ในวันแรก ๆ ของการสำรวจนั้นหลานหลิงแทบทำอะไรไม่ได้เลยด้วยว่าแม้จะข่มเหล่าสัตว์ป่าได้แต่พวกมันนั้นไม่ได้โง่เมื่อพวกมันรวมตัวกันเป็ฝูงเขาก็ยากจะทำอะไรได้เช่นกัน ดังนั้นวันแรก ๆของการสำรวจในสาบเสื้อของหลานหลิงจะมีแผ่นหนังที่แสดงแผนที่ตั้งของหมู่บ้าน จากนั้นวันต่อมาจุดที่ฝูงหมาป่าออกล่าก็ถูกเพิ่มเติมขึ้นรวมถึงรายละเอียดเนินสูงต่ำเส้นทางที่เดินทางไปได้และไม่ได้ก็ปรากฏบนแผ่นหนังด้วยเช่นกันไม่กี่วันต่อมาจุดที่ฝูงลิงป่ารวมตัวกันอยู่ถูกเขียนเพิ่มเติมขึ้นมาด้วยเช่นกันภายหลังยังมีเส้นทางที่หมีั์ พยัคฆ์ขาวออกหากินอีกด้วย ด้วยการค่อย ๆสำรวจเช่นนี้หลานหลิงจึงสามารถสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยให้กับตัวเองได้
ในที่สุดคืนหนึ่งหลานหลิงก็เดินไปเจอสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งโดยบัญเอิญทำไมหลานหลิงถึงรู้ว่ามันสำคัญน่ะหรือเขาสังเกตได้ว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีสัตว์ป่าเข้าไปเดินหรือสร้างรังเอาไว้เลยน่ะสิสถานที่ที่ไม่มีรังของสัตว์ป่า ไม่มีแม้แต่มูลจากการขับถ่ายของพวกมันต้องเป็ที่ประหลาดและสำคัญอย่างแน่นอน
สถานที่แรกที่หลานหลิงไปเจอคือศาลเ้าเก่าแก่ผุพังไม่เชื่อก็ต้องเชื่อต้องใช้เวลาหลายวันกว่าหลานหลิงจะก้าวเท้าเข้าไปยังสถานที่แห่งนี้ได้บางสิ่งบางอย่างไม่ใช่แค่กีดกันสัตว์ป่าบนเกาะแห่งนี้ออกไปทั้งยังสร้างความน่าเกรงขามให้กับหลานหลิงอีกด้วยเมื่อได้ก้าวเข้าไปหลานหลิงรู้สึกเหมือนกับเขาก้าวไปยังอีกโลกหนึ่งเขาอดไม่ได้เลยที่จะตัวสั่นเล็กน้อยศาลเ้าเก่า ๆ ผุพังหลังหนึ่งยังใหญ่กว่าบ้านของเขาเป็สิบ ๆหรืออาจจะเป็ร้อยเท่า ทั้งหอพระใหญ่ เจดีย์ ลานพิธีล้วนมีพร้อมเพรียง
แต่ที่แตกต่างออกไปจากศาลเ้าใหญ่อื่น ๆคือมักจะมีซากรูปปั้นนักรบผุพังกระจายอยู่ตามมุมต่าง ๆแต่ละตัวนั้นแสดงท่าทางประหลาดหลากหลาย บ้างถืออาวุธโจมตีบ้างดัดตนเป็ท่าทางพิศดารแตกต่างใน่แรกหลานหลิงไม่ได้สนใจนักแต่เมื่อถึงวันท้าย ๆ ของการสำรวจเขาก็นึกอยากวาดเก็บมันไว้เพราะคงไม่ได้มาสำรวจบ่อยๆ อีกแล้วอย่างไรออกมานอกหมู่บ้านตอนกลางคืนคนเดียวมันก็อันตรายเกินไป
ไม่รู้ว่าเป็เวลาผ่านพ้นไปกี่พันปีแม้แต่รูปปั้นเทพเ้าก็ถูกต้นไม้กลืนกินเข้าไปเกือบทั้งองค์ศาลเ้าหลังนี้ต้องยิ่งใหญ่อลังการมิใช่น้อยหลังการสำรวจหลายคืนมีแค่เรือนมืดหลังหอนมัสการหลักเท่านั้นที่เขาไม่กล้าเข้าไปเขารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เวลามองไปที่จุดนั้น ศาลเล็ก ๆนั่นดูแล้วขนลุกเป็พิเศษโดยเฉพาะยันต์เก่าขาดมากมายรายรอบสถานที่แห่งนั้นเต็มไปหมด
