“สำรวจพื้นที่และกวาดล้างสัตว์ร้ายที่อยู่ใน‘ป่าวงกต’”
ทุกคนภายในห้องพลันสับสน
เหล่านับรบและผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกย่อมรู้จักป่าวงกต
มันคือป่าที่อยู่ห่างจากกำแพงเขตตะวันออกไปไกลมากใช้เวลาเดินเท้าปกติน่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า2 สัปดาห์เลยทีเดียว เป็ป่าที่มีอาณาเขตกว้างไกลว่ากันว่ามันมีพื้นที่มากกว่าเมืองกลาซิสเสียอีกแต่ป่านี้มีสิ่งที่แปลกประหลาดอยู่นั่นคือบริเวณใจกลางของป่ามีูเาหินสีเทาที่สูงเสียดฟ้าอยู่ลูกหนึ่ง
ส่วนเหตุผลที่มันถูกเรียกว่าป่าวงกตนั้นพวกเขาไม่รู้เพียงเรียกตามที่เหล่าสี่ตระกูลใหญ่เรียกเท่านั้น
โดยไม่รอให้ทุกคนถามอลิสกลับพูดเื่ที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับภารกิจที่ได้รับมาแม้แต่น้อย
“แม้ว่าพื้นที่ภายกำแพงของเราจะกว้างขวางแต่ตอนนี้จำนวนประชากรในกำแพงก็เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆและจากการคาดเดาของสี่ตระกูล อีกไม่เกิน 300 ปีจำนวนประชากรจะสูงจนเริ่มเกิดภาวะขาดแคลนอาหารเพราะพื้นที่เพาะปลูกมีน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนคน”
ทุกคนในห้องนิ่งเงียบไม่พูดอะไรพยายามคิดว่าเื่ที่หัวหน้าหน่วยหนึ่งคนใหม่พูดมันเกี่ยวข้องกันยังไง
การินที่มีท่าทางเฉื่อยชาพลันอุทาน‘โอ้!’ออกมา ทุกคนจึงหันมาจ้องชายหนุ่มเป็ตาเดียว
การินยกมือขึ้นมาเกาศีรษะเพื่อกลบอาการประหม่าที่ถูกคนจ้องแล้วกล่าวออกมาพร้อมมองไปที่อลิส
“ในความคิดของผมถ้าพื้นที่ไม่พอก็ต้องหาพื้นที่เพิ่มการที่ให้พวกเราไปกวาดล้างป่าวงกตก็แปลว่าทางสี่ตระกูลผู้ปกครองได้เลือกป่าวงกตให้เป็ที่อยู่อีกแห่งของมนุษย์แต่ว่าตอนนี้สัตว์ร้ายได้กระจายไปทั่วทวีปต่อให้กวาดล้างสัตว์ร้ายในป่าวงกตไปจนหมดก็จะมีพวกใหม่มาอยู่ดีและวิธีแก้ปัญหานี้เท่าที่ผมรู้มีเพียงวิธีเดียว...”
การินหยุดพูดวางแขนไว้บนโต๊ะ สองมือประสานกัน สายตายังคงจ้องไปที่อลิส มุมปากยิ้มขึ้นคล้ายกำลังสนุกสนานแล้วกล่าวต่อ
“...วิธีที่ว่าก็คือสร้างเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยกำแพงอีกแห่ง”
เหล่าหัวหน้าหน่วยและผู้ติดตามต่างใหลังจากที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม
สำหรับพวกเขากำแพงสีเทาหม่นที่ปกป้องมนุษย์กลุ่มสุดท้ายอยู่นี้นอกจากผู้มีรอยประทับระดับทวีปอย่างท่านกลาซิสแล้วคงไม่มีใครที่สร้างมันขึ้นมาได้อีก
กำแพงที่กลาซิสสร้างไว้แม้กระทั่งผู้มีรอยประทับหรือสัตว์ร้ายระดับเมืองก็ยังยากจะสร้างความเสียหายให้กับมันได้
หรือว่าผู้นำตระกูลดวงดาวผู้ที่ว่ากันว่ามีพร์มากที่สุดที่เคยมีมาในเมืองกลาซิสท่านนั้นเลื่อนขั้นกลายเป็ผู้มีรอยประทับระดับทวีปไปแล้ว?
