บทที่ 7 : เกมการเงิน าสายเื และพันธะรักที่แข็งแกร่ง
หลังจากที่ชลธีประกาศกร้าวกับบิดาว่าจะไม่แต่งงานกับภาวินี และจะพิสูจน์ให้เห็นว่าลลินคู่ควรกับเขา บรรยากาศในบ้านธีรโชติก็ตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม นายธนกรยังคงหมางเมินเขา ส่วนคุณหญิงวิภา มารดาของเขา ก็ได้แต่ถอนหายใจและมองเขาด้วยสายตาเศร้าสร้อย ธนิน น้องชายของเขายิ่งได้ใจ และแสดงความริษยาออกมาอย่างเปิดเผยมากขึ้น
"ภารกิจหลัก: พิสูจน์ความรักให้ครอบครัวยอมรับ (ความคืบหน้า: 0%)"
ชลธีรู้ดีว่าเขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้หนักกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ในโลกธุรกิจ แต่ในฐานะคนรักและลูกชายที่เลือกทางเดินของตัวเอง
สิ่งแรกที่ต้องทำคือการระดมทุนสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าที่ดิน 95 ล้านบาทนั้นสูงเกินกว่าเงินทุนส่วนตัวของเขามาก แม้บิดาจะตกลงว่าจะสนับสนุน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะให้เท่าไหร่ และด้วยเงื่อนไขอะไร
ชลธีเริ่มนัดหมายกับธนาคารหลายแห่งเพื่อขอสินเชื่อโครงการ แต่ก็ได้รับคำตอบที่ไม่เป็บวกนัก
"คุณชลธีครับ โครงการของคุณดูน่าสนใจนะครับ แต่ด้วยประสบการณ์ของคุณที่ยังน้อยในด้านอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ทำให้เราไม่สามารถอนุมัติวงเงินสินเชื่อที่สูงขนาดนั้นให้ได้ครับ" ผู้จัดการธนาคารรายหนึ่งกล่าวอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด
ชลธีไม่ท้อถอย เขายื่นข้อเสนอต่อธนาคารและนักลงทุนต่างๆ เขาใช้ทักษะ 'การเจรจาต่อรองขั้นสูง' ที่ระบบอาจจะปลดล็อกให้ในอนาคต (ซึ่งยังไม่ปรากฏ) และใช้ 'ปัญญา (INT)' ที่เพิ่มขึ้นมา อธิบายถึงศักยภาพของทำเลและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับอย่างละเอียดและน่าเชื่อถือ เขานำเสนอแผนธุรกิจที่รัดกุมพร้อมการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ได้มาจากระบบ
วันหนึ่ง ชลธีได้รับโทรศัพท์จากทนายความของตระกูล
"คุณชลธีครับ คุณธนกร้าพบคุณที่ห้องทำงานด่วนครับ"
ชลธีรีบไปที่ห้องทำงานของบิดา พบว่านายธนกรนั่งอยู่พร้อมกับธนิน และนายพงษ์ศักดิ์ ผู้จัดการกองทุนส่วนตัว
"ชลธี...เื่เงินทุนสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์" นายธนกรเปิดประเด็น "พ่อตัดสินใจแล้วว่าจะสนับสนุนให้แก 50 ล้านบาท"
ชลธีรู้สึกดีใจ เงินจำนวนนี้จะช่วยให้เขาเริ่มต้นโครงการได้
"ขอบคุณครับพ่อ!" ชลธีตอบอย่างจริงใจ
"แต่มีเงื่อนไข" นายธนกรกล่าวต่อ "ธนินจะเข้าร่วมบริหารโครงการนี้กับแกในฐานะผู้ช่วย และจะถือหุ้นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ด้วย"
ชลธีขมวดคิ้ว เขารู้สึกไม่สบายใจกับเงื่อนไขนี้ ทักษะ 'การอ่านความคิดเบื้องต้น' ของเขาััได้ถึงคลื่นความยินดีปนร้ายกาจจากธนิน
'หึ...แกคิดว่าจะได้สร้างตัวง่ายๆ อย่างนั้นเหรอพี่? ฉันจะทำให้แกรู้ว่าใครแน่กว่ากัน!' เสียงความคิดของธนินดังก้องในหัวชลธี
"พ่อครับ...ผมคิดว่าผมสามารถดูแลโครงการนี้ได้เองนะครับ" ชลธีพยายามโต้แย้ง
"ไม่ได้!" นายธนกรตอบเสียงดัง "นี่คือเงินลงทุนของตระกูล ธนินก็เป็ส่วนหนึ่งของตระกูล และเขาเองก็มีความสามารถในด้านธุรกิจ แกต้องเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับน้องชายตัวเองชลธี หรือแกจะไม่รับเงินทุนนี้?"
