ตอนที่ 3 หมอผี
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ ที่ทำงานของนิค มิ้งที่กำลังโทรหาใครบางคนแต่ปลายสายกลับไม่รับสายเธอ เธอโทรแล้วโทรอีกแต่ปลายสายกลับไม่รับสายเธอสักครั้ง มันทำเอามิ้งรู้สึกหงุดหงิดจนเพื่อนร่วมงานต้องเดินมาถามเธอ
“มิ้ง มีไรป่ะ โทรหาใครอะมึง?”
“ก็นิคมันอะดิ จะสิบโมงแล้วยังไม่เข้ามาทำงานเลย โทรไปก็ไม่รับ!”
เพื่อนของเธอยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มก่อนจะถามเธออีกครั้ง
“เมื่อวานมึงกลับพร้อมมันใช่ปะ?”
มิ้งส่ายหน้าตอบปฏิเสธ
“ไม่อะ กูจำได้กูกลับก่อนมันประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ หลังกินเบียร์จนอิ่มกูก็กลับเลย ส่วนไอ้นิคมันอยู่ร้านดื่มเบียร์ต่อ”
เพื่อนของมิ้งครุ่นคิดก่อนจะหยักไหล่
“มันคงแฮงค์มั้ง? ตื่นสายนั่นแหละ ป่านนี้คงนอนตายห่าบนเตียงอยู่เลยมั้ง”
มิ้งที่ได้ยินก็เออ ออตามเพื่อนของเธอไป
“เออๆ นั้นดิอาจเป็งั้นก็ได้มั้ง”
หลังจากนั้นมิ้งก็กลับไปทำงานต่อ ไม่นานนักนิคก็เดินเข้ามาในที่ทำงานจนได้ แต่จากสภาพที่เพื่อนสาวสนิทเห็นในวันนี้ นิคกลับมีสภาพย่ำแย่จนถึงขีดสุด เขามีรอยช้ำและถุงดำใต้ตา ผิวขาวซีดเหมือนกระดาษ ปากแตกแถมยังเป็สีม่วงช้ำ ดวงตาของเขาเหม่อลอยอยู่ตลอดเวลาราวกับคนเมื่อคืนนิคนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
ชายหนุ่มเดินโซซัดโซเซมาที่โต๊ะของตัวเอง สายตาของพนักงานทุกคนจ้องมาที่เขาเป็สายตาเดียวกัน ก่อนจะนั่งลงและเอนหลังเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาอย่างหนัก
มิ้งเห็นแบบนั้นจึงเดินเข้าไปดูอาการของเพื่อนสนิท เธอสะกิดไหล่เขาเล็กน้อย เพื่อเรียกเขาให้หันมามอง นิคหันใบหน้าขาวๆ ของเขามาที่มิ้ง ดวงตาดำสนิทของเขาจ้องมองมาที่เธอด้วยความว่างเปล่า
“มึงเป็ห่าไรวะเนี่ย? เมื่อคืนโดนตัวไรมาวะ ทำไมถึงได้มีสภาพแบบนี้เนี่ย?”
มิ้งกวาดสายตามองดูนิคั้แ่หัวจรดปลายเท้า เธอหันมามองหน้านิคอีกครั้ง พลางคิดแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่าสภาพของนิคมันต่างจากเมื่อวานอย่างลิบลับ ทั้งที่เมื่อวานดูร่าเริงแจ่มใสมีชีวิตชีวาแต่วันนี้กลับเหมือนคนที่โดนรุมกระทืบมาอย่างไงอย่างง้้น ต่างกันราวฟ้ากับเหวอย่างไม่น่าเชื่อ
“นี่มึง…โดนรุมกระทืบมารึไงวะอีนิค?!”
“ปากเสียนะมึงเนี่ย”
“แล้วสรุปเมื่อคืนตอนกูกลับไปก่อน มึงไปโดนตัวไรมา ทำไมสภาพมึงเป็งี้เนี่ย?”
นิคถอนหายใจ เขารู้สึกไม่อยากจะคุยเื่เมื่อวานตอนนี้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายคะยั้นคะยอให้เขาเล่าเขาก็จะเล่าเธอฟัง
“ไปร้านกาแฟแล้วคุยกันดีกว่ามึง”
มิ้งที่รู้ว่านิคไม่อยากจะคุยต่อหน้าคนอื่นภายในบริษัท เธอก็ทำตามที่เขาขอ ทั้งคู่เดินออกจากบริษัทตรงไปยังลิฟต์ เพื่อไปยังร้านกาแฟที่อยู่หน้าที่ทำงาน ในระหว่างกำลังยืนรออยู่ในลิฟต์บรรยากาศของทั้งคู่ทั้งอึดอัดและอุดอู้ พวกเขาทั้งคู่ไม่ได้คุยอะไรกันเลยระหว่างมาร้านกาแฟ ทั้งสองมานั่งอยู่ในร้านก่อนจะสั่งกาแฟมาดื่ม เพื่อให้บรรยากาศมันเบาลง
“อะ ไหนมึงลองเล่ามาดิ เกิดไรขึ้น?”