คำถามที่ว่านี้ต่างผุดขึ้นมาให้หัวของทุกคน
อลิสมองมาที่การินด้วยความประหลาดใจ
“หัวหน้าหน่วยที่สามสิบหกคาดเดาได้ถูกต้องทางสี่ตระกูลได้ลงความเห็นร่วมกันว่า้าเปลี่ยนป่าวงกตให้เป็เมืองอีกแห่งของมนุษย์สำหรับเื่การสร้างกำแพงแน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่มีใครที่แข็งแกร่งพอจะสร้างกำแพงเมืองอย่างที่ท่านกลาซิสทำได้”
“แต่ถึงแม้เราจะไม่มีผู้มีรอยประทับที่ทำแบบนั้นได้เราก็สร้างกำแพงที่ถึงจะไม่ทนทานเท่าที่ท่านกลาซิสสร้างแต่ก็ไม่ห่างกันนักได้ หอนาฬิกาที่ท่านกลาซิสสร้างไว้ตรงกลางของเมืองทำมาจากหินสีเทาซึ่งหลังจากทดสอบดูแล้วพวกเราพบว่ามันแข็งแรงพอ ๆ กับกำแพงที่ท่านกลาซิสสร้าง”
“และจากบันทึกในอดีตหินที่ใช้สร้างหอนาฬิกาก็คือหินจากูเาสีเทาซึ่งอยู่ใจกลางของป่าวงกตนั่นเอง”
ทุกคนในห้องพลันกระจ่างไปอยู่ที่ป่าวงกต สร้างกำแพงด้วยหินจากูเาใจกลางป่าวงกตและอีกอย่างในเมื่อเขตทิศตะวันออกของเมืองกลาซิสมีสัตว์ร้ายบุกไม่มากและมีแต่ตัวที่อ่อนแอก็แสดงว่าป่าวงกตซึ่งตั้งอยู่ทิศเดียวกันย่อมเป็เช่นเดียวกัน
จากนั้นนอกจากการินที่กลับสู่ภาวะเฉื่อยชาจนกระทั่งเผลอหลับไปเป็บาง่อลิสและเหล่าหัวหน้าหน่วยก็เริ่มหารือกันเกี่ยวกับแผนการกวาดล้างในครั้งนี้
แล้วได้ข้อสรุปว่าผู้มีรอยประทับทุกคนนอกจากคนของหน่วยที่สองซึ่งต้องอยู่ดูแลเขตตะวันออก ทุกคนต้องร่วมเดินทางไปที่ป่าวงกตในอีก 3 วันข้างหน้า
เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นทุกจึงออกจากศูนย์บัญชาการของหน่วยที่หนึ่งระหว่างนั้นมีหลายคนมองมาที่การินด้วยความแปลกใจเพราะในเขตตะวันออกชายหนุ่มคนนี้มีชื่อเสียงในด้านความี้เีแม้กระทั่งในตอนกลางวันก็มักจะนอนอยู่ตลอดเวลา
...
