โหงพรายทั้งสองตนอยู่หน้ารั้วบ้าน ของเ้าภูแสนเนื่องจากมีรั้วที่อยู่ในสภาพแ่าแข็งแรงและอาคมบางอย่างที่ไม่อาจจะเข้าไปข้างในได้โหงภายทั้งสองเห็นว่า ภายในบ้านเป็เรือนไม้ขนาดใหญ่ และหลายคนขนานนามว่า คุ้ม...และคุ้มแห่งนี้เคยเป็คุ้มของเ้าหลวงแสนยาศักดิ์ เ้าหลวงผู้ครองเมืองเชียงภูแสนอันแสนรุ่งเรืองในอดีตกาลที่ผ่านมาเป็ร้อยๆปี ทว่า.. โหงพรายทั้งสองก็ยังััได้ถึงความไม่ปกติของที่นี่!
โหงพรายเห็นว่าเ้าภูแสนมาถึงคุ้มแห่งนี้ก็มีชายชราหลังค่อมผู้หนึ่ง แต่งตัวแบบชายชาวเหนือแท้ ทำการเปิดประตูรั้วให้ รถยนต์ของเ้าภูแสนเข้าไปจอดนิ่งสนิทหน้าคุ้มเ้าภูแสนและคนสนิทสองคนเดินผ่านประตูไม้ขนาดใหญ่หน้าบ้านเข้าไป เมื่อเ้าภูแสนหายเข้าไปในประตูนั้นพร้อมคนสนิทแสงสีขาวสว่างก็วับหายไปด้วยคุ้มทั้งคุ้มมืดสนิท พร้อมกับประตูบานใหญ่ปิดลงทันที
และที่โหงพรายทั้งสองตามเข้าไปจนถึงประตูภายในคุ้มไม่ได้นั่นก็เพราะว่าชายชาราหลังค่อมที่มาเปิดประตูรั้วหน้าคุ้มให้กับเ้าผู้แสน คือผีเ้าที่เ้าทางที่มีบุญบารมีมากกว่าโหงพรายทั้งสองตนมากนักิญญาของชายชราผู้นี้คอยเฝ้ามิให้ิญญาดวงอื่นข้ามเขตเข้าไปจนถึงตัวคุ้มนั่นเองแต่เพียงแค่นี้ผีโหงพรายทั้งสองก็พอจะได้ข้อมูลไม่ใช่น้อยทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะหายวับไปจากประตูรั้วหน้าคุ้มของเ้าภูแสนอย่างรวดเร็ว...
“คุณอลินคะ”เป๋าพูดขึ้นขณะที่กำลังปรุงบะหมี่ในชามไปด้วย
“เอาจริงๆเป๋าก็รู้สึกสงสารผีแม่กลิ่นแก้วนะคะ ทั้งที่รักอ้ายพุ่มมากขนาดนั้นแต่ทำไมไม่ได้ไปเกิดเป็คู่ผัวตัวเมียกันล่ะคะ” ิที่กำลังเคี้ยวลูกชิ้นในปากก็พยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่เป๋าถามเ้านายเช่นกัน
ทางด้านอลินตาที่ยังไม่แตะบะหมี่ในชามของตน แต่กลับยกกระจกวงรีทรงหกเหลี่ยมสีดำสนิทบานเล็กๆมีด้ามจับพอดีมือขึ้นมาส่องซ้ายส่องขวาซึ่งถ้าคนอื่นมองมาทางเธอก็คงจะคิดว่าตามสไตล์ผู้หญิงเค้าล่ะ ส่องดูความเรียบร้อยดูรองพงรองพื้น ว่าผิดเบอร์ เกินเบอร์ หรือว่าหนาเป็ปูนซีเมนต์ไปหรือเปล่าอะไรทำนองนี้แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้นั่นก็คือ...
อลินตาััได้ั้แ่ก้าวขึ้นรถแล้วว่ามีอะไรบางอย่างตามเธอมาั้แ่ลานจอดรถของโรงแรมอำมาฤทธิ์จึงได้ยกกระจกอันเล็กนี้ขึ้นมา ต้องขอบอกเลยนี่ไม่ใช่กระจกธรรมดานะจ๊ะแต่เป็กระจกสะท้อนิญญา หากเป็มนุษย์จะไม่ปรากฏอยู่ในกระจกบานนี้กระจกบานนี้จะส่องติดเฉพาะิญญาเท่านั้น...
