บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 1 โลกเยาหลิง โลกแห่งจิตอสูร บทที่ 10 หนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์

            เห็นชิ้นขนมเปี๊ยะงดงามถูกเนี่ยหลีตู้เจ๋อกับลู่เพียวจัดการไปจนหมดเกลี้ยงพวกเด็กจากครอบครัวชั้นสูงพากันหดหู่อกหักแล้วเหตุใดพวกมันจึงได้รับการปรนนิบัติถึงเพียงนี้?


            เซียวหนิงเอ๋อร์ก็กินขนมเปี๊ยะไปหลายชิ้น ขณะกัดกินแลดูผ่อนคลายและพอใจยิ่ง

            อยู่คุยกับเนี่ยหลีอีกครู่หนึ่ง เซียวหนิงเอ๋อร์จึงกลับไปยังที่นั่งของตน

            ลู่เพียวตบบ่าของเนี่ยหลี ขยิบตาถาม “เจ้าไปเกี่ยวเทพธิดาหนิงเอ๋อร์ของพวกเราได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?บอกข้ามาตามตรงเสียดีๆ”

            เนี่ยหลียักไหล่ “พวกเราเป็นแค่เพื่อนกัน!”

            “หึ ใครจะเชื่อเจ้า!” ไม่ว่าจะเป็นตู้เจ๋อหรือลู่เพียวพวกเขาชำเลืองมองเนี่ยหลีด้วยสายตาหยามเหยียด

            “หากเป็นแค่เพื่อนกันธรรมดา เหตุใดเทพธิดาหนิงเอ๋อร์จึงทำอาหารเช้ามาให้เจ้า?”

            ไม่ว่าเนี่ยหลีจะอธิบายอย่างไร ตู้เจ๋อและลู่เพียวต่างไม่ยอมเชื่อเด็กนักเรียนหลายคนในชั้นหันมองเนี่ยหลีเป็นตาเดียวใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์ เนี่ยหลีขโมยเทพธิดาคนหนึ่งในห้องของพวกเขาไปไหนเลยพวกเขาจะปั้นหน้าดีๆ ให้ได้?

            “นางอาจต้องการความช่วยเหลือจากข้า?” เนี่ยหลีตอบเงียบๆ

            เนี่ยหลี เจ้าคนปากหนัก ไม่ว่าตู้เจ๋อกับลู่เพียวจะพยายามแค่ไหนพวกเขาก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม จึงได้แต่ยอมรามือพวกเขาตัดสินใจที่จะเฝ้าสังเกตและติดตามความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยหลีกับเทพธิดาหนิงเอ๋อร์

            เสียงระฆังเริ่มเรียนดังขึ้น เสิ่นซิ่วบิดเอวเดินดีดเด้งเข้ามาดูไม่เย่อหยิ่งจองหองดังเคย และใบหน้าก็ยิ้มแย้มราวกับดอกเบญจมาศ

            “พวกเจ้าสามคนกลับไปนั่งที่ได้!” เสิ่นซิ่วเอ่ยพูดจ้องมองไปทางทั้งสามคน วันนี้จะมีบุคคลสำคัญมาร่วมสังเกตการเรียนการสอนนางย่อมไม่กล้าทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด

            “วันนี้ข้าจะสอนพวกเจ้าเกี่ยวกับยันต์ไม่ว่าจะเป็นนักสู้หรือผู้ควบคุมจิตอสูร ยันต์ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยันต์แบ่งเป็นสองหมวดหลัก กล่าวคือยันต์อุปกรณ์และยันต์ต่อสู้ยันต์อุปกรณ์สามารถสักลงบนชุดเกราะหรืออาวุธซึ่งจะช่วยทำให้ชุดเกราะและอาวุธมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากผู้ควบคุมจิตอสูรเป็นผู้ใช้พวกเขาจะสามารถปลดปล่อยพลังของชุดเกราะหรืออาวุธที่ลงยันต์ไว้ออกมาได้อย่างมากมายส่วนยันต์ต่อสู้ก็คือม้วนยันต์ โดยการจารึกยันต์ลงบนม้วนกระดาษ ยามที่มันออกฤทธิ์ มันสามารถระเบิดพลังต่อสู้ออกไปได้!”ช่างน่าแปลก วันนี้เสิ่นซิ่วเริ่มพูดถึงเรื่องที่มีสาระบ้างแล้ว

