ทางฝั่งของไป๋ชิง
เมื่อทั้งสองได้แบกตะกร้ากลับมาถึงถ้ำที่อยู่ เย่หลิงและอี้เซียวที่ได้เห็นทั้งสองคนแบบตะกร้า 3 ตะกร้ากลับมาอย่างพะรุงพะรังก็ได้รีบเข้ามาช่วยแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
" นี่พวกเ้าไปเก็บของพวกนี้มาทำไมข้าพวกเ้าไปหาอาหารนะทำไมจึงได้พวกนี้กลับมาละ "
เย่หลิงพูดขึ้นหลังจากที่นางมองดูของในตะกร้าทั้ง 3 แล้ว
" พวกนี้แหละคืออาหารของพวกเรานี่เรียกว่าผลไม้มันสามารถกินได้ "
ผมพูดอธิบายออกไป
" มันกินได้จริงหรือ " ทั้งสองคนถามขึ้นพร้อมกัน
" ใช่มันกินได้ถ้าพวกเ้าไม่เชื่อเดี๋ยวข้าจะไปกินให้ดู "
จบผมก็เรียกมีดออกมาจากมิติพร้อมกับหั่นแตงโมออกเป็เป็ชิ้นก่อนที่จะเอามันเข้าปากความหวานของแตงโมถึงกับทำให้ผมต้องหลับตาเคี้ยวอย่างมีความสุขเพื่อดื่มด่ำรสชาติของมัน
" มันอร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ " จินหวงถามขึ้นเมื่อเห็นท่าทางผมทำจากที่เอาแตงโมเข้าปาก
" ใช่ ไม่เชื่อพวกเ้าลองกินสิ " ผมว่าพลางส่งแตงโมให้คนละชิ้น
เมื่อทุกคนได้กินแตงโมเข้าไปก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึงว่า
" นะนี้มัน อร่อยมาก "
ทุกคนอุทานออกมาแทบจะพร้อมกัน
" ข้าไม่คิดว่าไอ้ที่เรียกว่าแตงโมเนี่ยมันจะอร่อยขนาดนี้ที่แคว้นของข้าข้าเห็นมันขึ้นอยู่เกลื่อนกลาดเต็มไปหมดแต่ไม่มีใครเก็บมากินเลยสักคนกลับไปแคว้นครั้งนี้ข้าจะต้องเก็บมันกินให้หมด แน่นอน "
จินนหวงพูดขึ้นพร้อมกับน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความเสียหายที่ตนเองพลาดของอร่อยมาตั้งนาน
" แล้วพวกที่เหลือในตะกร้าเรียกว่าอะไรงั้นหรอ" เย่หลิงถามขึ้น
" พวกนี้น่ะหรอ อันนี้เรียกว่ากล้วยเป็ผลไม้เหมือนกันกินได้ส่วนอันนี้เรียกว่าเงาะ ส่วนอันนี้เรียกว่าส้ม เ้าลองชิมดูสิอร่อย " ผมอธิบายด้วยความตื่นเต้น
เมื่อทุกคนได้กินก็อุทานออกมาด้วยความใว่า
" อร่อยมากมันอร่อยจริงๆ พวกวัชพืชพวกนี้ข้าเห็นมันมากในแคว้นของข้าไม่คิดว่ามันจะอร่อยขนาดนี้ "
" ใช่ไหมล่ะนี่แหละของอร่อยแล้วก็มีประโยชน์ด้วย "
ผมรีบพูดเสริมในทันที
" แล้วของในตะกร้านั้นล่ะคืออะไรหรอ " เป็อี้เซียวที่ถามออกมา
" ในตะกร้านั้นน่ะหรอมันเรียกว่าเห็ดวันนี้ข้าจะทำอาหารที่เกี่ยวกับเห็ดให้พวกเ้าได้กิน " ผมพูดออกไป