นิคก้มดูดกาแฟผ่านหลอดพักหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเล่าเื่ทั้งหมดให้กับเพื่อนสาวฟัง เริ่มจากเมื่อวานตอนเลิกงานที่เขาพึ่งเก็บข้าวของบนโต๊ะเสร็จ และเขากำลังจะลงลิฟต์ไปดื่มสังสรรค์กับมิ้งก็เจอกับเสียงของผู้ชายที่ะโสาปแช่งเขาและเสียงวิ่งหนักๆ ของใครบางคน
หลังเลิกงานและกำลังจะกลับบ้านก็ได้ยินเสียงของผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาวิ่งตามรถแท็กซี่ที่เขานั่งกลับบ้าน เขาเห็นร่างของมันชัดเจนว่าผีตัวนั้นน่ะเป็พระแล้วก็ไม่มีหัว
พอฟังจนถึงตอนนี้มิ้งที่กำลังดูดกาแฟอยู่จึงหยุดกะทันหัน แล้วเอ่ยถามขึ้น
“มึง...มึงไม่ได้หลอนไปเองใช่ปะ?”
“ตอนแรกกูก็คิดแบบนั้น ว่ากูอาจจะเมามากหรือทำงานจนเหนื่อย แต่ตอนที่กูกลับไปบ้านแล้วกำลังจะเข้าบ้านอะดิ”
เหตุการณ์เมื่อวาน นิคที่ให้คนขับแท็กซี่เหยียบคันเร่งจนมิดและสามารถสลัดผีพระหัวขาดมาได้ เขายื่นเงินหลายพันให้คนขับก่อนจะลงจากรถและกำลังเข้าบ้าน แต่เมื่อเขากำลังจะเข้าไปด้านใน เสียงย่ำของฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากนอกบ้าน
ความรู้สึกแบบเดิมเริ่มถาโถมเข้ามาใส่นิคอีกครั้ง เขาหายใจถี่เหมือนคนออกกำลังกายมาหนัก นิคหันไปหาต้นตอของเสียงนั้นและพบกับผีพระหัวขาดกำลังเดินมาทางบ้านเขา
“ไอ้เหี้ย! มึงจะตามกูไปถึงไหนวะ!”
ชายหนุ่มรีบเข้าไปในบ้านก่อนจะล็อคประตู หน้าต่างจนหมดและคอยแอบดูผ่านหน้าต่าง ตอนนั้นผีพระหัวขาดก็มาหยุดอยู่ตรงประตูหน้าบ้าน มันค่อยๆ ยกแขนขึ้นมาชี้นิ้วมาทางเขา นิคััได้ถึงแรงอาฆาตที่มันมีต่อเขา
นิครีบไปอาบน้ำแต่งตัวและเข้านอน ภายในใจเขายังคงหวาดระแวงถึงขนาดคลุมโปงนอนและไม่ปิดไฟด้วยซ้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้นนิคกำลังจะไปทำงานแต่เขาก็กล้าๆ กลัวๆ จนมาทำงานสาย จนมิ้งโทรมาตามเขา นิคที่แน่ใจแล้วว่าไม่มีผีหัวขาดอยู่หน้าบ้านแล้วจึงไปทำงานด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว จนปัจจุบันสภาพเขาก็อย่างที่เห็น
มิ้งที่ได้ฟังเื่ราวจากปากของนิค เธอครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนให้คำแนะนำบางอย่างกับนิค
“เอ่อ…กูเองก็ไม่ค่อยเชื่อเื่ผีอะไรหรอกนะเว้ย แต่ป้าข้างบ้านกูอะเคยเจอผีเหมือนกัน แต่พอแกไปหาหมอผีคนหนึ่งมา หลังจากนั้นแกก็ไม่เจอผีอีกเลย”
นิคที่เหมือนได้เจอทางสว่าง เขาดีใจจนน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด ก่อนจะรีบยกแขนขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกลวกๆ แล้วรีบเอ่ยถามมิ้ง
“มึง! แล้วหมอผีคนนั้นอยู่ไหน?”
“เดี๋ยวกูส่งโลเคชั่นให้ มึงไปตามนี้นะ”
มิ้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าแอปพลิเคชั่นไลน์ก่อนจะแชร์โลเคชั่นตำแหน่งหนึ่งไปให้กับนิค