บทที่ 12 อัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
หาวววว!
"วันนี้แล้วสึนะ"
"เฟิงเอ๋อ ได้เวลาแล้ว ถ้าไม่รีบเดี๋ยวจะสายเอานะ"ซือคงเรียงเมื่อถึงเวลา
หะ!!
"มาแล้วๆ ข้ามาแล้ว"เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็รีบวิ่งลงมาทันที
"เ้านี้นะ วันสำคัญแบบนี้ยังจะตื่นสายอีก"ฮุยหลิงยิ้มพร้อมกับลูบผมของเทียนเฟิง
ฮี่ฮี่
"ไม่ต้องมายิ้มเลยรีบไปได้แล้ว"
"ขอรับ"เขาพูดพร้อมกับเดินไปหาซือคง
"ไปกันเถอะ"ซือคงพูดพร้อมกับนำทางทันที
จากบ้านไปลานทดสอบนั้นระยะทางไม่ได้ไกลมากนัก
"โอว คนเยอะทีเดียว"เทียนเฟิงมองไปรอบๆและเริ่มสังเกตุระดับผู้คน
"ไม่หรอก เป็เพราะตลอดสามเดือนเ้าไม่เคยออกมาพบปะผู้คนเลยนะสิ"ซือคงพูดแบบช่วยไม่ได้
"นั้นก็อาจจะจริง แต่ข้าออกไปก็โดดูถูกข้าจะออกไปทำไมละท่านพ่อ"เขาพูดแบบไม่ค่อยใส่ใจ
"นั้นก็จริง แต่ไม่ใช้ตอนนี้นิ"ซือคงพูดพร้อมกับมองลูกชายตัวเองและรู้สึกภูมิใจ
"ถูกต้องข้าจะทำให้พวกเขาเห็นว่าใครคืออัจฉริยะ"เขาพูดด้วยสายตามุ่งมั่น
ฮ่าฮ่าฮ่า
ซือคงหัวเราะอย่างชอบใจ
"เอาหละข้ามาส่งเ้าใด้แค่ตรงนี้แหละที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว"ซือคงพุดพร้อมกับลูบผมของเทียนเฟิงด้วยความเอ็นดู
"ขอรับท่านพ่อ ท่านไม่ต้องห่วงข้าผ่านการทดสอบได้แน่"เขาตอบกลับพร้อมกับยิ้มอย่างมั้นใจ......
ฮ่าฮ่า
ที่เขาเป็ห่วงไม่ใช้เพราะพลังของเทียนเฟิงแต่ที่เขากังวลเป็เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ขึ้นไปยัง
หลังจากพูดคุยกันเสร็จแล้วเขาก็เดินเข้าไปยังลานทดสอบ......
นอกจากเทียนเฟงแล้วยังมีคนอายุรุ่นเดียวกันกับเขาอีกประมาณ 30 คนเลยทีเดียว....
"เฮ้ เป่ยชู ดูนั้นสิ"เด็กชายรูปร่างอ้วนพูดขึ้นกับเด็กคนหนึ่งและชี้มายังเทียนเฟิง
"นั้นมันเทียนเฟิงนิ"เด็กชายรูปร่างอ้วนพูด
"เฮอะยังจะกล้ามาที่นี้อีกงั้นรึ"เป่ยชูพูดพร้อมกับมองด้วยสายตาดูถูก
"นั้นสิไม่เจียมตัวเลยสักนิด"เด็กชายรูปร่างอ้วนเบ้ปากพร้อมกับมองด้วยสายตาดูถูก
ส่วนเป่ยชูนั้นเมื่อมองเทียนเฟิงสักพักก็ยิ้มและพูดว่า
"ดี ในเมื่อมันไม่เจียมตัวข้าจะทำให้มันได้รู้ว่ามันไม่ควรมาที่นี่ หึ หึ หึ"
*เฮ้อ เมื่อไหร่จะเริ่มน่า รู้สึกจะมีคนมองเยอะเลยแฮะ
เทียนเฟิงที่ยืนรออยู่นั้นก้รู้สึดว่ามีคนมองมาที่เขาและพุดคุยถึงเขาอยุ่ ทั้งเด็กรุ่นเดียวกันและพวกผู้ใหญ่
