หลู่เส่าโหย่วสูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆและหยิบขวดหยกออกมาจากแหวนมิติของเขา จากนั้นยาเสริมพลังก็ปรากฏขึ้นในมือเขารู้ว่าหากพลังลมปราณในตัวเขาได้ทะลวงขึ้นอีกขั้น เขาก็จะสามารถทะลวงระดับนักรบแล้วเมื่อถึงตอนนั้น ระดับของผู้ฝึกิญญาของเขาก็จะทะลวงด้วยอย่างแน่นอน
หลู่เส่าโหย่วยิ้มเล็กน้อยมองดูโอสถที่อยู่ในมือ ตัวเขาในตอนนี้ หากจะหลอมโอสถเสริมพลังสักเม็ดก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยหลังจากดมกลิ่นที่หอมสดชื่นของมัน หลู่เส่าโหย่วก็โยนโอสถเสริมพลังเข้าไปในปากโดยไม่ลังเล
เมื่อกินโอสถเสริมพลังเข้าไปหลู่เส่าโหย่วก็ััได้ว่ามีพลังความร้อนที่บริสุทธิ์กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในตัวเขาทันใดนั้น หลู่เส่าโหย่วก็ได้โคจรทักษะิญญาหยินหยางทันที
พลังงานที่บริสุทธิ์นี้หลู่เส่าโหย่วเคยชินกับมันมานานแล้ว ตอนแรกเริ่มพลังงานที่บริสุทธิ์นี้สามารถทำให้เขาทะลวงได้ถึงสองขั้นเล็ก แต่ในภายหลังมันสามารถทะลวงได้ขั้นเดียว และหลังจากนั้นอีก มันก็ทำให้พลังเพิ่มขึ้นเพียงครึ่งขั้นเท่านั้น
เมื่อรวมกับเม็ดนี้ ั้แ่ระดับสาวกขั้นหนึ่งถึงขั้นเก้าหลู่เส่าโหย่วก็ได้ใช้โอสถเสริมพลังไปทั้งหมดเจ็ดเม็ดแล้วคิดเป็สามร้อยห้าสิบเหรียญทอง ยังดีที่ตอนนี้เขายังมีวิธีหาเงิน ไม่เช่นนั้นเขาได้แย่แน่
สามร้อยห้าสิบเหรียญทองไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเลยแต่ถ้าหากผู้อื่นรู้ว่าเงินสามร้อยห้าสิบเหรียญทองนี้สามารถทำให้พวกรุ่นเยาว์ในตระกูลที่มีระดับสาวกทะลวงถึงระดับนักรบได้ล่ะก็คาดว่าทุกคนในตระกูลคงจะนำมันไปให้รุ่นเยาว์ทั้งหมดในตระกูลเพื่อที่จะทะลวงให้ถึงระดับนักรบ
หลังจากสงบจิตใจลงอย่างช้าๆมือทั้งสองข้างของหลู่เส่าโหย่วก็ได้ทับซ้อนกันจนเป็ท่าประทับ การหายใจของเขามั่นคงขึ้นเรื่อยๆและลมปราณภายในร่างก็เริ่มดูดซับผลของโอสถเสริมพลังขึ้นมา
เบื้องหน้าบนยอดเขาแห่งหนึ่งได้ปรากฏร่างของลุงหนานอยู่บนนั้นเขากำลังจับจ้องมาที่หลู่เส่าโหย่วและกล่าวพึมพำ “ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนก็ได้ทะลวงระดับนักรบอีกครั้ง ร่างกายหยินหยางนั้นน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
ไม่รู้ว่าระยะเวลาผ่านไปนานแค่ไหนสามชั่วยาม หรือว่าสี่ชั่วยาม อากาศรอบข้างที่สงบได้เกิดความผันผวนขึ้นมาระลอกของลมปราณที่ผันผวนได้ทะลุผ่านอากาศกระจายออกไปและท้ายที่สุดก็ล้อมรอบร่างกายของหลู่เส่าโหย่วเอาไว้
