"กินคนเดียวมันกร่อยจะตายไป... ไม่เห็นมีแรงจูงใจให้กินเลยสักนิด"นายหญิงบ่นอุบอิบพลางเบะปากล่างเล็กน้อย แววตาของนางดูเหงาหงอยลงอย่างเห็นได้ชัดนางช้อนตามองจ้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ "แถม... เ้าไม่หิวบ้างเลยหรือไงจ๊ะ?"
จ้อยยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นมาตบพุงกะทิของตัวเองเบาๆดัง แปะๆ ให้ดูเป็ขวัญตา "ผมดูพุงผมสิครับ กลมดิกเป็ลูกแตงโมแล้วเนี่ย!ไอ้ของที่ผมแอบไปกินมาตอนออกไปวิ่งเล่นน่ะ มันเป็ของบำรุงชั้นยอดเลยนะครับตอนนี้พลังงานมันยังอัดแน่นจนผมอืดไปหมดแล้วเนี่ย เพราะฉะนั้น...ท่านเต็มที่กับดอกไม้พวกนี้ได้เลยครับ ผมไม่หิวจริงๆถ้าผมหิวป่านนี้ผมวิ่งไปแทะเปลือกไม้หน้าถ้ำกินแล้วครับ"
นายหญิงชะงักไปเล็กน้อยนางเอียงคอครุ่นคิดตามคำพูดของเขา ก่อนที่แววตาสดใสจะเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ คลอเบ้านางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนความห่วงใยอย่างสุดซึ้ง "จ้อย...เ้าไม่ได้กำลังโกหกฉันเพื่อยอมอดอาหาร ยอมสละของกินทั้งหมดให้ฉันแล้วปล่อยให้ตัวเองค่อยๆ ตรอมใจตายใช่ไหม?ฉันกลัวจริงๆ นะ... กลัวว่าตื่นขึ้นมาวันหนึ่งแล้วจะไม่ได้เห็นหน้าเ้าอีก..."
พอพูดจบหยดน้ำตาของเทพธิดาผู้งดงามก็ร่วงเผาะลงบนหลังมือของนาง
จ้อยเห็นแบบนั้นก็แทบจะใจสลายความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอหอยเขารีบะโเข้าไปซุกไซ้ใบหน้าของนางทันที ใช้หางพวงฟูๆปัดน้ำตาให้นางอย่างเบามือ "โธ่... นายหญิงครับ พูดอะไรแบบนั้นล่ะ!ผมเพิ่งจะได้มาอยู่กับท่านแท้ๆ ชีวิตผมยังอีกยาวไกลครับ!ผมรับรองด้วยเกียรติของกระรอกเลยว่า ผมจะกินให้อิ่ม นอนให้หลับและมีชีวิตอยู่ดีมีสุข เพื่ออยู่เคียงข้างคอยปกป้องท่านตลอดไปเลยครับ!"
"จริงนะ? สัญญากับฉันแล้วนะจ้อย!"นายหญิงรีบยกนิ้วก้อยเรียวงามขึ้นมาตรงหน้าเขา
จ้อยหัวเราะในลำคอเบาๆด้วยความเอ็นดู เขายกอุ้งเท้าหน้าที่ไม่มีนิ้วก้อยแตะเข้าที่นิ้วของนาง"จริงแท้แน่นอนครับ! สัญญาด้วยชีวิตเลย!"
พอได้รับคำยืนยันหนักแน่นนายหญิงก็ยิ้มออก ความเศร้าหมองมลายหายไปเป็ปลิดทิ้งนางกลับมาร่าเริงเหมือนเด็กสาวอีกครั้ง "งั้นเ้าก็ต้องกินเป็เพื่อนฉันด้วยนะนิดนึงก็ยังดี! ฉันอุตส่าห์ปีนไปเก็บมาตั้งนานเ้าไม่รู้หรอกว่าเดี๋ยวนี้ไอ้ต้นกัลปพฤกษ์มันเริ่มรู้มากแล้วนะมันชูสลอนออกดอกซะสูงลิบเลย ฉันกว่าจะสอยมาได้เหนื่อยแทบแย่"
เพื่อให้นายหญิงสบายใจจ้อยจึงจำใจอ้าปากรับกลีบดอกไม้ที่นางป้อนให้อีกสองสามคำ แม้ในท้องจะอิ่มจนแทบอ้วกออกมาเป็รองเท้าฟางอยู่แล้วก็ตามแต่พอเห็นรอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งของนางเขาก็รู้สึกว่าความทรมานนี้มันช่างคุ้มค่าเหลือเกิน ระหว่างที่เคี้ยวจ้อยก็ยกอุ้งเท้าลูบคางตัวเองพลางวางแผนเื่ปากท้องในอนาคตไปด้วย
‘ไอ้น้าขามมันต้องระวังตัวแจแน่ๆขืนผมพุ่งไปกัดดื้อๆ แบบคราวก่อน มีหวังโดนขวานจามหัวแบะแหงๆ ...แถมผมก็ไม่ค่อยอยากจะแทะเสื้อผ้าแกจนหมดหรอกนะขืนปล่อยให้กระต่ายั์กล้ามปูนั่นเดินแก้ผ้าล่อนจ้อนมันจะเป็มลพิษทางสายตาต่อนายหญิงของผมซะเปล่าๆ ... ไม่ได้การๆ ต้องหาวิธีอื่น’
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งถึงสองวันเต็มๆ
แม้จ้อยจะยังรู้สึกอิ่มจากฤทธิ์ของรองเท้าฟางล้านปีอยู่บ้างแต่พลังงานในร่างกายที่สูญเสียไปกับการวิ่งเล่นนับวันก็ยิ่งลดทอนลงไปเรื่อยๆเขายังคงแอบออกไปแทะเปลือกต้นกัลปพฤกษ์ประทังหิวอยู่ทุกวัน จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งจ้อยแทะเปลือกไม้จนฟันหน้าแทบจะบิ่น เขายกอุ้งเท้าลูบท้องที่เริ่มแฟบลง เสียงจ๊อกๆดังประท้วงขึ้นเบาๆ เป็สัญญาณเตือนว่า... ได้เวลาออกล่าอีกแล้ว!