" เห็ดนั้นรึ ชื่อประหลาดนัก สิ่งนี้ข้าเคยเห็นในฤดูฝนมันชอบขึ้นมาเต็มไปหมดแต่ข้าก็คิดว่ามันเป็เพียงพืชธรรมดาเท่านั้นไม่คิดว่ามันจะสามารถนำมาทำอาหารได้ "
เย่หลิงพูดออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นปนประหลาดใจ
" ใช่ สิ่งนี้ก็สามารถทำมาทำอาหารได้ เดี๋ยวข้าจะทำให้พวกเ้าได้ชิมเอง รับรองว่าพวกเ้าจะติดใจฝีมือข้าแน่นอน "
ผมพูดออกไปอย่างโอ้อวด
ว่าแล้วผมก็ได้จัดแจงก่อไฟขึ้นผมตั้งใจว่าจะทำเมนูแกงเห็ดคิดแล้วจึงได้เรียกหม้อออกมาจากมิติจากนั้นจึงได้นำเห็ดไปล้างน้ำจะได้เริ่มแกงทันที สนามที่ใช้ล้างและใช้แกงเห็ดนั้นก็คือน้ำที่อยู่ในมิตินั่นแหละ และผมก็ยังได้ทำอีกเมนูนึงนั่นก็คือเมนูเห็ดย่าง
ทั้ง 3 คนที่กำลังมองดูผมกำลังทำอาหารจากเห็ดนั้นก็ได้จ้องดูผมด้วยความสนใจจนตาไม่กระพริบจนกระทั่งผมทำอาหารเสร็จกลิ่นหอมของมันทำให้ทั้งสามคนทั้งกลับท้องร้องขึ้นมาในทันที
" จ๊อกก~ *3 "
" ฮ่าๆ นี่พวกเ้าหิวขนาดนั้นเลยหรือยังไงกัน "
ผมถามแซวออกไปและก็ได้ค้อนของทั้ง 3 คนคืนมาคนละวงจากนั้นผมก็เลยได้จัดการหุงข้าวต่อซึ่งข้าวนั้นผมก็เอาออกมาจากมิตินั่นแหละเมื่อหุงข้าวเสร็จจึงได้ร้องเรียกทั้งสามคน
" เอาล่ะนี่ก็เสร็จแล้วพวกเรามากินข้าวกันเถอะ "
" ข้าวเ้าไปเอาข้าวมาจากที่ใดงั้นรึหรือไป๋ชิง " เป็จินหวงที่ถามขึ้น
" อ๋อข้าซื้อเก็บไว้ในที่เก็บมิติอ่ะก็เลยพอมีติดมาบ้าง "
ผมพูดขึ้นซึ่งความจริงแล้วมันอยู่ในมิติส่วนตัวของผมต่างหากผมไม่มีหรอกแหวนมิติกำไรมิติพวกนั้นน่ะ เพราะผมเห็นว่าของพวกนั้นมันไม่จำเป็ว่าผมนั้นมีมิติส่วนตัวอยู่แล้วพวกแหวนมิติหรือกำไรมิติก็ไม่จำเป็สำหรับผม
ซึ่งแหวนมิติหรือกำไรมิตินั้นสมบัติวิเศษที่สร้างขึ้นจากช่างหล่อมอาวุธวิเศษและมีอยู่ขายทั่วไปในแคว้นทั้ง 5 แคว้นนี้
" เ้านี้เตรียมตัวมาดีจังเลยนะ " เย่หลิงเอ่ยชม
" มากินข้าวกันเถอะแล้วเราจะได้นอนพักพรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางกันแต่เช้า "
ผมพูดขึ้นตัดบท ก่อนที่พวกเราทั้ง 4 คนจะได้ลงมือกินข้าวกันทันที พวกเรากินข้าวเสร็จก็ตามด้วยผลไม้ที่เก็บมา
เมื่อพวกเรากินข้าวอิ่มกันทุกคนแล้ว ในตอนแรกพวกเราก็กำลังจะตกลงกันว่าใครจะเป็คนเฝ้าเวรยามก่อนแล้วค่อนผลัดเปลี่ยนกัน แต่จินหวงก็ได้พูดออกมาว่า
