ตกดึกยามจื่อ
อวี้เฉิงรุ่ยเริ่มปวดเมื่อยตามร่างกายมีอาการหนาวสั่นสะท้าน เหงื่อผุดซึมขึ้นตามกรอบหน้าและไรผมทว่ายิ่งเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มนอนกระสับกระส่าย เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาว ลำคอแห้งผากพิษไข้เริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่าง ทั้งยังพึมพำพูดจาฟังไม่ได้ศัพท์และนอนไม่ได้สติทำเอาอวี้เหิงเยว่กับอวี้จื่อลู่ที่นอนอยู่ใกล้ ๆ รู้สึกตัว ก็รีบลุกขึ้นเข้ามาดูอาการด้วยความเป็ห่วงทันที
“พี่รอง” เมื่อเห็นความผิดปกตินางจึงยื่นมือไปเตะหน้าผากปรากฏว่าพี่ชายของนางกำลังมีไข้สูง
“น้องรองเป็ยังไงบ้างน้องเล็ก” น้ำเสียงแฝงความเคร่งเครียดนิ่งขรึมเป็กังวล
“พี่ใหญ่ เฝ้าดูพี่รองไว้นะเ้าคะ ประเดี๋ยวข้ามา” นางเดินหายออกไปชั่วครู่จากนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกะละมังใส่น้ำและผ้าผืนเล็กหนึ่งชิ้น
“น้องรองจับไข้หรือ?” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล“เอาอย่างนี้นะ เ้าดูแลน้องรองไปก่อน พี่จะไปตามท่านหมอหวงมาดูอาการ”
“ใช่เ้าค่ะพี่รองมีไข้ แต่พี่ใหญ่ไม่ต้องตามหรอกดึกดื่นเช่นนี้แล้วทั้งคืนนี้อากาศช่างหนาวเย็นจนน่ากลัว ข้าเกรงว่าพี่ใหญ่จะพาลป่วยด้วยอีกคน เดี๋ยวข้าจัดการเองพรุ่งนี้เช้าค่อยให้ท่านไปตามท่านหมอหวงมาตรวจตอนเช้าอีกทีก็ยังไม่สายอีกอย่างท่านหมอจะได้จัดยาให้พี่รองด้วย”
“แต่จะไม่เป็อะไรแน่หรือ?” อวี้เหิงเยว่ถามออกมาด้วยความลังเลความกังวลใจฉายชัดออกมาจากั์ตาคู่นั้น
“ข้ารู้ว่าท่านเป็ห่วงพี่รองมาก ข้าเองก็ห่วงพี่รองไม่ต่างกันแต่พี่ใหญ่ได้โปรดเชื่อใจข้าได้หรือไม่?” อวี่จื่อลู่พยายามพูดตอกย้ำเพื่อให้คนตรงหน้าเชื่อใจนางและนางจะไม่ทำให้ผิดหวัง
เขามองลึกเข้าไปั์ตาของนางกลับพบว่ามีแต่ความมุ่งมั่นและความห่วงใยจึงพยักหน้าให้แทนคำตอบ
“เดี๋ยวข้าเช็ดตัวให้เขาก่อนหากเสร็จแล้วรบกวนพี่ใหญ่เปลี่ยนเสื้อผ้าให้พี่รองด้วยนะเ้าคะพี่รองจะได้สบายตัว”
“ได้สิ”
จากนั้นนางก็ลงมือเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้คนป่วยเริ่มที่ใบหน้า ลำคอ แผงอก แล้วไล่ลงมาตามแขนและขากว่าไข้จะทุเลาไปบ้างก็กินเวลาไปหนึ่งเค่อ