            “รูปแบบยันต์มีความลึกลับและลึกซึ้งยิ่ง พวกมันปรากฏขึ้นตั้งแต่ยุคอาณาจักรวายุเหมันต์ พวกมันถูกพัฒนาปรับปรุงต่อๆ กันมานับพันๆ ปี ทว่าระหว่างยุคมืดแผ่นดินใหญ่ถูกโจมตีจากสัตว์อสูรอย่างหนักเมืองกวงฮุยของเราจึงสืบทอดยันต์ไว้ได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นโดยมีสามรูปแบบหลักคือ รูปแบบวายุเหมันต์ รูปแบบอัคคีสวรรค์ รูปแบบนำทัพซึ่งมีคุณลักษณะเป็นธาตุวายุเหมันต์ ธาตุไฟ และไร้ธาตุ”

            “วันนี้เราจะพูดถึงยันต์อุปกรณ์” เสิ่นซิ่วกล่าวด้วยท่วงท่าสุภาพงดงามกว่าปกติ

            นอกห้องเรียน มีชายสูงวัยสามคนนั่งฟังอยู่

            “ความรู้จากตระกูลเสินเซิ่งลึกซึ้งไม่น้อยเลยทีเดียวสอนสั่งนักเรียนกลุ่มนี้นับว่าเกินพอแล้ว!” หนึ่งในสามผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเขาชื่อเยี่ยเซิ่ง เป็นรองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเซิ่งหลัน

            “นักเรียนหลายคนในชั้นนี้ใช้ได้เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋นเสิ่นเยวี่ย หรือเซียวหนิงเอ๋อร์” ผู้เฒ่าคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความพอใจยิ่งเขาคืออาจารย์คนหนึ่งของโรงเรียนเซิ่งหลัน มีชื่อว่าหลีว์เย่

            นอกจากเยี่ยเซิ่งแล้วยังมีผู้เฒ่าสวมชุดสีเทาอีกท่านหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆพวกเขา หลีว์เย่ไม่ทราบฐานะของเขาผู้เฒ่าชุดเทาผู้นี้เพียงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยท่วงท่าสบายๆแต่มีบรรยากาศกดดันสูงส่ง เป็นเหตุให้หลีว์เย่ต้องระมัดระวังคำพูดขณะกล่าวไม่กล้าผิดพลาดแม้เพียงน้อย

            “ท่านคิดว่าอย่างไร?” เยี่ยเซิ่งมองผู้เฒ่าชุดเทา

            “อืม” ผู้เฒ่าชุดเทาไม่แสดงความคิดเห็นอันใด

            หลีว์เย่กังวลใจยิ่งนักไม่ทราบผู้เฒ่าชุดเทาท่านนี้เป็นใครจึงปฏิบัติต่อเยี่ยเซิ่งด้วยท่าทีเฉยเมยถึงปานนี้ฐานะของเขาต้องไม่ธรรมดาเกรงว่าจะยังเหนือกว่าท่านรองอาจารย์ใหญ่แห่งโรงเรียนเซิ่งหลันเสียอีก ดังนั้นหลีว์เย่จึงไม่พูดมาก

            นักเรียนในชั้นไม่รู้ว่ามีคนมาร่วมสังเกตการสอนอยู่นอกห้องยากจะคิดถึงได้ว่าวันนี้เสิ่นซิ่วจู่ๆ มาสอนเรื่องที่มีสาระอยู่บ้างแต่ละคนจึงตั้งใจฟังเป็นอย่างดี

            เสิ่นซิ่วยืดอกเล็กน้อย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ นางกล่าว “วันนี้ข้าจะพูดถึงรูปแบบยันต์อัคคีสวรรค์! ในการศึกษาร่องรอยอัคคีสวรรค์ตระกูลศักดิ์สิทธิ์เสินเซิ่งย่อมสมควรจะเป็นผู้นำในการนี้!”