ชลธีเม้มปากแน่น เขารู้ว่านี่เป็ทางเลือกที่ยากลำบาก หากเขาปฏิเสธ เขาก็จะไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะเริ่มต้นโครงการ แต่หากเขายอมรับ ธนินก็จะเข้ามาเป็หนามยอกอกในทุกย่างก้าวของการทำงาน
"ผม...รับครับพ่อ" ชลธีตอบเสียงแข็ง "แต่ผมขอให้ผมเป็ผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในโครงการนี้ครับ"
นายธนกรพยักหน้าเล็กน้อย "ได้...พ่อจะให้แกเป็ผู้จัดการโครงการ แต่ธนินมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นและตรวจสอบการทำงานของแกทุกขั้นตอน"
"ภารกิจย่อย: ทำงานร่วมกับธนิน (อย่างยากลำบาก)" รายละเอียด: "จัดการความขัดแย้งกับธนิน และทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์คืบหน้าไปได้" รางวัล: +15 DIL, +10 REP (จากครอบครัว), ปลดล็อกทักษะ 'การบริหารจัดการความขัดแย้ง' (ระดับต้น) บทลงโทษหากล้มเหลว: โครงการล่าช้า, -5 REP
ชลธีรู้ว่านี่คือบททดสอบที่ใหญ่หลวง ไม่ใช่แค่เื่ธุรกิจ แต่เป็เื่ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง
วันรุ่งขึ้น การทำงานร่วมกันระหว่างชลธีกับธนินก็เริ่มต้นขึ้น และมันก็เป็ไปตามคาด
"พี่ชลธีครับ ผมว่าแผนการก่อสร้างนี้มันไม่รัดกุมพอครับ" ธนินวิพากษ์วิจารณ์แผนงานที่ชลธีเตรียมมาอย่างละเอียด "เราควรลดงบประมาณตรงนี้ แล้วเพิ่มตรงนั้นดีกว่าครับ"
ชลธีพยายามอธิบายถึงเหตุผลในการออกแบบและโครงสร้างการลงทุนที่วางไว้ แต่ธนินกลับไม่ฟัง และพยายามหาจุดบกพร่องทุกอย่าง
'โง่เง่า! แผนแบบนี้จะไปรอดได้ยังไง! ฉันจะต้องหาทางแก้แค้นให้ได้ที่แกขโมยความสนใจจากพ่อไป!' เสียงความคิดของธนินดังชัดเจน
ชลธีถอนหายใจอย่างอดทน เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมอารมณ์ เขารู้ว่าธนินไม่ได้พยายามช่วยงานจริง แต่กำลังหาทางขัดขวางและทำลายชื่อเสียงของเขา
ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของชลธีกับลลินก็ยังคงเป็แหล่งพลังใจสำคัญของเขา
"คุณชลธีคะ คุณดูเครียดๆ นะคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ?" ลลินถามอย่างเป็ห่วงเมื่อพวกเขาคุยโทรศัพท์กัน
ชลธีไม่อยากให้ลลินกังวล แต่เขาก็อยากระบายสิ่งที่อยู่ในใจ
"่นี้งานค่อนข้างหนักน่ะครับลลิน แล้วก็มีปัญหาเื่ที่บ้านนิดหน่อย" ชลธีตอบ
"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณยังมีฉันเสมอนะคะคุณชลธี ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอค่ะ" ลลินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและจริงใจ
คำพูดของลลินทำให้ชลธีรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เขารู้สึกขอบคุณระบบที่ทำให้เขาได้พบกับลลินอีกครั้ง และได้สร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงแบบนี้ขึ้นมา
"ความสัมพันธ์กับลลิน (ระดับ: ลึกซึ้ง) +15%"
อย่างไรก็ตาม ความสุขของชลธีก็ไม่ได้ยั่งยืนนัก เพราะคุณหญิงวิภา มารดาของเขา เริ่มเข้ามาแทรกแซงในความสัมพันธ์ของเขากับลลิน
"ชลธีลูก แม่ไม่สบายใจเลยนะที่ลูกไปคบกับผู้หญิงคนนั้น" คุณหญิงวิภากล่าวในวันหนึ่ง "ครอบครัวเรามีหน้ามีตา ลูกไม่ควรทำแบบนี้เลยนะ"
