สาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง

    ตอนที่ 42 นางซูไม่ใช่มารดาของนางหรือ?

    “อะไรกัน ข้าจะเข้าไปดูเดี๋ยวนี้ ไม่สิ ลุงเหมิงจื่อ ลุงช่วยกลับไปในเมืองแล้วเชิญผู้เฒ่าที่จี้ชื่อถังมาโดยเร็วทีนะเจ้าคะ” หลี่หมิงเยว่นึกขึ้นได้ว่าหลี่เหมิงยังอยู่ข้างนอก จึงหันกายก่อนจะตะโกนหาเขาเสียงดัง จากนั้นก็ยื่นตะกร้าที่มีเหรียญทองแดงอยู่ข้างในกับหลี่หมิงหัว ให้นางนำมันเข้าห้องไปก่อน แล้วจึงหันกลับไปพูดกับหลี่ต้าชวน


    “หลี่ต้าชวน ข้าไม่สนว่าวันนี้พวกเจ้ามีอุบายอะไร และไม่สนด้วยว่าพวกเจ้ามาที่นี่เพราะอะไร แต่วันนี้ข้าจะบอกเจ้าให้ ครอบครัวพวกข้าตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกเจ้าไปนานแล้ว แต่พวกเจ้ากลับคอยมาเคาะประตูบ้านข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าหลี่หมิงเยว่ขอสาบานไว้ ณ ที่นี้ว่าหากแม่ของข้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าจะตามจองล้างจองผลาญพวกเจ้าไม่มีวันสิ้นสุด” หลี่หมิงเยว่เมินหลี่เจียงและประกาศสงครามกับหลี่ต้าชวนไปโดยตรง


    คำพูดนี้ทำให้หัวใจของหลี่ต้าชวนสั่นไหวในทันที สายตาของนังเด็กนี่ช่างน่ากลัวยิ่งนัก ไม่กี่เดือนมานี้นังเด็กนี่เปลี่ยนไปมากจริง ๆ แต่พอมาคิด ๆ ดูแล้ว นางก็เป็นแค่เด็กอายุเพียงแปดปีคนหนึ่งเท่านั้น จะไปมีความสามารถอะไร


    เขาเคาะกระบอกยาสูบและพูดอย่างเย็นชา “เจ้าอย่าพูดว่าจะตามจองล้างจองผลาญข้าเลย ตอนนี้เมียข้าถูกพวกเจ้าทำให้ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อนอนสลบอยู่ วันนี้พวกข้าคงมาอย่างเป็นมิตรไม่ได้”


    ในขณะที่กำลังจะหันกลับมา หลี่หมิงเยว่ก็หัวเราะเสียงเย็น และไม่พูดอะไรกับครอบครัวของหลี่ต้าชวนอีก นางค้อมกายให้กับชาวบ้านที่อยู่ภายนอก จากนั้นจึงเอ่ยด้วยเสียงอันดังว่า “หมิงเยว่อยากขอให้พี่ป้าน้าอาช่วยเหลือสักหน่อยเจ้าค่ะ คนเหล่านี้บุกรุกเข้ามาในบ้านข้าแล้วเอะอะโวยวายเสียงดัง ทำให้มารดาข้าตกใจจนกระทบกระเทือนถึงครรภ์ ดังนั้นข้าเลยขอร้องให้พวกท่านช่วยจับตาดูคนเหล่านี้ ไม่ให้พวกเขาออกไปจากที่นี่ หมิงเยว่ต้องขอขอบคุณพี่ป้าน้าอาทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วยเจ้าค่ะ”


    ชาวบ้านที่รวมตัวกันอยู่รอบ ๆ รู้ว่าตอนนี้อาการของนางซูไม่สู้ดีนัก เมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดจนน่ากลัวของนางจึงต่างพูดขึ้นว่า “แม่หนูหมิงเยว่ เจ้ารีบเข้าไปเถอะ! พวกข้าจะจับตาดูคนเหล่านี้ไว้ให้เจ้าเอง ไม่มีทางปล่อยให้พวกมันวิ่งหนีออกไปไหนหรอก”


    “ใช่แล้ว หมิงเยว่ รีบเข้าไปดูแม่เจ้าเสีย! อาการแม่เจ้าน่าเป็นห่วงเกินไปแล้ว!”