            “รูปแบบอัคคีสวรรค์มีทั้งหมดหกสิบหกรูปแบบ ตัวอย่างเช่นรูปแบบนี้...”เสิ่นซิ่ววาดสัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ประกอบขึ้นจากลายเส้นหลากหลายรูปแบบรวมกันบนกระดานดำ“นี่คือยันต์ระเบิดเพลิงสีแดง ยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงนี้สร้างสรรค์ขึ้นโดยท่านประมุขรุ่นแรกของตระกูลเสินเซิ่งมันเป็นยันต์ทรงอานุภาพระดับทองแดง! ยันต์นี้มีทั้งหมดสามสิบหกลายเส้นพื้นฐานส่วนประกอบก็ซับซ้อนที่สุดในบรรดายันต์ระดับทองแดงถัดไปพวกเราจะพูดถึงลายเส้นทั้งสามสิบหกรอย”

            เสิ่นซิ่วเริ่มพูดไม่หยุด

            นักเรียนคนอื่นในชั้นตั้งใจฟังอย่างยิ่งมีเพียงเนี่ยหลีที่ค่อนข้างไม่กังวล เขาไม่สนใจยันต์พื้นฐานเหล่านี้และความจริงมียันต์อัคคีรูปแบบพื้นฐานมากกว่าหกร้อยแบบ มิใช่แค่หกสิบหกแบบ

            หากมิใช่เพื่อเยี่ยจื่ออวิ๋น เพื่อของวิเศษบางอย่างในโรงเรียนเซิ่งหลันเนี่ยหลีคงไม่มาอยู่ในชั้นเรียนนั่งฟังการสอนไร้สาระของเสิ่นซิ่ว ในสายตาของเขาความรู้ของนางมีข้อผิดพลาดมากมาย บทเรียนของนางก็ไม่สมควรฟังเอาเสียเลยยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงก็ยังกล้าบอกว่าเป็นยันต์ที่ทรงอานุภาพที่สุดในระดับทองแดงก็แค่พวกไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ

            สายตาของเสิ่นซิ่วกวาดมองพวกนักเรียนในชั้น ในที่สุดก็หยุดลงที่เนี่ยหลีก่อนหน้านี้ เนี่ยหลีเคยโต้เถียงกับนาง ไม่เห็นนางอยู่ในสายตา ยังท้าพนันกับนางอีกนางจึงเกลียดมันนัก เวลานี้เห็นเนี่ยหลีไม่สนใจฟังการสอนสักนิด ในใจหัวเราะเยาะในที่สุดก็มีโอกาสแล้ว!

            เสิ่นซิ่วพร่ำอธิบายเรื่องยันต์สามสิบหกลายเส้นต่อไป เนี่ยหลีหามีความสนใจแม้แต่น้อยไม่กระทั่งยังเอนตัวลงนอนแนบโต๊ะ

            เวลานี้ เยี่ยเซิ่งรองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเซิ่งหลันที่นั่งอยู่ด้านนอกไม่ชอบใจนักเมื่อเห็นเช่นนี้เขาหันไปมองผู้เฒ่าชุดเทาข้างกาย วันนี้มีบุคคลสำคัญมาร่วมฟังการบรรยายเนี่ยหลีกลับมานั่งงีบหลับอยู่ในชั้นทำเช่นนี้ช่างเป็นที่ขายหน้าแก่โรงเรียนเซิ่งหลันนักไม่รู้ว่านักเรียนคนนี้ชื่ออะไรหากรู้เมื่อไหร่จะต้องขับไล่นักเรียนผู้นี้ออกจากโรงเรียนทันทีไม่อนุญาตให้มันกลับมาอีก!

            เห็นผู้เฒ่าชุดเทาไม่มีปฏิกิริยาอันใดกับการกระทำของเนี่ยหลี ท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งก็ค่อยแอบโล่งใจ

            หลีว์เย่นั่งอยู่ข้างคนทั้งสอง เขาพูดขึ้นว่า “ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นเลี่ยงไม่พ้นต้องมีทั้งนักเรียนที่ดีและนักเรียนที่ไม่เอาไหน เมื่อกลับไปข้าต้องสั่งสอนนักเรียนคนนี้ให้ดี! บิดามารดามันอุตส่าห์เสียเงินมากมายส่งพวกมันมาเรียนที่โรงเรียนเซิ่งหลันแห่งนี้มิใช่ให้มันมานอนเล่นเช่นนี้!”

            เยี่ยเซิ่งพยักหน้าหงึกๆ หลีว์เย่รู้หน้าที่ของตนดีจริง

            เนี่ยหลีงีบหลับไปแล้ว สีหน้าของเสิ่นซิ่วก็ยิ่งบูดบึ้งพวกนักเรียนด้านล่างกำลังง่วงนอน หรือว่าการบรรยายของนางจะน่าเบื่อเกินไป?