หลู่เส่าโหย่วรู้สึกว่าเมื่อเขากำลังดูดซับพลังของโอสถเสริมพลังพลังของมันก็ได้แปรเปลี่ยนเป็กลุ่มพลังลมปราณ เมื่อมีพลังลมปราณเหล่านี้พลังลมปราณในร่างของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วที่เห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่าและภายในทะเลลมปราณในตันเถียนของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยากจะเข้าใจ
พลังของโอสถเสริมพลังได้ถูกปรับแต่งเป็พลังลมปราณอย่างต่อเนื่องมันได้ไหลผ่านเส้นชีพจนทั่วร่างของเขาและท้ายที่สุดก็เข้าสู่ทะเลลมปราณภายในตันเถียน
ในตอนท้ายหลู่เส่าโหย่วรู้สึกว่าทะเลลมปราณในตันเถียนได้เข้าสู่สภาวะที่ดูดซับจนสมบูรณ์แล้วแม้แต่เส้นชีพจรในร่างของเขาก็เต็มไปด้วยพลังลมปราณ
แต่พลังงานโอสถเสริมพลังยังไม่ถูกปรับแต่งจนหมดและยังคงปรับแต่งไปเรื่อยๆ เมื่อพลังในโอสถเสริมพลังกำลังจะถูกปรับแต่งจนหมดนั้นหลู่เส่าโหย่วก็พบว่าลมปราณภายในร่างของเขาได้ถูกเติมเต็มจนถึงจุดสูงสุดแล้ว
ใบหน้าของหลู่เส่าโหย่วได้กระตุกขึ้นมาการขยายของพลังลมปราณภายในร่างทำให้เส้นชีพจรของเขากระตุก ความเ็ปนี้ทำให้หลู่เส่าโหย่วทรมาณเป็อย่างมาก
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้หลู่เส่าโหย่วเคยลิ้มรสของมันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่เขาจะกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่แท้จริงหลังจากสูดอากาศที่สดชื่นเข้าไป ท่าประทับในมือของเขาก็เปลี่ยนไปเขาได้โคจรทักษะิญญาหยินหยาง ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังลมปราณก็ถูกกระตุ้นทันทีราวกับมีแรงดึงดูดที่รุนแรงพลังลมปราณได้หดตัวและกระแทกเข้าใส่ตำแหน่งท้องน้อยที่มีจุดตันเถียนอย่างรวดเร็ว
พลังลมปราณเหล่านี้พุ่งเข้าสู่ทะเลลมปราณภายในตันเถียนของเขาทันใดนั้น ทะเลลมปราณภายในตันเถียนก็ได้ถูกขยายออกอย่างรวดเร็วความเ็ปอย่างรุนแรงทำให้หลู่เส่าโหย่วหลั่งเหงื่อเย็นออกมา
หลู่เส่าโหย่วได้แต่อดทนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขารู้ว่าตัวเองในตอนนี้กำลังจะทะลวงระดับ ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็ได้ควบคุมพลังลมปราณทั้งหมดในชีพจรให้หดตัวและบีบอัดเข้าไปในทะเลลมปราณอย่างรุนแรง
“ปัง!”
