หลังจากหลี่ซวนเอ่ยถามว่าที่แห่งนี้คือสถานที่ใด จี้อันและถงจื่ออันก็มองหน้ากัน ก่อนที่จี้อันจะเป็ฝ่ายเริ่มอธิบาย
"ตอนที่พวกเราพาเ้าหนีเข้ามาในถ้ำ ก็พบว่าภายในแยกออกเป็สองทาง ข้าจึงลองะโเข้าไปทั้งสองด้าน ทางซ้ายเสียงสะท้อนไม่มาก แสดงว่าปลายทางคงอยู่ไม่ไกล ส่วนอีกทางกลับก้องยาว ราวกับลึกลงไปใตู้เา"
จี้อันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ข้าจึงเลือกมาทางนี้ หากเกิดอันตรายขึ้น อย่างน้อยก็ยังพอมีโอกาสหนีออกไปได้"
เมื่อหลี่ซวนได้ยินดังนั้น ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ "เ้านี่... ฉลาดใช่ย่อยเลย"
จี้อันเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้กล่าวสิ่งใดตอบ ถงจื่ออันจึงพูดเสริมขึ้น
"ตอนแรกพวกเราก็มองไม่เห็นอะไรเลย ข้างในมืดเสียจนแทบยื่นมือไม่เห็นนิ้ว แต่พอเดินมาได้พักหนึ่ง ก็เห็นแสงสว่างอยู่ลึกเข้าไป พวกเราจึงรีบเดินตามแสงนั้นมา แล้วก็พบสถานที่แห่งนี้"
"ที่นี่งั้นหรือ..."
หลี่ซวนค่อยๆ มองสำรวจรอบด้าน
ภายในเป็ห้องหินขนาดไม่ใหญ่นัก หิ่งห้อยสีทองนับสิบตัวลอยวนอยู่ใต้เพดาน แสงเรืองรองจากตัวของพวกมันส่องสว่างไปทั่วห้อง ราวกับคบเพลิงธรรมชาติ ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่มืดมิดอย่างที่ควรจะเป็
กลางห้องมีโต๊ะไม้และเก้าอี้เก่าๆ ตั้งอยู่คู่กัน สภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา ส่วนด้านหลังเป็ชั้นหนังสือไม้ซึ่งถูกฝุ่นปกคลุมหนาเตอะ ราวกับไม่มีผู้ใดเหยียบย่างเข้ามาที่นี่เป็เวลาหลายสิบปี
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ซวนก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อย... ที่นี่ก็ไม่ใช่รังของสัตว์อสูรอย่างที่เขากังวล
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากพื้น แม้อาการาเ็จะยังทำให้ร่างกายเจ็บชาอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอเดินไหว ก่อนจะตรงไปยังโต๊ะไม้ตัวนั้น ถงจื่ออันและจี้อันเดินตามมาติดๆ
หลี่ซวนลูบฝุ่นบนโต๊ะเบาๆ ก่อนกล่าวขึ้น "แปลกจริง... ทั้งหิ่งห้อยที่สามารถเปล่งแสงได้ โต๊ะ เก้าอี้ รวมถึงชั้นหนังสือเหล่านี้... ข้าไม่เคยได้ยินชาวบ้านคนใดพูดเลยว่าเคยมีผู้ใดอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้"
จี้อันพยักหน้าเห็นพ้อง "จริง... แม้แต่หิ่งห้อยพวกนั้นข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ในตำราที่ข้าเคยอ่านหรือเื่เล่าของลุงซ่งก็ไม่เคยกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่เรืองแสงเช่นนี้"
ขณะนั้นเอง ถงจื่ออันกลับชี้ไปยังชั้นหนังสือพลางะโขึ้น "ดูนั่นสิ! มีหนังสืออยู่สามเล่ม! บางทีอาจมีเบาะแสเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ก็ได้"
หลี่ซวนและจี้อันรีบหันไปมองทันที
บนชั้นไม้เก่าๆ มีหนังสือวางอยู่เพียงสามเล่ม แต่ละเล่มหนาไม่มาก ฝุ่นจับหนาจนแทบมองไม่เห็นสีของปก ราวกับไม่มีผู้ใดเปิดอ่านมานานหลายสิบปี
หลี่ซวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น "หากหนังสือเหล่านี้สำคัญจริง เ้าของถ้ำก็คงไม่นำมาวางทิ้งไว้เช่นนี้ อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ก็ดูเก่าเสียจนไม่น่าจะมีกับดักอันใด"
กล่าวจบ เขาก็เอื้อมมือหยิบหนังสือเล่มแรกขึ้นมา ก่อนใช้มือเคาะฝุ่นเบาๆ
ฟุ่บ!