ถ้าเมื่อไหร่มีดวงิญญาผ่านมาที่กระจกบานนี้มันจะปรากฏชัดเจนภายในกระจกเชียวล่ะ อลินตายกกระจกส่องสักพัก ก็ค่อยๆ ลดกระจกลงทำเป็ยิ้มระรื่นแต่ในใจ เหอะๆ เตรียมงานเข้าในระดับความรุนแรง 100 แต้ม อลินตาเก็บกระจกบานนั้นใส่กระเป๋าถือซึ่งกระเป๋าถือใบเล็กนั้นเปรียบง่ายๆ ก็คงจะคล้ายๆ กระเป๋าโดเรม่อนนั่นแหละแต่จุดประสงค์การใช้งานแตกต่างกันราวหลังคา์กับหลุมดำใต้พื้นนรก
อย่าไปเทียบกับกระเป๋าโดเรม่อนเลยจะดีกว่าอันนั้นเค้ามีไว้เพื่อใช้จรรโลงโลกของเด็กๆ น่ารักๆแต่ศูนย์รวมในกระเป๋าของอลินตานี่สิ ควานๆ ดูก็มีแต่พวก กระดูกผีตายโหงขวดเก็บผีโหงพราย สายสิญจน์กักกันสัมภเวสี อุปกรณ์ทำลายล้างิญญาที่พอจะพกพาได้ส่วนพวกลิปกลอสลิปมันนี่ อยู่ซอกหลืบไหนของกระเป๋าเ้าตัวยังต้องคุ้ยๆหาเวลาจะใช้จริงๆ ด้วยซ้ำ อลินตาเก็บกระจกไปปากก็ตอบคำถามของเป๋าไปด้วย
“แม่กลิ่นแก้วกับอ้ายพุ่มไม่ใช่เนื้อคู่กันแต่ไหนแต่ไรมาแล้วน่ะสิ”สองลูกน้องได้ยินแบบนั้นถึงกับมองหน้าอลินตาด้วยความแปลกใจ คราวนี้อลินตาเริ่มลงมือปรุงรสบะหมี่ในชามของตัวเองไม่ได้ยี่หระว่าเงาปริศนาที่ตามมาั้แ่ลานจอดรถจะเริ่มเพ่นพ่านไปมาประชิดกายเธอมากยิ่งขึ้น
“ยังไงคะคุณอลิน?”เป๋าเองก็รุกหนักไม่ต่างจากผีที่ตามเธอมาเลยเชียว
“เนื้อคู่ของแม่กลิ่นแก้วน่ะคือเศรษฐีอุ่นนั่นแหละแต่ด้วยเพราะกรรมเก่าทำให้ทั้งแม่กลิ่นแก้วกับเศรษฐีอุ่นต้องมาพบและจองเวรกันเช่นนี้แต่ชาติหน้าเศรษฐีอุ่นจะโดนกระทำบ้าง เพราะกว่าจะเจอกันแม่กลิ่นแก้วก็จะผ่านการแต่งงานมาถึงสามครั้งและมีลูกติดถึงสองคน เรียกได้ว่าเศรษฐีอุ่นน่ะมาใช้หนี้กรรมให้แม่กลิ่นแก้วที่ชาติก่อนเศรษฐีอุ่นเคยมีเมียมากยังไงล่ะ ส่วนทางด้านอ้ายพุ่มที่ต้องมาเกิดเป็พ่อของแม่กลิ่นแก้วก็เพราะว่าทั้งสองรักกันมากจนไม่อยากจะพรากจากกัน และความรักกันที่เป็รักแท้เช่นนี้หาได้จากความรักของหนุ่มสาวอย่างนั้นเหรอ? ไม่ใช่หรอกแม้ความรักของผัวเมียก็ยังไม่จีรังเท่ากับความรักของผู้ให้กำเนิด ที่แม่กลิ่นแก้วเรียกร้องตามหารักแท้มาตลอดมันคือรักจากพ่อและแม่ของเธออย่างไรล่ะ” อลินตาร่ายยาว “อ้อ.. อีกอย่าง”
“ชาติที่แล้วแม่กลิ่นแก้วไม่เคยทำบุญร่วมกับอ้ายพุ่มเลยแต่กลับทำบุญกับเศรษฐีอุ่นแทบจะทุกวันทั้งก่อนเป็เมียและใน่เวลาที่เป็เมียกับเศรษฐีอุ่นแล้วด้วย”เป๋าและิ พยักหน้าอ้าปากค้างถึงบางอ้ออย่างไม่รู้ตัว
