ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 103 ผู้ใดเล่นงานท่าน ท่านก็ไปหาคนผู้นั้น

                หยางหงรุ่ยได้ยินวาจาของผู้จัดการร้านก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยกลับยิ้มพร้อมเอ่ย “หนังสือที่ดีจะจัดการทุกอย่างเอง รอก่อนเถิด ไม่พ้นวันนี้เขาต้องร้องไห้ออกมาแน่”

                ยุคนี้ถึงแม้ยังไม่มีกฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์และถึงแม้ผู้คนสามารถคัดลอกผลงานนำมาเปลี่ยนแปลงได้เช่นผู้เขียนคนหนึ่งเขียนเรื่องหนุ่มยาจกหลงรักโสเภณี ผู้เขียนอีกคนก็แก้ไขเนื้อเรื่องเป็นบัณฑิตยากจนหลงรักโสเภณีผู้เขียนคนหนึ่งเขียนชื่อตัวละครว่าชื่อจางซาน อีกคนเขียนชื่อตัวละครว่าหลี่ซื่อผู้เขียนคนหนึ่งเขียนว่าบิดามารดาตายทั้งคู่ ผู้เขียนอีกคนก็เปลี่ยนว่ามีมารดาเป็นแม่ม่ายสิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ปัญหา นิยายที่คล้ายคลึงกันก็มีบานเบอะ แต่จะทำเงินได้อย่างไรนั้นล้วนขึ้นอยู่ที่ความสามารถของร้านหนังสือ

                แต่นิยายเรื่อง ‘ตำนานเก้าสวรรค์’ ทั้งสองเล่มกลับมีเนื้อเรื่องที่เหมือนกัน ชื่อตัวละครก็เหมือนกันต่างกันแค่สำนวน เช่นนี้ก็มีแต่จะทำให้ผู้อ่านรังเกียจ

                ร้านหนังสือทั้งสองร้านล้วนแขวนป้ายนิยายเรื่องตำนานเก้าสวรรค์ไว้ทั้งสองร้านจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้คนจะนำมาแลกกันอ่านและเปรียบเทียบกัน อย่างไรเสียทุกคนก็ล้วนชื่นชอบเรื่องซุบซิบอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

                เพียงไม่นานก็เกิดเหตุการณ์เป็นจริงดังคาด เจ้าของร้านหนังสืออวี๋หลินดีใจได้ไม่นานนักทันทีที่เขาพลิกเปิดอ่านนิยายที่ซื้อมาจากร้านชุ่ยเหวินแน่นอนว่าซื้อมาก็ย่อมต้องเปิดอ่านดูสักหน่อยจึงพบว่า ไม่เพียงกระดาษที่ใช้จะมีคุณภาพดีกว่าของร้านตนแม้เนื้อหาจะเหมือนกัน แต่สำนวนที่ใช้กลับแตกต่างราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

                อย่างเช่นทุกครั้งที่ตัวเอกร่ำสุราก็จะท่องกลอนหนึ่งบทเมื่อใดที่ต่อต้านผู้ที่แข็งแกร่งกว่าช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่าได้ก็จะท่องกลอนอีกหนึ่งบทและเมื่อใดที่ได้เจอสหายใหม่ก็จะท่องกลอนอีกหนึ่งบท อีกทั้งยังต้องขอกล่าวว่ากลอนพวกนี้สำนวนที่ใช้ช่างสละสลวยยิ่ง!

                หากเป็นผู้อ่านที่หลงใหลในหนังสือจะต้องเห็นนิยายเล่มนี้เป็นดั่งของล้ำค่าด้วยเพราะเนื้อหาก็ดี บทกลอนก็สละสลวย นับว่าเป็นนิยายที่ดีซึ่งหาได้ยากยิ่ง!

                เถ้าแก่จางยิ่งอ่านก็ยิ่งมีเหงื่อผุดซึมที่หน้าผากก่อนจะเลิกม่านรถม้าแล้วสั่งการกับบ่าวรับใช้ที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับว่า“เจ้ารีบกลับไปบอกที่ร้านว่าไม่ต้องขายแล้ว ปิดร้าน!”

                บ่าวรับใช้มีสีหน้างุนงงไม่น้อย “ไม่ขายแล้วหรือขอรับ”

                เพราะเหตุใด? ทั้งที่กำลังขายดีแท้ๆเหตุใดถึงจะไม่ขายแล้วเล่า?

                 “ข้าบอกให้เจ้ารีบไปอย่างไรเล่า เร็วเข้า ไม่ขายแล้ว รีบไปปิดร้านเสีย!” คนขับรีบหยุดรถม้าอย่างกะทันหันเถ้าแก่จางตะคอกสั่งบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงร้อนใจพร้อมกับถีบคนผู้นั้นลงจากรถจากนั้นหันไปสั่งคนขับรถม้า “เลี้ยวกลับไปเดี๋ยวนี้กลับไปที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวิน!”

                คนขับรถม้าตกใจแทบแย่ รีบเลี้ยวรถกลับตามคำสั่งทันที ส่วนบ่าวรับใช้ที่ถูกถีบลงจากรถเห็นผู้เป็นนายมีท่าทีกราดเกรี้ยวก็รีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งกลับที่ร้านหนังสืออวี๋หลินทันที

                ทว่าพอไปถึงหน้าร้านหนังสืออวี๋หลิน ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว ยามนี้มีคนมายืนออที่หน้าร้านเต็มไปหมดทุกคนล้วนมาเพื่อขอเงินคืน บางคนถึงขั้นเปรียบเทียบหนังสือของทั้งสองร้านให้ฟังคนหนึ่งอ่านหนึ่งย่อหน้า อีกคนก็อ่านอีกหนึ่งย่อหน้า เมื่อได้ฟังที่เปรียบเทียบแล้วเสียงก่นด่าว่าร้านอวี๋หลินหลอกเอาเงินจึงดังระงมไปทั่วบริเวณ บางคนซึ่งเป็นบัณฑิตแม้จะด่าว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่หยาบคายหากฟังแล้วก็ทำให้รู้สึกเจ็บใจไม่ใช่น้อย

                บ่าวรับใช้ของจางต้าหย่งเห็นว่าหน้าร้านกำลังวุ่นวายก็ทำอันใดไม่ถูกไปชั่วขณะพอเห็นว่าอย่างไรก็ไม่อาจแทรกเข้าไปในร้านได้ จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้ด้านข้างแล้วตะโกนว่า “หนังสือที่ร้านชุ่ยเหวินใกล้จะขายหมดแล้ว!”

                ได้ยินเช่นนั้นเหล่าผู้คนที่มาเพื่อจะขอเงินคืนถึงได้วิ่งออกไป ใช่ พวกเขาต้องรีบไปซื้อหนังสือที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวินให้ได้เสียก่อนส่วนทางนี้เดี๋ยวค่อยมาขอเงินคืนภายหลัง!

                ถึงว่าเหตุใดร้านหนังสือชุ่ยเหวินถึงขายหนังสือในราคาแพง เพราะมันคุ้มค่ากับราคานั่นเอง!

                ลองดูสำนวนการเขียนนิยายของร้านหนังสือชุ่ยเหวิน แล้วมาดูสำนวนนิยายร้านหนังสืออวี๋หลินสิหากจะลอกเลียนแบบก็ลอกเลียนแบบอย่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

                คนเหล่านี้คงลืมไปแล้วว่าก่อนหน้าที่จะได้อ่านนิยายเรื่องตำนานเก้าสวรรค์ที่กู้อวี้เขียนพวกเขายังกล่าวชมอยู่เลยว่านิยายของร้านหนังสืออวี๋หลินนั้นมีเนื้อเรื่องแปลกใหม่

                แบบนี้เรียกว่า เมื่อไม่เปรียบเทียบก็ไม่เจ็บปวดใช่หรือไม่!

                 “เถ้าแก่หยาง ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเป็นท่านที่วางแผนเล่นงานข้าใช่หรือไม่!”ครั้นเถ้าแก่จางมาถึงร้านหนังสือชุ่ยเหวินก็ปานิยายลงบนพื้น หนังสือตกลงตรงเท้าของหยางหงรุ่ยพอดี

                 “นี่ท่านไปกินยาผิดมาหรือไร ถึงได้มาหาเรื่องที่นี่!”ผู้ดูแลร้านหนังสือชุ่ยเหวินเข้ามายืนบังหน้าหยางหงรุ่ยพร้อมกับชี้หน้าเถ้าแก่จาง

                หยางหงรุ่ยก้มหยิบหนังสือขึ้นมาปัดเศษฝุ่นก่อนจะวางไว้บนโต๊ะน้ำชา“พวกเราเปิดร้านหนังสือ หากไม่ดูแลหนังสือให้ดี จะถือว่าทำผิดต่อสิ่งที่เป็นตัวทำเงินให้พวกเรา”

                 “ข้าถามท่านว่าทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรท่านจงใจร่วมมือกับผู้อื่นมาเล่นงานข้าใช่หรือไม่!” เถ้าแก่จางมีสีหน้าเดือดดาลแม้จะถูกคนงานของร้านหนังสือชุ่ยเหวินจับตัวเอาไว้ แต่เขาก็ยังยกแข้งยกขาหมายจะถีบหยางหงรุ่ยให้ได้

                หยางหงรุ่ยมองเถ้าแก่จางด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“หากข้าคิดจะเล่นงานท่านจริงๆ จะวางขายหนังสือวันเดียวกันด้วยเหตุใดข้าวางขายหลังจากท่านขายหมดไม่ดีกว่าหรือ รอให้ทุกคนพูดถึงหนังสือของท่านทั่วทั้งเมืองเสียก่อนแล้วค่อยวางขายทีหลังซึ่งถ้าหากข้าทำแบบนั้นท่านต้องเสียหายยิ่งกว่านี้แน่ บอกตามตรงตอนที่ข้ารู้ว่าพวกเราจะวางขายนิยายเรื่องเดียวกัน ยังคิดอยู่เลยว่าผู้เขียนเอานิยายที่ขายให้ข้าไปขายให้แก่ท่านด้วยหรือไม่แต่เมื่อได้เห็นเนื้อหาข้างในถึงได้โล่งใจ และข้าขอบอกท่านเอาไว้อย่างหนึ่งท่านไม่คู่ควรพอให้ข้าเล่นงานโดยไม่เลือกวิธีการหรอกนะ”

                เถ้าแก่จาง “…”

                ‘ไม่คู่ควร…’

                แม้คำนี้ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ ทว่ากลับแฝงความดูถูกไว้อย่างเข้มข้น!

