ขอโทษทีคราวนี้ฉันไม่โง่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 33 เกิดข่าวลือ

            “ตอนนี้ยอดขายของบริษัทเราตกลงไปมากเลยนะคะ ฉันขอเสนอให้เราว่าจ้างนักออกแบบเสื้อผ้ามาช่วยออกแบบเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงนี้ พร้อมกับจัดโปรโมชั่นคืนกำไรให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกของเรา ด้วยระบบสะสมแต้มเพื่อเปลี่ยนเป็นของสมนาคุณตอนสิ้นปีค่ะ” หลินจิงจือเสนอความคิดเห็นในที่ประชุม

            “ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้นะครับ เพียงแต่หากเราลองเปลี่ยนจากการว่าจ้างมาเป็นการทำงานร่วมกันแทนจะดีกว่าไหมครับ รายได้จากการออกแบบก็จะแบ่งตามเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ทั้งนี้การคิดเปอร์เซ็นต์ของรายได้เราก็ต้องคำนึงถึงความมีชื่อเสียงของนักออกแบบท่านนั้นด้วย อีกอย่างแนวคิดนี้ยังเป็นผลดีกับเราอีกด้วยนะครับ เพราะเราจะไม่ผูกขาดนักออกแบบเพียงท่านเดียวที่จะมาร่วมงานกับเรา”

            “เจิ้งฉี ความหมายของหลานก็คือเมื่อเราต้องการออกแบบเสื้อผ้าสำหรับฤดูกาลไหน เราก็สามารถเลือกนักออกแบบที่เราต้องการมาร่วมงานได้ตลอดอย่างนั้นหรือ” คุณย่าหลินถามอย่างสนใจ

            “ใช่ครับ ตอนนี้นักออกแบบที่มีชื่อเสียงในประเทศเรามีมากมาย และแต่ละคนก็มีจุดเด่นในการออกแบบที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเราทำอย่างนี้เสื้อผ้าในแต่ละคอลเลคชั่นก็จะแตกต่างกันออกไปตามสไตล์ของนักออกแบบแต่ละคนน่ะครับ ผมคิดว่ามันจะทำให้เสื้อผ้าของบริษัทเราไม่จำเจ”

    ความเห็นในที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแผนความร่วมมือกับนักออกแบบและแบ่งเปอร์เซ็นต์รายได้ให้กับนักออกแบบตามที่หลินเจิ้งฉีเสนอ และพวกเขายังเห็นด้วยกับแผนการตลาดที่หลินจิงจือนำเสนอเช่นกัน

            คุณย่าหลินพอใจในการทำงานของหลานชายและหลานสาวของตัวเองมากสำหรับการประชุมวันนี้

            “เจิ้งฉี จิงจือ วันนี้หลานทำให้ย่าภูมิใจมาก ต่อไปบริษัทนี้ก็จะเป็นของหลาน พวกหลานต้องรักษามันไว้ให้ได้”

            “หนูจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ค่ะคุณย่า” หลินจิงจือรีบรับคำ เพราะก่อนหน้านี้ที่เธอทำงานพลาดเรื่องโรงงานทอผ้า T เธอจึงได้รับคำตำหนิจากคุณย่าหลินมามากมาย เธอกลัวตำแหน่งผู้สืบทอดกิจการของเธอจะหลุดลอยไป และเธอรู้ว่าคุณย่ากำลังพิจารณาตำแหน่งผู้สืบทอดของธุรกิจนี้อยู่ และหลินจิงจือต้องการมัน เธอไม่อยากเสียตำแหน่งนี้ให้กับใครแม้แต่พี่ชายของตัวเอง

            “ผมก็จะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ” หลินเจิ้งฉีตอบสั้นๆ ตัวเขาก็รู้ดีเช่นกันว่าคุณย่าหลินกำลังพิจารณาตำแหน่งผู้สืบทอดกิจการอยู่ แต่เขาไม่ได้ต้องการตำแหน่งนั้นเลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้ดีว่ากว่าที่บริษัทจะมาอยู่ในจุดสูงสุดได้อย่างทุกวันนี้ครอบครัวของเขาก็ทำเรื่องไม่เหมาะสมอยู่หลายๆ อย่างกับบริษัทคู่แข่ง ตัวเขาเองแค่อยากจะบริหารงานให้โปร่งใส ถึงแม้การแข่งขันในตลาดจะมีสูง เขาก็อยากจะต่อสู้กับคู่แข่งตามความสามารถ ไม่ใช่การคอยลอบโจมตีคู่แข่งในที่ลับอย่างที่ครอบครัวเขาทำ

            สมกับที่หลินกรุ๊ปเป็นบริษัทใหญ่ ใช้เวลาเพียงสองสัปดาห์ พวกเขาก็ได้นักออกแบบชื่อดังมาร่วมงานด้วยสำหรับการออกแบบเสื้อผ้าฤดูร้อน หลินกรุ๊ปส่งข้อมูลให้สื่อต่างๆ ทำข่าวอย่างครึกโครม 

            

            ขณะเดียวกันบริษัทซูหลิวก็กำลังทำโปรเจคใหญ่ของตัวเอง พวกเขาก็กำลังทำความร่วมมือกับนักออกแบบเช่นเดียวกัน แต่ไม่ใช่นักออกแบบที่มีชื่อเสียง กลับเป็นนักออกแบบหน้าใหม่ที่กำลังจะจบการศึกษา เพราะหลิวฟางซินมีชื่อเสียงจากการเป็นนักออกแบบมาแล้ว เธอจึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินกิจกรรมการออกแบบของนักศึกษาหลายสถาบัน เธอจึงเสนอกับซูเจินว่าจะให้นักศึกษาที่ได้รับรางวัลเหล่านี้มาร่วมงานด้วย 