“เป็แบบนี้นี่เอง..”ิพึมพำ
“โห..นี่คุณอลินทำยังกับเป็หมอรักษาคนเลยนะคะ” เป๋าเอ่ยปากชมอลินตาเข้าใจความหมายที่ลูกน้องสาวสองพูดถึงจึงพูดต่อ
“ฉันก็หมอแต่เป็หมอของผีไง...” ก็ยังอุตส่าห์หยอดมุข
“หมอผีน่ะไม่ใช่เอาแต่ตะบี้ตะบันปราบผี กักขังิญญาของผีมั่วๆ หรอกนะก่อนอื่นต้องดูด้วยว่าิญญานั้นสร้างกรรมอะไรมา วิถีทางแห่งกรรมสมควรไปเกิดหรือต้องรอเวลา เราจะได้ปราบได้ถูกต้องตามครรลองครองธรรม เพราะบางคนอาจจะยังไม่ถึงอายุขัยแต่ต้องมาตายไปซะก่อนก็มีจึงต้องดูให้ถี่ถ้วน ก็เหมือนกับชำแหละผีตนนั้นให้กระจ่างแจ้งแก่การทำพิธีเสียก่อนเพื่อส่งให้เขาได้ไปตามทางตามยถากรรมของพวกเขานั่นถึงจะเรียกว่า ปราบผีถาวร” สองลูกน้องนั่งฟังราวกับเป็นักเรียนที่ตั้งใจฟังครูสอน
“ไม่ใช่กักขังิญญาเขาเอาไว้หรือกำจัดเขาด้วยวิธีที่ทรมาน ซึ่งมันก็จะมีค่าเท่าเดิมนอกจากผีตนนั้นจะไม่เป็อิสระในภพภูมิที่ตนอยู่ยังส่งผลให้ผีตนนั้นแปรสภาพเป็ิญญาร้ายกลายพันธ์ตอนที่มนต์สะกดเสื่อมคลายอีกด้วยนะที่สำคัญหมอผีที่ทำพิธีสะกดิญญาร้ายไว้นั่นแหละจะตายเอาได้ง่ายๆ เพราะผีมันตามอาฆาตไงเข้าทำนองหมองูตายเพราะงูยังไงล่ะ..”อลินตาอธิบายจบก็ไม่รอช้าคีบบะหมี่เข้าปากอย่างคล่องแคล่วและเพียงััแรกจากเส้นเหนียวนุ่มของบะหมี่นั้น หืมมม.. อร่อยเหาะที่สุดเชฟก็เชฟเหอะ สู้บะหมี่ลุงไม่ได้สักกะติ๊ด
ิกับเป๋าได้ยินที่หมอผีสาวผู้เป็เ้านายอธิบายรายละเอียดถึงกับซูฮกนอกจากความเก่งกาจ เฉลียวฉลาดแล้ว ยังมีปัญญารอบด้านอีกด้วยซึ่งเป็สิ่งที่ดีมากเวอร์ ยกเว้นเื่เดียว ความงกขั้นทะเลเดือดแค่นั้นแหละิกับเป๋ายอมรับหมดใจว่าอลินตาคือของจริง และยืนหนึ่งในด้านไสยศาสตร์เวทมนต์ที่แท้ทรูแต่ขณะที่ทั้งสองจะทันได้พูดอะไรอีก อลินตาก็พูดสวนขึ้นมาก่อน...
“อ้าวพี่สาวทั้งสอง เป็ยังไงเื่ที่ให้ไปสืบ..” โหงพรายสองตนได้กลับมาหาอลินตาที่ร้านบะหมี่เป็ที่เรียบร้อยพร้อมรายงานเื่ราวทั้งหมดให้เ้านายสาวรับทราบอลินตารับฟังพร้อมกับสีหน้าแววตาใคร่ครวญครุ่นคิดก่อนจะพูดขึ้น
“ย่นระยะเวลาได้ยังงั้นเหรอ?”โหงพรายสาวตนหนึ่งพูดขึ้น
“อืออออ!!” เสียงตอบเย็นะเืหูเสียจริง
“จากกรุงเทพถึงเชียงราย..ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง?” อลินตาใช้ความคิดประมวลผลอย่างรวดเร็ว...