อันที่จริงถึงแม้จะมีโทสะเพียงใดกังหลง ก็มิอยากจะไปต่อสู้ท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้ เพราะหลังจากที่ไตร่ตรองทบทวนดูเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แม้ตนจะยกระดับปราณขั้นมาได้หลายขั้นย่อย แต่ตนยังมิเคยได้เรียนรู้เคล็ดวิชาใดเพิ่มเติมมาแม้แต่น้อย หากบังเอิญไปพบเจอผู้ที่ฝึกเคล็ดวิชาอันเลิศล้ำถึงตนจะมีพละกำลังมากกว่าเพียงใดก็คงเป็ได้เพียงตัวตลกที่ไล่จับแมลงวันก็เท่านั้น แม้จะมีพลังมากเพียงใดแต่ไร้เทคนิคและการพลิกแพลงจากเคล็ดวิชาก็มิอาจคว้าจับแมลงวันที่มีความว่องไวรวดเร็วได้
ตอนนี้หากต่อสู้กันด้วยพลังกายและพลังปราณแบบประจันหน้าย่อมมีความได้เปรียบอย่างมิต้องสงสัยต่อให้คนผู้นั้นมีระดับปราณที่มากกว่าตนถึงแปดขั้นย่อยก็ตาม หากจะต่อสู้ตอนนี้ต้องรีบเผด็จศึกอย่างรวดเร็วเท่านั้น เมื่อโดนท้าทายและได้รับการเหยียดหยามท่ามกลางฝูงชนมากมายขณะนี้คงทำได้เพียงต้องรับคำท้า เพื่อมิให้เสื่อมเสียไปถึงตระกูลกังเพราะตระกูลกังมีร้านโอสถอยู่ในตัวเมืองเนตรอสูรและย่อมมีหลายคนที่รู้จักร้านโอสถแห่งนี้ จึงมองไปทางเยี่ยนซานที่กำลังพร่ำพูดจ้ออยู่และกล่าวออกไป
"ตกลง..ข้ารับคำท้าของเ้า แต่หากเ้าพ่ายแพ้มีสภาพเช่นเดียวกับพี่ของเ้า เ้ามิอาจมาโทษข้าว่าใจร้ายมิได้ และข้ามีข้อแม้ว่า หลังจากจบสิ้นการประลองไม่ว่าจะมีผลออกมาเช่นไรภายในสามวันห้ามมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกติดตามล้างแค้นต่ออีกฝ่ายไม่ว่าจะเป็ตัวข้าหรือญาติพี่น้องของข้า ส่วนหากพ้นสามวันไปแล้วใครจะทำอะไรข้าก็มิสนใจอีก ถ้าหากเ้าตกลองตามนี้ข้าก็จะประลองกับเ้าในทันที..!!"
ที่กังหลงบ่งบอกออกไปเช่นนี้เนื่องจากมิอยากให้ทางตระกูลและอย่างยิ่งคือน้องสาวของตนต้องมาพบเจอกับปัญหาที่ตนก่อขึ้น และภายในสามวันทางบิดาและตระกูลคงมีเวลาพอในการเตรียมรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ส่วนตนเองก็จะออกเดินทางไปจากตระกูลในวันพรุ่งนี้แล้วเพื่อหาทางไปฝึกฝนเพิ่มพลังฝีมือให้กล้าแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตนทราบดีว่ามิอาจหลีกเลี่ยงปัญหาการติดตามรังควาญล้างแค้นจากตระกูลเยี่ยนได้
เพราะต่างก็ทราบกันว่าผู้นำตระกูลเยี่ยนนั้นเป็คนจิตใจคับแคบเ้าคิดเ้าแค้น ตนได้จัดการเยี่ยนซื่อจนมีสภาพสาหัสเช่นนี้ หากเื่นี้ทราบไปถึงผู้นำตระกูลเยี่ยนเมื่อใด เขาคงต้องยกพวกและสั่งให้นักสู้ที่มีพลังฝีมือไปจัดการกับตนที่ตระกูลกังอย่างแน่นอน แต่หากหลังจากสามวันนี้เมื่อตนมิได้อยู่ที่ตระกูลแล้ว แม้ผู้นำตระกูลเยี่ยนและพรรคพวกยกพวกไปถึงตระกูลกังเพื่อถกถามถึงเหตุผลและหาข้ออ้างในการลงมือกับตนแต่หากมิพบเป้าหมาย ตระกูลเยี่ยนก็คงมิอาจหาเหตุผลลงมือกับผู้อื่นหรือสมาชิกคนอื่นของตระกูลกังได้ มิเช่นนั้นจะถือเป็การไร้เหตุผลในสายตาของผู้อื่นและปัญหาก็จะลุกลามกลายเป็เื่ใหญ่โตระดับตระกูลไปในทันที หากเป็เช่นนั้นเท่ากับได้ไม่คุ้มเสีย
"ตกลงตามที่เ้า้า หลังจากจบการประลองนี้ภายในสามวันข้าขอรับรองต่อหน้าผู้คนเหล่านี้ว่ามิว่าผลจะออกมาเช่นไรทางฝ่ายข้าจะมิมีความเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น..มิทราบพี่หม่าซานเห็นด้วยกับข้ารึไม่.?"