    “ไม่ต้องห่วงนะ! คนพวกนี้หนีไปไหนไม่ได้แน่ พวกข้าจะจับตาดูให้เจ้าเอง”


    “หมิงเยว่ เจ้ารีบเข้าไปในห้องเถอะ! อาการแม่เจ้าดูย่ำแย่ยิ่งนัก”


    ในขณะนั้นเอง เสียงร้องของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังมาจากภายในห้อง “ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรหรือ ท่านแม่ ข้ากลัวแล้วนะ”


    จากนั้นเสียงอ่อนโยนของหลี่หมิงหัวก็ดังตามขึ้นมา “เจ้าไม่ต้องกลัว มีพี่หญิงใหญ่อยู่! ไม่ต้องกลัวนะ ท่านจะต้องไม่เป็นอะไร พี่สี่ของเจ้าจะต้องมีวิธีแน่ นางจะต้องมีวิธีแน่ ๆ ”


    น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ฟังออกเลยว่านางพูดออกมาอย่างขาดความมั่นใจ และฟังออกเลยว่านางเองก็กลัวเช่นกัน คำพูดของสองพี่น้องทำให้คนในลานบ้านยิ่งสะเทือนอารมณ์ หลี่หมิงเยว่จึงไม่อาจชักช้าได้เลย นางหันกายวิ่งเข้าไปในห้องทันที


    เมื่อหลี่หมิงเยว่ผลักประตูเข้ามาในห้อง นางก็ถูกกลิ่นคาวเลือดกระแทกจนแทบจะเป็นลม แม้ว่านางจะมีความรู้ด้านการแพทย์ แต่นางนั้นไม่ชอบกลิ่นเลือดมากที่สุด แต่คนที่อยู่บนเตียงคือมารดาของนาง คือคนที่ปกป้องและเจ็บปวดเพื่อนาง นางจะเป็นลมไปได้อย่างไร


    นางรีบก้าวไปอยู่ข้างเตียงเตา ยิ่งเข้าไปใกล้เท่าไร หัวใจนางก็ยิ่งจมดิ่ง มารดาของนางนอนหลับตาอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าไร้สีเลือด นางเพียงนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น หากหน้าอกไม่ได้ขยับหายใจอยู่ล่ะก็ นางคงคิดไปแล้วว่าตนนั้นได้สูญเสียมารดาผู้อ่อนโยนไปเสียแล้ว


    หลี่หมิงหัวกอดน้องสาวทั้งสองคนไว้และยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงเตา บนใบหน้าของเด็กทั้งสามคนต่างเต็มไปด้วยน้ำตา นางเป็นพี่สาวคนโต ดังนั้นจะมาตื่นตระหนกไม่ได้ หากนางตื่นตระหนก แล้วน้องสาวทั้งสองคนจะทำอย่างไร ดังนั้นนางจะต้องอดทนเข้มแข็งเอาไว้ แต่ทันทีที่น้องสี่เข้ามา นางก็ไม่อาจกลั้นต่อไปไหว


    น้ำตาไหลออกมาราวกับสายฝน น้ำตาเม็ดแล้วเม็ดเล่าไหลออกมาจากหางตา จากนั้นจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “น้องสี่ ท่านแม่ ท่านแม่ล้ม นางเลยเลือดออกมามากมายเช่นนี้”


    “พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องกลัว ข้ากลับมาแล้ว พี่หญิงใหญ่ไม่ต้องห่วงนะ ท่านแม่จะต้องไม่เป็นอะไร พี่หญิงใหญ่ พี่ไม่เชื่อใจข้าหรือ? พี่รู้ใช่หรือไม่ว่าข้าน่ะเก่งกาจเป็นที่สุด” นางกลั้นความรู้สึกไม่สบายใจเอาไว้เพื่อเอ่ยปลอบพี่สาวคนโต แต่ความจริงแล้วนางกำลังปลอบใจตัวเองด้วยเช่นกัน นางกลับมาแล้ว ท่านแม่จะต้องไม่เป็นอะไร เมื่อมีนางอยู่ท่านแม่จะต้องไม่เป็นอะไรไปแน่นอน หลี่หมิงเยว่คอยให้กำลังใจตัวเองในใจ


    นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก้าวไปข้างหน้าและหยิบข้อมือของมารดามาจับชีพจร เมื่อสัมผัสถึงชีพจรที่อ่อนแรง ใจของหลี่หมิงเยว่จึงดิ่งลงเล็กน้อย ตอนนี้ท่านแม่อยู่ในอาการวิกฤติแล้ว อาการของเด็กในท้องเองก็ย่ำแย่ ประมาทเพียงเสี้ยวเดียวก็ทำให้มีโอกาสแท้งลูกได้ ดีไม่ดีอาจจะไม่รอดกันทั้งแม่และเด็กในครรภ์เลยก็ได้!