            “เนี่ยหลี!” เสิ่นซิ่วเดินถึงข้างกายเนี่ยหลีเรียกเสียงดังชัดเจน

            เนี่ยหลีกำลังหลับสบาย ไม่ได้นอนมาอาทิตย์กว่าแล้ว ยังมีความง่วงนอนอยู่จึงทำได้เพียงเผยอตาขึ้นถาม“มีอะไรรึ?”

            เห็นเสิ่นซิ่วปลุกเนี่ยหลีตื่น พวกนักเรียนจากครอบครัวชั้นสูงแอบหัวเราะคิกคักพวกเขาอยากเห็นเนี่ยหลีถูกสั่งสอนเป็นที่สุด ใครใช้ให้มันมาฉกเทพธิดาในดวงใจของพวกเขาไปเล่า?

            “เจ้าเนี่ยหลีเจอเรื่องยุ่งยากเสียแล้ว!”

            ตู้เจ๋อกับลู่เพียวฝืนยิ้มให้แก่กัน ไม่ว่าอย่างไรการแอบงีบหลับในห้องเรียนเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่กล้ากระทำจริงๆ

            ท่าทางของเนี่ยหลียิ่งทำให้เสิ่นซิ่วโกรธยิ่งขึ้น เสิ่นซิ่วพูด “กล้านอนในชั้นเรียนของข้า เจ้าเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่?”

            “ใช่แล้ว” เนี่ยหลีตอบอย่างสงบยิ่ง

            “เจ้า...” เสิ่นซิ่วถูกเนี่ยหลีตอบจนแทบพูดไม่ออกตั้งแต่เริ่มเรียน เนี่ยหลีก็งีบหลับมาตลอดกลับกล้าพูดว่าเข้าใจบทเรียนทั้งหมดแล้ว คำพูดนี้ผีที่ไหนจะเชื่อ?

            เสิ่นซิ่วยิ้มเยาะเย็นชา “ในเมื่อเจ้ารู้เรื่องหมดแล้วเหตุใดไม่ลองอธิบายรูปแบบยันต์บนกระดานให้พวกเราฟังสักหน่อยเล่า?”

            เนี่ยหลีชำเลืองมองยันต์นั้นและพูด “นี่เป็นยันต์อัคคีระดับต่ำอย่างหนึ่งนับเป็นแค่ระดับทองแดง ประกอบด้วยลายเส้นสามสิบแปดขีดในโครงสร้างของมันมีอานุภาพต่ำ แต่ถ้าจะใช้ต้มน้ำให้เดือดก็ยังพอไหว”

            ได้ยินสิ่งที่เนี่ยหลีพูด ทั้งห้องเรียนก็ระเบิดเสียงหัวเราะขึ้นมา

            “ฮ่าๆ ข้าหัวเราะจนแทบใจจะขาดเแล้ว มันไม่ได้ฟังเลยยังบอกว่ายันต์อัคคีประกอบด้วยสามสิบแปดลายเส้นพื้นฐาน เมื่อครู่ที่อาจารย์เสิ่นซิ่วเพิ่งอธิบายว่ามันมีส่วนประกอบทั้งหมดสามสิบหกลายเส้น!”

            “ข้าหัวเราะจนน้ำตาไหล มันกล้าพูดว่ายันต์ชุดนี้ใช้ต้มน้ำได้!” นักเรียนจากครอบครัวชั้นสูงคนหนึ่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง

            เยี่ยจื่ออวิ๋นอดยิ้มไม่ได้ เสิ่นซิ่วเริ่มโมโห เพราะเนี่ยหลีพูดว่ายันต์ระดับทองแดงที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลเสินเซิ่งของนางสามารถใช้ต้มน้ำได้ช่างรับไม่ได้เสียจริงๆ! ในบรรดาคนทั้งหมดคนที่นิ่งเงียบที่สุดก็คือเซียวหนิงเอ๋อร์ เซียวหนิงเอ๋อร์คิดว่าเนี่ยหลีไม่เพียงแค่ไม่ไว้หน้าผู้อื่นคนเหล่านี้ต่างไม่รู้ถึงพรสวรรค์ที่แท้จริงของเนี่ยหลี

            นอกห้องเรียน หลีว์เย่ก็หัวเราะฮ่าๆ และพูด “นักเรียนคนนี้ตลกยิ่งนักคิดว่าตัวเองฉลาด กล้าพูดว่าโครงสร้างของยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงมีพื้นฐานสามสิบแปดลายเส้นกระทั่งยังพูดว่ามันสามารถใช้ต้มน้ำได้เท่านั้น!”