สถานที่ต่อไปที่หลานหลิงได้สำรวจคือสุสานสัตว์ประหลาดศิลาในตอนแรกนั้นหลานหลินรู้สึกประทับใจเพราะว่ามันดูเหมือนสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นมามีทั้งงูั์ กิเลน หงส์หางยาว เต่าั์ แมวั์ที่มีสองหางตัวประหลาดมากมายที่มนุษย์เราจะสร้างออกมาได้ แต่พอเข้าไปมองใกล้ ๆรายละเอียดมากมายทำให้เขาขนลุก ราวกับสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากสัตว์ประหลาดจริง ๆริ้วกล้ามเนื้อเป็เส้น ๆ จากเส้นรวมเป็มัดกล้าม กรงเล็บทุกอย่างละเอียดเกิดไปกว่าทักษะที่มนุษย์คนหนึ่งจะตรากตรำทำได้แม้จะทำสำเร็จแต่ด้วยจำนวนสัตว์ประหลาดศิลาขนาดนี้ต้องใช้คนกี่คน ต้องใช้เวลากี่ปีหลานหลิงชักไม่มั่นใจว่ามันเป็รูปสลักคือสร้างขึ้นมาจากสัตว์ประหลาดจริง ๆ กันแน่
ในการสำรวจสถานที่สำคัญสุสานสัตว์ประหลาดศิลาน่าจะเป็ที่ที่หลานหลิงใช้เวลานานที่สุดแล้วเขาชอบศึกษารูปร่างลักษณะของพวกมันเทียบกับสิ่งที่เขาได้อ่านมาจากคลังหนังสือจินตนาการถึงยามพวกมันออกล่า เข้าห้ำหั่นด้วยรูปร่างและความได้เปรียบเฉพาะตัว
สถานที่สำคัญที่สุดที่หลานหลิงค้นพบน่าจะเป็ ทะเลสาบ ทำไมถึงเป็ทะเลสาบน่ะหรือแน่นอนว่ามันไม่ได้เป็ทะเลสาบธรรมดาเพราะว่าใจกลางผืนน้ำของทะเลสาบนั้นมีซุ้มประตูขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ผิวน้ำเรียบดำทะมึนดั่งกระจกเงา หมอกบางเบาลอยละล่องเหนือผืนน้ำท่ามกลางความสงบเงียบเรียบนิ่งน่าพิศวงปรากฏเงาขนาดใหญ่ของประตูเมืองตั้งตระหง่านกลางทะเลสาบผืนนั้นในการสำรวจหลายครั้งไม่มีครั้งใดที่ทำให้หลานหลิงรู้สึกครั่นคร้ามเกรงกลัวเท่ากับการพบเจอทะเลสาบผืนนี้
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจนั่นคือซุ้มประตูนี้คือเส้นทางที่หัวหน้าหมู่บ้านใช้เชื่อมต่อกับภายนอกอย่างแน่นอน
หลังจากมั่นใจว่ามีทางสำหรับออกไปจากผาเหล็กดำแล้วหลานหลิงก็กลับมาเตรียมความพร้อมของเขาให้สมบูรณ์ที่สุดวิธีที่ง่ายที่สุดคือคลังหนังสือของผู้ใหญ่บ้านนั่นเอง