    นอกจากนี้ หลี่เจียงที่อยู่นอกประตูโดนหลี่หมิงเยว่เมินเข้าให้จึงโมโหจนแทบกระโดด “ท่านพ่อ ท่านดูสิว่านังเด็กน่าตายนั่นมันกล้าเมินข้า ไม่ได้แล้ว ข้าจะต้องสั่งสอนมันสักหน่อย ให้มันรู้ว่าข้านั้นโหดเหี้ยมเพียงใด”


    ขณะที่พูดเช่นนั้นเขาก็ม้วนแขนเสื้อขึ้นและกำลังจะผลักประตูเข้าไป เขาจะเข้าไปเอาเรื่องกับหลี่หมิงเยว่สักรอบ ส่วนหลี่หมิงเยว่ที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงของเขาจึงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “หลี่เจียง หากเจ้ากล้าเข้ามา ข้าจะหักขาเจ้าซะ ข้าหลี่หมิงเยว่พูดคำไหนคำนั้น หากเจ้าไม่เชื่อก็ลองดู”


    หลี่เจียงตกใจกับคำพูดของนางจนต้องชักเท้ากลับมา นังเด็กนี่ทำไมถึงได้น่ากลัวเช่นนี้ เมื่อนึกถึงท่าทางดุร้ายของนางก่อนหน้านี้ เขาจึงค่อย ๆ หดเท้ากลับไปอย่างอาย ๆ และไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังหลี่ต้าชวน  เมื่อชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ เห็นท่าทางขี้ขลาดหวาดกลัวของเขาจึงพากันหัวเราะจนแทบหงายท้อง


    ภายในห้อง หลังจากหลี่หมิงเยว่ตะโกนตอบโต้หลี่เจียงไปแล้วก็เก็บมือกลับมา ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่ามือของนางนั้นสั่นอยู่เล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าร่างกายของมารดาจะย่ำแย่เช่นนี้ นางหลับตาลงและคิดหาวิธีที่ได้ผลดีที่สุดโดยเร็ว โชคดีที่ช่วงนี้นางดูแลร่างกายของมารดามาโดยตลอด ไม่เช่นนั้นมารดาคงอดทนจนถึงตอนนางกลับมาแล้วไม่ได้อย่างแน่นอน


    ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือช่วยทำให้เด็กที่อยู่ในครรภ์ของมารดาสงบลง ส่วนเรื่องอื่น ๆ ต้องรอผู้เฒ่าหลิวมาก่อนถึงจะจัดการได้ ถึงอย่างไรผู้เฒ่าหลิวก็มีประสบการณ์มากกว่านางเยอะนัก บางทีพวกเขาอาจจะมีวิธีดี ๆ


    นางครุ่นคิดหาวิธีรักษาไปโดยไม่หยุดมือ นางหยิบห่อเข็มเงินมาจากในมิติโดยแสร้งว่าหยิบมาจากแขนเสื้อ และค่อย ๆ กางมันออกต่อหน้ามารดา จากนั้นจึงเรียกพี่สาวคนโต “พี่หญิงใหญ่ นำตะเกียงน้ำมันมา”


    “ได้ มาแล้วจ้ะ” หลี่หมิงหัวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นางปล่อยน้องสาวทั้งสองคนและรีบเดินไปหยิบตะเกียงน้ำมันมา


    หลี่หมิงเยว่นำเข็มเงินไปลนไฟเพื่อฆ่าเชื้อ สายตาของนางจับจ้องไปที่มารดาตนพลางเอ่ยกระซิบกระซาบเสียงเบาอย่างไม่รู้ว่าพูดกับตัวเองหรือพูดกับมารดาที่ยังคงสลบไม่ได้สติกันแน่ “ท่านแม่ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านต้องเป็นอะไรไปแน่ ท่านแม่ ท่านคือเสาหลักของพวกเรา ท่านจะเป็นอะไรไม่ได้นะ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะทนอยู่ต่อไปได้อย่างไร”


    หลี่หมิงจูและหลี่หมิงเสียมองไปที่เข็มเงินในมือของพี่สาวคนรองของตนด้วยแววตาตื่นกลัว พี่สี่หยิบเข็มขึ้นมาเพื่อจะแทงท่านแม่งั้นหรือ? แล้วท่านแม่จะเจ็บหรือไม่


    “ฮือ ๆ ฮือ ๆ พี่สี่อย่าแทงท่านแม่นะ ท่านแม่จะเจ็บ”


    “ฮือ ๆ ๆ พี่สี่ ท่านแม่เลือดไหลออกมาแล้ว อย่าแทงท่านแม่เลยนะ ท่านแม่เจ็บ” คำพูดของเด็กน้อยทั้งสองคนลอยผ่านประตูหน้าต่างออกไป เมื่อได้ยิน คนในลานบ้านต่างมองหน้ากันไปมา เกิดอะไรขึ้นภายในห้องกันแน่ หลี่หมิงเยว่จะแทงนางซู นางซูไม่ใช่มารดาของนางหรือ?


    .


    .


    .


    ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง

    คล้ายกับเรื่องสาวน้อยชาวนากับระบบยาพิศวง ที่คุณอ่าน