“ท่านหัวหน้านักรบดัตซ์ พวกเรา้าสมัครทดสอบนักรบฝึกหัดไม่ใช่เป็เด็กรับใช้ ข้าว่าท่านกำลังเข้าใจอะไรผิด”ก่อนที่เรย์จะทันได้ตอบดัตซ์ เฮก้าที่ยืนฟังอยู่นานรีบกล่าวอย่างร้อนรน
เรย์ปรายตามองเฮก้าหนุ่งครั้ง ก่อนหันกลับมากล่าวกับดัตซ์พร้อมชี้ไปทางแอทแลนต้า“ตาลุงดัตซ์ ถ้าเด็กรับใช้ข้าจะรับแม่หนูน้อยนั่นคนเดียวที่ค่ายข้าแต่ไหนแต่ไรก็ไม่ได้้าเด็กรับใช้ถึงสองคนอยู่แล้ว และอีกอย่างข้าเคยบอกท่านแล้วว่าข้าไม่รับผู้ชาย”
“นี่ไม่ใช่คำขอร้องนะเรย์ ถ้าเ้าฟังไม่เข้าใจข้าจะบอกอีกครั้งเ้าจงรับเด็กทั้งสองนี่เป็เด็กรับใช้ 1 ปี นี่เป็คำสั่งของหัวหน้าค่ายนักรบแห่งนี้”
ทั้งห้องตอนนี้ดั่งมีมวลพลังงานปะทะกัน ยามดัตซ์กล่าวตอบกลับไปเรย์เองก็จ้องกลับมาเขม็งทั้งห้องกลับกลายเป็เงียบงันอยู่ครู่ก่อนเรย์จะลดแรงกดดันตนเองลง
“ก็ได้ ก็ได้ ข้ายอมแล้ว” เรย์กล่าวพร้อมเดินเข้าไปหาเด็กทั้งสอง “พวกเ้าเตรียมตัวให้ดีเถอะ พรุ่งนี้ให้เก็บข้าวของที่จำเป็มาที่ค่ายของข้าสะ”
นางกล่าวจบก็เดินออกไปทันที ส่วนดัตซ์เองยามนี้ค่อยๆเดินไปที่โต๊ะไม้ก่อนเปิดลิ้นชักและหยิบกระดาษสองแผ่นออกมาพร้อมยื่นให้กับเฮก้าและแอทแลนต้า
“ทางเลือกนี้เป็ของพวกเ้า ข้ามีอำนาจแค่กับเหล่าคนในปกครองของค่ายนักรบนี้เท่านั้นหากตกลงก็เซ็นรายชื่อเ้าลงกระดาษนี้เสีย”
เฮก้ามองไปที่กระดาษ มันอ่านข้อความในนั้นทั้งหมดรวดเร็ว“ท่านดัตซ์ข้ายังไม่เข้าใจ ที่พวกข้า้าคือสมัครทดสอบนักรบฝึกหัด แต่งานเด็กรับใช้นี่นอกจากไม่ใช่แล้วค่าจ้างที่ได้ก็ยังหารครึ่งถ้าเทียบกับงานเกษตรกรรมแล้วแม้ค่าจ้างจะยังเยอะกว่านิดหน่อย แต่มองดูความอิสระที่ต้องแลกมาแค่เฉพาะตัวงานนี้ข้าก็ไม่อาจรับได้แล้ว”
“เด็กหนุ่ม เ้าคิดว่าปีหน้าเ้าจะสามารถเข้ารับทดสอบได้จริงๆหรือ”ดัตซ์กล่าวพร้อมจ้องมองเฮก้าที่กำลังกำกระดาษแน่น“คนในครอบครัวเกษตรกรรมแต่ไหนแต่ไรก็ได้รับเงินต่อปีกันไม่ถึง10 เหรียญเงินเสียด้วยซ้ำส่วนรายจ่ายก็ใช้ไปเท่าๆกับรายรับหรือมากกว่า ยังไม่นับว่าค่าสมัครนั้นมากกว่ารายรับของรายได้ต่อปีพวกเ้าถึง5 เท่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผู้รับรองด้วยซ้ำ”