จ้อยแสยะยิ้มมุมปากั์ตาฉายแววเ้าเล่ห์ เขาหันหน้ามองลึกเข้าไปในป่าจันทราทิศทางที่คุ้นเคยเป็อย่างดี พร้อมกับเดินสะบัดหางพวงฟูไปด้วยท่าทางนักเลงโตสุดๆพลางผิวปากฮัมเพลงเบาๆ "น้าขามสุดที่รักจ๋า~ ผมมาหาแล้วน้า...คิดถึงผมบ้างไหมเอ่ยยย~"
.....
ทางด้านน้าขาม...
"ฮัดชิ้ววว!!"
กระต่ายั์กล้ามโตจามออกมาเสียงดังสนั่นจนใบหูยาวสีเทาของแกสะบัดพั่บๆแกยกมือหยาบกร้านที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้อขึ้นถูจมูกแดงๆ ของตัวเองแรงๆสองสามที พลางขมวดคิ้วมุ่นกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง"วันนี้มันวันซวยอะไรวะเนี่ย ลมบ้าหมูที่ไหนพัดมา ทำไมจู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ... แถมยังรู้สึกเย็นวาบๆ ที่ฝ่าเท้าแปลกๆ ด้วย"
พอพูดถึงฝ่าเท้าน้าขามก็ก้มลงมองดูเท้าขวาของตัวเองที่สวมรองเท้าฟางเหลือแค่ 'ครึ่งส้น' โดยอัตโนมัติลางสังหรณ์อันตรายกระพริบเตือนรัวๆ ในสมองทันที ‘ชิบหายล่ะ...หรือว่าไอ้กระรอกนรกนั่นมันจะหิวอีกแล้ว!?’
ความคิดนั้นเพิ่งจะแล่นเข้ามาในหัวยังไม่ทันได้ตั้งตัว เสียงกวนโสตประสาทที่คุ้นเคยก็ลอยแว่วมาตามสายลม"น้าข้ามมม~ ทำอะไรอยู่จ๊ะ? คิดถึงผมอ๊ะป่าวว~"
ร่างกายของน้าขามตอบสนองเร็วกว่าความคิด!แกรีบก้มลงถอดรองเท้าฟางครึ่งซีกที่เหลืออยู่ออกอย่างไวรวบเชือกผูกรองเท้าทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน แล้วจับมัน 'คล้องคอ' ไว้แน่นราวกับเป็เครื่องรางของขลัง!เท่านั้นยังไม่พอ น้าขามรีบดึงสายรัดกางเกงให้แน่นปึ๋งมือหนาคว้าด้ามขวานั์คู่กายมากำไว้แน่น เมื่อเตรียมพร้อมรบเสร็จสรรพแกถึงค่อยหันขวับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
"ไอ้กระรอกเวร! แกโผล่หัวมาทำไมอีก!" น้าขามกัดฟันถามเสียงกร้าว
จ้อยหยุดยืนอยู่ห่างๆยืนสองขาพลางยักไหล่กางอุ้งเท้าออกทำท่าทางไร้เดียงสา "โหย... น้าขามทำไมเกรี้ยวกราดจังเลยล่ะครับ?เรามันคนกันเอง เพื่อนบ้านเรือนเคียงกันทั้งนั้นผมก็แค่มาเดินเล่นแวะมาเยี่ยมเยียนน้าด้วยความห่วงใยเท่านั้นเอง"
ระหว่างที่ปากก็พ่นคำหวานไปเรื่อยสายตาอันเฉียบแหลมของจ้อยก็กวาดสแกนไปทั่วร่างของน้าขาม เพื่อหาจุดที่น่าจะ 'กัดกิน' ได้อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด...แต่ดูเหมือนกระต่ายั์นี่จะระวังตัวดีเกินไป ไม่มีช่องโหว่เลย!