แม้จะรู้สึกสงสัยในข้อตกลงของกังหลงแต่ด้วยมั่นใจกับแผนการของตนเองว่าจะสามารถจัดการกับเ้าขยะผู้ที่มีระดับพลังฝีมือน้อยกว่าตนเช่นนี้ ทำให้เยี่ยนซานคลายความสงสัยในข้อตกลงของกังหลงไป จึงรีบตกลงในทันทีเพราะกลัวว่าเ้าขยะผู้นี้จะเปลี่ยนใจไปซะก่อน แล้วเยี่ยนซานก็หันไปถามความเห็นของหม่าซานผู้เป็ลูกพี่ของตน
"เมื่อเ้าตัดสินใจแล้วก็แล้วแต่เ้า เื่ของเ้าก็เหมือนเื่ของข้า ข้อตกลงนั้นก็เป็เช่นเดียวกัน ภายในสามวันนี้ตระกูลหม่าก็จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเ้าขยะตระกูลกังผู้นี้อย่างแน่นอน..!!"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าได้ยินแล้วรึไม่ เ้ามิต้องกังวลเื่ราวหลังจากนี้ ตอนนี้เมื่อเ้าพร้อมแล้วก็ออกมารับหมัดของข้า ข้าจะทำให้เ้าต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มไปเป็เดือนคอยดู"
กังเทียนไม่พูดอะไรอีกเพียงบอกให้เยี่ยนฟางถอยออกไปยืนดูด้านหลังเท่านั้น แม้เยี่ยนฟางจะกังวลและเป็ห่วงพี่ชายของนางเพียงใด แต่เมื่อพี่ชายของนางตัดสินใจแล้วนางก็มิอาจพูดอันใดได้อีก และจากการที่พี่ชายนางจัดการเยี่ยนซื่อไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้นางประหลาดใจและมีความเชื่อมันในตัวพี่ชายของนางมากขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
ผู้คนรอบนอกต่างเริ่มถอยออกห่างเพื่อให้มีพื้นที่ในการประลองที่เหมาะสม หลังจากเห็นทุกอย่างพร้อมคู่ต่อสู้ทั้งสองจึงออกไปยืนประจันหน้ากันกลางลานประลอง เยี่ยนซานปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา กระแสพลังระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสาม่ชั้นต้นแผ่ออกรอบข้างจนผู้คนรอบข้างััได้
"วูบบบ..."
"อาา..นายน้อยของตระกูลเยี่ยนผู้นี้มีระดับพลังปราณระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสาม่ชั้นสูงสุด และมีระดับพลังสูงกว่าพี่ชายของเขาถึงหนึ่งขั้นย่อย แต่เห็นผู้คนบอกว่าคู่ต่อสู้อีกคนของเขาเป็นายน้อยขยะของตระกูลกังที่มีระดับพลังแค่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุด นี่มันต่างกันถึงสามขั้นเท่ากับต่างกันถึงเก้า่ชั้นย่อย มันเป็คู่ต่อสู้ที่แตกต่างกันมากเกินไป"
"แต่เ้าพี่ชายของนายน้อยเยี่ยนซานผู้นี้ถ้าข้าััไม่ผิดก่อนหน้านี้ก็มีระดับพลังที่ปราณระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นสอง่ชั้นสูงสุด แต่ก็ยังโดนซัดหมอบไปในกระบวนท่าเดียว หรือว่านายน้อยตระกูลกังจะใช้กลโกงตามที่นายน้อยตระกูลเยี่ยนกล่าวไปเมื่อครู่จริง"
"เ้าอย่าพูดมาก..!! รอดูแล้วจะรู้เอง"
"ข้าว่าคราวนี้นายน้อยตระกูลกังคงต้องเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอย่าแท้จริง เพราะดูท่าทางนายน้อยตระกูลเยี่ยนเยี่ยนซานผู้นั้นระมัดระวังตัวเป็อย่างมาก คงกลัวโดนอีกฝ่ายใช้เล่ห์ร้ายเป็แน่..!!"