"แม่ครับ ผมรักลลินนะครับ และผมจะไม่ยอมเลิกกับเธอเด็ดขาด" ชลธีตอบอย่างหนักแน่น
คุณหญิงวิภาถอนหายใจ "ลูกไม่เข้าใจหรอกชลธี แม่ทำไปก็เพื่ออนาคตของลูกเอง ถ้าลูกแต่งงานกับหนูภาวินี ธุรกิจของลูกก็จะแข็งแกร่งขึ้นมากนะ"
"ผมไม่้าแบบนั้นครับแม่ ผม้าสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง และผม้าสร้างชีวิตของผมเองกับคนที่ผมรัก" ชลธีตอบ
คุณหญิงวิภาเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ "งั้น...ก็พาหนูคนนั้นมาให้แม่ดูตัวหน่อยได้ไหม? เผื่อแม่จะเข้าใจอะไรมากขึ้น"
ชลธีลังเลเล็กน้อย เขารู้ว่านี่เป็กับดัก แต่ก็เป็โอกาสที่เขาจะได้พา ลลินเข้าสู่ครอบครัว และเป็ก้าวแรกในการทำภารกิจ 'พิสูจน์ความรักให้ครอบครัวยอมรับ'
"ภารกิจรอง: พาว่าที่ภรรยาไปพบมารดา" รายละเอียด: "นัดหมายให้ลลินพบกับคุณหญิงวิภา (มารดาของคุณ)" รางวัล: +10 CHA, +5 REP (จากมารดา), โอกาสปลดล็อกทักษะ 'การเจรจาต่อรองขั้นสูง' (หากสำเร็จอย่างสวยงาม) บทลงโทษหากล้มเหลว: -5 REP (จากมารดา), ความสัมพันธ์กับมารดาเลวร้ายลง
ชลธีตัดสินใจที่จะพา ลลินไปพบมารดาของเขา เขารู้ว่ามันจะเป็บททดสอบที่ยากลำบาก แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน
เขาโทรหาลลิน "ลลินครับ...ผมอยากจะชวนคุณไปทานข้าวที่บ้านผมในวันอาทิตย์นี้ได้ไหมครับ? ผมอยากให้คุณแม่ของผมได้รู้จักคุณ"
ลลินเงียบไปชั่วขณะ เธอคงััได้ถึงความตึงเครียดในน้ำเสียงของชลธี
"เอ่อ...ได้ค่ะคุณชลธี" ลลินตอบอย่างลังเล "ฉัน...ฉันควรเตรียมตัวยังไงบ้างคะ?"
"ไม่ต้องเตรียมอะไรมากหรอกครับ แค่เป็ตัวของตัวเองก็พอ" ชลธีให้กำลังใจ "ผมจะอยู่ข้างๆ คุณเสมอครับ"
วันอาทิตย์มาถึง ชลธีรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เขามารับลลินที่บ้าน ลลินดูสวยงามในชุดเรียบๆ แต่สง่างาม เธอสวมแหวนที่ชลธีมอบให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย
"คุณชลธีคะ ฉัน...ฉันตื่นเต้นจังเลยค่ะ" ลลินพูดเสียงสั่น
"ไม่ต้องกังวลหรอกครับ" ชลธีปลอบโยน "ไม่ว่าคุณแม่จะพูดอะไร ผมจะปกป้องคุณเสมอ"
เมื่อมาถึงบ้านธีรโชติ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความเงียบงัน คุณหญิงวิภานั่งอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนธนินนั่งอยู่ใกล้ๆ และมองมาที่ลลินด้วยสายตาดูถูก
ชลธีจับมือลลินแน่น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น
"คุณแม่ครับ นี่ลลินครับ" ชลธีแนะนำ
ลลินไหว้คุณหญิงวิภาอย่างนอบน้อม "สวัสดีค่ะคุณแม่ ดิฉันลลินค่ะ"
คุณหญิงวิภาเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ไม่มีการทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม
"มานั่งสิหนู" คุณหญิงวิภากล่าวเสียงเรียบ "ได้ข่าวว่าหนูทำงานที่ร้านอาหาร?"
"ใช่ค่ะคุณแม่" ลลินตอบอย่างสุภาพ "ดิฉันเป็พนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารค่ะ"
"อืม..." คุณหญิงวิภาพยักหน้า "แล้ว...ฐานะทางบ้านเป็ยังไงบ้าง? มีพี่น้องกี่คน?"