            ขณะหลีว์เย่อดหัวเราะไม่ได้เขาพลันสังเกตเห็นว่าท่านรองอาจารย์ใหญ่เยี่ยเซิ่งและผู้เฒ่าชุดเทามิได้หัวเราะด้วยเสียงหัวเราะของเขาจึงต้องรีบหยุดลง รีบกลืนมันลงท้องไป

            “มีอันใดน่าหัวเราะรึ? ยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงมีสามสิบแปดลายเส้นจริงๆ”ท่านรองประธานเยี่ยเซิ่งกล่าวอย่างสงบพวกเขาศึกษาค้นคว้ามาจนถึงระดับนี้แล้วย่อมรู้ดีว่ายันต์ระเบิดเพลิงสีแดงนี้ไม่ใช่ยันต์พื้นฐานแต่ประกอบด้วยยันต์พื้นฐานสองรูปแบบผสานกันและอันที่จริงก็มิได้เกิดจากยันต์พื้นฐานแค่สองรูปแบบ หากแต่เกิดจากสี่รูปแบบอย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกตกใจก็คือข้อมูลนี้กลับออกมาจากปากของนักเรียนคนหนึ่งหรือนักเรียนคนนี้เพียงเดาสุ่มอย่างนั้นหรือ?

            และสำหรับบุคคลผู้เก่งกาจระดับพวกเขา ยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงถือเป็นยันต์ขยะที่ใช้ต้มน้ำได้เท่านั้นจริงๆมีผลในการต่อสู้น้อยมาก

            ดวงตาของผู้เฒ่าชุดเทาทอประกายวูบหนึ่ง ทว่ามิได้พูดอันใด

            “สามหาวยิ่งนัก!” เสิ่นซิ่วคำรามเสียงโกรธเกรี้ยวเย็นชาสีหน้าเคร่งเครียด ในฐานะที่เป็นคนของตระกูลเสินเซิ่ง นางย่อมไม่อาจทนให้ใครมากล่าวหาว่ายันต์ระเบิดเพลิงสีแดงนั้นต่ำต้อยด้อยค่าต่อหน้าต่อตา

            เนี่ยหลีไม่สนใจพวกนักเรียนที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ยหยันเขาและกล่าวต่อ “รูปแบบยันต์ชุดนี้ประดิษฐ์มาจากยันต์ในชุดหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์บทที่เจ็ดชื่อเดิมของยันต์ชุดนี้เรียกว่ายันต์ระเบิดอัคคีสายฟ้าประกอบด้วยรูปแบบพื้นฐานหกสิบรูปแบบ นับว่ามีความซับซ้อนเล็กน้อย ภายหลังไม่ทราบว่าเจ้าโง่คนไหนตัดทอนรูปแบบยันต์ชุดนี้ดัดแปลงเล็กน้อย แล้วก็กล่าวอ้างว่ามันเป็นยันต์ระเบิดเพลิงสีแดงรูปแบบใหม่ แต่มันกลับไม่สามารถใช้ร่วมในการต่อสู้จริงได้จึงเพียงสามารถให้พวกนักเรียนฝึกเขียนยันต์อัคคีศักดิ์สิทธิ์ใช้เพื่อประกอบการศึกษาเท่านั้น”

            ชุดหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ มันคือสิ่งใด? นักเรียนกลุ่มหนึ่งมองหน้ากันไปมา

            เนี่ยหลีกล้าพูดว่าผู้ประดิษฐ์ยันต์ของตระกูลเสินเซิ่งเป็นเจ้าโง่อย่างนั้นรึ?เสิ่นซิ่วโกรธจัดแล้วเสิ่นซิ่วไม่รู้จักชุดหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ทั้งไม่รู้จักว่าชุดหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์บทที่เจ็ดคืออะไร

            “เหลวไหล! โลกนี้เคยมีหนังสืออย่างนั้นที่ไหนกัน!”เสิ่นซิ่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบโต้ทันที ชุดหนังสืออัคคีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์บทที่เจ็ดคือสิ่งใดคาดว่าเนี่ยหลีคงพูดจาไร้สาระเสียแล้ว!

     

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน