เช้าวันสถาปนากรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 1893 มาถึงพร้อมกับความวุ่นวายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่นนท์เคยเห็นมา ตลอดหลายคืนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้นอน เพราะต้องคอยคุมคนงานขุดดินวางรากฐาน ‘พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท’ (ตามพงศาวดารที่เขาจำได้) แต่นนท์ไม่ได้สนใจเื่บุญบารมีอะไรหรอก เขาแค่ไม่อยากให้ตึกที่เขาสร้างพังลงมาทับหัวกษัตริย์ในอีกยี่สิบปีข้างหน้าเพราะดินทรุด
“เฮ้ยๆ! ตรงนั้นขุดลงไปอีกสองศอก บอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งรีบกลบ!” นนท์ะโบอกคนงานพลางยกน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เขายังคงพันผ้าที่แขนข้างที่เจ็บ (ซึ่งจริงๆ หายดีแล้ว) ไว้หลวมๆ เพื่อตบตาคนทั้งกองงาน
“อาจารย์นนท์... พระโหราจารย์บอกว่าได้ฤกษ์มงคลแล้วนะจ๊ะ ถ้าขุดต่อจะเลยเวลาวางศิลาฤกษ์เอา” นายช่างใหญ่เดินเข้ามาบอกด้วยท่าทางกังวล
นนท์ปัดฝุ่นออกจากกางเกง “มงคลน่ะกินไม่ได้หรอกพี่ชาย ถ้าพื้นดินมันยังนิ่มเป็เลนแบบนี้ ต่อให้เทวดามาวางศิลาฤกษ์ ปราสาทก็ถล่มอยู่ดี ไปบอกท่านโหราฯ ให้รอแป๊บ ผมขอกะระยะระดับน้ำใต้ดินอีกนิด”
“เ้าจะให้คนทั้งราชสำนักรอเ้าคนเดียวรึ นนท์?” สุรเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเื้ั
นนท์หันไปมองโดยไม่ใ เขาเห็นพระเ้าอู่ทองฉลองพระองค์เต็มยศเตรียมเข้าพิธี ดูสง่างามและมีพลังอำนาจจนคนรอบข้างต้องหมอบกราบ แต่นนท์กลับทำเพียงแค่ขยับคอแก้เมื่อยแล้วยิ้มเฝื่อนๆ ให้
“อ้าว... มาไวแท้ท่านอู่ทอง” นนท์เรียกกษัตริย์เหมือนเรียกเพื่อนบ้าน “ไม่ได้จะให้รอครับ แต่ผมกำลังเซฟชีวิตพวกท่านอยู่ ดินตรงนี้มันอันตรายกว่าคำทำนายของโหรฯ เยอะ”
พระเ้าอู่ทองทอดพระเนตรมองหลุมขุดที่ลึกกว่าปกติ แววพระเนตรยังคงมีความสงสัยที่ซ่อนไว้จากเหตุการณ์เมื่อวันก่อน “เ้าบอกว่าดินอันตราย แต่ข้าเห็นเ้าะโลงไปในหลุมนั้นเหมือนมันเป็บ่อน้ำเล่นส่วนตัว แขนซ้ายเ้า... หายเจ็บแล้วรึ?”
นนท์ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะแสร้งทำเป็นิ่วหน้า “โอ๊ย... ยังเจ็บแปลบๆ อยู่เลยครับท่าน แค่ต้องฝืนเพื่อหน้าที่น่ะ แหม... ท่านก็ช่างสังเกตจังนะ”
พระเ้าอู่ทองไม่ได้ตรัสอะไรต่อ แต่พระหัตถ์ที่ไขว้หลังอยู่กลับกำแน่นขึ้นเล็กน้อย ทรงสังเกตเห็นว่านนท์ขยับแขนซ้ายได้คล่องแคล่วเกินกว่าคนที่กระดูกแหลกเมื่อสามวันก่อนจะทำได้
ในขณะที่การขุดหลุมกลางจุดยุทธศาสตร์ดำเนินไป ทันใดนั้น เสียงพลั่วกระทบกับวัตถุบางอย่างที่แข็งและเย็นเยียบดังขึ้นจากก้นหลุม คนงานหยุดมือด้วยความใ
“อาจารย์! เจอของแข็งจ้ะ! ไม่ใช่หิน ไม่ใช่ไม้ แต่มันวาวเหมือนทองขาว!”