"ไม่ต้องมาแสร้งทำดี! แกไสหัวไปไกลๆ รัศมีขวานข้าเลยไป!"น้าขามะโไล่
"เอาน่าๆ น้าขาม โบราณเขาว่าศัตรูที่รักมักกลายเป็มิตรแท้นะครับ"จ้อยยังคงตื้อไม่เลิก "เื่บาดหมางเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้น้าจะเก็บมาคิดเล็กคิดน้อยผูกใจเจ็บไปทำไมกัน? วันข้างหน้าเรายังต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมดวงจันทร์เดียวกันไปอีกนานแสนนานนะน้า"
น้าขามหัวเราะแห้งๆในลำคอ "รู้จักกับแกมาแค่ไม่กี่วัน ข้าก็ต้องกลายเป็คนเดินเท้าเปล่าแล้ว!แกยังมีหน้ามาบอกว่าวันข้างหน้าอีกยาวไกลเร้อ?ทำไม? แกกะจะแทะเสื้อผ้าข้าจนไม่เหลือเศษผ้าสักชิ้นเลยใช่ไหมฮะ!?ข้าเตือนแกไว้ก่อนนะ ถอยไปห่างๆ เลยไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปรานี!"น้าขามยกขวานั์เล่มโตขึ้นมาแกว่งขู่ฟ่อในอากาศ!
จ้อยทำท่าชะงักไปนิดหนึ่งแต่ไม่ใช่เพราะกลัวขวาน... ทว่าสายตาของเขาดันไปสะดุดเข้ากับรอยบิ่นรูปฟันแหว่งๆที่สลักลึกอยู่บนเนื้อเหล็กอาคม! ดวงตาของจ้อยเบิกกว้างเป็ประกายวิบวับทันทีจิ๊กซอว์ในหัวประติดประต่อกันอย่างรวดเร็ว... อาฮะ!เ้ากระรอกโง่นั่นได้พิสูจน์ด้วยชีวิตให้เขาเห็นแล้วว่า... ไอ้ขวานเหล็กั์นี่มันก็สามารถเอามาแทะกินได้โว้ยยย!!!
น้าขามสังเกตเห็นสายตาหิวโหยจจดจ่ออยู่ที่ขวานของตนแกรีบเอาขวานซ่อนหลบไว้ข้างหลังทันที พร้อมกับะโเสียงหลง "เฮ้ย!!นายหญิงมา!!"
"ห๊ะ! นายหญิงมาเหรอ!?" จ้อยสะดุ้งโหยงหันขวับกลับไปมองข้างหลังทันทีตามสัญชาตญาณทว่า... ว่างเปล่า!
ฟุ่บ! ขวับ!เสียงลมกระแทกแหวกอากาศพุ่งตามมาติดๆ ฝ่าเท้าเปล่าๆ ขนาดบิ๊กเบิ้มของน้าขามลอยละลิ่วมาประทับเข้าที่กลางพุงกะทิของเขาอย่างจัง! ป้าบ!!
จ้อยถูกเตะอัดกระเด็นลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าม้วนตัวตีลังกากลางอากาศเป็ลูกชิ้นปิ้งสีขาวฟูฟ่อง! น้าขามหัวเราะร่าอย่างสะใจ"ฮ่าๆๆ! บินไปซะเถอะไอ้ตัวแสบ! พุงแกนี่มันนิ่มดีจริงๆ เตะเข้าข้อสุดๆ"แต่พอแกก้มหน้าลงมามองสำรวจตัวเอง รอยยิ้มก็พลันแข็งค้าง...ตรงบริเวณขากางเกงท่อนล่างของแก มันมีรอยแหว่งหายไป! "ไอ้กระรอกนรกแตกเอ๊ยยย!!!มึงยังอุตส่าห์แว้งมากัดกางเกงกูไปอีกเรอะ!!"
จ้อยกลิ้งตัวลงบนพื้นดินห่างออกไปหลายร้อยเมตรเขาะโเด้งดึ๋งขึ้นมายืนสองขาได้อย่างสวยงาม จ้อยเคี้ยวกร้วมๆบดขยี้เศษผ้ากางเกงในปาก "แหม... คนเขากะมาเจรจาด้วยดีๆ ดันมาเตะกันซะได้!คำนี้ถือว่าเป็ดอกเบี้ยค่าทำขวัญที่เตะผมก็แล้วกัน... เอาล่ะ! จบเื่ดอกเบี้ยต่อไปนี้... ผมจะไปทวงหนี้เงินต้นล่ะโว้ย!" พูดจบจ้อยก็สับขาพุ่งทะยานกลับไปที่เดิม!