ทางด้านอลิสหลังจากจบประชุมหญิงสาวเดินไปที่ห้องทำงานของตนเองโดยมีโอซิล ชายอายุประมาณ 30 ปีใบหน้าธรรมดา ร่างผอมสูง เดินตามอยู่เื้ั
หลังจากนั่งลงที่เก้าอี้หลังโต๊ะทำงานอลิสได้ดึงลิ้นชักใต้โต๊ะออกมาในนั้นมีปึกกระดาษกองอยู่หญิงสาวนำพวกมันมาวางไว้บนโต๊ะ
โดยไม่จำเป็ต้องให้หาหญิงสาวพบกระดาษอันเป็เป้าหมายวางไว้้าสุดพอดีเธอหยิบขึ้นมาดูอย่างไม่รีบร้อน
ชื่อ การิน
ปีเกิด 1245
ตระกูล ไม่มี
ปีที่รอยประทับตื่นขึ้น1268
ระดับ ทั่วไป
ความสามารถของรอยประทับเสริมสมรรถภาพทางกาย
เมื่ออ่านจบอลิสวางกระดาษลงหันไปถามโอซิลซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอันเป็ปกติของเธอ
“ช่วยเล่าเื่ของการินหัวหน้าหน่วยที่สามสิบหกให้ฉันฟังหน่อยสิ เอาเท่าที่คุณรู้ก็ได้”
โอซิลมีท่าทีประหม่าเล็กน้อยหลังเรียบเรียงคำพูดครู่หนึ่งจึงกล่าวออกมา
“เท่าที่ผมทราบแม่ของการินเป็ผู้มีรอยประทับจากครอบครัวทั่วไปซึ่งภายหลังแต่งเข้าตระกูลมีชื่อ หลังจากที่เขาเกิดตากับยายของการินอยากเอาหลานไปอยู่ไปด้วยพ่อของการินที่เป็คนจากตระกูลมีชื่อก็ไม่ได้ขัดการินจึงได้ไปอยู่กับตายายั้แ่ยังเด็กที่เขตสะพานทิศใต้เขาใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวัน ๆ จนกระทั่งเมื่อครึ่งปีก่อนรอยประทับในตัวเขาเกิดตื่นขึ้นมาแต่การินกลับไม่ได้ไปรายงานตัวเข้าหน่วยนักรบตามกฎที่สี่ตระกูลผู้ปกครองตั้งไว้ผ่านไปได้ 3 เดือน ตัวเขาเผลอหลุดปากพูดเื่รอยประทับออกมาคนที่ได้ยินก็ไปแจ้งกับทางตระกูลมีชื่อ ตัวเขาถึงได้ถูกส่งมาเป็หัวหน้าหน่วยที่สามสิบหกของเขตตะวันออกซึ่งว่างอยู่พอดี”
“นับั้แ่ที่มาเป็หัวหน้าหน่วยการินก็เริ่มทำตัวเกียจคร้าน ตัวเขาแทบจะนอนตลอดเวลาและมักจะพึมพำอะไรคนเดียวด้วย”
โอซิลหยุดพูดไปครู่แล้วกล่าวพร้อมหัวเราะคล้ายพยายามพูดให้ตลก
“ที่จริงนับั้แ่การินมาสัตว์ร้ายก็ไม่ค่อยมาบุกกำแพงเลยล่ะครับบางทีนิสัยี้เีของเขาอาจทำให้สัตว์ร้ายี้เีไปด้วยก็ได้นะครับ”
ผลกลับกลายเป็ว่าเขาเห็นเธอพยักหน้าแล้วไม่แสดงท่าทีอะไรอีก
ทันใดนั้นอลิสพลันหันขวับไปทางหน้าต่างของห้อง โอซิลหันตามไปแต่ไม่พบอะไร
“มีอะไรหรือครับ?”
อลิสถอนสายตากลับส่ายหน้าช้า ๆ
“ไม่มีอะไรหรอก”
…
การินซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดข้างกำแพงซึ่งถูกสร้างสำหรับให้นักรบใช้ขึ้นไปบนกำแพงพลันชะงักแล้วพึมพำ
“ระดับเมือง?”
สมาชิกในหน่วยซึ่งเดินตามหลังไม่ได้ยินที่ชายหนุ่มพูดเพียงแต่เมื่อเห็นหัวหน้าหยุดเดินพวกเขาก็หยุดตาม
คาร์ลซึ่งอยู่ใกล้สุดถามออกมา
“มีอะไรหรือครับ?”