เมื่ออวี้จื่อลู่จัดการเช็ดตัวให้เรียบร้อยอวี้เหิงเยว่ก็ออกปากไล่ให้น้องสาวออกไปรออยู่ด้านนอกแล้วเดินเข้ามาผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้น้องชาย ก่อนจะเรียกให้นางกลับเข้ามาอีกครั้ง"น้องเล็กเข้ามาเถอะ เสร็จเรียบร้อยแล้ว"
"เ้าค่ะ" นางเดินกลับเข้ามาพร้อมถาดน้ำชามาวางไว้ที่โต๊ะก่อนจะรินน้ำชาแล้วยื่นให้พี่ชายดื่มเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย"น้ำชาเ้าค่ะพี่ใหญ่"
"ขอบใจเ้ามากน้องเล็ก" พร้อมยื่นมือออกไปรับขึ้นมาดื่ม
แม้ยามค่ำคืนอากาศจะเริ่มหนาวทว่ายามนี้คนป่วยไม่มีท่าทีว่าไข้จะลดลงจากเดิม เพียงครู่เดียวไข้ก็กลับมาเช่นเดิมอีก
ตลอดทั้งคืนนางวิ่งวุ่นทำทุกอย่างที่ตนเองจำได้ในภพชาติก่อนคอยเช็ดตัวทุก ๆ หนึ่งเค่อโดยมีพี่ชายคนโตอยู่ช่วยสลับผลัดเปลี่ยนเช็ดตัว
ด้านอวี้เหิงเยว่ก็คอยช่วยเหลือน้องสาวทั้งคืนโดยมิยอมนอนไม่ว่านางอยากได้อะไรเขาก็พร้อมเดินไปหยิบจับทำให้ทันที
“เฮ้อ ในที่สุดไข้ก็ลดลงจนได้” ดวงตาที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชนคู่นั้นฉายแววยิ้มแย้มออกมาด้วยความยากลำบาก ก่อนจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความโล่งใจดีนะที่ชาติก่อนเคยเจอเื่ราวแบบนี้ เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องเข้าป่าไปหาสมุนไพรมาบ้างแล้วยามป่วยไข้จะได้มียาไว้กิน อีกอย่างไม่ต้องเสียเงินไปซื้อและต้องคอยจ่าหมอถือว่าประหยัดไปในตัว ก่อนยกยิ้มออกมาดั่งเช่นคนมีแผนการ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทำให้รู้ว่าได้ล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่ ใบหน้าอิดโรยหมองคล้ำของสองพี่น้องบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าตลอดทั้งคืนยังไม่มีผู้ใดได้นอนหลับพักผ่อนแม้แต่คนเดียวยกเว้นเสียแต่ผู้ป่วยไข้
อวี้เหิงเยว่เห็นท่าทางเหนื่อยล้าของน้องสาวก็พลันสงสารขึ้นมาจับใจก่อนเอ่ยปากไล่ไปนอน “เ้าไปนอนพักผ่อนสักครู่ดีหรือไม่ส่วนน้องรองเดี๋ยวพี่ดูต่อให้เอง”
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะพี่ใหญ่ท่านเองก็อย่าลืมสิเ้าคะว่ายังไม่ได้นอนเช่นเดียวกับข้า”น้ำเสียงอ่อนล้าของนางเจือไปด้วยความห่วงใย
“แต่เ้ายังเด็กนะน้องเล็ก ร่างกายกำลังอยู่ใน่วัยเจริญเติบโตพี่โตแล้วแค่นี้สบายมาก” แม้ว่าจะร่างกายจะเหนื่อยล้าแทบไม่ไหวแต่เื่แค่นี้นับว่าเล็กน้อยมาก หากทำเพื่อครอบครัว