น้าขามเห็นไอ้ตัวแสบวิ่งกลับมาอีกแล้วแกรากรีบก้มลงถลกขากางเกงทั้งสองข้างขึ้นมาม้วนกองไว้ตรงโคนขาหนีบทันทีเพื่อป้องกันรอยงับ!ตลอดชีวิตของน้าขาม แกเคยคิดว่าการโดนผนึกพลังเวทคือความซวยที่สุดแล้ว...แต่การโดนกระรอกตามถอดเสื้อผ้าจนล่อนจ้อนนี่มันบัดซบกว่ากันเยอะ!
จ้อยเบรกตัวโก่งอยู่ตรงหน้าพอช้อนตามองขึ้นไปก็ต้องเบิกตาโต! น้าขามเล่นถลกกางเกงขึ้นไปจนสุดโคนขาเผยให้เห็นท่อนขาใหญ่โตที่เต็มไปด้วยขนหน้าแข้งดกดำ "โอยยย...ขัดหูขัดตาโว้ย!" จ้อยะโชี้หน้าด่า "น้าขาม!น้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าเทพอยู่หรือเปล่าเนี่ย!? ดูสภาพน้าสิ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยโชว์ขาอ่อนขนดกดำปิ๊ดปี๋ ภาพลักษณ์ความสง่างามของทวยเทพมันหายหัวไปไหนหมดฮะ!?"
น้าขามหน้าแดงก่ำสวนกลับทันควัน"ถุย!! ถ้าข้าปล่อยกางเกงลงไป ข้าคงได้แก้ผ้าของจริงล่ะสิวะ! ไอ้ตัวแสบ...แกกล้าเข้ามาอีกสิ คราวนี้ข้าจะเตะแกให้ลอยทะลุชั้นบรรยากาศเลยคอยดู!"
จ้อยหรี่ตาลงประเมินสถานการณ์ ‘อืม... ในเมื่อใช้ปากกัดไม่ได้... งั้นผมก็ใช้มือขโมยเอาดื้อๆเลยก็แล้วกัน!’
จ้อยยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นมาทำท่าหักข้อนิ้วดังก๊อบแก๊บ"เอางี้นะน้าขาม... น้าจะยอมปลดตะขอกางเกงแล้วถอดมันมาประเคนให้ท่านจ้อยคนนี้ดีๆ ...หรือจะให้ผมต้องลงไม้ลงมือไปกระชากมันมาเองฮะ?"
"แกจะบ้าเรอะ! ข้าจะถอดให้แกทำไม!"
จ้อยทำหน้าขึงขัง"อ้าว! ก็น้าดูสิ! กางเกงขายาวดีๆ น้ากลับเอามันมาถลกรัดจนกลายเป็กางเกงลิงทรงลุงแบบนี้นี่มันคือการเหยียดหยามศักดิ์ศรีของกางเกงอย่างรุนแรง!ในเมื่อน้าไม่เห็นคุณค่าของมัน ผมในฐานะนักบุญแห่งดวงจันทร์ก็มีสิทธิชอบธรรมที่จะปลดแอกช่วยเหลือมันให้พ้นจากความทรมาน!"
"ถุยๆๆ! ตรรกะวิบัติอะไรของแกวะ! ถ้าข้ากลัวกระรอกอย่างแกข้าจะยอมเปลี่ยนชื่อจากน้าขาม เป็ไอ้หมาขี้เรื้อนเลยเอ้า!"
จ้อยยิ้มเหี้ยม"พูดเองนะ! ได้... ในเมื่อท้าทายอำนาจมืดนัก ผมจัดให้!" สิ้นคำประกาศิต!จ้อยงอขาหลังสปริงตัวพุ่งทะยานราวกับลูกะุปืนใหญ่เล็งเป้าหมายไปที่ตะขอกางเกงของน้าขาม! น้าขามสับไกเตะสวนออกไปเต็มแรง! ป้าบ!!
"บินไปอีกรอบซะเถอะ! ไอ้กระรอกหน้าขน!" น้าขามหัวเราะสะใจแต่วินาทีที่ร่างของจ้อยลอยผ่านหน้าไป แกแอบเห็นริมฝีปากเล็กๆของไอ้ตัวแสบขยับมุบมิบเหมือนกำลังร่ายมนต์บ่นพึมพำอะไรบางอย่าง...และรอยยิ้มที่มุมปากนั่น มันไม่เหมือนคนแพ้เลยสักนิด!
"เงินมึงก็คือของกู ของของมึงก็คือของกูแม้แต่กางเกงในมึงก็คือของกู... พุทธัง บังตา ธัมมัง บังตา สังฆัง บังตา!"