การินออกเดินต่อส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่มีอะไรหรอก”
ทว่าจู่ ๆชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาพูดประโยคหนึ่งที่พวกคาร์ลไม่เข้าใจ
“ฉากเมื่อกี้มันคุ้นๆ นะ”
เมื่อขึ้นมาบนกำแพงพวกการินก็เดินต่อไปบนกำแพงไปทางทิศใต้ เดินไปเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดที่ปักธงสีแดงไว้
นี่คือจุดแบ่งเขตของนักรบเขตต่างๆ ถ้าหากเดินเลยจุดที่ธงปักไปก็จะเป็เขตของหน่วยนักรบเขตใต้
พวกการินเดินลงบันไดข้างกำแพงซึ่งอยู่ไม่ไกลเพื่อกลับไปที่ศูนย์บัญชาการของหน่วยที่สามสิบหกบันไดที่ใช้ขึ้นลงกำแพงเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นไว้ทุก ๆ 2 กิโลเมตร
เมื่อมาถึงอาคารไม้หลังหนึ่งอันเป็ศูนย์บัญชาการของหน่วยนักรบที่สามสิบหกประจำเขตตะวันออกการินกลับไม่เดินเข้าไป แต่เดินเลยไปห่างไปไม่ไกลมีบ้านพักหลังหนึ่งไม่ใหญ่มากทำจากไม้ล้วน
การินเดินไปที่ในบ้านพักขณะเดินอยู่ในลานบ้านชายหนุ่มพลันชะงัก พึมพำอะไรเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นมาคล้ายจะคว้าอะไรบางอย่าง
เมื่อการินหงายฝ่ามือขึ้นมาก็พบกับหนังสัตว์สีน้ำตาลซีดแผ่นหนึ่งซึ่งบนแผ่นหนังขนาดครึ่งฝ่ามือมีลวดลายประหลาดถูกสลักไว้ชายหนุ่มมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกำมือแล้วเดินตรงไปที่บ้านพัก
การินใช้มือขวาซึ่ง‘กำ’แผ่นหนังอยู่ยกขึ้นมาเปิดประตูทว่าหนังสัตว์แผ่นนั้นกลับหายไปแล้ว
ภายในห้องนอนการินยืนอยู่หน้ากระจกถอดเสื้อที่ใส่มาทั้งคืนออกบนผิวกระจกสะท้อนภาพของชายหนุ่มที่มีร่างกายกำยำพอเหมาะไม่ดูเทอะทะ
แต่สิ่งที่เด่นที่สุดกลับเป็รอยประทับสีดำขนาดใหญ่ที่แผ่เต็มแผ่นอกรูปลักษณ์ของมันแปลกประหลาด ประกอบจากหลายสิ่งเช่นบ้างก็คล้ายเป็สัญลักษณ์บางอย่าง บ้างคล้ายตัวอักษร บ้างคล้ายสิ่งมีชีวิตบางชนิดแต่ก็ดูสมมาตร
‘รอยประทับ’ สิ่งที่มอบพลังอันยิ่งใหญ่ให้แก่สิ่งมีชีวิต
เหตุผลที่สัตว์ร้ายน่ากลัวยิ่งสัตว์ทั่วไปนั่นก็เพราะพวกมันมีพละกำลังมหาศาลสามารถใช้พลังบางอย่าง เช่น เสกสายฟ้า สร้างลมเฉือนและดุร้ายกว่าสัตว์ทั่วไปหลายเท่าสิ่งที่บ่งบอกว่าสัตว์ตัวไหนคือสัตว์ร้ายสังเกตได้จากตัวของสัตว์ร้ายจะมีรอยประทับสีดำอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายรูปลักษณ์แปลกประหลาด
ทว่าโลกใบนี้ไม่ได้โหดร้ายกับมนุษย์เกินไปนักในเมื่อสัตว์ร้ายใช้พลังได้มนุษย์ย่อมทำได้เช่นกันการที่มนุษย์จะใช้พลังได้มีอยู่สองทางด้วยกัน