"เฮ้ เทียนเพิง"
ทันได้นั้นเขาก็ได้ยินเสียงเรียกมาจากข้างหลัง
หือ
เมื่อหันกลับไปมองเขาก็เห็นเด็กชายหน้าตาคุ้นๆ เขาเป็คนที่ไม่ได้ดูถูกเทียนเฟิงและยังค่อนข้างรู้จักกับเทียนเฟิง
"จงกู่ เ้าเองรึ"เทียนเฟิงค่อนข้างดีใจที่พบคนรู้จัก
"ใช้ข้าเอง เข้าเป็อย่างไรบ้าง ข้าไม่ค่อยเห็นเ้ามาสามเดือนแล้วนะ?"จงกู่ถาม
"นั้นก็เพราะข้าเก้บตัวฝึกนะ"เขาตอบพร้อมกับยิ้มเบาๆ
"ออ นั้นสิเ้าดูแข็กแรงขึ้นนะยิ้นดีด้วย"เขาพูดพร้อมกับมองร่างกายเทียนเฟิงทั้งบนล่างซ้ายขวา
"ฮ่าฮ่า แน่นอนวันนี้เ้าจะใแน่นอน"เขายิ้มอย่างมั้นใจ
และทันใดนั้นเองก้มีชายวัยกลางคนขึ้นไปบนลานทดสอบและมองมาที่ทุกคนรอบหนึ่งและพูดว่า
"ประกาศ ปราะกาศ ขอให้รุ่นเยาว์ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานเพื่อรายงายนตัวด้วย"
"เอาหละไปกันเถอะ"เทียนเฟิงพูดกับจงกู่
ณ ที่นั่งข้างลานทดสอบ
เก้าอี้ตัวบนถัดจากเก้าอี้ของผู้นำตระกูลมีชายวัยกลางคนนั้นอยุ่และเมื่อเห็นซือคงเดินมาเขาก็พูดขึ้นว่า
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ข้านึกว่าเ้าจะไม่มาสะอีก!!"เขาพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
"มาสิทำไมข้าจะมามาละพี่ ถงชู"เมื่อเห็นเช่นนั้นซือคงก้ยังตอบแบบสุภาพเช่นเดิม...
คนที่ทักซืงคงก็คือ ถงชู ผู้าุโใหญ่ของตระกูลนั้นเอง และยังเป็พ่อของเป่ยชูอีกด้วย ทั้งสองไม่ถูกกันมานานแล้ว และด้วยการที่ซือคงทำประโยชน์ให้กับตระกูลไว้มากมายเลยทำให้ ถงชู นั้นไม่สามารถทำอะไร ซือคง ได้มากนักเขาทำได้แต่รอบกัดเท่านั้น.....
ส่วนเื่การทักทายกันนั้นคนที่รู้เื่ของพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปพวกเขาทำได้แค่มองพวกเขาทั้งสองทักทายกันและได้แค่ยิ้มแห้งๆเท่านั้น.....
และทันไดนั้นเอง
"สวัสดีพี่ซือคง..."ได้มีเสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นมา นั้นก็คือ จางกู่ นั้นเอง
จางกู่นั้น ก็คือพ่อของ จงกู่ และยังนับถือ ซือคงมากและทั้งสองยังรู้จักกันมานานอีกด้วยพวกเขาเปรียบเสมือนญาติพี่น้องแต่ไม่ได้มีสายเืเดียวกัน
"คารวะท่านลุง"ไห่กู่เดินเข้ามาและทักทายซือคงด้วยความเคารพ
"โอวน้อง จางกู่ หลาน ไห่กู่ ไม่ได้เจอกันซักพักเลยนะ "ซือคงทักทายและยิ้มให้.....