" เฮ้ยนี่ ทุกคนเราไม่จำเป็ต้องเฝ้าเวรยามก็ได้นะเพราะข้ามีแผ่นค่ายกลมาด้วย มันเป็ค่ายกลป้องกันภัยน่ะถ้าเกิดว่ามีคนบุกรุกมามันจะแจ้งเตือนให้เรารู้ทันทีและมันก็สามารถป้องกันการโจมตีได้ในระดับหนึ่งด้วย ข้าคิดว่าเราใช้ค่ายกลนี่ดีกว่าเราจะได้พักผ่อนกันทุกคน "
" เป็ความคิดที่ดีงั้นก็ใช้ค่ายกลของเ้าก็แล้วกัน "
ผมพูดออกไปซึ่งความจริงแล้วถึงจะไม่มีค่ายกลถ้ามีผู้บุกรุกมาผมก็รับรู้ได้อยู่ดี
เมื่อตกลงกันได้แล้วจินหวงจึงได้กางค่ายกลทันทีเมื่อเห็นว่าค่ายกลได้ถูกกางเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเราทั้ง 4 คนจึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามมุมของตนทันที โดยไม่ทันรู้ตัวเลยว่ากำลังจะมีภัยร้ายมาถึง
ฝั่งของพรรคมารที่ได้ตามทั้ง 4 คนนี้มาได้สักพักแล้วเมื่อเห็นว่าทั้ง 4 คนได้เข้าพักผ่อนกันเรียบร้อยแล้วจึงได้ปรากฏตัวออกมาในทันที
" พวกเ้าไปจัดการมันซะ " ผู้เป็หัวหน้าสั่ง
" ขอรับท่านหัวหน้า "
แต่พอพวกมันมาถึงหน้าปากถ้ำพวกมันก็ชนเข้ากับกำแพงใสๆ เกิดจากค่ายกลทำให้พวกมันไม่สามารถเข้าไปข้างในได้
" พวกมันวางค่ายกลเอาไว้ระวังตัวด้วย " มารตนหนึ่งได้ร้องขึ้นมาบอกกับพรรคพวกของตน
ทางฝั่งของทั้ง 4 คนที่กำลังนอนอยู่ต่างก็สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงแปลกปลอมเข้ามากระทบกับค่ายกลที่จินหวงได้วางเอาไว้
" มีผู้บุกรุก " อี้เซียวพูดขึ้นพร้อมกับเรียกดาบคู่ใจออกมา
ส่วนเย่หลิงและจินหวงก็ได้เรียกอาวุธออกมาเช่นกันอาวุธของเย่หลิงก็คือแส้ยาว ส่วนอาวุธของจินหวงก็คือกระบี่ผมเองก็ได้เรียกกระบี่ออกมาเช่นกัน และผมก็ยังสามารถััได้ว่าพวกที่อยู่ด้านนอกนั้นคือคนของพรรคมารเพราะผมรับรู้ได้ถึงไอพลังของความชั่วร้ายที่อยู่ในตัวของคนพวกนั้น
" มันเป็พวกของคนพรรคมาร " ผมพูดขึ้น
" อะไรนะพรรคมารมางั้นหรอ พวกมันมาทำอะไรที่นี่พวกมันไม่รู้หรือไงว่าป่าอสูรเทวะนี้เป็อาณาเขตของสำนักเทพกระบี่ " เย่หลิงพูดขึ้นด้วยความใ
ในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงทำลายค่ายกลดังมาจากด้านนอก
" พวกมันกำลังจะทำลายค่ายกลเข้ามาแล้ว " จินหวงร้องขึ้นอย่างใ
