ตอนที่ 11: ปากหวานออดอ้อน
เฮือก!
เป้าสะดุ้งตื่นลืมตาขึ้นมาท่ามกลางความสลัวรางของห้องนอนอุ่นร้อนบนเรือนไม้สักทองหลังใหญ่ของผู้ใหญ่บ้านป่าลึกชายแดน ร่างกายหนากำยำของเขารู้สึกปวดร้าวระบมลึกแปลบปลาบจากแผลลูกศรธนูปักคาอกซ้ายและรอยคมดาบโค้งฟันเฉือนลึกที่สีข้างขวาปานโดนฉีกร่าง ทว่าความแสบร้อนทรมานแสนสาหัสในตอนแรกกลับทุเลาลงบางเบา คล้ายมีกระแสลมปราณอุ่นๆ ที่เหนียวแน่นคอยพยุงกักขังลิ่มเลือดไว้ไม่ให้ไหลทะลักออกมาจนสิ้นชีพ กลิ่นน้ำมันมะพร้าวต้มร้อนผสมกลิ่นสมุนไพรรักษาบาดแผลโบราณลอยอบอวลปนเปกับกลิ่นผ้าสะอาดและกลิ่นดอกไม้ป่าหอมหวนอ่อนละมุนที่พัดโชยเข้ามาทางบานหน้าต่างไม้ที่เปิดแง้มไว้รับสายลมราตรีเย็นเยียบ ข้างฝาผนังมีโล่ไม้เก่าของผู้ใหญ่บ้านแขวนอยู่สะท้อนแสงไฟสลัว แสดงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบอันหนักหน่วงของผู้นำค่าย
ก่อนหน้านี้ หลังจากพวกชาวบ้านค่ายพากันรุมกำจัดหน่วยลาดตระเวนแคว้นพยัคฆ์ทมิฬจนพ่ายศึกหนีหายกระเจิง และไฟสงครามในคลังเสบียงเริ่มมอดดับลง ชงโคที่ร่ำไห้สะอื้นกอดกุมร่างโชกเลือดไร้สติของเป้าอยู่กลางลานดินแห้ง ก็สั่งการให้พวกทหารบ้านรีบแบกหามร่างสะบักสะบอมของเขาขึ้นมารักษาตัวในห้องนอนส่วนตัวอันเงียบสงบบนเรือนไม้ของผู้ใหญ่บ้านทันที หล่อนคอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ยอมห่างกาย แม้ว่ามารดาและบิดาจะคัดค้านด้วยความเกรงกลัวข่าวลือชาวบ้านนินทากระซิบกระซาบเรื่องความเหมาะสมของหญิงชายที่ยังไม่ได้แต่งงาน
แสงสีส้มสลัวรางจากตะเกียงน้ำมันมะพร้าวเก่าแก่กะพริบไหวระริกสะท้อนเงาของแม่หญิงชงโคที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างฟูกนอนหนานุ่มใบตองแห้ง หล่อนนุ่งกระโจมอกผ้าแถบสีครั่งเปียกเหงื่อบางส่วนเผยสัดส่วนอกกลมกลึงเต่งตึงอวบอัดและบ่ามนเนียนละเอียดสวยงามไร้ที่ติ มือเรียวบางสั่นเทาขณะชุบผ้าดิบสีหม่นลงในอ่างน้ำอุ่น บรรจงนำมาซับเช็ดคราบโลหิตแห้งกรังรอบขอบแผลปักอกและหน้าท้องกล้ามแกร่งของเป้าอย่างแผ่วเบาทะนุถนอมที่สุด หยาดน้ำตาเม็ดโตใสซื่อหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนผิวอกแกร่งของชายหนุ่มสะอื้นไห้เสียงสั่นสะท้านทรวงอกอวบ
“พี่เป้า... เจ้าคนบ้าปากแจ๋วเป้าโต... ทำไมเจ้าถึงต้องโง่เขลาเอาชีวิตมาขวางรับลูกธนูรับคมดาบข้าศึกแทนข้าปานนี้... เจ้าเพิ่งโดนตบโดนสั่งซ้อมเมื่อวานแท้ๆ... หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะ... ข้าคงไม่มีวันมีหน้าอยู่บนค่ายนี้และปกป้องใครได้อีกต่อไปแล้ว... พี่เป้าฟื้นสิ...”