ฝุ่นจำนวนมากลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ถงจื่ออันถึงกับไอออกมาสองสามครั้ง "แค่ก! แค่ก! ฝุ่นเยอะชะมัด!"
หลี่ซวนเองก็หัวเราะแห้งๆ "ฝุ่นเกาะเสียจนมองตัวอักษรแทบไม่เห็นแล้ว"
จี้อันที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันหรี่ตาลง "เดี๋ยว... นั่นมัน..."
หลี่ซวนปัดฝุ่นออกจนหมด ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็ตะลึงลานทันที! บนปกหนังสือมีตัวอักษรโบราณสลักเอาไว้ว่า
『การสร้างห้วงลมปราณ เพื่อก้าวสู่ลมปราณแรกเริ่ม』
"นะ... นี่มันอะไรกัน?" ถงจื่ออันเบิกตากว้าง "ลมปราณแรกเริ่มคืออะไร?"
จี้อันรีบกล่าวขึ้นทันทีด้วยความตื่นเต้น "หลี่ซวน! เปิดต่อเร็ว!"
หลี่ซวนไม่รอช้า รีบพลิกหน้าถัดไปทันที ภายในมีข้อความเขียนเอาไว้ด้วยลายมือเฉียบคมว่า
ระดับลมปราณแรกเริ่ม คือจุดเริ่มต้นของผู้บำเพ็ญ
สิ่งแรกที่ผู้ฝึกต้องทำ คือดึงไอิญญาแห่งฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย เพื่อสร้าง "ห้วงลมปราณ" ขึ้นภายในดันเถียน พร้อมกับนำพลังฟ้าดินชำระกายเนื้อให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ห้วงลมปราณเปรียบเสมือนภาชนะรองรับพลัง ยิ่งห้วงลมปราณกว้างใหญ่เพียงใด พลังิญญาที่เก็บกักได้ก็ยิ่งมากขึ้น
จงทำจิตให้สงบ ััดันเถียนบริเวณท้องน้อย แล้วรับรู้ไอิญญาที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วฟ้าดิน หากเ้ามีรากิญญา ไอิญญาจะตอบสนองต่อการเรียกของเ้าเอง
อย่างไรก็ตาม การบำเพ็ญเพียรมิใช่อาศัยเพียงรากิญญาเท่านั้น โชควาสนา พร์ ความมุ่งมั่น และไหวพริบ ล้วนเป็สิ่งจำเป็ หากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ยากจะก้าวเดินบนเส้นทางแห่งผู้บำเพ็ญได้
ทั้งสามอ่านด้วยหัวใจที่เต้นรัว...
ถงจื่ออันรีบเร่งทันที "อ่านต่อสิ! ยังมีอีกหรือไม่?"
หลี่ซวนรีบพลิกหน้าถัดไป แต่ข้อความบรรทัดสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่กลับเขียนเอาไว้เพียงว่า
เหนือระดับลมปราณแรกเริ่ม ยังมีระดับสร้างฐานิญญา... แก่น...
เพียงเท่านั้น หลี่ซวนก็ชะงักกึก เมื่อพบว่าหน้าถัดไปเหลือเพียงรอยฉีกขาด กระดาษส่วนที่เหลือหายไปทั้งหมด!
"...!"
ทั้งสามมองหน้ากันทันทีด้วยความตกตะลึงและเสียดายสุดขีด
"อะ... อะไรกัน!" ถงจื่ออันร้องออกมาเสียงหลง "ทำไมถึงขาดตรงนี้พอดี!"
หลี่ซวนรีบปิดหนังสือเล่มแรกในมือลง ก่อนหันสายตาไปจ้องมองหนังสืออีกสองเล่มที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนชั้นไม้เก่าๆ
"อย่าเพิ่งใไป..." หลี่ซวนสูดหายใจเข้าลึก ควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "เร็ว! หยิบอีกสองเล่มนั้นมาดูให้หมด บางทีเื่ราวที่เหลือหรือวิชาอื่น... อาจจะถูกบันทึกไว้ในหนังสือสองเล่มนั้นก็ได้!"
กระดาษส่วนที่เหลือหายไปทั้งหมด
"...!"
ทั้งสามมองหน้ากันทันที
"อะ... อะไรกัน!"
ถงจื่ออันร้องออกมาอย่างเสียดาย
"ทำไมถึงขาดตรงนี้พอดี!"
หลี่ซวนรีบปิดหนังสือ ก่อนหันไปมองอีกสองเล่มที่เหลือบนชั้น
"เร็ว!"
"หยิบมาให้หมด!"
"บางทีอีกสองเล่มอาจบันทึกเื่ที่เหลือเอาไว้ก็ได้!"