" งั้นข้าว่าพวกเราออกไปข้างนอกกันเถอะก่อนที่พวกมันจะพังเข้ามา ข้างในนี้ดูเหมือนจะสู้ลำบาก " ผมพูดออกมา
" แต่ก่อนออกไปข้าขอถามพวกเ้าได้หรือไม่ว่าพวกเ้านั้นมีระดับการฝึกตนอยู่ที่ระดับใดและมีพลังธาตุอะไรบ้าง "
ผมถามออกไปอีก
" ข้ามีระดับการฝึกตนอยู่ที่ระดับ์ขั้น 3 มีพลังธาตุทอง "
เป็จินหวงที่พูดขึ้นเป็คนแรกตามด้วยเย่หลิงและอี้เซียว
" ส่วนข้าอยู่ที่ระดับ์ขั้น 4 มีพลังธาตุพิษศักดิ์สิทธิ์เป็พลังธาตุแปรผัน " เย่หลิง
" ส่วนข้า อยู่ในระดับ์ขั้น 5 มีพลังธาตุไฟเทวะเป็พลังธาตุแปรผันเช่นกัน " อี้เซียว
" ส่วนข้าไม่มีทั้งพลังธาตุและไม่มีระดับการฝึกฝน "
ผมพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินออกไปด้านนอกถ้ำทันที ซึ่งคำพูดของผมสร้างความใให้กับทั้งสามคนเป็อย่างมาก
" เ้าว่าอะไรนะ! " ทั้ง 3 คนร้องขึ้นมาพร้อมกันตามหลังไป๋ชิงที่กำลังเดินออกไป จะรีบวิ่งตามออกไปทันที
" นี่ไป๋ชิงเ้าบ้าหรือยังไงฮะ เ้าไม่มีทั้งพลังธาตุและไม่มีระดับการฝึกฝนแต่เ้าก็จะออกไปสู้กับพวกมักมารนี่นะ "
จินหวงที่วิ่งมาดักหน้าไป๋ชิงพูดขึ้นเสียงดัง
" ใช่ แต่เ้าไม่ต้องห่วงข้าหรอกข้าไม่เป็อะไรง่ายๆ หรอก"
ผมพูดตอบออกไปอย่างสบายๆ
" แต่เ้าไม่มีพลังธาตุนะเ้าจะไปสู้กับพวกมารได้ยังไง"
เป็เย่หลิงที่พูดขึ้นด้วยความร้อนรน
" ข้าไม่เป็อะไรจริงๆ ถ้าไม่เชื่อพวกเ้าคอยดู "
พูดจบผมก็ได้วิ่งออกไปทางหน้าถ้ำทันทีและทั้ง 3 คนก็วิ่งตามผมมาเช่นกัน เมื่อพวกเราออกมาด้านหน้าถ้ำก็เห็นว่ามีพวกของพรรคมารนับได้ประมาณ 10 คนได้กำลังพยายามทำลายค่ายกลที่จินหวงวางไว้ และในขณะที่พวกเรากำลังยืนมองดูอยู่นั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
ตูมมมมมม
เป็เสียงของค่ายกลที่ะเิแตกออกมาก่อนที่จะมีเสียงของพวกพรรคมารดังขึ้นว่า
" พวกเราการมัน "
" เฮ้ๆๆ "
ทางด้านผมนั้นที่ได้เตรียมตัวอยู่ก่อนแล้วจึงได้เริ่มจัดการพวกมันด้วยเพลงกระบี่ง้อไบ๊ทันทีด้วยความรวดเร็ว ที่เขาเลือกใช้วิชากระบี่นี้เพราะว่าเขาไม่อยากใช้พลังจากพลังิญญายุทธ เพราะมันจะทำให้เขาเด่นเกินไปเขาไม่ชอบความวุ่นวาย และนี่ก็เป็การทดสอบของสำนักเทพกระบี่เหล่าผู้าุโในสำนักก็ย่อมต้องคอยสังเกตดูศิษย์ใหม่ทุกคนตลอดเวลาอยู่แล้ว ถ้าเขาใช้ทักษะิญญายุทธจะเป็ที่จับตาได้