นนท์ะโลงไปในหลุมทันทีโดยไม่สนคำทัดทาน เขาใช้มือปัดดินออกช้าๆ และหัวใจของวิศวกรหนุ่มแทบจะหยุดเต้น... สิ่งที่ฝังอยู่ใต้ดินลึกหลายเมตรในยุคปี พ.ศ. 1893 ไม่ใช่สมบัติโบราณ แต่มันคือ ชิ้นส่วนโลหะไทเทเนียมผสมคาร์บอน ที่มีร่องรอยการไหม้เกรียม
‘นี่มัน... ชิ้นส่วนจากห้องแล็บที่ผมทำะเิในปี 2025 นี่หว่า!’
นนท์ตัวสั่นเล็กน้อย รอยแยกกาลเวลาไม่ได้แค่ส่งเขามา แต่มันส่ง ‘เศษซาก’ จากอนาคตมากระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ในอดีตด้วย และที่แย่ไปกว่านั้น ชิ้นส่วนนี้กำลังสั่นะเืเบาๆ ตอบรับกับกระแสเืในตัวเขา
“มันคืออะไร นนท์?” พระเ้าอู่ทองก้มลงมองจากปากหลุม พระองค์ทรงเห็นวัตถุแปลกประหลาดที่สะท้อนแสงอาทิตย์ดูไม่เหมือนสิ่งใดในโลกที่พระองค์รู้จัก
นนท์รีบคว้าผ้าดิบมาห่อวัตถุนั้นไว้อย่างรวดเร็ว “เอ่อ... มันคือ... ‘เหล็กไหลทางธรณีวิทยา’ ครับท่าน! เป็ของอัปมงคลน่ะ ถ้าคนธรรมดาแตะต้องจะเกิดอาถรรพ์กินตัว ผมต้องเอาไปทำลายพิธีล้างอาถรรพ์เอง!”
เขารีบปีนขึ้นจากหลุมท่ามกลางสายตางุนงงของทหารและขุนนาง นนท์รู้ดีว่านี่คือจุดเชื่อมต่อที่จะทำให้เขาหาทางกลับบ้านได้ แต่มันก็เป็หลักฐานที่อันตรายที่สุดถ้าใครบางคนรู้ว่าเขามีสิ่งของที่ล้ำยุคกว่าทุกอย่างในโลกนี้
“เหล็กไหลรึ?” พระเ้าอู่ทองตรัสเบาๆ ทรงเดินเข้ามาใกล้นนท์จนได้กลิ่นเหงื่อและกลิ่นอายบางอย่างที่แปลกแยก “เ้านี่มีความลับเยอะจังนะนนท์ ทั้งวิชาสมานแผล ทั้งของแปลกประหลาดใต้ดิน... เ้าแน่ใจนะว่าเ้าเป็ ‘มนุษย์’ เหมือนกับข้า?”
นนท์จ้องมองกลับไปในดวงตาของมหากษัตริย์ผู้ก่อตั้งอยุธยา เขาไม่หลบตา และไม่มีความกลัว
“ผมเป็มนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับท่านอู่ทอง เพียงแต่มนุษย์แต่ละคนมี ‘หน้าที่’ ต่างกัน หน้าที่ของท่านคือสร้างเมืองนี้ให้ยิ่งใหญ่ ส่วนหน้าที่ของผม... คือเฝ้ามองมันเกิดและระวังไม่ให้มันพังก่อนเวลาอันควร” นนท์ยิ้มกวนๆ อีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น “ท่านจะเริ่มพิธีวางศิลาฤกษ์ได้หรือยัง? ผมหิวข้าวจะแย่แล้วนะเนี่ย”
พระเ้าอู่ทองนิ่งไปอึดใจใหญ่ ก่อนจะหลุดสรวลออกมา “เ้ามันคนประหลาดที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบ... ไปเถิด! เริ่มพิธีสถาปนากรุงศรีอยุธยา ณ บัดนี้!”
ท่ามกลางเสียงเป่าสังข์และเสียงปี่พาทย์ที่บรรเลงฉลองการกำเนิดราชธานีใหม่ นนท์ยืนกำชิ้นส่วนไทเทเนียมในกระเป๋าเสื้อแน่น เขาเห็นประวัติศาสตร์กำลังหมุนไปตามรอยเดิมอย่างเที่ยงตรง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มรู้สึกว่า ‘ความสงสัย’ ในใจของกษัตริย์ผู้ฉลาดหลักแหลมพระองค์นี้ กำลังจะเป็อุปสรรคที่ใหญ่กว่ากำแพงเมืองที่เขากำลังสร้าง
‘ถ้าท่านรู้ความจริง... ท่านจะยังมองผมเป็คนเท่ากันอยู่ไหมนะ หรือจะมองผมเป็ปีศาจที่ต้องกำจัด?’ นนท์คิดพลางถอนหายใจยาว ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องที่ดังกึกก้องไปทั่วทุ่งหนองโสน