หล่อนพึมพำสะอื้นไห้เบาๆ ใบหน้างามคมเฉี่ยวชุ่มชื้นไปด้วยคราบน้ำตาดูอ่อนโยนและน่าเวทนาสงสารอย่างที่เป้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน ยามที่หล่อนก้มตัวเช็ดแผลเนินอกอวบอัดก็เบียดชิดแขนเป้ากวนอารมณ์เสน่หาแรกรุ่น ชงโคนึกย้อนถึงท่าทางกะล่อนทะเล้นหาเรื่องของเขา แต่ยามวิกฤตชายผู้นี้กลับห้าวหาญสู้รบไม่หลบหลังสตรี เอาอกขวางคมดาบกู้ชีพของหล่อนไว้ได้อย่างแท้จริง ความรู้สึกติดค้างหนี้ชีวิตสลับเปลี่ยนเป็นความซาบซึ้งรักใคร่ลึกซึ้งในหัวใจที่เคยเยือกเย็น
เป้าปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นช้าๆ สบสายตาคมมองใบหน้างามคมเฉี่ยวเปื้อนน้ำตาของหล่อน ชายหนุ่มสูดปากร้องซี้ดในลำคอเบาๆ ขยับฝ่ามือสากหนาที่คาดด้ายดิบสีขาวหม่นเลือนขึ้นไปกุมกอบกุมมือนุ่มเรียวบางเปื้อนคราบสมุนไพรของชงโคที่กำลังเช็ดตัวให้ตนเองอย่างแผ่วเบาเพื่อเรียกความรู้สึกรักใคร่สิเน่หา
ชงโคชะงักสะดุ้งตัวโยน หล่อนรีบก้มสบสายตาเข้ากับดวงตาคู่คมกะล่อนทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยกระแสพลังความอบอุ่นและจริงใจของเป้า รอยยิ้มทะเล้นยียวนบางๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นบนมุมปากช้ำเลือดของชายหนุ่มเป้าโตขวัญใจสาว
“ซี้ด... แม่หญิงชงโคคนสวยของพี่เป้าจ๊ะ... น้ำตาของเจ้าหยดแหมะชะโลมแผลอกพี่ปานนี้ ช่างอุ่นชื้นชุบชีวิตพี่เป้าให้ฟื้นคืนชีพดีจริงจ้ะ... พี่ขอบคุณแม่หญิงเหลือเกินที่คอยมาประคองเช็ดตัวดูแลพี่เป้าคนยากปานนี้จ้ะ... ยามเจ้าร้องไห้ช่างงามน่ารักน่ากอดประคองใจชะมัด...” เป้าเอ่ยพึมพำกระซิบเสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาเสน่หาลึกซึ้งข้างแผ่นแก้มหล่อน
ชงโคค้อนให้เขาวงใหญ่ทั้งน้ำตาคลอเบ้าเก้อเขินดึงดัน แต่ไม่ยอมดึงมือนุ่มออกจากฝ่ามือสากหนาของเขา “เจ้าคนบ้าลามก! เจ็บปางตายขนาดนี้แล้วยังจะมาพ่นคำพูดพิลึกพิลั่นแซวข้าล่วงเกินอีกรึ! เจ้าโดนฟันโดนเสียบจนเลือดท่วมร่างปานนั้น ข้านึกว่าเจ้าจักไม่มีวันฟื้นลืมตาขึ้นมาพ่นวาจากะล่อนหลอกลวงสตรีอีกแล้วเสียอีก... ข้า... ข้าซาบซึ้งใจนักพี่เป้าที่พี่เอาอกรับคมดาบรับธนูแทนข้าเพื่อไม่ให้ข้าแปดเปื้อนเลือดข้าศึก”
เป้าลูบไล้หลังมือเรียวของหล่อนแผ่วเบาสัมผัสความเนียนนุ่ม ขยับกายกำยำเบียดชิดกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่ง ใช้อำนาจมนตรา **"คาถาวาจาอ้อนหญิง"** เป่ากระซิบพูดจี้แทงใจดำเรื่องความโดดเดี่ยวภาระหนักของหล่อนด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มจริงจังปลอบโยนประสาทความกลัว
“พี่เป้ายินดีและยอมสละชีวิตรับคมดาบคมธนูแทนเจ้าเสมอจ้ะชงโคคนงาม... พี่รู้ว่าบ่าเล็กๆ สองข้างของเจ้าเหนื่อยล้ามานานปานใดกับการพยุงชีวิตชาวบ้านค่ายพักแทนพ่อเจ้าที่ชราภาพและเกรงกลัวศึกปานนั้น พ่อเจ้าสูญเสียความกล้าหาญไปตั้งแต่แม่เจ้าจากไป เอาแต่ตื่นกลัวศึกจนลมจับ ปล่อยให้เจ้าต้องแบกภาระคลังเสบียงและทหารบ้านทั้งหมดเพียงลำพังหลังชนฝา เจ้าจำใจต้องแสร้งทำเป็นหญิงใจยักษ์ดุร้ายปากร้ายเพื่อข่มขวัญทุกคนไม่ให้ค่ายแตกกระเจิง แต่ลึกๆ ในใจเจ้าอ่อนล้า โดดเดี่ยว และอยากมีคนคอยโอบกอดช่วยซับน้ำตาเหลือเกินใช่ไหมจ๊ะคนดี? ต่อจากนี้ไป อย่าร้องไห้กังวลเลยหนาชงโคของพี่เป้า พี่เป้าจะคอยเป็นแขนขวา คอยแบกรับน้ำหนักของค่ายและรับคมดาบศัตรูบังลมพายุอยู่ข้างๆ เจ้าเอง เจ้าจักไม่เหน็ดเหนื่อยโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้วนะจ๊ะสตรีคนเก่ง... ให้พี่เป้าคอยดูแลหัวใจเจ้านะ...”