คำถามของคุณหญิงวิภาฟังดูเหมือนสอบสวน ทำให้ลลินรู้สึกอึดอัด ชลธีััได้ถึงคลื่นความประหม่าและความเสียใจจากลลินผ่านทักษะ 'การอ่านความคิดเบื้องต้น'
ชลธีจับมือลลินแน่นขึ้น เพื่อส่งกำลังใจให้เธอ
"แม่ครับ!" ชลธีขัดจังหวะ "ผมว่าเราควรคุยกันเื่อื่นดีกว่านะครับ"
"แม่แค่ถามเพื่อให้รู้จักกันมากขึ้นเท่านั้นแหละชลธี" คุณหญิงวิภากล่าว "แล้วหนูมีความสามารถพิเศษอะไรบ้างไหม? นอกจากเสิร์ฟอาหารแล้ว"
คำถามของคุณหญิงวิภาเหมือนเป็การตอกย้ำฐานะของลลิน ทำให้ลลินก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกอับอาย
"แม่ครับ!" ชลธีพูดเสียงดังขึ้น "ผมไม่ยอมให้แม่ดูถูกลลินแบบนี้เด็ดขาด!"
คุณหญิงวิภาเงยหน้าขึ้นมองชลธีด้วยแววตาผิดหวัง "แกจะเถียงแม่อีกแล้วใช่ไหมชลธี! แม่ก็แค่ถามตามความจริง!"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกัน ธนินที่นั่งเงียบอยู่นานก็เอ่ยปากขึ้น
"พี่ชลธีครับ ผมว่าพี่ไม่ควรพาคนแบบนี้เข้าบ้านนะครับ มันจะทำให้ครอบครัวเราเสื่อมเสียชื่อเสียงนะครับ" ธนินพูดด้วยน้ำเสียงยียวน
"ตรวจพบเจตนาก่อกวนและดูถูกอย่างรุนแรง!"
ชลธีแทบจะะเิออกมา เขาจ้องมองธนินด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
"แกหุบปากไปเลยธนิน!" ชลธีตะคอก "แกไม่รู้เื่อะไรก็อย่ามาพูด!"
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับพี่! ก็ในเมื่อมันเป็ความจริง! คุณลลินก็แค่นางพนักงานเสิร์ฟธรรมดาๆ จะมาคู่ควรกับพี่ชายของผมได้ยังไงกัน!" ธนินยังคงพูดจายั่วโมโห
ลลินเงยหน้าขึ้นมองธนินด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเ็ป เธอลุกขึ้นยืน
"คุณชลธีคะ...ฉันว่าฉันกลับบ้านก่อนดีกว่าค่ะ" ลลินพูดเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้า
ชลธีรีบดึงมือลลินไว้แน่น "ไม่ครับลลิน คุณไม่ต้องไปไหน! ผมจะอยู่ข้างคุณตรงนี้!"
"ภารกิจหลัก: พิสูจน์ความรักให้ครอบครัวยอมรับ (ความคืบหน้า: 20%)"
ชลธีหันกลับไปมองมารดาและน้องชาย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
"แม่ครับ! ธนิน! ฟังผมนะ!" ชลธีกล่าวเสียงดังฟังชัด "ผมรักลลิน และผมจะแต่งงานกับเธอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น! ผมไม่สนว่าใครจะว่ายังไง! ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าลลินคู่ควรกับผม และผมจะทำให้ครอบครัวยอมรับเธอให้ได้!"
คำพูดของชลธีทำให้ทั้งคุณหญิงวิภาและธนินอึ้งไป พวกเขาไม่เคยเห็นชลธีแสดงความมุ่งมั่นและแข็งกร้าวได้ขนาดนี้มาก่อน
ชลธีหันไปจับมือลลินแน่น "เราไปกันเถอะครับลลิน"
เขาพาลลินเดินออกจากบ้านไป โดยไม่หันกลับมามองมารดาและน้องชายอีกเลย
ในรถ ลลินยังคงร้องไห้อย่างเงียบๆ ชลธีจอดรถริมถนน และโอบกอดเธอไว้แน่น
"ผมขอโทษนะครับลลิน ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องมาเจอเื่แบบนี้" ชลธีพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ไม่เป็ไรค่ะคุณชลธี" ลลินตอบพลางซบหน้ากับอกของชลธี "ฉัน...ฉันซาบซึ้งใจที่คุณปกป้องฉันนะคะ"
"ผมจะปกป้องคุณเสมอครับลลิน ไม่ว่าใครจะพูดอะไรก็ตาม" ชลธีกล่าวอย่างจริงใจ "ผมจะไม่มีวันปล่อยมือคุณเด็ดขาด"
ค่ำคืนนั้น ชลธีกับลลินกลับไปที่สวนสาธารณะที่พวกเขาเคยไปเดทกัน พวกเขานั่งคุยกันใต้แสงดาว ชลธีเล่าเื่ราวความฝันของเขาในการสร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ และการสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับลลิน ลลินเองก็เล่าความฝันของเธอให้ชลธีฟัง
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นจากบททดสอบนี้ พวกเขาต่างรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะจับมือกันเดินฝ่าฟันไป
โปรดติดตามตอนต่อไป…..