวพลางขบขันกับท่าทางของมัน
จากนั้นเธอไปตรวจสอบสมุนไพรที่ตั้งวางอยู่กลางห้องโถงพบว่าเป็นสมุนไพรที่ถูกส่งมาโดยตรงจากกลุ่มเอกะทำให้ซูเวยแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจและอารมณ์ดีเธอหยิบโทรศัพท์และโทรไปขอบคุณหย่านอ่องด้วยความรู้สึกที่ดีต่อพวกเขา
……….
หลังจากวางสายจากหย่านอ่องไม่นานพลันมีเสียงเตือนจากหัวอี้เฟิงแจ้งพบความผิดปกติของซ่งลี่หมิงที่กำลังต่อสู้กับหงน้อยส่วนไต้อี้ปกป้องเกาอิงอยู่อีกทางหนึ่งว่า
“เวยเวย! แย่แล้ว!มาที่นี่เร็วเข้า! หงน้อยกำลังต่อสู้กับซ่งลี่หมิงอยู่”หัวอี้เฟิงละล่ำละลักบอกซูเวยอย่างเป็นกังวล เขาไม่คิดว่าจู่ๆซ่งลี่หมิงจะพลุ่งพล่านและพุ่งเข้าโรมรันต่อสู้กับหงน้อยเหมือนกับโกรธแค้นกันมานานหลายปี
ซูเวยไม่เสียเวลาถามไถ่เรื่องราวจากสององครักษ์แต่อย่างใดเธอพุ่งตัวออกจากบ้านตรงเข้าป่าตามพิกัดที่หัวอี้เฟิงส่งมาให้เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหงน้อยและซ่งลี่หมิง
ครั้นซูเวยมาถึงเนินเขาหนึ่งที่หงน้อยกำลังต่อสู้กับซ่งลี่หมิงเธอหรี่ตามองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสนใจหากเป็นคนอื่นคงไม่พบความผิดปกติในการต่อสู้นี้ทว่าซูเวยมีดวงตาสวรรค์ที่สามารถผสานใช้ร่วมกับทักษะจิตวิญญาณทำให้เธอมองเห็นชัดเจนว่าภายในตัวของซ่งลี่หมิงมีอีกจิตวิญญาณที่เพิ่งเข้ามาแฝงตัวอยู่ทว่าถูกค้นพบโดยหงน้อยที่มีประสาทสัมผัสเฉียบแหลมกว่าจึงเกิดการต่อสู้ดังภาพที่เห็นตรงหน้า
ซูเวยส่งข้อความทางจิตวิญญาณไปหาหงน้อยโดยตรงว่า“หงน้อยล่อเขามาทางนี้ ฉันจะจัดการมันเอง”
หงน้อยเชื่อฟังซูเวยมันชะงักการต่อสู้แวบหนึ่งก่อนพุ่งตัวหนีไปทิศทางที่ซูเวยยืนอยู่โดยซูเวยจัดตั้งค่ายกลกักขังรองรับไว้รอแล้ว
ซ่งลี่หมิงพุ่งตัวตามไปทำร้ายหงน้อยต่อทันทีทำให้ตัวเขาตกอยู่ในค่ายกลกักขังของซูเวยโดยตรง เขาส่งเสียงตะโกนออกมาและต่อว่าซูเวยเหมือนกับเสียใจหนักหนาว่า“เวยเวย ทำไมเวยเวยทำกับพี่แบบนี้ละ?ปล่อยพี่ออกไปเถอะนะ เวยเวยอย่าขังพี่ไว้เลย”
ซ่งลี่หมิงทุบกำปั้นบนผนังโปร่งใสที่เป็นค่ายกลรอบทิศทางพลางส่งเสียงตะโกนให้ซูเวยปล่อยเขาออกไปด้วยท่าทางน่าสงสาร
ด้านเกาอิงที่หายตื่นตกใจแล้วเธอเดินเข้ามาบอกหลานสาวด้วยความรู้สึกหลากหลายว่า “เวยเวยทำไมหลานไม่ปล่อยเสี่ยวหมิงออกมาละ?”