มนตราคำออดอ้อนแทงใจดำที่แฝงไออุ่นสีชมพูอ่อนละเอียดเข้าปะทะจิตใจที่เหนื่อยล้าของชงโคอย่างรุนแรง ละอองคาถาสีชมพูลอยฟุ้งแทรกซึมผ่านผิวกายปลุกเร้าอารมณ์สตรี เกราะความถือดีทระนงและเกราะเหล็กเย็นชาสะท้านใจพังทลายละลายหายไปในพริบตา ชงโคสั่นสะท้านไปทั้งตัว ใบหน้างามแดงซ่านร้อนฉ่าวาบราวกองเพลิงลุกลามแดงก่ำถึงใบหูขาวและลำคอละมุนละไม หล่อนสบตากับดวงตาคู่คมของเป้าอย่างจำนนยอมแพ้เสน่หารักใคร่ที่ก่อตัวเร่าร้อนพุ่งสูงขึ้นกล้ามเนื้อเข่าอ่อนระทวยไร้แรงสู้ใดๆ
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณกระดิ่งระบบเทพแมงดาเด้งเตือนข้อความสีทองเรืองรองฉายชัดขึ้นมาในสมองเป้ากวนโอ๊ยปนความรู้สีกหนา
**[ ติ๊ง! ตรวจพบระดับความพึงพอใจเสน่หาของเป้าหมาย ‘แม่หญิงชงโค’ ทะลุ 90% ดำเนินภารกิจพิเศษ: ‘ร่วมสวาทกู้ชีพขุนศึก’ ทันที! เพื่อรับพลังหยินประสาทประสานพลังฟื้นคืนแผลดาบธนูเนียนกริบ 100% พร้อมปลดล็อกอาคมบทถัดไป: ‘มนต์ลืมเจ็บ’ ทันที! ]**
**[ แหม... แม่หญิงหยิ่งโสสตรีอกตึงแน่นล้นหลามคนนี้โดนมนตราอ้อนแทงใจดำจนเข่าอ่อนระทวย อายม้วนหน้าฉ่ำน้ำตารักสุกงอมคาตักขนาดนี้แล้ว จะรอช้าประวิงเวลาหาหอยสังข์อะไรล่ะจ๊ะโฮสต์เป้าโต? ปลดโจงกระเบนลุยศึกสวาทฟาดรักบนฟูกหนานุ่มปราบความพยศให้ราบคาบกู้ชีพฟื้นฟูแผลสเตตัสเลยจ้าคริๆ! ]**
เป้ากะพริบตาอ่านอ่านข้อมูลระบบพลางลอบกลืนน้ำลาย มองสบดวงตาฉ่ำรักสั่นระริกสะท้อนประกายไฟตะเกียงของชงโค หล่อนมีลมหายใจหอบรวยรินรวดร้าว เนินอกเต่งตึงสะท้อนขึ้นลงรัวเร็วตามแรงกระสันรักที่ปะทุขึ้นในระยะประชิด ผ้ากระโจมอกแถบเปียกเหงื่อบางส่วนเลื่อนหลุดรุ่ยเผยให้เห็นส่วนยอดปทุมถันสีหวานโผล่พ้นท้าทายสายตาชายหนุ่มอย่างยั่วยวนอารมณ์สวาทจนเป้าหายใจสะดุด
ชงโคสะกดความเหนียมอายที่พุ่งทะยานสูงขึ้น หล่อนสบประสานแววตาอ่อนโยนแต่เร่าร้อนประหนึ่งจะเผาไหม้ร่างของเป้า หล่อนยกมือสั่นระริกขึ้นมาปลดแกะปมโจงกระเบนผ้าไหมเนื้อดีสีเข้มของตนเองออกช้าๆ รูดร่วงหล่นลงข้างฟูกนอน เสียงผ้าไหมครูดผิวเนื้อดังแผ่วเบาสยิวใจ เผยให้เห็นเรียวขาขาวผุดผ่องไร้ร่องรอยตำหนิและสะโพกกลมกลึงอวบอัดสะท้อนแสงไฟสีส้มกะพริบไหว ทิ้งเรือนร่างนวลเนียนสะโพกงอนงามเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์สลัดความอายใต้แสงไฟตะเกียงสลัวราง สรีระส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจสตรีแรกรุ่นงามล้ำสะท้านจิตใจหนุ่มสาวที่เปลือยขาวเต่งตึงอยู่บนเตียงจนร่างบางสั่นระริกด้วยไม่เคยเปลือยกายต่อหน้าชายใดมาก่อน