" พริ้วไหวดั่งขมิ้นบินผ่านหลิว" ฟิ้ว ชิ้ง ฉึบบ ชิ้งง
"ดาบตามติดแต่ิญญาไม่ห่างคน" ชี้วว ฉึบ เพล้งง
" หน้าศัตรูเพียงแค่เอื้อมมาครึ่งมือ " ฟิ้ว ตุ่บ ชิ้งง ชิ้งงง
" กระบี่นางพญายังสิ้นลม " เคร็ง พรึบ ชิ้งง ฉีบบ ฉึบ
ฟิ้ววพรึบ ชิ้งงง ฉึบ
เมื่อผมจัดการพวกมันหมดทุกคนแล้วเหลือไว้เพียงไม่กี่คนจึงได้ถอยกลับมาแล้วนำกระบี่กลับเข้าฝักทันที
การกระทำของผมนั้นสร้างความใให้พวกพรรคมารและสหายทั้ง 3 คนเป็อย่างมาก
" นะนี้มันอะไรกัน " ทุกคนต่างอุทานขึ้นมาในใจ
เพราะว่าไป๋ชิงได้บอกพวกเขาว่าตัวเองนั้นไม่มีพลังธาตุและไม่มีระดับการฝึกฝนแต่นี่อะไรไป๋ชิงสามารถเอาชนะพวกของพรรคมารได้ มันเป็ไปได้ยังไงกัน
ส่วนพวกพรรคมารที่เหลือเมื่อเห็นว่าไป๋ชิงสามารถจัดการพรรคพวกของตนได้โดยไม่ใช้พลังธาตุใช้เพียงเพลงกระบี่แปลกประหลาด ก็รู้สึกเกิดความหวาดกลัวจึงได้พากันหลบหนีออกไปทันที
ส่วนผมที่เห็นว่าพวกพรรคมานั้นไม่หนีไปแล้วแต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร จนได้หันหลังแล้วเดินเข้าไปในถ้ำตามเดิมตามมาด้วยเพื่อนๆ ของผมอีก3คนนั้นที่เดินตามหลังมาด้วยท่าทีเหม่อลอย ก่อนที่จินหวงจะได้เอ่ยถามผมออกมาว่า
" นี่ไป๋ชิง เ้าสามารถทำได้ยังไงเ้าใช้วิชากระบี่อะไรหรอทำไมข้าไม่เคยเห็นเลยเหตุใดท่าทางมันถึงแปลกประหลาดนัก "
" มันก็แค่วิชาที่ข้าคิดค้นขึ้นเองเล่นๆ แค่นั้นแหละ "
ผมตอบออกไปอย่างไม่ได้สนใจอะไร
" อะไรนะ! " พวกเราทั้ง 3 คนะโขึ้นพร้อมกัน
" พวกเ้าจะะโทำไมเนี่ยอยู่กันใกล้แค่นี้เอง "
ผมพูดขึ้นด้วยความใอยู่ๆ คนพวกนี้ก็ะโขึ้นมา
" เ้าบอกว่าวิชานี้เ้าเป็คนคิดค้นขึ้นมาเองงั้นเหรอ
เป็เย่หลิงที่ถามผมออกมา "
" ใช่ " ผมตอบออกไปแบบมือไขว้หลัง?
" เ้าช่วยสอนข้าได้หรือไม่ " จินหวงพูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น
" สอนน่ะสอนได้แต่ตอนนี้นอนก่อนพรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้าและก็ออกเดินทางส่วนวิชาที่เหลือเดี๋ยวข้าจะสอนให้ตอนเข้าสำนักได้แล้ว "
ผมพูดขึ้นตัดบทก่อนจะล้มตัวลงนอนทันที
เมื่อทั้งสามคนเห็นเช่นนั้นจนได้แยกย้ายกันไปนอนเช่นกันและก่อนนอนจินหวงก็ได้ก็ได้ใช้ค่ายกลอันใหม่ออกมาวางแทนอันเดิมก่อนที่จะเข้านอนเช่นเดียวกัน