หลังจากฝึกตนสำเร็จการจดจำหนังสือที่อ่านก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปหาก็จะใช้สิ่งใดร่างกายจะดึงภาพความทรงจำนั้นออกมาทั้งหมดเองผ่านไปนับปีเขาถึงจดจำมันได้หมด หลังจากนั้นหลานหลิงก็ได้ลองทำอะไรใหม่ ๆเขาได้ลองวาดภาพ มิใช่ภาพขุนเขาสายน้ำที่แฝงปรัชญาคำสอนอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไปเขาเลือกวาดภาพที่มิติและรายละเอียดเสมือนจริงมากกว่ามารดาของเขาประหลาดใจมากภาพที่มีมิติความตื้นลึกใช่ว่านางไม่เคยเห็นแต่การลงรายละเอียดระดับนี้นางไม่เคยพบเห็นก่อนนางชอบรูปที่เขาวาดเพียงแต่ไม่เคยเห็นนางนำไปโอ้อวดให้คนอื่นดู หลานหลิงมิได้สนใจอยู่แล้วแต่แล้วต่อมามารดาของเขาก็เริ่มวาดรูปด้วยเช่นกันเป็ภาพขุนเขาสายน้ำแต่มีบางส่วนของที่ใส่ใจในรายละเอียดของมิติและความสมจริงอย่างมากผสมเข้าไป
เป็ครั้งแรก ๆที่หลานหลิงและมารดารู้สึกเชื่อมโยงเป็ครอบครัวเดียวกันภาพวาดที่มารดาวาดเ่าั้หลานหลิงลองนำไปขายปรากฏว่ามีหลายบ้านโดยเฉพาะตระกูลที่ร่ำรวยต่างซื้อไปประดับห้องกันทำให้สถานะของตระกูลหลานดีขึ้นมาด้วย
เมื่อหลานหลิงนำความสามารถทั้งการจำทั้งประสาทััมารวมกันก็เปิดโลกแห่งโอกาสที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนหลานหลิงผู้ควบคุมไฟที่มักจะถูกเรียกไปใช้งานในหลาย ๆส่วนของงานเหล็กราวกับเด็กรับใช้กลับกลายเป็โอกาสที่ทำให้เข้าได้เรียนรู้หลานหลิงได้สังเกตความแตกต่างของเหล็กที่ถูกเลือกนำมาใช้การถลุงแร่ของอาจารย์ทั้งหลายในหมู่บ้าน ขั้นตอนการตีขึ้นรูปอันยาวนานการชุบแข็งที่เป็หัวใจสำคัญ การลับคมดาบ การขัดเงานี่เป็สิ่งที่หลานหลิงไม่มีทางจำได้หากเขาไม่เลือกจะช่วยอาจารย์ของเขาในวันนั้น
เพียงแต่ว่าหลานหลิงไม่สามารถตีดาบได้พูดให้ชัดเจนคือเขาไม่สามารถตีดาบให้คนในหมู่บ้านเห็นได้ทุกความรู้ที่ได้มาเขาล้วนลักจำมาทั้งสิ้นหากมิได้สืบทอดตามธรรมเนียมที่ถูกต้องหลานหลิงอาจเปิดช่องให้คนในหมู่บ้านจัดการเขาได้เนรเทศหรือ? ฝันไปเถอะไม่มีใครออกไปจากเกาะนี้ได้ถ้าผู้ใหญ่บ้านไม่ได้รับอนุญาตหลานหลิงยังรักชีวิตของเขาอยู่
แต่เขายังทำอย่างอื่นที่มิต้องใช้วิชาขั้นสูงได้ดังนั้นเมื่อชาวบ้านเห็นหลานหลิงจุดเตาหลอมพวกเขาต่างก็แปลกใจไม่รู้ว่าหลานหลิงจะเล่นพิเรนทร์อะไรอีกแต่ไม่นานพวกเขาก็โล่งใจสิ่งของที่หลานหลิงทำเป็พวกของประดับอย่างแท่นวางดาบโกร่งดาบ
เพียงแต่หลานจากหลานหลิงทำเสร็จแล้วเขาไม่ได้นำส่งให้กับหัวหน้าหมู่บ้านแต่นำกลับไปที่บ้านทั้งหมดช่างทั้งหลายต่างก็งุนงงมิเข้าใจอยากจะชมเด็กประหลาดคนนี้สักหน่อยพวกดันกลับไปเสียแล้วหลังจากนั้นสิบสี่วันหลานหลิงก็กลับมาชาวบ้านพบว่า เครื่องใช้ทั้งหลายที่หลานหลิงทำและนำกลับไปถูกนำไปเคลือบและประดับมุกอย่างงดงามนี่เป็ความรู้ที่เข้ารวบรวมมาจากห้องหนังสือที่ถูกทิ้งไว้ในกระท่อมของผู้นำหมู่บ้านนั่นเอง