ถึงแม้ว่าเกาอิงจะไม่เข้าใจว่าซ่งลี่หมิงถูกกักขังได้อย่างไรทว่าท่าทางของเขาที่ดูเศร้าสร้อยและหวาดกลัว ทำให้เกาอิงรีบขอร้องหลานสาวโดยตรงเธอประหลาดใจที่หลานสาวสามารถทำเรื่องน่าพิศวงเหมือนเทพนิยายได้ต่อหน้าตนเองทำให้เธอรู้สึกเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของหลานสาวมากยิ่งขึ้น
“ไม่ได้ค่ะยายยายไม่เห็นหรือคะว่าเขาเรียกหนูว่าอะไร?”ซูเวยส่ายหน้าพลางบอกเหตุผลให้ยายตนเองวิเคราะห์สถานการณ์
พอเกาอิงและสององครักษ์พิจารณาข้อความที่ซ่งลี่หมิงสื่อสารกับซูเวยทำให้ทุกคนตระหนักได้ทันทีว่าคนที่กำลังพูดในร่างของซ่งลี่หมิงอยู่นั้นไม่ใช่ซ่งลี่หมิงอย่างแท้จริง
“เอ๊ะ! จริงด้วยเวยเวยกับซ่งลี่หมิงไม่ได้สนิทสนมกันขนาดที่จะเรียกพี่น้องนี่นา”ไต้อี้แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
“อ๊ะ! เสี่ยวหมิงเป็นอะไรหรือเวยเวย?”เกาอิงรู้สึกแปลกใจเช่นกันเพราะเธอไม่เคยได้ยินซ่งลี่หมิงเรียกซูเวยอย่างสนิทสนมเช่นนี้มาก่อน
“เหมือนถูกใครบางคนสิงอยู่เลย?”หัวอี้เฟิงหรี่ตามองซ่งลี่หมิงอย่างพิจารณา
พอหัวอี้เฟิงแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาทำให้ซ่งลี่หมิงหันขวับไปจ้องมองหัวอี้เฟิงพร้อมกับมีลูกไฟในดวงตาพุ่งเข้าสังหารหัวอี้เฟิงโดยตรง
อนิจจา!!!น่าเสียดายนักที่ค่ายกลของซูเวยทรงพลังมากกว่า
กลับกลายเป็นว่าดวงไฟนั้นถูกกำแพงโปร่งใสขวางกั้นไว้ไม่มีไฟเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย มีแค่เสียงที่สามารถสื่อสารระหว่างกันได้เท่านั้น
ซูเวยรู้สึกโชคดีที่เธอกลับมาทันเวลาไม่เช่นนั้นซ่งลี่หมิงจะต้องถูกวิญญาณร้ายสิงและควบคุมได้อย่างหมดจดรวมทั้งยายอาจเสียชีวิตด้วย
นั่นเป็นเพราะว่าข้อความที่หงน้อยบอกกับเธอมาคือหงน้อยมาพบซ่งลี่หมิงกำลังจับตัวเกาอิง ทำให้มันตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไรดีเนื่องจากมันเพิ่งรับคำสั่งจากซูเวยให้คอยช่วยเหลือซ่งลี่หมิงไม่ใช่เกาอิงทว่ามันเลือกที่จะเชื่อสัญชาตญาณมันเองจึงเลือกช่วยเหลือเกาอิง ทำให้มันต้องต่อสู้กับซ่งลี่หมิงแทนจึงเป็นภาพที่ทุกคนมาเห็นหงน้อยกำลังต่อสู้อยู่กับซ่งลี่หมิงเป็นพัลวัน
ซูเวยเข้าไปอยู่ในค่ายกลกักขังพร้อมกับใช้ทักษะผสมผสานของจิตวิญญาณเพื่อดึงจิตวิญญาณแอบแฝงออกมาเป็นจิตวิญญาณหมาป่าตัวหนึ่งที่มีความแข็งแกร่งขอบเขตแกนเสมือนเหมือนกับหงน้อย จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายต่อสู้ไม่เสียเปรียบกันเกินไป
โชคดีที่หงน้อยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมายมีแค่แผลถลอกเล็กน้อยตามตัวส่วนซ่งลี่หมิงมีบาดแผลใหญ่ตามตัวทว่าไม่ส่งผลถึงแก่ชีวิต
มีเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานของหมาป่าเพราะถูกซูเวยสืบค้นความทรงจำจากจิตวิญญาณของมันโดยตรงพอพบข้อมูลสำคัญทั้งหมดแล้วซูเวยสังหารจิตวิญญาณมันทันทีโดยเธอทำให้มันกลับสู่ดินแดนว่างเปล่าไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
ตอนนี้ซ่งลี่หมิงล้มฟุบหมดสติตั้งแต่ซูเวยดึงจิตวิญญาณของหมาป่าออกไปได้เนื่องจากร่างกายคนธรรมดาที่ต้องแบกรับพลังอันแข็งแกร่งกว่าทำให้เขาหมดเรี่ยวแรงและยังมีบาดแผลหลายแห่งตามร่างกาย ทำให้เขาหมดสติไปทันที
“พี่ชายอี้เฟิงพาคุณซ่งกลับบ้านไปทำแผลก่อนเถอะค่ะยายไปทำแผลด้วยนะคะ” ซูเวยสั่งการหัวอี้เฟิงให้แบกซ่งลี่หมิงกลับบ้าน
ส่วนยายเกาอิงที่เดินกะเผลกเพราะล้มขณะวิ่งหนีซ่งลี่หมิงถึงแม้ว่าไม่มีบาดแผลใหญ่ทว่าเกาอิงอายุมากแล้วทำให้ซูเวยเป็นกังวลกลัวว่ายายจะมีปัญหาด้านกระดูกเธอจึงต้องการดูแลยายให้เรียบร้อยก่อนไปดูแลซ่งลี่หมิง
……….