“แต่จื่อเอ๋อร์ยังไม่ง่วง จื่อเอ๋อร์ยังไหวเ้าค่ะถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปต้มโจ๊กก่อน” นางไม่เปิดโอกาสให้พี่ใหญ่ได้เอ่ยแทรกพูดจบก็หันหลังกลับเดินออกไป แล้วมุ่งหน้าไปที่ครัว
“ไปเถอะ” เมื่อหันไปอีกทีนางก็หายไปจากตรงหน้าเสียแล้ว ‘เฮ้อ ปล่อยให้ข้าพูดอยู่คนเดียวจนได้’
คล้อยหลังจากที่นางเดินออกไป
“อืม” เสียงครางแ่เบาดังมาจากคนป่วยที่กำลังนอนอยู่บนที่นอนเปลือกตาหนาค่อย ๆ ลืมขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อปะทะเข้ากับแสงแดดยามเช้า “พี่ใหญ่”เสียงแหบแห้งของเด็กหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบากทว่ายังคงหลงเหลือร่องรอยอ่อนล้าบนใบหน้าซีดเซียว
“น้องรองเ้าฟื้นแล้ว”ยามเห็นว่าน้องชายฟื้นแล้ว ั์ตาแดงก่ำฉายแววยินดีอย่างปิดไม่มิด
“นะ...น้ำ ข้าหิวน้ำขอรับพี่ใหญ่”น้ำเสียงแหบแห้งของอวี้เฉิงรุ่ยพูดออกมาอย่างยากลำบาก
อวี้เหิงเยว่หันไปรินน้ำชาแล้วยื่นกลับให้คนป่วยได้ดื่ม "อ่ะนี่น้องรอง ค่อย ๆ ดื่มนะระวังเดี๋ยวจะสำลักเอาได้"
"ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่"
"เป็อย่างไรบ้าง ปวดหัว ปวดตัวหรือยังเจ็บอยู่ตรงที่ใดอีก"
"ไม่ขอรับ จะมีแค่ปวดตามตัวนิดหน่อย"
ได้ยินแบบนี้ก็พอเบาใจได้บ้าง"อืม ดีแล้ว ว่าแต่หิวหรือยังน้องรอง"
"ยังขอรับ"พูดจบท้องน้อยเริ่มส่งเสียงประท้วงจนเ้าตัวถึงกับแก้มแดงระเรื่อพลางก้มหน้าลงด้วยความอับอาย'ช่างขายหน้าพี่ใหญ่นัก เ้าท้องบ้า'
"หึหึ"
“โจ๊กร้อน ๆ มาแล้ว” อวี้จื่อลู่ถือถ้วยโจ๊กร้อน ๆเดินเข้ามาทั้งยังมีควันลอยขึ้นพร้อมส่งกลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วบริเวณจนคนด้านในลอบกลืนน้ำลาย
อวี้เหิงเยว่เห็นน้องน้อยถือถ้วยโจ๊กมาก็รีบผละตัวออกไป “มาเถอะพี่ช่วย” พร้อมแย่งถ้วยในมืออวี้จื่อลู่มาถือเสียเอง“คราวหน้าจะยกมาก็เรียกพี่เขาใจไหม” ชายหนุ่มเอ่ยกำชับด้วยความเป็ห่วง
“เ้าค่ะ”
“ยังมีอีกหรือไม่ พี่จะได้ไปยกมาเอง”
“ยังมีอีกสองถ้วย เป็ของข้ากับของพี่ใหญ่เ้าค่ะ”
“เ้าไปนั่งคุยเป็เพื่อนอาเฉิงเถิด ประเดี๋ยวที่เหลือข้าจะไปยกมาเอง”
“พี่รองฟื้นแล้วหรือเ้าคะ”
“อืม”
ได้รับคำตอบที่พอใจนางก็รีบเดินไปหาคนป่วยทันที“พี่รอง ท่านฟื้นแล้ว เป็อย่างไรบ้างยังเ็ปที่ใดหรือไม่?”