"วันนี้หลานเทียนเฟิงก้เข้าร่วมด้วยใช่ไหม..."จางกู่ถามซือคง
"ฮ่าฮ่า แน่นอนเขขาอยู่ตรงนั้นไง"ซือคงยิ้มและชี้ไปที่เทียนเฟิง
"โอว เขาอยู่นั้นเองเขาดูแข็งแรงขึ้นนะเนี่ย"จางกู่พูด้วพร้อมกับความดีใจบนใบหน้า
"เอะ นั้นจงกู่นิ "ไห่กู่พุดพร้อมกับชี้ไปที่พวกเขา
"จริงด้วย นั้นพวกเขาจะเริ่มแล้ว"จางกู่พูดอย่างตื่นเต้น
"เฮอะดีใจอะไรกันลูกของพวกเ้าจะผ่านจริงๆรื่อ...."ทันใดนันเองก็มีเสียงดุถูกออกมาจากถงชู
"ท่าน..."จางกู่กำลังจะพุดอะไรออกมาซือคงได้ยอมือห้ามเอาไว้
"เดี๋ยวก็รู้ว่าจะผ่านหรือไม่"ซือคงพูดพร้อมยิ้มอย่างมั้นใจ
เฮอะ
หลังจากนั้นถงชูก็หันไปมองที่ลานดดยไม่สนใจพวกซือคงอีก
"เอาหละต่อไปจะเป็การทดสอบด่านที่แรกกันขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม"ผู้คุมสอบประกาศออกมาด้วยเสียงที่ดังกังวาน...
"ผู้าุโใหญ่ข้าได้ยินมาว่า เป่ยชูลูกชายท่าน ก้าวเข้าสู่ระดับพื้นฐาน ขั้น 5 ชั้น สูง แล้วนิ"ชายคนที่นั้นข้างๆถัดจากถงชูพูดขึ้นอย่างประจบประแจง...
"ถูกต้อง เขาเข้าสู่ ระดับพื้นฐาน ขั้น 5 ชั้น สูง อีกไม่นานเขาก็จะก้าวเข้าสู่ขั้น 6 แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"ถงชูตอบชายวัยกลางคนที่ถามเขาเมื่อกี้และเขาตอบด้วยเสียงดังเหมือนจงใจให้พวกซือคงได้ยินและเขายังพูดอีกว่า
"และเขายังฝึกฝนทักษะดาบไฟะเิ ขั้นที่สอง สำเร็จอีกด้วย"
หลังจากที่ถงชูพูดประโยคน์นี้ผู้คนโดยรอบต่างพูดด้วยความใ
"จริงรึนี่ ทักษะ ดาบไฟะเิ เป็ทักษะ ระดับต่ำขั้นกลาง แถมยังสำเร็จขั้นที่สองในวัยเท่านี้ลูกชายผู้าุโใหญ่ช่างอัจฉริยะสะจริง"
"นั้นสิ แสดงว่าคระกูลเรามีอัจฉริยะอีกคนนอกจากลูกสาวท่านผู้นำรึนี่"
"ฮ่าฮ่า อนาคตเขาอาจเป็แกนนำตระกูลเราไปสู่ความเจริญแน่นอน"
"ถูกต้องอนาคตเขาจะต้องไปไกลแน่นอน"
ผู้คนโดยรอบเริ่มส่งเสียงประจบประแจกขึ้น
"เฮอะดีใจอะไรกันก็แค่ทักษะระดับต่ำขั้นกลาง"จางกู่พูดขึ้นพร้อมเบ้ปากเพราะทักษะดาบไฟระเปิดนั้นเป็ทักษะที่คนทั่วไปก็ฝึกได้แต่ขั้นที่สองนั้นก็เป็ความภูมใจของเด็กๆเช่นกัน
เ้า!!
"เมื่อกี้เ้าว่ายังไงนะถงชูเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับลมออกหูเลยทีเดียว
"เปล่า ข้าก็แค่บอกว่าลูกชายข้าทำไมฝึกได้แค่ทักาะระดับต่ำขั้นใยต้องดีใจก็เท่านั้นเอง....จางกู่พูดพร้อมทำท่าไม่รู้ไม่ชี้พร้อมกับใบหน้าที่ไม่รุ้เื่
การประทะกันเกิดขึ้นและทันใดนั้นเองก็ได้มีชายวัยกลางคนร่างใหญ่และออร่าที่น่าเกรงขามปรากฏขึ้นและเดินไปนั้นเก้าอี้ตัวใหญ่ถัดจากถงชูนั้นก็คือผู้นำตระกูลนั้นเองจากนั้นทุกคนก็ลุกขึ้นและคารวะผู้นำตระกูลทันที
คารวะผู้นำตระกูล!!
คารวะผู้นำตระกูล!!