                ฟังแล้วแทบจะกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว!

                หยางหงรุ่ยหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเอาไปวางบนมือเถ้าแก่จาง“หากข้าเป็นท่าน ข้าจะไปหาคนที่ขายนิยายเรื่องนี้มาให้ ใช่ นิยายเรื่องนี้ยังวางขายอยู่ที่ร้านหนังสือชุ่ยเหวินสาขาเมืองหลวงตั้งแต่เดือนเก้าปีที่แล้วด้วย”

                ซึ่งช่วงที่วางขายนั้นเป็นเวลาเดียวกับที่กู้อวี้เกิดเรื่องพอดี

                ก่อนหน้านี้หยางหงรุ่ยป่วยหนัก คนในครอบครัวจึงทุ่มเงินขอให้หมอเทวดาชวีมาช่วยรักษาตัวบังเอิญยามนั้นหมอเทวดาชวีผ่านมาแถวนี้พอดีเลยช่วยรักษาไว้ หาไม่แล้วไม่รู้จะว่าเขาจะได้วางขายนิยายเรื่องนี้เมื่อใด

                แต่เมื่อเวลาผ่านไป ใครไหนเลยจะรู้ว่าในวันที่วางขายจะเกิดเรื่องขึ้นจะว่าไปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีต่อร้านหนังสือของเขาไม่น้อยทั้งได้เล่นงานคู่แข่ง ทั้งได้ทำชื่อเสียงให้แก่ร้าน ยามนี้เขาเลยคิดจะเตรียมของตอบแทนให้หลานชายนำไปมอบให้แก่กู้อวี้เพื่อขอบคุณ

                เถ้าแก่จางไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองกลับมาที่ร้านหนังสืออวี๋หลินได้อย่างไร เพราะระหว่างที่เดินทางกลับในหัวสมองมีแต่เสียงวิ้งๆและที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าคือ ยามที่ไปถึงร้านหนังสือชุ่ยเหวิน ลูกค้ายังไม่มาก ทว่าตอนจะกลับที่หน้าร้านกลับมีลูกค้ามายืนมุงกันเต็มไปหมดและทุกคนล้วนมาเพื่อซื้อนิยายเรื่องตำนานเก้าสวรรค์!

                ครั้นจางต้าหย่งกลับมาถึงร้านก็ได้ยินคนงานในร้านรายงานว่า ลูกค้าที่ซื้อหนังสือไปก่อนหน้านี้ต่างต้องการจะขอเงินคืนเขาจึงกัดฟันเอ่ยออกไปว่า “คืนเงินไปให้หมด แล้วก็ขนหนังสือที่เหลือไปใส่ไว้บนรถข้าจะเดินทางไปที่อำเภอฟู่หยวนประเดี๋ยวนี้!” กล้าเล่นงานข้าหรือคิดว่าข้าหน้าตาเหมือนพระโพธิสัตว์หรืออย่างไร! ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าข้าไม่ใช่คนที่ผู้ใดจะมาเล่นงานได้ง่ายๆ!

                “เถ้าแก่ พรุ่งนี้ค่อยไปเถิดขอรับ วันนี้เย็นแล้วข้ากลัวว่าหากท่านไปจะกลับมาไม่ทันก่อนประตูเมืองปิด” คนงานพูดพร้อมกับเข้ามาขวางไว้

                ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง “พี่ชาย ท่านจับมือข้าเขียนเถิด”เจินเจินพูดด้วยท่าทางน่าสงสารขณะมองกู้อวี้ เด็กหญิงนึกไม่ถึงเลยว่าขนาดเข้ามาเที่ยวในเมืองก็ยังหลบการคัดอักษรไม่พ้น

                 “เจินเจินเด็กดี หากคัดบทนี้เสร็จก็ไม่ต้องทำแล้ว ไหนเจ้าบอกว่าอยากกินเต้าฮวยเชื่อมไม่ใช่หรือหากคัดบทนี้เสร็จ ข้าจะพาไปกิน” กู้อวี้พูดกล่อมเวลานี้เองเสียงของไป๋เฮ่าก็ได้ดังขึ้นที่หน้าประตู “ไอโยว จวนหลังนี้ไม่เลวเลย”

                ได้ยินเสียงของอีกคนดังมาไม่ไกล ดวงตาเจินเจินเปล่งประกายในทันที “พี่ชายมีแขกมา ข้าจะไปรินน้ำชามาให้!”

    คล้ายกับเรื่องไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ] ที่คุณอ่าน