“ข้าดีขึ้นแล้ว เ้าไม่ต้องเป็ห่วง” แม้น้ำเสียงจะดีขึ้นมาบ้างทว่าก็ยังหลงเหลือความอ่อนล้าและความอ่อนเพลียบนใบหน้า
“จะไม่ให้ข้าห่วงได้เช่นไร ท่านมีไข้ตลอดทั้งคืน”เด้กสาวพูดออกไปด้วยความเป็ห่วง แม้นางจะไม่ใช่หมอแค่มองดูก็รู้แล้วว่ายังไม่หายดีก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “มาเถอะพี่รอง ข้าจะป้อนโจ๊กให้ท่านเอง ทานเยอะ ๆ นะ”
“ขอบใจเ้ามากน้องเล็ก”
“ไม่เป็ไร ข้าเต็มใจเพราะท่านคือพี่ชายของข้า”จากนั้นอวี้จื่อลู่ก็ตั้งอกตั้งใจป้อนโจ๊กที่อุ่นร้อนกำลังดีเข้าปากพี่ชายอย่างต่อเนื่องชั่วอึดใจโจ๊กในชามก็หมดเกลี้ยงเหลือเพียงถ้วยชามเปล่าก่อนหยิบยกน้ำยื่นให้คนป่วยดื่มเป็การตบท้าย
ในระหว่างที่สองพี่น้องกำลังพูดคุยซักถามอวี้เหิงเยว่ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับโจ๊กอีกสองถ้วย ก่อนจะนำไปวางบนโต๊ะแล้วหันมาเรียกน้องน้อยของตนเมื่อเห็นว่าคนป่วยได้กินเรียบร้อยแล้ว
“น้องเล็กเ้ามากินโจ๊กเถอะ ให้พี่รองของเ้าได้นอนพักผ่อนต่ออีกสักนิด”
“ข้าเข้าใจแล้วพี่ใหญ่” นางขานรับพี่ชายคนโตแล้วก็หันย้อนกลับมาหาคนป่วยอีกครั้ง "พี่รอง ท่านต้องพักผ่อนมาก ๆ นะเ้าคะจะได้หายไวๆ อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่ก็จะไปตามท่านหมอหวงมาตรวจดูอาการให้"
อวี้เฉิงรุ่ยมองพี่ชายและน้องสาวของตนด้วยความตื้นตันใจ"ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่ ขอบใจนะน้องเล็ก" ั์ตาฉายซาบซึ้งและอบอุ่นหัวใจก่อนเอนตัวล้มลงนอนอีกครั้งแล้วหลับตาเข้าสู่ห้วงนิทรา
สองพี่น้องนั่งรอให้คนป่วยได้พักผ่อนไม่นานลมหายใจของอวี้เฉิงรุ่ยเข้าออกสม่ำเสมอ จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราทั้งคู่หันมาสบตาโดยไม่ต้องพูดก็พากันลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก
"พี่ใหญ่จะไปบ้านท่านหมอหวงเลยหรือว่ายังไง"
"เดี๋ยวพี่ไปเลยจะดีกว่า ยิ่งท่านหมอมาเร็วเท่าไหร่พี่จะได้วางใจเื่น้องรองได้เร็วเท่านั้น"
"เ้าค่ะ"
"เช่นนั้นเ้าก็อยู่ดูแลจัดการทางนี้ไปก็แล้วกัน"
"พี่ใหญ่อย่าลืมแวะถามท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านเื่สร้างรั้วด้วยนะเ้าค่ะ"
"เ้าวางใจได้ เดี๋ยวพี่จะเป็ธุระให้"
"ไปดีมาดีนะเ้าคะ"
อวี้เหิงเยว่หายไปนานนับครึ่งชั่วยามไม่นานก็ปรากฏเกวียนเทียมที่แสนจะคุ้นตาแค่เห็นนางก็พอจะเดาได้ว่าเกวียนนั้นเป็ของผู้ใด เมื่อเพ่งมองดูดี ๆกลับพบว่าเป็ลุงหม่าถงเหยียนเป็ผู้บังคับขับเกวียนเข้ามาโดยมีพี่ชายของนางนั่งควบคู่มากับท่านหมอหวงเมื่อทั้งสามมายังตัวบ้านอวี้เหิงเยว่กับหมอหวงก็ขอปลีกตัวไปตรวจดูอาการส่วนนางกับหม่าถงหยียนก็มาพูดคุยเื่การสร้างรั้วบ้านนางใช้เวลากว่าสองเค่อถึงจะได้ข้อสรุปในการสร้างและราคาเมื่อตกลงกันเรียบร้อยแล้วนางก็ยื่นเงินจำนวนห้าตำลึงเงินให้หม่าถงเหยียนทันทีทั้งยังเร่งให้ทำการสร้างโดยเร็ว