"เ้าพร้อมแล้วนะ...."กรรมการรู้ว่าเป็ลูกใครก้แสดงท่าทีสุภาพออกมา...
"ขอรับ"
หวืดดดด!
ศิลา! ศิลาส่องแสงด้วย!!
หลังจากเป่ยชูว่างมือลงบนศิลา ก็เกิดแสงขึ้นมาทันที จนทำให้คนในตระกุลต่างอุทานออกมาว่า อัจฉริยะกำเนิดแล้ว...
"ฮ่าฮ่า ยินดีกับผู้าุโด้วย ลูกชายท่านด้วยอายุ 8 ขวด แต่มีพลังระดับพื้นฐานขั้น 6 ชั้นสูงแถมยังมีพลังแฝงอีกด้วย อีก 3 ปีข้างหน้าในวันประลองรุ่นเยาตระกูลเราต้องชนะแน่ๆ"
"ยินดีกับผู้าุโใหญ่ด้วยที่มีบุตรชายที่มีความสามารถขนานนี้"
"ฮ่าฮ่า ทุกคนก็ชมเขาเกินไป เขานั้นยังอ่อนประสบการณ์อยู่มากนักแต่ถ้าทุกคนคิดเช่นนั้นข้าก็มิอาจห้ามได้และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับคำชม"ถงชูพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างสะใจและมองมาที่ซือคง...
"เหอะ!!หงุดหงิดเป็บ้าเลย!!"จางกู่กล่าวคำสบถออกมาอย่างช่วยไม่ได้
"ไม่เป็ไรหรอกจางกู่ รอดูเถอะ"ซือคงยังคงใจเย้นและตั้งหน้าตั้งตารอเทียนเฟิง
"คนต่อไป"
เมื่อเป่ยชูเดินลงมาจากเวทีกรรมการประกาศเรียกคนถัดไปก็ได้มีเด็กสาวหน้าตัวเล็กตาหน้ารักเดินสวนเขาออกมาตวงตาของนางแสดงถึงความเย็นรวมถึงใบหน้าของนางราวกับว่านางเบื่อกับงานนี้อย่างมาก...
"โอว นั้นลูกสาวท่านผู้นำตระกูลนิ"
"ถูกต้องนั้นคือ จูหลิง ลูกสาวท่านผู้นำตระกูล ถึงว่าทำไมปีนี้ถึงมีรางวัลมากมายนัก"
"ข้าได้ยินมาว่านางเข้าสู่ระดับพื้นฐานขั้น 7 ชั้นต้นแล้วนะ"
"เฮ้อนั้นสิ ทำไมลูกข้าถึงไม่เก่งแบบนี้บ้างนะ"
"ว่าไงจูหลิง"เป่ยชูที่กำลังเดินผ่ายก็กล่าวทักทายออกมาพร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย....
อือ.....
นางตอบเป่ยชูเพียงคำเดีนวและเดินต่อไปโดยไม่สนใจใครระหว่างที่เดินสายตานางก็ไปหยุดอยุ่ที่เทียนเฟิงนางมองเขาด้วยสายตาที่ดูถูก เพราะนางไม่ชอบคนอ่อนแอ และนางยังได้ยินมาว่าร่างกายของเทียนเฟิงนั้นอ่อนแอไม่เหมาะกับการฝึกยุทธดังนั้นเมื่อนางเห้นเขานางจึงมองด้วยสายตาแบบนั้น ถึงแม้นางจะไม่รุ้จักเทียนเฟิงก็ตาม....
"เอาหละว่ามือลงไปบนศิลาสิ..."กรรมการนั้นสุภาพมากกว่าปกติ...
แหมะ
หวืดดดด!
เมื่อนางวางมือลงบนศิลาก็เกิดการเื่แสงขึ้นทันทีและแสงนั้นยังสว่างมากกว่าของเป่ยชูอีกด้วยและมันก้ค้างไว้อย่างนั้น
"นะ นี้มัน"
"ระดับพื้นฐานขั้น 7 ชั้นกลาง มีพลังแฝง ธาตุไฟ!!"
โอวว!!!