ทางแรกคือรอให้รอยประทับตื่นขึ้นเองโอกาสที่รอยประทับจะตื่นขึ้นในตัวมนุษย์นั้นน้อยมาก ๆตัวอย่างก็เช่นผู้คนในเมืองกำแพงกลาซิสซึ่งตอนนี้มีประชากรนับล้านแต่ผู้ที่รอยประทับตื่นขึ้นเองกลับมีไม่กี่ร้อยคน
ทางที่สองคือการใช้แผ่นหนังรอยประทับโดยปกติเมื่อสัตว์ร้ายตายรอยประทับบนิัจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยทว่าก็จะมีสัตว์ร้ายบางตัวซึ่งหายากมาก ๆที่เมื่อมันตายไปแล้วรอยประทับบนตัวจะไม่หายไป แต่ิับริเวณที่มีรอยประทับจะหลุดร่วงออกมาเองเมื่อมันตาย
แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่แผ่นหนังรอยประทับแล้วจะกลายเป็ผู้มีรอยประทับได้เพราะผู้ที่จะใช้แผ่นหนังรอยประทับได้ต้องมีความเข้ากันได้กับรอยประบนแผ่นหนังเท่านั้นเมื่อแผ่นหนังรอยประทับอยู่ในมือของผู้ที่มีความเข้ากันได้รอยประทับบนแผ่นหนังจะเรืองแสงออกมา
เมื่อพบแผ่นหนังรอยประทับที่เข้ากับตัวเองแล้ววิธีการที่จะย้ายรอยประทับจากแผ่นหนังมาที่ตัวเองก็ง่ายยิ่งกว่าง่ายเพียงหยดเืไปบนแผ่นหนังหนึ่งหยดรอยประทับที่อยู่บนแผ่นหนังก็จะหายไปและปรากฏอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเราแทน
การแบ่งระดับความแข็งแกร่งของผู้มีรอยประทับนั้นเรียบง่ายมากนั่นคือระดับทั่วไป ระดับหมู่บ้าน ระดับเมือง ระดับอาณาจักร ระดับทวีป
ผู้มีรอยประทับระดับทั่วไปสามารถต่อยคนธรรมดาให้ตายได้อย่างง่ายดายผู้มีรอยประทับระดับหมู่บ้านสามารถทำลายหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้ระดับเมืองก็ทำลายเมือง ระดับที่สูงกว่านี้ก็ใช้เกณฑ์เดียวกัน
มนุษย์ทุกคนที่ไม่ว่ารอยประทับจะตื่นขึ้นเองหรือได้รับจากแผ่นหนังรอยประทับล้วนต้องเริ่มต้นในระดับทั่วไป
การินทิ้งเสื้อที่ถอดออกลงบนพื้นอย่างไม่ใส่ใจหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่เดินไปอาบน้ำที่ห้องน้ำผ่านไปไม่นานชายหนุ่มก็เดินออกมาโดยใส่เสื้อคอกลมสีเทาหม่น กางเกงขายาวหุ้มข้อสีดำ
การินเดินออกจากบ้านพักไปที่ลานฝึกซึ่งอยู่ติดกับศูนย์บัญชาการของหน่วยที่นั่นคาร์ลกำลังฝึกทบทวนสมาชิกในหน่วยเกี่ยวกับการใช้อาวุธต่าง ๆ อยู่
ในเวลาเดียวกับที่การินไปถึงลานฝึกที่ราวตากผ้าข้างบ้านพักของชายหนุ่มซึ่งเคยว่างเปล่าตอนนี้มีเสื้อแขนสั้นสีขาวหม่นตรงคอเสื้อมีกระดุมสองเม็ดซึ่งไม่ได้ติดไว้ทั้งคู่และกางเกงขายาวหุ้มข้อสีน้ำตาลถูกพาดตากไว้ั้แ่ตอนไหนไม่มีใครรู้