"เ้าวางใจได้จื่อเอ๋อร์ ลุงจะรีบมาจัดการให้ไม่เกินห้าวันรั้วที่เ้า้าจะเสร็จเรียบร้อย"
"ขอบคุณท่านมากเ้าค่ะ ท่านลุงหม่า"
หลังจากทั้งสองคุยได้ไม่นานท่านหมอหวงก็เดินออกมาพร้อมอวี้เหิงเยว่พี่ชายของนาง
ก่อนเอ่ยปากถามท่านหมอหวง"พี่รองเป็ยังไงบ้างเ้าคะ"
ชายชราเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง"อาการโดยรวมดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ยังคงต้องดื่มยาเป็เวลาสามวันเพื่อขจัดพิษไข้ที่หลงเหลือในร่างกาย"
"เ้าวางใจเถอะน้องเล็ก พี่รองเ้าไม่เป็อะไรแล้วเพียงแค่ดื่มยาให้ครบตามที่ท่านหมอสั่งก็หายดีแล้ว"
"เช่นนั้นข้าก็เบาใจแล้ว" พลางหันไปขอบคุณท่านหมอ"ขอบคุณท่านหมอหวงมาก ๆ เ้าค่ะ"
"ไม่เป็ไร เื่รักษาคนป่วยไข้เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว"
"ค่ายาเท่าไหร่เ้าค่ะ"
"ช่างมันเถอะ ข้าไม่รับหรอก"
ได้ฟังคำตอบจากชายชราตรงหน้านางจึงรีบปฏิเสธทันที "ไม่ได้เ้าค่ะหากท่านยังไม่รับอีกเห็นทีคราวหน้าข้าคงไม่กล้าให้ท่านมารักษาพวกข้าสามพี่น้องอีกแน่ๆ"
ได้เห็นสีหน้าและแววตาของเด็กสาวตรงหน้าที่บ่งบอกว่านางจริงจังกับสิ่งที่พูดออกมา จนเขาต้องยอมแพ้และรับเงินค่ายา"ก็ได้ ๆ คราวนี้ข้าจะรับเงินค่ายาทั้งหมดสามตำลึงเงินกับอีกสิบห้าอีแปะ"
แค่ได้ยินจำนวนเงินทำเอาฝ่ามือน้อยๆ ถึงกับสั่นก่อนกลั้นใจหยิบออกมาจ่ายค่ายา "นี่เ้าค่ะ"
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นต่างคนต่างแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตนเองจึงเหลือเพียงนางที่ยังยืนนิ่งค้างอยู่ตรงที่เดิม คล้ายดั่งคนจิตใจเลื่อนลอยก่อนล้วงถุงเงินขึ้นมาดู
“เฮ้อ! กลับมายากจนเหมือนเดิมจนได้ นี่นางคงต้องหาเงินก้อนใหม่แล้วสินะ”พลางก้มมองเงินในมือที่เหลืออยู่เพียงแค่เจ็ดตำลึงเงินกับห้าอีแปะก่อนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วพร่ำบ่น “์นะ์น่าจะให้อะไรข้ามาบ้างหรือจะให้ข้าสาปส่งเบื้องบนดี เอาเป็ไส้เดือน จิ้กจก ตุ๊กแกดีไหม"ก่อนจะตัดพ้อขึ้นมาเสียงดังอีกครั้ง "ไหนล่ะความสามารถข้า ไหนจะวรยุทธพลังปราณ ความสามารถในการปรุงยา ให้ข้าได้มีอะไรติดตัวบ้างเถอะย้อนยุคมาทั้งทีข้าได้อะไรมากับเขาบ้าง ช่างน่าเวทนาเ้านักอวี้จื่อลู่เอ๋ยช่างเป็ลูกชังของ์โดยแท้”
เบื้องบน์
“อย่าเชียวนะนางหนู!!” เสียงเหล่าเทพต่างะโออกมาพร้อมกันก่อนจะหันไปมองตาเฒ่าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “ท่านเทพจะทำอะไรก็รีบทำเถอะก่อนที่เด็กคนนั้นจะสาปส่งขึ้นมาจริง ๆ”
“เพ้ย!! เ้าเด็กนี่ แล้วสิ่งที่เ้าหยิบไปตั้งสามลูกนั่นคือสิ่งใดเล่า"ก่อนสบัดมือขึ้นลงสองสามครั้งด้วยสีหน้าบูดบึ้ง 'ช่างขัดเวลาพักผ่อนของข้าเสียจริงนังหนู'
โลกเบื้องล่างหลังจากที่เด็กสาวพูดจบท้องฟ้าเหนือศีรษะนางพลันเกิดเมฆหมอกสีดำก่อนจะมีสายฟ้าฟาดลงมาสามสี่ครั้งบริเวณบ้าน
เปรี้ยง!
เปรี้ยง!!