หลังจากนั้นทุกคนกลับบ้านเพื่อไปทำแผลและตรวจสอบร่างกายของเกาอิงกับซ่งลี่หมิงสององครักษ์สบตากันด้วยความสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทว่าพวกเขารู้ดีว่าซูเวยจะต้องบอกเล่าเรื่องราวความผิดปกติให้พวกเขาฟังแน่นอน
มีแค่ซูเวยที่รับรู้บางอย่างจากจิตวิญญาณหมาป่าทำให้เธอครุ่นคิดหาวิธีรับมือกับปัญหาใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเงียบๆด้วยความกังวลใจ ทว่าเธอเข้าใจดีถึงภารกิจที่ตนรับมอบหมายจากเจ้าแม่หนี่วาซึ่งซูเวยไม่คิดที่จะหลีกหนีแต่อย่างใด
เมื่อทำแผลใส่ยาให้กับยายและซ่งลี่หมิงเสร็จเรียบร้อยเธอใช้ไฟนิรมิตปรุงยาให้ยายกับซ่งลี่หมิงเพราะรู้สึกว่าสะดวกกว่าการกินยาต้มสมุนไพรเธอมอบยาไว้ให้ยายกิน ส่วนซ่งลี่หมิงนั้นซูเวยมอบหมายให้สืออู๋เจ๋อช่วยดูแลไปพลางเนื่องจากเธอและสององครักษ์มีงานสำคัญที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน
สำหรับผลงานพิเศษของหงน้อยที่มันเลือกตัดสินใจถูกต้องทำให้ยายปลอดภัยและไม่ถูกซ่งลี่หมิงจับตัวไป พร้อมกับที่หงน้อยตัดสินใจต่อสู้รั้งซ่งลี่หมิงไว้จนสององครักษ์มาช่วยเหลือทันเธอจึงแสดงความใจกว้างด้วยการบอกว่าจะมอบยาเพิ่มพลังปราณให้กับมันโดยตรง
หงน้อยรีบพุ่งตัวไปเกาะต้นคอด้านหลังและแนบตัวเข้ากับแนวกระดูกสันหลังของซูเวยมันใช้ขาหน้าและขาหลังนวดให้ซูเวยเพื่อเอาใจและขอบคุณที่มีน้ำใจให้กับมัน เธอส่ายหัวให้กับการประจบของมันก่อนมอบยาเพิ่มพลังปราณให้มันหนึ่งเม็ดทันที
“โอ้! เวยเวยน่ารักที่สุดหงน้อยบาดเจ็บแค่นี้เพื่อเวยเวยได้ หงน้อยจะเฝ้าดูแลยายกับซ่งลี่หมิงเองเวยเวยอย่าห่วงเลยนะ” หงน้อยยื่นขาหน้าอันเล็กออกมารับเม็ดยาจากซูเวย พร้อมกับพูดยืนยันการทำหน้าที่ของตนเองอย่างมีความหวังมันอยากแข็งแกร่งเหมือนกับซูเวยบ้างทำให้มันตั้งใจทำงานเพราะอยู่กับซูเวยมันรู้สึกอบอุ่นและสนุกสนานซึ่งดีกว่าพื้นที่เหยียนเจียงมากนัก
“ได้ถ้าแกทำตัวดี ฉันก็ใจดีกับแกเหมือนกัน” ซูเวยพยักหน้ารับอย่างผ่อนคลายเนื่องจากในตอนนี้เธอมีสมุนไพรที่รับมาจากกลุ่มเอกะมากพอสำหรับปรุงยาเพิ่มพลังปราณได้อีกหลายเม็ดจึงไม่เป็นกังวลเท่าใดนัก
พฤติกรรมเอาใจอย่างเจ้าเล่ห์ของหงน้อยทำให้สององครักษ์ส่ายหน้าด้วยความเบื่อหน่ายและนึกหมั่นไส้มันเป็นอย่างมากทว่าพวกเขาไม่คิดที่จะพูดขัดจังหวะการประจบของหงน้อยแต่อย่างใด
ครั้นเห็นว่ายายกับซ่งลี่หมิงปลอดภัยและนอนพักผ่อนไปแล้วเธอจึงสั่งการหงน้อยเสียงเข้มว่า “หงน้อยทำดีมากแต่ให้ระมัดระวังทั้งซ่งลี่หมิงและดูแลยายด้วยหากพบอะไรผิดปกติให้รีบแจ้งฉันทันที เข้าใจไหม?”
“รับทราบ!”หงน้อยยืนตัวเหมือนยืนพร้อมทำท่าตะเบ๊ะแบบที่มันเคยเห็นในโทรทัศน์ ท่าทางของมันเรียกรอยยิ้มจากซูเวยและสององครักษ์โดยตรง
จากนั้นซูเวยชักชวนสององครักษ์บินกลับสำนักนิรนามเพื่อประชุมร่วมกันอย่างเป็นทางการเธอต้องการตรวจสอบความแข็งแกร่งของสมาชิกสำนักนิรนามด้วยหากพวกเขาสามารถก้าวขึ้นสู่ขอบเขตสร้างฐานรากได้เธอจะพาพวกเขาไปฝึกฝนทักษะต่อสู้ในสนามรบจริงกับกองทัพหมาป่าที่เป็นเผ่าพันธุ์รับใช้จอมมารที่น่ารังเกียจ