ผู้คนโดยรอบนั้นแสดงอาการใออกมาทันทีเมื่อได้ยิน
"สมแล้วจริงๆ"
"ถูกต้องระดับพื้นฐานขั้น 7 ชั้นกลาง แถมมีพลังแฝง ธาตุไฟอีกด้วย"
"อัจฉริยะ นี้คืออัจฉริยะ"
"คนต่อไป"
เมื่อสิ้นเสียงของกรรมการก็ได้มีเด็กชายหน้าตาดีใบหนเายิ้มแย้มเดินออกมา นั้นก้คือเทียนเฟิงนั้นเองและในขนะที่เขากำลังเดินผ่านจูหลิงนางนั้นนางมองเขาด้วยสายตาดูถูกและเบ้ปากใส่เขา แต่เทียนเฟิงนั้นเขาเอามือไขว้หลังและและเดินไปพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มไม่สนใจใคร...
"นั้น..."
"ใช่แล้วหละนั้นคือลูกชายผู้าุโซือคง เด็กที่ร่างกายอ่อนแอไม่เหมาะแก่การฝึกยุทธ"
"เขาขึ้นไปทำไมกันเขายังทำให้พ่อของตัวเองอับอายไม่พอรึไง"
"ออกจากตระกูไปได้ก็ดีเด็กแบบนี้ อยู่ไปก็ทำให้ตระกูลอับอายเปล่าๆ"
"จอหงวนรึ พวกตุ๊ดละสิไม่ว่า...."และทันใดนั้นเอง
"พวกแกสิตุ๊ด!! พูดอย่างงี้เหมือนเก่งอะไอเวร"จางกู่อดไม่ได้ถึงกับเลือกขึ้นหน้าและกล่าวคำสบถออกไป
"จางกู่...ไม่ต้องหรอก"ซือคงพยายามห้ามเอาไว้และบอกว่า
"เดี๋ยวเ้ารอดูเขาเถอะ"ซือคงยังสงบและใจเย็น
"น้องจางกู่ใยเ้าต้องโมโหด้วย คนพวกนั้นแค่พูดไปเรื่อยเท่านั้นเอง"ถงชูนั้นก็ได้พุดขึ้นและอดยิ้มอย่างสะใจไม่ได้
"ท่าน!!"
"พี่ซือคง...."เมื่อเขาหันกลับมามองซือคงก็ยังยิ้มอย่างสงบเช่นเดิมและเขาก้เลือกที่จะเงียบและนั้งฟังผมแบบใจจดใจจ่อ...
"วางมือลง"กรรมการพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยใส่ใจเหมือคนก่อนๆ
แหมะ
หวืดดดด!!
วิ๊งงงง
เมื่อเทียนเฟิงวางมือลงบนศิลา ก็เกิดแสงขึ้นทันทีและมันยังสว่างมากกว่าของจูหลิงสะอีก และผู้น้ำตระกูลก็ได้ลืมตา แววตาของเขาทอประกายความใออกมาและประเมินเทียนเฟิงและเขาก็พุดว่า
"ต้นกล้าที่ดี"เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาแต่คนรอบๆตัวเขาได้ยินชัดเจน
"นี่มัน เป็ไปไม่ได้ๆ"
ผู้คนโดยรอบนั้นไม่มีใครเลยที่ไม่ใแม้แต่ผู้นำตระกูลและซือคงยังใ
ระดับพื้นฐานขั้น 8 ชั้นกลาง พลังแฝง จิตไร้ธาตุ!!!
เมื่อสิ้นเสียงของกรรมการนั้นเหมือนกับฟ้าฝ่าลงกลางใจของคนในตระกูล เสียงประกาศนั้นทำให้หัวของพวกเขานั้นโล่งไปหมด พวกเขาไม่คิดว่าเทียนเฟิงผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ่เหมาะกับการฝึกยุทธนั้นจะมีพลังถึงระดับพื้นฐานขั้น 8 ขั้นกลาง ที่อยุ่เหนืออัจฉริยะของตระกูลอย่างจูหลิง ตอนนี้ใบหน้าของนางนั้นประดับไปด้วยความรู้สึกที่ใอย่างมากและความรู้สึกที่ยากจะยอมรับ ในเมื่อนางนั้นเป็คนดูถูกเขาแต่ตอนนี้เขาคนนั้นมีพลังมากว่าเธอสะอีกหรือก็คือ"อัจฉริยะเหนืออัจฉริยะ"