แม้เสียงวิจารย์จะดึงขึ้นอย่างจอแจแต่ขณะนี้กลางพื้นที่ของลานประลองชั่วคราวบัดนี้กำลังตึงเครียด เมื่อเห็นเยี่ยนซานแผ่พลังออกมาถึงขึดสุดกังหลงก็ะเิพลังทั้งหมดของตนออกมาเช่นกันนั่นคือระดับพลัง
"วูบบ.."
"โอ๊ะ..!!..นี่มันพลังแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุดดังที่กล่าวมาจริง ระดับพลังต่างกันแบบนี้ถ้าเ้าหนูตระกูลกังคงมิอาจเอาชนะเ้าหนูตระกูลเยี่ยนผู้นั้นแน่"
เมื่อระดับพลังที่แผ่ออกมาให้ผู้คนััได้เพียงแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุดนั้นผู้คนรอบข้างแม้แต่เยี่ยนฟางผู้เป็น้องสาวก็ััได้เช่นนั้น นางกลับเริ่มมีความกังวลเกิดขึ้นในในขึ้นมาอีกครั้ง หรือว่าก่อนหน้านี้เป็พี่ชายนางบังเอิญโชคดีโจมตีไปตอนที่เ้าเยี่ยนซื่อผู้นั้นมิทันระวังกันแน่
แต่กลับกันกังหลงนั้นกลับรู้สึกทึ่งในความสามารถของสร้อยปิดชีพจรซ่อนพลังเส้นที่สวมใส่อยู่เป็อย่างยิ่ง กังหลงััได้ว่าขณะที่ตนะเิพลังทั้งหมดของตนซึ่งเป็ระดับปราณขุนพลระดับสองขั้นแปด่ชั้นสูงสุดออกมาสร้อยเส้นนี้เกิดเรืองแสงเล็กน้อยขึ้นวูบหนึ่ง หากมิตั้งใจสำรวจก็มิอาจสังเกตุถึงความเปลี่ยนแปลงของสร้อยเส้นนี้ได้เลย ความสามารถของสร้อยเส้นนี้เป็ไปตามที่อาจารย์ของเขาบอกไว้ มิทราบอาจารย์ของตนได้สิ่งเลิศล้ำนี่มาจากที่ใด เพราะจากการได้รับฟังคนรอบข้างพูดออกมาผู้อื่นนอกจากตนนั้นต่างััได้ว่าระดับพลังของตนเพียงแค่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นเก้า่ชั้นสูงสุดเท่านั้น มิทราบสร้อยเส้นนี้สามารถปิดบังผู้ฝึกยุทธได้ถึงระดับใดกันแน่ เมื่อมีสิ่งนี้ต่อไปการปิดบังพลังฝีมือของตนก็จะมีประโยชน์มากมายเป็แน่ หลังจากตัดความกังวลเื่ระดับพลังที่จะเปิดเผยออกมา กังหลงก็มิสนใจอันใดอีกความรู้สึกทั้งหมดพุ่งไปที่เยี่ยนซานซึ่งขณะนี้กำลังจ้องมองมาที่ตนอย่างมิวางตาด้วยความจริงจัง แต่สังเกตุว่าเมื่อเยี่ยนซานััได้ถึงระดับพลังฝีมือของตนท่าทีผ่อนคลายและสายตาที่ยินดีได้บังเกิดขึ้นจนมองออกและในสายตานั้นมีความเหยียดหยามและต่อมาได้กลายเป็รังสีอำมหิตพุ่งมาที่ตนอย่างเปี่ยมล้น
"ดูซิเ้าจะมีเล่ห์กลอันใดอีกเ้าขยะ"
พูดจบก็พุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็เงาร่างเลือนลาง