            ซูเจินเห็นด้วยกับข้อเสนอของหลิวฟางซิน เพราะเธออยากสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เหล่านี้มีพื้นที่สำหรับแสดงผลงานของตัวเอง แต่ซูเจินก็มีโจทย์ที่มอบให้พวกเขาเช่นกันว่าเสื้อผ้าที่พวกเขาออกแบบต้องคำนึงถึงคนทุกกลุ่มรายได้ ไม่จำเป็นต้องเน้นที่ลูกค้ากระเป๋าหนักอย่างเดียว เสื้อผ้าภายใต้แบรนด์ของซูหลิว ทุกกลุ่มเป้าหมายต้องเข้าถึงและจับต้องสินค้าของบริษัทได้

            นักศึกษาเหล่านั้นเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้ร่วมงานกับบริษัทซูหลิวก็ดีใจมาก รวมถึงโจทย์ที่ซูเจินมอบให้นั้นก็ถือว่าสมเหตุสมผล เพราะพวกเขายังเป็นนักศึกษาจึงเข้าใจดีว่าเสื้อผ้าที่มีราคาแพงนั้นมันช่างเข้าถึงยากจริงๆ หากบริษัทซูหลิวทำเสื้อผ้าออกมาได้สำหรับคนทุกกลุ่มรายได้จริงๆ เสื้อผ้าที่พวกเขาออกแบบก็จะมีคนใส่มากขึ้น นี่ถือเป็นความภาคภูมิใจของนักออกแบบเล็กๆ อย่างพวกเขามาก

            ซูเจินก็ได้ทำข่าวประชาสัมพันธ์โครงการของตัวเองออกไปกับสื่อต่างๆ เช่นเดียวกัน และกระแสตอบรับก็ดีมาก ต้องเข้าใจก่อนว่ากลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับกลางไปจนถึงระดับต่ำนั้น ช่างเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่จริงๆ

            

            การตอบโต้ของบริษัทซูหลิวคราวนี้ทำให้หลินกรุ๊ปเริ่มวิตกเช่นกัน เพราะพวกเขาเน้นเพียงกลุ่มลูกค้าที่มีฐานรายได้สูงจริงๆ 

            “แฟนเก่าคุณนี่ก็ฉลาดไม่เบาเลยนะคะจิ้งหยวน”

            “จิงจือ อดีตมันผ่านไปนานมากแล้วนะครับ คุณจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกทำไม ตอนนี้ผมกับซูเจิน แม้แต่คนรู้จักยังเรียกไม่ได้เลยด้วยซ้ำ” 

            “คิดได้อย่างนั้นก็ดีค่ะ เพราะถ้าฉันทำอะไรรุนแรงลงไป คุณจะได้ไม่ต้องมาว่าฉันทีหลัง”

            “คุณจะทำอะไรเธอเหรอ”

            “คุณจะสนใจทำไมคะ ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกันค่ะ”

            กัวจิ้งหยวนไม่ได้สนใจกับคำพูดของหลินจิงจือมากนัก หลินจิงจืออยากจะทำอะไรเขาก็จะปล่อยให้เธอทำ เพราะถึงอย่างไร เขากับซูเจินก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว

            ไม่นานหลังจากนั้น บนสังคมออนไลน์ต่างๆ ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงซูเจินมากมาย ทั้งเรื่องที่เธอเป็นเด็กกำพร้าแล้วสามารถจับคนรวยอย่างคุณชายรองเย่แห่งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาแต่งงานด้วยเพื่อยกระดับให้ตัวเอง รวมถึงเรื่องที่เธอเคยรับอุปการะจากหลินกรุ๊ปที่ให้ทุนการศึกษาจนเธอได้เรียนหนังสือจนจบ แต่เธอกลับมาเปิดบริษัทผลิตเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาเป็นคู่แข่งของหลินกรุ๊ป 

            จากกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ยอดขายและยอดสั่งจองเสื้อผ้าของบริษัทซูหลิวลดลงอย่างน่าใจหาย ซูเจินและหลิวฟางซินเดาได้ไม่ยากว่าผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้คงหนีไม่พ้นหลินกรุ๊ปอย่างแน่นอน

            ซูเจินเรียกประชุมพนักงานในบริษัทเป็นการด่วน เธอให้กำลังใจและให้คำมั่นสัญญาว่าจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว และยังให้ความเชื่อมั่นกับพวกเขาอีกว่าไม่ว่าบริษัทซูหลิวจะได้รับผลกระทบอย่างไร เธอก็จะไม่มีนโยบายที่จะปลดพนักงานออกแน่นอน อีกทั้งรายได้ที่พวกเขาเคยได้รับก็จะไม่ลดลงเช่นกัน พนักงานทุกคนต่างมีสีหน้าโล่งใจ และให้คำสัญญากับซูเจินและหลิวฟางซินกลับเช่นเดียวกันว่าพวกเขาทุกคนจะยังอยู่ร่วมงานกับบริษัทให้ถึงที่สุด พวกเขาจะไม่ทิ้งบริษัทไปอย่างแน่นอน

            ทางด้านนักศึกษาที่เพิ่งมีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทซูหลิว เมื่อเห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันระหว่างผู้บริหารและพนักงานของบริษัทซูหลิวแล้ว พวกเขาก็ให้คำสัญญาเช่นกันว่าจะขอร่วมงานกับบริษัทซูหลิวให้จบโครงการ พวกเขาไม่มีทางทิ้งงานที่ได้รับผิดชอบไปเด็ดขาด