กล่าวถึงตอนนี้ดัตซ์ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เฮก้าพร้อมโน้มหน้าตนเองลงประจันหน้ากับเด็กหนุ่ม “แล้วเ้ายังคิดว่าเ้าจะมีปัญญากลับมาสมัครทดสอบได้หรืออาจต้องรอไปถึง 10 ปีเ้าอาจมีเงินพอแต่ถึงตอนนั้นเ้าก็หมดสิทธิ์สมัครทดสอบไปนานแล้ว”
เฮก้าจ้องมองกลับอย่างไม่ลดละขณะสดับฟังมือที่ถือกระดาษว่าจ้างก็กำแน่นขึ้นมันคล้ายจะพูดอะไรออกไป หากแต่กลับต้องกลืนคำลงไปจากความจริงที่มันก็รู้ดี
ดัตซ์จ้องมองเด็กหนุ่มอยู่ครู่ก่อนจะถอนหน้าตนออก“ข้ายังยืนยันคำเดิมสิทธิ์ในการตัดสินใจเป็ของเ้า ข้าเพียงเสนอทางเลือกให้เท่านั้น หากเ้ายัง้ารับงานนี้พรุ่งนี้ก็มาหาข้าตอนเช้าพร้อมลายเซ็นบนกระดาษนั่น”
คนกล่าวจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะพร้อมหยิบกองเอกสารมาตั้งและบรรจงอ่านพร้อมเซ็นส่วนเฮก้าและแอทแลนต้าั้แ่ฟังมาพวกมันก็ไม่ได้ตอบกลับไป คนทั้งสองพากันก้มหัวเคารพไปที่ดัตซ์พร้อมพากันเดินออกจากค่ายฝึกนักรบ
พวกมันเดินกันมาตามทางระยะเวลาหนึ่งยามนี้ผู้คนเริ่มออกมาบนถนนกันพอสมควรแล้ว แอทแลนต้าตอนเดินเคียงข้างเฮก้า เด็กสาวค่อยๆลอบมองสีหน้าอันเรียบเฉยของเฮก้าเป็ระยะ
“นี่เฮก้า เ้าจะตัดสินใจยังไงหรือ” ดั่งคนอดทนไม่ไหวนางเร่งกล่าวออกไป เฮก้าหลังได้ยินมันค่อยเผยรอยยิ้มอบอุ่นขึ้น
“ข้าว่าพวกเราควรหาข้าวกินกันก่อน ท้องอิ่มแล้วคงคิดอะไรต่างๆได้ดีขึ้น”มันกล่าวไปยิ้มไปจากนั้นพลันคว้ามือแอทแลนต้ารีบวิ่งไปร้านอาหารข้างทางร้านหนึ่งรวดเร็ว
“ท่านลุง ข้าขอกะหล่ำปีย่างโรยเกลือ 4 ไม้” คนะโสั่งรวดเร็วเพียงรออยู่ครู่ลุงพ่อค้าก็ยื่นกะหล่ำปีย่างให้พวกมันคนละ 2 ไม้ก่อนคนทั้งสองจะนั่งลงบริเวณข้างทางกัดกินดั่งคนหิวโซ
“นี่แอทแลนต้า” เฮก้ากินไปหมด 2 ไม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นมันก็เปิดปากพูดขึ้นขณะที่แอทแลนต้ากำลังนั่งกัดกำหล่ำปีในมืออยู่
“ข้าจริงๆก็คิดมาตลอดั้แ่เดินออกมาจากค่ายฝึกนักรบแล้ว ข้าว่าข้าจะเซ็นสัญญานี่นะอย่างที่ท่านดัตซ์ว่า เื่ต่างๆที่เขาพูดมามันก็จริงและอีกอย่างการได้เป็เด็กรับใช้ยังได้รับสิทธิ์ให้ฝึกฝนหลังตะวันตกดินได้ก็ถือว่าข้าก็ได้เข้าใกล้ความ้าข้าทีละน้อย”