หล่อนเอนกายนุ่มชุ่มชื่นเช็ดน้ำตาลูบแก้มเป้าแผ่วเบาด้วยปลายนิ้วสั่นสะท้าน สัมผัสถึงไอร้อนและลมหายใจปะทะผิวแก้ม แล้วโน้มตัวก้มลงกระซิบข้างหูเป้าเสียงพร่าสั่นระทวยสั่นเครือใจสะท้านทรวง
“พี่เป้า... หากตัวข้าและรสรักของข้า สามารถช่วยรักษาบาดแผลช่วยชีวิตเจ้าได้... ข้า... ข้าก็ยินยอมพร้อมใจตกเป็นของเจ้าจั่วชั่วชีวิต... เจ้าอย่าทิ้งข้าไปนะ...”
ชงโคประกบริมฝีปากเรียวงามเข้ากับปากเป้าอย่างโหยหา ลิ้นบางอุ่นของหล่อนเลื้อยแทรกเข้าไปในช่องปากเขาอย่างกล้าหาญผิดกับนิสัยเหนียมอายแต่ก่อน ดูดดึงและวนเวียนโลมเลียลิ้นหนาของเป้าอย่างเร่าร้อน น้ำลายทั้งคู่ผสมปนกันหวานชื่น เสียงจูบดังเอิบอาบในความเงียบของห้อง
มือสั่นระริกของหล่อนเลื่อนขึ้นไปโอบแก้มคมเข้มของเป้าไว้แน่น นิ้วเรียวลูบไล้ตามแนวขากรรไกรแข็งแรง แล้วค่อยๆ เลื่อนลงมาที่ลำคอและอกกว้าง ปลายนิ้วแตะต้องกล้ามเนื้อแข็งตึงที่สั่นระริกใต้ผิวหนัง ชงโคถอนริมฝีปากออกเล็กน้อย เหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ พ่นรดใบหน้าเขา ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่มุมปาก แล้วเลื่อนลงไปดูดดึงที่ลำคอหอมกรุ่น ใช้ฟันกรีดเบาๆ แล้วดูดจนเกิดรอยแดงจางๆ
“พี่เป้า... ข้าอยากสัมผัสเจ้า...” เสียงกระซิบพร่าสั่นของหล่อนดังก้องข้างหูเขา
มือเรียวทั้งสองของชงโคลูบไล้ลงต่ำตามแนวอกกำยำ นิ้วโป้งวนเวียนที่หัวนมชายที่แข็งตัวขึ้นเล็กน้อย แล้วเลื่อนต่อไปที่หน้าท้องแบนราบเรียบเนียน กล้ามเนื้อแข็งตึงใต้ฝ่ามือทำให้หล่อนรู้สึกเสียวซ่านในใจ ชงโคเงยหน้าขึ้นสบตาเป้าอีกครั้ง แววตาฉ่ำน้ำเต็มไปด้วยความรักใคร่และความกระสัน ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่อกเขาอีกครั้ง ลิ้นอุ่นเลียไล้หัวนมชายเบาๆ แล้วดูดดึงอย่างอ่อนโยน
เป้าครางเครือในลำคอ มือหนาทั้งสองลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดของหล่อนลงไปถึงสะโพกกลมกลึง บีบกุมเบาๆ แต่ชงโคยังไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายนำ หล่อนผลักอกเขาให้นอนหงายราบลงบนฟูก แล้วปีนคร่อมขึ้นไปนั่งคร่อมต้นขาหนาของเขา ร่างนวลเนียนเปลือยเปล่าของหล่อนสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น เนินอกเต่งตึงสองข้างเด้งไหวใกล้ใบหน้าเป้า
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)