ชาวบ้านใกันมากอย่างน้อยเมื่อรู้ว่าเขาเอาความรู้มาจากที่ไหนทำให้การอ่านหนังสือดูจะสำคัญสำหรับชาวบ้านขึ้นมา่หนึ่งแต่ก็ไม่นานนักหลังจากคนส่วนใหญ่ของหมู่บ้านยอมพ่ายแพ้ต่อกำแพงภาษาต่างถิ่นแต่เื่นี้ก็ทำให้่เวลาสามสี่เดือนมานี้สถานะหลานหลิงในหมู่บ้านดูจะดีขึ้นมาบ้างมารดาของผิงผิงถึงกับร่ำไห้ที่์เมตตาบันดาลให้ลูกชายคนเดียวของเซี่ยลู่หลานกลับมาเป็คนปกติหลายหลิงได้ฟังก็รู้สึกแปลก ๆ ชอบกลเมื่อเขานำของที่ทำออกมาแลกกับข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆได้มากมายทำให้มารดาของเขามีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นด้วย
จิตใจเปลี่ยนคนก็เปลี่ยนหลานหลิงหวนนึกถึงเื่เล่าหลอกเด็กของอิงผ่ออีกครึ่งที่เขาเชื่อคือนอกหมู่บ้านมีโอกาสและความเป็ไปได้มากมายให้ไขว่คว้าเื่ัจริงหรือไม่ก็ช่างมันเถอะ สามปีที่เขาฝึกฝน เขา้าออกไปหาโอกาสใหม่ๆ บางทีอาจจะเป็เหตุผลที่เขามีได้โอกาสกลับมาเกิดใหม่ก็เป็ได้
หลานหลิงมองไปทางบ้านของเขาแม่ผู้ให้กำเนิดในชาตินี้ต้องอดทนกับเขามากมายเหลือเกินแต่นางยังปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิมเสมอแม้จะรู้ว่าเขาไม่เหมือนคนอื่นนับเป็ท่านแม่ที่ประเสริฐนักเพียงแต่สำหรับหลานหลิงฐานะของนางยังทับซ้อนกับผู้เป็แม่ในชีวิตเก่าของเขาทำให้เขายังสับสนกับความรู้สึกอยู่บ้าง
หากอยู่แต่ในนี้เขาก็คงทำอะไรไม่ได้มากนักแม้หัวหน้าหมู่บ้านจะห้ามออกไป แต่หากไม่รู้จักไขว่คว้าโอกาสจะมาหาตัวเ้าเองหรือ?เขาเอาชนะความกลัวฝืนดึงร่างชายชราขึ้นมาจากคูน้ำนั้นคือโอกาสครั้งแรกวาสนาครั้งต่อไปคงต้องฝากไว้ที่นอกหมู่บ้านแล้ว
หลานหลิงคุกเข่าโขกศีรษะไปทางบ้านของตนปากของเขาเม้มแน่นแววตาเป็ประกาย จากนั้นหันหลังเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
'ท่านแม่การเป็มารดาของเด็กประหลาดและเอาแต่ใจอย่างข้าช่างเป็เื่ลำบากนักแต่ท่านก็ยังอดทนเลี้ยงดูข้ามาไม่ได้ขาดความรักหรือแสดงท่าทางรังเกียจแม้แต่น้อยการออกจากหมู่บ้านครั้งนี้ของข้าอาจจะสร้างความลำบากให้แก่ท่านแต่เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง ท่านจะไม่ต้องทนอยู่อย่างลำบากอีกเลย'