เสียงอู้อี้เบาๆ ดังขึ้นจากภายในทะเลลมปราณในตันเถียนหลู่เส่าโหย่วรู้สึกว่าภายในร่างของเขารู้สึกสบายสุดจะพรรณนา พลังลมปราณมีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าในทะเลลมปราณภายในจุดตันเถียนและเส้นชีพจรได้ถูกพลังลมปราณเติมเต็มอีกครั้ง
หลู่เส่าโหย่วเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อััถึงพลังลมปราณภายในร่างของตัวเองในตอนนี้ภายใต้ทักษะิญญาหยินหยางที่วิปริต ตัวเขาก็ได้ทะลวงสู่ระดับนักรบขั้นหนึ่งแล้ว
“จะทะลวงแล้วอย่างนั้นหรือ”ในตอนนี้เอง หลู่เส่าโหย่วก็เหยียดยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง เขาััได้ถึงพลังิญญาที่วนเวียนอยู่ภายในจิตใจมาเป็เวลานานกำลังเริ่มผันผวนขึ้นมา
หลังจากนั้นท่าประทับในมือของหลู่เส่าโหย่วก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยพลังิญญาที่มีชีวิตชีวาในจิตใจเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงดูเหมือนว่ามันจะชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
จากนั้นครู่หนึ่งหลู่เส่าโหย่วััได้อย่างชัดเจน พลังิญญาภายในจิตใจของเขากับพื้นที่โดยรอบเกิดความผันผวนที่ลึกลับจนมองไม่เห็น
ภายในพื้นที่โดยรอบพลังงานที่มองไม่เห็นได้เริ่มไหลเข้าไปภายในจิตใจของหลู่เส่าโหย่วตัวเขาสามารถััได้ว่าพลังที่มองไม่เห็นนี้เหมือนจะเป็พลังระหว่างฟ้าดินชนิดหนึ่ง ผลของพลังชนิดนี้ทำให้พลังิญญาภายในจิตใจของเขาขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ขณะที่พลังิญญากำลังขยายตัวหลู่เส่าโหย่วก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แต่ในเวลานี้ประสาทััทั้งห้าของเขาก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงเช่นกันทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ทั้งที่คลุมเครือและมองไม่เห็นเขาก็ยังสามารถสอดส่องได้อย่างชัดเจน
“ซือ...”
มีเสียงที่ชัดเจนดังขึ้นในจิตใจของหลู่เส่าโหย่วจากนั้นพลังิญญาที่ยิ่งใหญ่ก็ได้ห่อหุ้มร่างกายของเขาทั้งหมดและท้ายที่สุดก็ถูกดูดซับกลับไป หลู่เส่าโหย่วรู้สึกว่าพลังิญญาภายในจิตใจของเขาใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าทั่วร่างรู้สึกสบายสุดจะพรรณนา
“ฟู่ว...” เขาพ่นอากาศที่ขุ่นมัวออกมาจากร่างกายเมื่อััได้ถึงพลังลมปราณและพลังิญญาที่มีอยู่มากมายภายในร่างกายและจิตใจ ก็ทำให้เกิดรอยยิ้มขึ้นบนมุมปากของหลู่เส่าโหย่ว
“ทะลวงระดับแล้วถือว่าเร็วเสียจริง” บนยอดเขาที่ห่างไกล ลุงหนานได้เผยรอยยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยและจากนั้นชายชราก็หายตัวไป เื่ทั้งหมดนี้ หลู่เส่าโหย่วไม่รู้เลยสักนิด
หลู่เส่าโหย่วนั่งขัดสมาธิต่อไปเขาสงบจิตใจและหลับตาทั้งสองข้างลง และจากนั้นก็ได้สอดส่องภายในร่างกายของตัวเอง ภายในทะเลลมปราณภายในตันเถียนของเขาในตอนนี้พื้นที่ด้านในได้ขยายใหญ่ขึ้นอย่างมาก และภายในนั้นก็มีกลุ่มอากาศธาตุที่ดูแวววาวกำลังหมุนวนอย่างช้าๆนั่นคือพลังลมปราณภายในร่างของเขาเอง
และเมื่อเขาสอดส่องเข้าไปภายในจิตใจหลู่เส่าโหย่วก็ค้นพบว่าในจิตใจของเขานั้นมีการคงอยู่ของพื้นที่ที่เหมือนช่องว่างของทะเลอากาศเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน เขาก็พบว่ามีพลังิญญาที่ใหญ่โตกว่าเดิมหลายเท่ากำลังยึดมั่นอยู่ข้างใน
จิตใจได้ควบคุมพลังลมปราณภายในทะเลลมปราณพลังลมปราณสีกากีได้ถูกรวมตัวอย่างรวดเร็วบนฝ่ามือขวาของเขา และในเวลาเดียวกันพลังิญญาก็ได้รวมตัวกันเป็เปลวเพลิงเล็กๆ ที่สั่นไหวไปมาอยู่บนฝ่ามือข้างซ้าย
“ในที่สุดก็ทะลวงระดับเสียที”หลู่เส่าโหย่วยิ้มเล็กน้อย ในรูม่านตาสีดำมีประกายแสงวาบขึ้นมา และค่อยๆ จางหายไปภายในเวลาไม่กี่วินาที